Masukอีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์
“เดียร์...”
กิตติพัทธ์จ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างชั่งใจ ยังไงวันนี้เขาก็ต้องสารภาพกับเธอให้จงได้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไรเขาเตรียมใจมาแล้ว
“คะ? พี่ธาม”
เปมิกาเงยหน้าขึ้นประจวบเหมาะกับสายตาของเธอนั้นกวาดไปเห็นใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มคุ้นตาเปมิกาเป็นอย่างดี ‘วันนี้เธอพึ่งจะเจอเขากับคู่หมั้น’
“เดียร์รู้มั้ยว่าวันนี้ ทำไมพี่ถึงพาเดียร์มาที่นี่”
“...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเธอเห็นใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะปกตินัก เขาจ้องเธอเขม็งราวกับว่าเปมิกานั้นไปทำอะไรให้กับเขางั้นแหละ
“เดียร์”
“คะ?? พี่ธาม”
หัวใจของเธอกระตุกวาบด้วยความตื่นเต้นตกใจจนแทบจะกระโดดออกมากองนอกอก ตอนนี้สติของเธอไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก ไม่ว่าจะหันไปครั้งใด เปมิกาก็พบกับสายตาที่ชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา
“พี่คิดว่า...พี่เองอยากจะบอก...เอ่อ...”
เอาเข้าจริงๆ กิตติพัทธ์กลับพูดไม่ออก ทั้งที่เขาเตรียมคำสารภาพทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว ‘ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกแบบที่เขารู้สึก...เขาอาจต้องเสียเธอไปก็ได้...หรือระหว่างเขากับเธออาจจะเข้าหน้ากันไม่ติด’ กิตติพัทธ์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองสับสนเป็นอย่างมาก เขาจะยอมรับได้ไหม
“พี่ธามมีอะไรจะบอกเดียร์หรือคะ”
สถานการณ์ขับขันแบบนี้มันทำเปมิกาค่อนข้างระทึกอยู่ไม่น้อย คนหนึ่งกำลังจะสารภาพบางอย่างกับเธอ แต่อีกคนหนึ่งที่ห่างออกไปกำลังจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เปมิการู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน
“พี่คิดว่า...พี่ชอบเดียร์”
กิตติพัทธ์โพล่งออกไปในที่สุด ถ้าเขาไม่สารภาพไปทุกอย่างก็คลุมเครือกับเขาไปตลอด เขาไม่อยากเก็บสิ่งนี้ไว้แล้ว อย่างน้อยเขาจะได้สบายใจที่ได้เอ่ยออกไป ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร
“พี่ธาม...”
“พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่พูดอาจทำให้เดียร์ตกใจ แต่พี่ชอบเดียร์จริงๆ ชอบมาตั้งแต่เดียร์ก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านนี้แล้ว...”
“พี่ธาม...เอ่อ...เดียร์รู้มานานแล้วค่ะ ว่าพี่ธามชอบเดียร์ เพราะฉะนั้นเดียร์เลยไม่ได้ตกใจอะไรมากกับคำสารภาพของพี่ค่ะ”
“เดียร์รู้มาตลอดหรือครับ”
กิตติพัทธ์รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสิ่งที่เขาสารภาพวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอเลย
“ค่ะพี่ธาม...แต่พี่ธามคะ เดียร์ไม่รู้จะบอกพี่ยังไง ความรู้สึกของเดียร์ ไม่ได้รู้สึกกับพี่ธามแบบนั้นนะคะ คือ เดียร์รักพี่แบบพี่ชาย พี่ธามดีกับเดียร์ทุกอย่าง เราอยู่ด้วยกันมาเกือบยี่สิบปี เดียร์เข้ามาอยู่ในครอบครัวของพี่ เดียร์คิดว่าป้าอรเป็นแม่ คิดว่ายัยครีมเป็นน้อง และคิดว่าพี่ธามเป็นพี่ชาย เดียร์มองว่าทุกคนคือครอบครัวของเดียร์ค่ะ เดียร์ขอโทษพี่ธามนะคะที่เดียร์ไม่อาจชอบพี่แบบนั้นได้”
เปมิกาเหลือบมองไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยังจ้องเธออยู่ตลอดเวลา
“อืม...พี่คิดไว้อยู่แล้วเหมือนกัน ว่าเดียร์จะต้องตอบพี่แบบนี้ แต่พี่ยังเดินหน้าสารภาพกับเดียร์นั้น ก็เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันค้างคาอยู่ในใจพี่มาตลอด พี่เลยต้องบอกกับเดียร์วันนี้”
“เดียร์ขอโทษนะคะพี่ธาม”
“ไม่เป็นไรครับ เดียร์บอกพี่ตรงๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“เดียร์อยากให้พี่ธามมองเดียร์ดีๆ นะคะ แท้จริงแล้วพี่ธามอาจจะรักเดียร์แบบน้องสาวอยู่ก็ได้ค่ะ เพียงแต่พี่อาจจะยังสับสันหรือเปล่า และเดียร์เองก็ยังรักพี่ธามเสมอนะคะ ถึงพี่จะสารภาพว่าชอบเดียร์ก็ตาม เดียร์ก็ยังรักพี่ชายคนนี้เหมือนเดิมค่ะ”
“เฮ้อ...พี่คงพูดอะไรต่อไม่ได้อีกแล้วเดียร์ พี่ไม่เคยเปิดรับใครเลย ตลอดเวลาที่เดียร์เข้ามาอยู่ในบ้านครอบครัวของพี่...มาถึงตอนนี้แล้ว....พี่อาจจะต้องทำใจสักพักนึง...”
“พี่ธามต้องมองสาวคนอื่นบ้างสิคะ พี่ธามอายุ 28 เองนะคะ ไม่ได้แก่ซะหน่อย อีกอย่างถ้าพี่ธามเปิดใจรับคนอื่นล่ะก็ เดียร์ว่ามีสาวๆ รออยู่เพียบ”
“คงอีกสักพักนึง...พี่ต้องกลับไปรักษาแผลใจให้หายก่อน”
“ยังไง...พี่ธามก็อย่าปิดตัวเองนะคะ”
เปมิกาบอกพี่ชายตัวเองได้ แต่กลับบอกตัวเองให้ทำไม่ได้ 8 ปีที่ผ่านมาที่ตัวเธอเองไม่เคยเปิดใจยอมรับใคร เหมือนกับที่ธนวันต์เคยพูดกับเธอบ่อยๆ ‘สมัยนี้ ไม่มีใครเขาสนใจความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์กันหรอก’ แต่สำหรับเปมิกามันเป็นสิ่งที่ยากจะทำใจ ถ้าจะคบใครใหม่แล้วตัวเธอเองไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่คนนั้นคาดหวัง
อีกฝากฝั่งหนึ่ง...
“ฉันว่านายควรทำใจได้แล้วนะอินทัช ดูแล้วเธอคงจะมีหวานใจนของตัวเองแล้ว”
“ฉันก็คิดเหมือนกับเวย์นะอินทัช นายไม่ต้องรู้สึกผิดกับเธอแล้ว และนายควรจะ*มูฟออนจากเธอ และหาสาวคนใหม่ได้แล้วนะ”
“มันง่ายอย่างที่พวกนายพูดก็ดีสิ”
สายตาของอินทัชยังคงจับจ้องไปที่ร่างบางอย่างไม่วางตา ความผิดหวังที่เขาไม่เคยได้ลิ้มรสทำให้เขารู้สึกทรมานอย่างน่าประหลาด ที่ตัวอินทัชเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกได้มากขนาดนี้
“นายอย่าบอกนะ ว่านายชอบเธอจริงๆ อินทัช”
“อืม...” อินทัชเปลือยความรู้สึกของตัวเองได้อย่างหมดเปลือก เขาไม่ได้แค่ชอบเธอเท่านั้นแต่ความรู้สึกเขามันมากกว่าที่เพื่อนเขาคิดมากมาย
“ฉันว่าไม่แปลกหรอกที่นายจะชอบเธอ เพราะมันผ่านมาตั้ง 8 ปีแล้วนายก็ยังไม่ลืมเธอ ถ้าแค่หลงคงไม่เป็นแบบนี้หรอก”
“นายก็รู้ซึ้งถึงความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันหรือวะเวย์ ฉันคิดว่านายจะเป็นพวกตายด้านซะอีก”
“มีสิ...นายชอบมองฉันไม่ดีตลอด นายจะเห็นอะไร...กันต์”
“แหม...เอาซะจนขนลุกเลยนะเวย์ ฉันแค่แหย่นายเล่นเฉยๆ ไม่ได้คิดอย่างที่พูด นายคือเพื่อนที่ดีสำหรับฉันนะโว้ย คอยเตือนสติฉันอยู่บ่อยๆ แต่เอ...ฉันว่านายพูดแปลกๆ นะเวย์ อย่างกับนายเข้าใจและรู้ซึ้งถึงความรักงั้นแหละ...หรือนายกำลังมีความรักอยู่วะ”
“ไม่มีอะไร...นายอย่าโยงมั่ว”
ธีรุตม์อดนึกถึงใครบางคนไม่ได้ ‘บางทีเขาก็อาจจะเจอแล้วก็ได้’
“สรุปนายจะยังไงวะอินทัช...นายไม่แตะอะไรสักอย่าง นั่งมองเธออยู่แบบนั้น ฉันว่าเธอก็มองมาที่นายเหมือนกันนะ ลองสังเกตสิ”
“ฉันคิดว่า...ฉันจะทำเหมือนกับ 8 ปีที่แล้วว่ะกันต์”
ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของอินทัชแบบปัจจุบันทันด่วน ในเมื่อเขาเองพยายามที่จะพูดกับเธอดีๆ แล้ว แต่เธอกลับปฏิเสธเขาอย่างไม่ใยดี อีกทั้งวันนี้เขายังสร้างเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้เธอรู้สึกหึงหวงเขาบ้าง แต่เธอก็ยังไม่สนใจเขาอยู่ดี
@ คลินิกหมอธีรุตม์... “ตอนนี้ร่างกายของคนไข้ปกติแล้วนะครับ หลังจากที่หมอให้ยาบำรุงไปทาน ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย โดยรวมแล้วทุกอย่างเป็นปกติครับ แต่จะมีเพียงค่าของกรดยูริก (Uric Acid) สูงขึ้นมาเล็กน้อย หมอแนะนำให้งดทานอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และที่สำคัญยอดผักต่างๆ ซึ่งจำพวกนี้จะมีกรดยูริกสูงครับ” “ครับ” ชนาธิปตั้งใจฟังหมอหนุ่มอธิบายอย่างใจจดใจจ่อ วันนี้ชนาธิปพาแม่มาตามนัดอีกครั้ง “โดยรวมการรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยนะครับ ถ้าควบคุมแล้ว ร่างกายก็จะแข็งแรงปกติครับ” “ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะครับ”สายตาคมเข้มฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เต็มตื้นในหัวใจ จนแสดงออกมาจากสีหน้าและท่าทางอย่างอัตโนมัติ “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ”ธีรุตม์ตอบกลับออกไปขณะที่กำลังจ้องใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนุ่มคนนี้ น้อยนักที่จะอ่อนโยนและดูแลบุพการีได้ดีขนาดนี้ “ขอบคุณอีกครั้งครับหมอ...”ชนาธิปยกมือไหว้ พร้อมกับเตรียมจะลุกขึ้น... “เดี๋
ริมฝีปากชมพูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ เปมิการู้สึกห่อเหี่ยวใจกับสภาพที่ถูกกดดันเช่นนี้ “โอเค...คุณออกไปได้!”อินทัชเอ่ยปากไล่เธอออกไป ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระชากร่างนั้นเข้ามาจูบและอยากทำอะไรมากกว่านั้นกับเธอ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เธอสาสม “คนบ้า!!” เปมิกาด่าเขาออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับและเดินไปจากห้องนั้นทันที ปึ่ง!!!! เสียงปิดประตูดังสนั่น!!! “แกเป็นอะไรเดียร์ หน้าบึ้งออกมา...นายอินทัชทำอะไรแกหรือเปล่า...”ธนวันต์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราว เบื้องลึกของเปมิกาเป็นอย่างดี “เขาแกล้งฉันอีกแล้วท็อป...” “แกล้งอะไร? แกจะบ้าเหรอ...คำว่า “แกล้ง” เขาเอาไว้ใช้สำหรับเด็กๆ นะโว้ย แต่แกกับนายอินทัชไม่ใช่เด็กกันแล้ว จะมาแกล้งกันเพื่ออะไรวะ...” “เขาให้ฉันไปหาเขาคืนนี้” “ห๊ะ!!!” “ชู่ว์...แกเบาๆ สิท็อป แกจะร้องทำไม เดี๋ยวใครก็มาได้ยินกันหรอก ฉันไม่อยากตกงานก่อนเวลาอันควรนะ” “ฉันว่านายอินทัช ไม่ได้แค่หลงแกหรอกว่ะเดียร์” “ยังไง?” “นายอินทัชช
@ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ “วันนี้แขกส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ทุกคนคงได้รับเมนูกันเรียบร้อยแล้วนะ เต็มที่นะอาจจะหนักซักหน่อย ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ” “ค่ะเจ้” “เอ่อ...เดียร์เจ้มีเรื่องจะบอกน่ะ...คือว่าของเธอออกจะพิเศษกว่าใครเขาหน่อยนะ คุณอินทัชสั่งอาหาร โดยระบุให้เธอทำ และนำเอาไปเสิร์ฟด้วยนะ”พรลภัสรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกไปสักหน่อย ทำไมต้องให้ลูกน้องเธอทำอาหารไปเสิร์ฟ? “ทำไมต้องเป็นเดียร์ล่ะคะ?”เปมิกานึกถึงคำพูดของเขาทันที ‘ถ้าผมเรียก! คุณต้องมา!’ นึกแล้วเจ็บใจอย่างที่สุด นี่เธอจะหนีเขาไม่พ้นเลยจริงๆ ใช่ไหม “แกลืมไปหรือเปล่าเดียร์ วันนั้นที่ตอนการพรีเซ้นต์ ต่อหน้าคู่หมั้นเขา แกพูดกับคุณอินทัชว่ายังไง”ชนาธิปเอ่ยขึ้นเตือนความจำของเพื่อนสาวทันควัน เขาจำได้วันนั้น สงครามเกือบจะเกิดขึ้นในห้องครัว ถ้าคุณอินทัชไม่รีบพาคู่หมั้นไปซะก่อน “เออ...เจ้ก็คิดเหมือนปอนด์นะ ตอนแรกเจ้ก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมคุณอินทัชถึงเจาะจงที่จะเป็นยัยเดียร์ อืม...น่าจะเพราะเธอแหละเดียร์
“ดิฉันศึกษารายละเอียดมาทั้งหมดแล้วค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันทราบมา ระยะเวลาในการตรวจของวิศวกรแต่ละคน ควรเท่ากันนะคะ...พวกคุณตรวจสี่คนใช้เวลาตรวจเฉลี่ยเกือบห้าวัน ดิฉันคนสุดท้ายเหลือแค่วันเดียว อยากจะรู้ค่ะว่ามาตรฐานความเท่าเทียมอยู่ตรงไหนคะ”กุลจิราสาดวาจาใส่พวกเขาออกไปเช่นกัน เธอก็พยายามที่จะนับหนึ่งถึงร้อย พวกผู้ชายพวกนี้ดูจะเหยียดเธอเป็นพิเศษ ดูจากสายตาของแต่ละคน บางคนมองด้วยสายตาโลมเลีย บางคนเหยียดหยาม บางคนดูถูก กุลจิราจะต้องผ่านบททดสอบนี้ให้ได้ “คุณพึ่งจะมาทำงานไม่ถึงเดือน คงไม่รู้กฎระเบียบที่นี่สินะ...บริษัทนี้ความสวยไม่สามารถเบิกทางคุณมาได้นะครับ”วิศวกรคนเดิมยังไม่ถอย กลับพูดจาเหน็บแนมหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “ถึงดิฉันจะพึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงตามที่คุณบอก แต่ดิฉันก็พอจะรู้จักกาลเทศะพอสมควรค่ะ ไม่เอาใครมาด้อยค่าในที่ประชุมแบบนี้หรอกค่ะ คนเราต้องดูที่ความสามารถค่ะ ดิฉันทำงานได้แค่สองสัปดาห์ก็จริง แต่คนเราควรได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองหน่อยสิคะ” “คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” “โอเค...เอาล่ะ พอได้แล้วครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจในสปิริตของแต่ละคนครับ
“อืม...แต่เมื่อกี้ฉันยังบอกแกไม่หมดเลยนะท็อป ทำไมฉันถึงคิดว่ามันแค่เซ็กส์รู้มั้ย...ก็เพราะว่าเราไม่ได้รักกันไง เขากับฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีเลย เขาเคยข่มขืนฉัน เขาพยายามที่จะรื้อฟื้นความจำฉัน เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และสุดท้ายเขาก็ทำกับฉัน แกจะให้ฉันคิดยังไงวะท็อป ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีอะไรเลย ต่างคนต่างมีความสุขงั้นเหรอ ฉันยอมรับนะโว้ย ว่าร่างกายฉันมีความสุข ซึ่งฉันเองก็บังคับมันไม่ได้เลย และแกจะให้ฉันทำยังไง” “แกทำไม ไม่บอกเขาตรงๆ ล่ะ ว่าเรามาคบกันดูมั้ย แกพูดกับเขาไปหรือเปล่า แกถามเขาไปหรือยัง ว่าที่มีอะไรกับแกเพราะอะไร ทำไมต้องเลือกแก ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันทำไมเขาถึงไม่เลือก จะซื้อกี่คนก็ได้ ทำไมถึงต้องเป็นแก...” “...” “แสดงว่าแก ก็ไม่ได้ถามใช่มั้ย และแกก็คิดเอง สุดท้ายก็เดินออกมา...และมาเสียใจคิดว่าเขาอยากได้แค่ร่างกายของแกงั้นหรือเดียร์” “ฉันไม่รู้...ฉันคิดว่าเขาแค่ต้องการร่างกายฉันแค่นั้น และตอนนี้เขาก็เอาเรื่องนี้มาขู่ฉันด้วย...ถ้า...เอ่อ...เขาต้องการฉันเมื่อไหร่ เขาเรียก...ฉันก็ต้องไป” “ฉันว่านายอินทัช...ไม่ได้ต้องการแค่ร่
“คุณอินทัช...ตื่นได้แล้ว ฉันต้องกลับบ้านค่ะ” “จะรีบไปไหน...เดียร์”ร่างหนาพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาสนิทอยู่แบบนั้น “ฉันจะกลับบ้านค่ะ” เปมิกาพยายามใจเย็นกับเขาอีกครั้ง “...” อินทัชลืมตาขึ้นทันที “ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินมั้ยคะ” “คุณตื่นนานแล้วหรือ”สายตาคมเข้มจับจ้องไปที่ร่างบาง ก็พบว่าเธอนั้นกำลังนั่งมองเขาอยู่ “นานแล้ว...ฉันต้องการกลับบ้านค่ะ”เปมิกาสวมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ของเขาที่เธอพยายามเลือกตัวที่เล็กที่สุดที่เธอจะสามารถใส่ได้ เพราะชุดของเธอนั้นขาดจนไม่สามารถที่จะใส่มันได้อีกแล้ว “บอกเหตุผลของคุณมาซิเดียร์ ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน...ระหว่างคุณกับผมนั้น คุณคิดยังไง”อินทัชรู้สึกไม่พอใจ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเธอนั้นไม่ได้คิดอะไรเหมือนกับเขาเลย อินทัชคิดว่าเธอจะรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ทางร่างกายของเขาและเธอ อินทัชรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาเองต้องการที่จะขอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง หลังจากที่คราวครั้งก่อนนั้นถูกปฏิเสธ มาครั้งนี้อินทัชคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากความสัมพันธ์ทางร่างกาย แต่ทุกอย่าง







