Masuk“หล่อนก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอยะยัยไหมแก้ว มาอยู่ไม่กี่วัน แหม...รู้ไปถึงนู่นเลยนะ แต่ช่วยรู้ให้ลึกหน่อยย่ะ จริงๆ แล้วนางเป็นลูกเลี้ยงของคุณชนัศชัยจ้า...ที่หมั้นกันได้ก็น่าจะเป็นเพราะคุณคนนี้หรอกมั้ง...อย่าสนใจเลย วันนี้เจ้รู้สึก ว่าเจ้อารมณ์ดีมากจ้า”
“ผู้หญิงนี่ร้ายทุกคนเลยนะ...”
เสียงทุ้มอันแหบแห้งของธนวันต์เอ่ยขึ้นครั้งแรก เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะรับรู้อะไรสักอย่าง เลยได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ
“แกเป็นอะไรของแกวะท็อป อยู่ดีๆ ก็พูดแบบนี้ขึ้นมา เจ้เริ่มสงสัยแล้วสิ...คืนนั้นแกหายไป แล้ววันนี้มาทำงานแบบคนไร้วิญญาณ เจ้ว่ามันแปลกไปนะ”
“นั่นสิ...เดียร์ก็สงสัยเหมือนกันเจ้...แกเป็นอะไรไปท็อป”
“ไม่มีอะไร...เมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง”
“นี่คืออาการของคนนอนน้อยจริงๆ ใช่มั้ย แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหมท็อป”
เปมิกาสังเกตอาการของเพื่อนเธอ ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ เดี๋ยวค่อยถามเวลาเลิกงาน
“ไม่มีอะไรจริงๆ”
@ บริษัทเอนเตอร์ไพรส์ ชนกันต์...
“จะให้ดิฉันเซ็นโดยไม่ตรวจสอบเอกสารก่อนหรือคะ มันดูไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ ที่คุณยื่นเอกสารให้ดิฉันเซ็นอย่างเดียว นี่มันคือแบบโครงสร้างของตึกราคาหลายร้อยล้านนะคะ ขอเวลาดิฉันสองวันค่ะ”
“งั้น...คุณกุลจิราเองก็ต้องไปอธิบายกับนายเองครับ เพราะนายต้องการวันนี้ครับ”
“อืม...โอเค คุณชนกันต์อยู่ไหนคะ เดี๋ยวดิฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ดิฉันจะรับผิดชอบค่ะ”
“นายอยู่ในห้องทำงาน เดี๋ยวผมโทรแจ้งนายก่อน”
เวลาผ่านไปราวสามนาที...
“นายบอกเชิญคุณที่ห้องครับ พร้อมกับแบบโครงสร้าง”
“ค่ะ”
@ ห้องทำงาน...
“สวัสดีค่ะ” กุลจิรายกมือไหว้
“อืม...คุณคงจะเป็นวิศวกรที่เข้ามาทำงานใหม่ใช่ไหมครับ” ชนกันต์กวาดมองดวงหน้าสวย ‘เธอคือวิศวกรจริงหรือ?’
“ค่ะ”
“ทำไมคุณถึงยังไม่เซ็นแบบที่ลูกน้องผมเอาไปให้ครับ”
“ดิฉันยังไม่ได้ตรวจค่ะ เลยยังไม่เซ็นค่ะ”
กุลจิราจ้องใบหน้าคมเข้มสีหน้าและแววตาของความเจ้าชู้ของเขาออกมาแบบเต็มๆ เธอกล้าที่จะสบตากับชายคนนี้แบบตรงๆ โดยไม่เกรงกลัวหรือประหม่าใดๆ
“คุณพอจะมีเหตุผลมากกว่านี้มั้ย พอดีแบบนี้ผมจะต้องรีบนำเข้าที่ประชุมเพื่ออนุมัติวันพรุงนี้”
ชนกันต์มองใบหน้าสวยแบบเพลินๆ ‘เธอสวยจริงๆ ไม่เหมาะที่จะเป็นวิศวกรที่ต้องมาทำงานในดงผู้ชายแบบนี้เลย’
“ดิฉันต้องใช้เวลาในการตรวจค่ะ คุณช่วยเลื่อนการประชุมไปก่อนได้มั้ยคะ”
กุลจิราพยายามใจเย็นกับชายหนุ่มตรงหน้าเธอ ที่เอาแต่จ้องเธออย่างไม่เกรงใจเลย
“วิศวกรทั้งสี่คนเซ็นแบบนั้นแล้ว เหลือคุณคนเดียวที่ไม่ได้เซ็น ทำไมคุณไม่คิดดูว่าสี่ต่อหนึ่งแล้ว คุณควรจะพิจารณาดีๆ นะครับ”
ชนกันต์ต้องการที่จะดูบางอย่างที่อยู่ในตัวของผู้หญิงคนนี้ ที่นอกจากความสวยแล้ว เธอยังมีอะไรที่ทำให้เขาสนใจบ้าง
“ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ดิฉันพูดไปเมื่อสักครู่ชัดเจนแล้วนะคะ ที่ดิฉันต้องการตรวจก่อน ก็เพราะมันเป็นหน้าที่ของดิฉันที่ต้องทำแบบนั้นอยู่แล้วนี่คะ”
กุลจิรากำหมัดไว้แน่น พยายามที่จะระงับความโกรธเอาไว้ เธอนึกถึงคำพูดของพี่ชายเธอเอาไว้ตลอดเวลา เธอจะต้องอดทนกับงานแห่งที่สี่ของเธอให้ได้
“อืม...คุณไม่จำเป็นจะตรวจก็ได้นี่ครับ เพราะวิศวกรสี่คนเขาได้ตรวจไปแล้ว เดี๋ยวครั้งหน้าผมจะให้คุณตรวจคนแรก คุณจะได้มีเวลาตรวจ”
“แต่ดิฉันยังยืนกรานที่จะขอตรวจก่อนเซ็นค่ะ”
กุลจิรากำลังนับหนึ่งถึงร้อย เธอพยายามอดทนกับเจ้านายของเธออย่างที่สุด ‘อดทนๆ ท่องไว้’
“งั้นเอาแบบนี้ล่ะกันนะครับ ผมให้เวลาคุณไปตรวจตามที่คุณขอไว้ก็แล้วกัน ผมจะเลื่อนการประชุมไปอีกสองวัน แต่ว่าในวันนั้นคุณต้องเข้าร่วมประชุมกับผมด้วย เพื่อรออธิบายเหตุผลของแบบที่ล่าช้ากับคณะกรรมการนะครับ”
“ได้ค่ะ ดิฉันจะเข้าร่วมประชุมกับคุณ และร่วมชี้แจงในกรณีที่เกิดปัญหา ดิฉันยินที่จะทำตรงนี้ ถ้าหากว่าสิ่งนี้มันทำให้ดิฉันได้ตรวจก่อนเซ็น ยินดีค่ะ”
กุลจิราโล่งอกไปเลยทีเดียว ที่เขาไม่บังคับเธอให้เซ็น ไม่งั้นวันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของการทำงานเธอเป็นแน่
“โอเค...ครับผมทำตามนั้น คุณจะได้สบายใจ”
ใกล้เวลาเลิกงาน...
“ค่ะพี่ธาม เดียร์กำลังเดินออกไปค่ะ”
เปมิกาวางสายสนทนาจากพี่ชายของเธอ ที่โทรบอกให้เธอไปพบ เพื่อรับของฝากที่ป้าอรนั้นทำมาให้เธอ
“พี่เดียร์ไปไหนคะ”
“พี่จะไปเอาของหน้าโรงแรม พอดีพี่ชายพี่เอามาให้น่ะ”
“ไหมไปด้วยสิคะ อยากเห็นหน้าพี่ชายพี่เดียร์จัง”
“เอาสิ...มาด้วยกัน”
“ไปด้วยได้จริงหรือคะพี่เดียร์”
“อืม...ได้สิ เดี๋ยวพี่จะแนะนำให้รู้จักพี่ชายสุดหล่อของพี่นะ ขอบอกว่ายังโสดด้วยนะ ไหมสนใจมั้ยเอ่ย”
“อุ้ย!! ถ้าหล่อแบบที่พี่เดียร์บอก คงไม่ถึงไหมหรอกค่ะ”
“โสดของจริง...ไปดูสิ”
“งั้นไปกันเลยค่ะ ^<>^”
@ ห้องรับรองด้านหน้าโรงแรม...
“สวัสดีค่ะพี่ธาม”
เปมิกาเอ่ยทักพี่ชายต่างสายเลือดของตัวเองทันที
“ครับ”
“สวัสดีค่ะ”
วาริศาเดินตามมาพร้อมกับยกมือไหว้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเล็กน้อย เมื่อพบว่าพี่ชายของพี่เลี้ยงเธอนั้นทำเอาเธออึ้งเป็นอย่างมาก ความหล่อเหลาแบบตะโกนเลยทีเดียว
“สวัสดีครับ”
“ไหนคะ ป้าอรฝากอะไรมาให้เดียร์คะ”
“คงจะเป็นขนมเหมือนเดิม วันนี้พี่หมดคิวตรวจเร็ว เลยแวะมาหาเดียร์ได้”
จริงๆ แล้วเขาใช้มันเป็นข้ออ้างในการมาหาเธอ เมื่อไหร่เธอจะรู้เสียที ว่าเขาไม่ได้มองเธอเป็นน้องสาวเลยสักครั้ง
“ศุกร์นี้เดียร์จะกลับบ้านหรือเปล่า”
“กลับค่ะพี่ธาม...เอ้อ...ลืมแนะนำเลยค่ะ นี่น้องฝึกงานค่ะ ชื่อไหมแก้วค่ะพี่ธาม”
เปมิกาแนะนำให้พี่ชายของเธอรู้จัก เผื่อว่าพี่ชายของเธอนั้นจะสนใจ เปมิการู้มาตลอดว่าพี่ชายของเธอคนนี้ มองเธอแบบไหน แต่ว่าเธอเลือกที่จะนิ่ง เพราะเปมิกาเองไม่ได้คิดเกินพี่ชายกับน้องสาวเลย เธอกลัวพี่ชายเธอผิดหวัง เลยไม่กล้าที่จะบอกตรงๆ
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อไหมแก้วค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักพี่ธามนะคะ”
รอยยิ้มสดใสเปล่งประกายทันที เมื่อสบตากับหมอหนุ่มสุดหล่อคนนี้ หัวใจของวาริศาเต้นแรงผิดปกติ ‘โอ...หรือนี่จะเป็นชายในฝันของเธอ’
“ครับ” กิตติพัทธ์ไม่ได้ให้ความสนใจกับเด็กสาวตรงหน้า ที่กำลังยิ้มให้กับเขาเลย คนที่เขาสนใจก็คือคนที่เขาตั้งใจมาหาวันนี้มากกว่า
....................
@ คลินิกหมอธีรุตม์... “ตอนนี้ร่างกายของคนไข้ปกติแล้วนะครับ หลังจากที่หมอให้ยาบำรุงไปทาน ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย โดยรวมแล้วทุกอย่างเป็นปกติครับ แต่จะมีเพียงค่าของกรดยูริก (Uric Acid) สูงขึ้นมาเล็กน้อย หมอแนะนำให้งดทานอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และที่สำคัญยอดผักต่างๆ ซึ่งจำพวกนี้จะมีกรดยูริกสูงครับ” “ครับ” ชนาธิปตั้งใจฟังหมอหนุ่มอธิบายอย่างใจจดใจจ่อ วันนี้ชนาธิปพาแม่มาตามนัดอีกครั้ง “โดยรวมการรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยนะครับ ถ้าควบคุมแล้ว ร่างกายก็จะแข็งแรงปกติครับ” “ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะครับ”สายตาคมเข้มฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เต็มตื้นในหัวใจ จนแสดงออกมาจากสีหน้าและท่าทางอย่างอัตโนมัติ “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ”ธีรุตม์ตอบกลับออกไปขณะที่กำลังจ้องใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนุ่มคนนี้ น้อยนักที่จะอ่อนโยนและดูแลบุพการีได้ดีขนาดนี้ “ขอบคุณอีกครั้งครับหมอ...”ชนาธิปยกมือไหว้ พร้อมกับเตรียมจะลุกขึ้น... “เดี๋
ริมฝีปากชมพูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ เปมิการู้สึกห่อเหี่ยวใจกับสภาพที่ถูกกดดันเช่นนี้ “โอเค...คุณออกไปได้!”อินทัชเอ่ยปากไล่เธอออกไป ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระชากร่างนั้นเข้ามาจูบและอยากทำอะไรมากกว่านั้นกับเธอ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เธอสาสม “คนบ้า!!” เปมิกาด่าเขาออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับและเดินไปจากห้องนั้นทันที ปึ่ง!!!! เสียงปิดประตูดังสนั่น!!! “แกเป็นอะไรเดียร์ หน้าบึ้งออกมา...นายอินทัชทำอะไรแกหรือเปล่า...”ธนวันต์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราว เบื้องลึกของเปมิกาเป็นอย่างดี “เขาแกล้งฉันอีกแล้วท็อป...” “แกล้งอะไร? แกจะบ้าเหรอ...คำว่า “แกล้ง” เขาเอาไว้ใช้สำหรับเด็กๆ นะโว้ย แต่แกกับนายอินทัชไม่ใช่เด็กกันแล้ว จะมาแกล้งกันเพื่ออะไรวะ...” “เขาให้ฉันไปหาเขาคืนนี้” “ห๊ะ!!!” “ชู่ว์...แกเบาๆ สิท็อป แกจะร้องทำไม เดี๋ยวใครก็มาได้ยินกันหรอก ฉันไม่อยากตกงานก่อนเวลาอันควรนะ” “ฉันว่านายอินทัช ไม่ได้แค่หลงแกหรอกว่ะเดียร์” “ยังไง?” “นายอินทัชช
@ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ “วันนี้แขกส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ทุกคนคงได้รับเมนูกันเรียบร้อยแล้วนะ เต็มที่นะอาจจะหนักซักหน่อย ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ” “ค่ะเจ้” “เอ่อ...เดียร์เจ้มีเรื่องจะบอกน่ะ...คือว่าของเธอออกจะพิเศษกว่าใครเขาหน่อยนะ คุณอินทัชสั่งอาหาร โดยระบุให้เธอทำ และนำเอาไปเสิร์ฟด้วยนะ”พรลภัสรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกไปสักหน่อย ทำไมต้องให้ลูกน้องเธอทำอาหารไปเสิร์ฟ? “ทำไมต้องเป็นเดียร์ล่ะคะ?”เปมิกานึกถึงคำพูดของเขาทันที ‘ถ้าผมเรียก! คุณต้องมา!’ นึกแล้วเจ็บใจอย่างที่สุด นี่เธอจะหนีเขาไม่พ้นเลยจริงๆ ใช่ไหม “แกลืมไปหรือเปล่าเดียร์ วันนั้นที่ตอนการพรีเซ้นต์ ต่อหน้าคู่หมั้นเขา แกพูดกับคุณอินทัชว่ายังไง”ชนาธิปเอ่ยขึ้นเตือนความจำของเพื่อนสาวทันควัน เขาจำได้วันนั้น สงครามเกือบจะเกิดขึ้นในห้องครัว ถ้าคุณอินทัชไม่รีบพาคู่หมั้นไปซะก่อน “เออ...เจ้ก็คิดเหมือนปอนด์นะ ตอนแรกเจ้ก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมคุณอินทัชถึงเจาะจงที่จะเป็นยัยเดียร์ อืม...น่าจะเพราะเธอแหละเดียร์
“ดิฉันศึกษารายละเอียดมาทั้งหมดแล้วค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันทราบมา ระยะเวลาในการตรวจของวิศวกรแต่ละคน ควรเท่ากันนะคะ...พวกคุณตรวจสี่คนใช้เวลาตรวจเฉลี่ยเกือบห้าวัน ดิฉันคนสุดท้ายเหลือแค่วันเดียว อยากจะรู้ค่ะว่ามาตรฐานความเท่าเทียมอยู่ตรงไหนคะ”กุลจิราสาดวาจาใส่พวกเขาออกไปเช่นกัน เธอก็พยายามที่จะนับหนึ่งถึงร้อย พวกผู้ชายพวกนี้ดูจะเหยียดเธอเป็นพิเศษ ดูจากสายตาของแต่ละคน บางคนมองด้วยสายตาโลมเลีย บางคนเหยียดหยาม บางคนดูถูก กุลจิราจะต้องผ่านบททดสอบนี้ให้ได้ “คุณพึ่งจะมาทำงานไม่ถึงเดือน คงไม่รู้กฎระเบียบที่นี่สินะ...บริษัทนี้ความสวยไม่สามารถเบิกทางคุณมาได้นะครับ”วิศวกรคนเดิมยังไม่ถอย กลับพูดจาเหน็บแนมหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “ถึงดิฉันจะพึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงตามที่คุณบอก แต่ดิฉันก็พอจะรู้จักกาลเทศะพอสมควรค่ะ ไม่เอาใครมาด้อยค่าในที่ประชุมแบบนี้หรอกค่ะ คนเราต้องดูที่ความสามารถค่ะ ดิฉันทำงานได้แค่สองสัปดาห์ก็จริง แต่คนเราควรได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองหน่อยสิคะ” “คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” “โอเค...เอาล่ะ พอได้แล้วครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจในสปิริตของแต่ละคนครับ
“อืม...แต่เมื่อกี้ฉันยังบอกแกไม่หมดเลยนะท็อป ทำไมฉันถึงคิดว่ามันแค่เซ็กส์รู้มั้ย...ก็เพราะว่าเราไม่ได้รักกันไง เขากับฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีเลย เขาเคยข่มขืนฉัน เขาพยายามที่จะรื้อฟื้นความจำฉัน เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และสุดท้ายเขาก็ทำกับฉัน แกจะให้ฉันคิดยังไงวะท็อป ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีอะไรเลย ต่างคนต่างมีความสุขงั้นเหรอ ฉันยอมรับนะโว้ย ว่าร่างกายฉันมีความสุข ซึ่งฉันเองก็บังคับมันไม่ได้เลย และแกจะให้ฉันทำยังไง” “แกทำไม ไม่บอกเขาตรงๆ ล่ะ ว่าเรามาคบกันดูมั้ย แกพูดกับเขาไปหรือเปล่า แกถามเขาไปหรือยัง ว่าที่มีอะไรกับแกเพราะอะไร ทำไมต้องเลือกแก ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันทำไมเขาถึงไม่เลือก จะซื้อกี่คนก็ได้ ทำไมถึงต้องเป็นแก...” “...” “แสดงว่าแก ก็ไม่ได้ถามใช่มั้ย และแกก็คิดเอง สุดท้ายก็เดินออกมา...และมาเสียใจคิดว่าเขาอยากได้แค่ร่างกายของแกงั้นหรือเดียร์” “ฉันไม่รู้...ฉันคิดว่าเขาแค่ต้องการร่างกายฉันแค่นั้น และตอนนี้เขาก็เอาเรื่องนี้มาขู่ฉันด้วย...ถ้า...เอ่อ...เขาต้องการฉันเมื่อไหร่ เขาเรียก...ฉันก็ต้องไป” “ฉันว่านายอินทัช...ไม่ได้ต้องการแค่ร่
“คุณอินทัช...ตื่นได้แล้ว ฉันต้องกลับบ้านค่ะ” “จะรีบไปไหน...เดียร์”ร่างหนาพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาสนิทอยู่แบบนั้น “ฉันจะกลับบ้านค่ะ” เปมิกาพยายามใจเย็นกับเขาอีกครั้ง “...” อินทัชลืมตาขึ้นทันที “ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินมั้ยคะ” “คุณตื่นนานแล้วหรือ”สายตาคมเข้มจับจ้องไปที่ร่างบาง ก็พบว่าเธอนั้นกำลังนั่งมองเขาอยู่ “นานแล้ว...ฉันต้องการกลับบ้านค่ะ”เปมิกาสวมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ของเขาที่เธอพยายามเลือกตัวที่เล็กที่สุดที่เธอจะสามารถใส่ได้ เพราะชุดของเธอนั้นขาดจนไม่สามารถที่จะใส่มันได้อีกแล้ว “บอกเหตุผลของคุณมาซิเดียร์ ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน...ระหว่างคุณกับผมนั้น คุณคิดยังไง”อินทัชรู้สึกไม่พอใจ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเธอนั้นไม่ได้คิดอะไรเหมือนกับเขาเลย อินทัชคิดว่าเธอจะรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ทางร่างกายของเขาและเธอ อินทัชรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาเองต้องการที่จะขอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง หลังจากที่คราวครั้งก่อนนั้นถูกปฏิเสธ มาครั้งนี้อินทัชคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากความสัมพันธ์ทางร่างกาย แต่ทุกอย่าง







