Masukเพียงสบเข้ากับสายตาของฮันเตอร์ เธอก็เข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร ดวงตาคมคู่นั้นมองเธออย่างไม่คิดจะปิดบังความต้องการแม้แต่น้อยไอวี่มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างรู้ทัน“จะอาบด้วยกันเหรอคะ”ฮันเตอร์พยักหน้ารับง่าย ๆไอวี่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ คนตัวโตก็เดินเข้ามาคว้ามือเธอแล้วพาเข้าห้องน้ำไปด้วยกัน“พี่ฮันเตอร์ เดี๋ยว—”ปังประตูห้องน้ำปิดลงทันทีไอวี่หันกลับมามองเขา แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ฮันเตอร์ก็โน้มลงมาจูบเธอ ราวกับความหงุดหงิดทั้งหมดที่เก็บไว้ตั้งแต่ได้ยินชื่อไทม์ถูกระบายออกมากับจูบนั้น“อื้อ...พี่ฮันเตอร์...”มือเรียวยกขึ้นแตะอกเขาเหมือนจะห้าม ทว่าน้ำเสียงกลับแผ่วลงเมื่อฮันเตอร์ผละออกเพียงนิด“เพื่อนอัยอยู่ข้างนอกนะคะ”“รู้แล้ว”“รู้แล้วยังจะ...”คำพูดของเธอขาดหายเมื่อเขาก้มลงมากระซิบอะไรบางอย่างข้างหู จนใบหน้าหวานขึ้นสีจัด“พี่นี่มัน...”ฮันเตอร์ยิ้มมุมปาก แต่คราวนี้ไม่ได้รุกต่อ เพียงมองเธอนิ่ง ๆ ราวกับรอคำตอบไอวี่เม้มริมฝีปาก มองเขาอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมือเรียวที่วางอยู่บนอกกว้างจะค่อย ๆ เลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอเขาเท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบฮันเตอร์โน้มลงมาจูบเธอ
“ไม่มีอะไร” ไอวี่รีบปฏิเสธ “ฉันเพิ่งตื่น ยังมึน ๆ อยู่”ไทม์ที่ไม่ได้ติดใจอะไรเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ก่อนพูดขึ้นอย่างสบาย ๆ“งั้นก็ไปอาบน้ำเหอะ พวกเรามารับไปเที่ยวน่ะ วันนี้แกไม่ได้ติดอะไรใช่ไหม”“ไปไหน”“ไปบ้านเราน่ะ” ไทม์ตอบ “ว่าจะไปค้างกันสักคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับ”“ไปด้วยกันสิแก” มายด์รีบชวน “เมื่อก่อนพวกเราไปกันบ่อยจะตาย เดี๋ยวนี้เรียนเยอะ เวลาว่างไม่ค่อยตรงกันเลย”จังหวะนั้นเอง มิรินก็เปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา พอได้ยินว่ากำลังคุยเรื่องอะไรก็รีบสมทบทันที“ห้ามปฏิเสธนะ วันเดียวเอง พวกเราอุตส่าห์มารับถึงที่แล้ว ไปเล่นน้ำตกข้างบ้านไทม์กัน”“ไปสิ” ไทม์ยิ้ม “พ่อกับแม่เราก็บ่นอยู่ว่าไม่ได้เจอพวกแกตั้งนาน”“เอ่อ...”ไอวี่อึกอัก สายตาเผลอเหลือบไปทางประตูห้องนอนโดยไม่รู้ตัวฮันเตอร์ยังอยู่ในนั้นถ้าเธอตอบตกลงตอนนี้ มีหวังได้มีปัญหาแน่มิรินมองตามสายตาเพื่อนอย่างสงสัย “มีธุระเหรอ”“เปล่า”มายด์หรี่ตามองยิ่งกว่าเดิม “แกเป็นอะไรวะ ตั้งแต่เปิดประตูมาแล้วนะ ดูแปลก ๆ”“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ไอวี่รีบปฏิเสธ ก่อนตัดบท “เดี๋ยวเราไปอาบน้ำก่อนนะ”พูดจบหญิงสาวก็รีบเดินกลับเข้าห้องนอน ทิ้งให้เพื่อนท
เวลาผ่านไป ความเงียบภายในห้องถูกทำลายด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ เสียงเรียกชื่อกัน และเสียงเตียงที่ขยับดังขึ้นเป็นระยะ ก่อนจะเงียบลง แล้วกลับมาดังขึ้นอีกครั้งในเวลาต่อมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนสุดท้ายไอวี่แทบไม่มีแรงแม้แต่จะต่อว่า เธอนอนซบอกเขา หายใจหอบอยู่พักใหญ่ ก่อนพึมพำเสียงเบา“คราวนี้...พอจริง ๆ นะคะ”ฮันเตอร์หัวเราะอย่างพอใจ ก่อนกระชับอ้อมแขนรอบตัวเธอแล้วก้มจูบหน้าผาก“ครับ คราวนี้พอจริง ๆ”“เชื่อได้ไหมเนี่ย...”“เชื่อได้สิครับ”ไอวี่เงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อ ก่อนซุกกลับลงไปกับอกกว้างด้วยความหมดแรงกว่าห้องนอนจะกลับมาเงียบสนิทก็เกือบรุ่งเช้า ฮันเตอร์ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้คนที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน ก่อนก้มลงจูบเรือนผมนุ่มด้วยรอยยิ้มคืนนี้ดูเหมือนคนที่บอกว่าจะเช็ดตัวให้เธอ จะเป็นต้นเหตุให้ต้องเช็ดตัวใหม่เสียเอง..........สายของวันถัดมา ไอวี่ค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นเพราะเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังแว่วมาจากด้านนอกหญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองคนข้างกาย ฮันเตอร์ยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียง เธอจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกห่าง ทว่าเมื่อก้มมองตัวเองแล้วเห็นว่ายังคงเปลือยเปล่าอยู่ พวงแก้มก็ร้อนวู
เขาเปิดประตูอย่างระมัดระวัง ปลดเข็มขัดนิรภัยให้หญิงสาว ก่อนสอดแขนข้างหนึ่งรองใต้แผ่นหลัง อีกข้างช้อนใต้ข้อพับเข่า แล้วค่อย ๆ อุ้มเธอขึ้นมาแนบอก“อื้อ...” ไอวี่ส่งเสียงงึมงำเบา ๆ ก่อนขยับใบหน้าซุกเข้าหาอกกว้างตามสัญชาตญาณฮันเตอร์ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนก้มมองคนในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้ม“นอนต่อเถอะครับ ถึงห้องแล้วพี่ปลุก”แต่หญิงสาวกลับไม่ตอบ เธอเพียงซุกหน้ากับอกเขามากขึ้นแล้วหลับต่ออย่างสบายใจชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนใช้ไหล่ดันประตูรถให้ปิดลงอย่างนุ่มนวล แล้วอุ้มเธอเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวตลอดทางฮันเตอร์คอยก้มมองใบหน้าของคนในอ้อมแขนเป็นระยะ ราวกับกลัวว่าเธอจะตื่นเพราะการเคลื่อนไหวของเขาเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชายหนุ่มก็กระชับอ้อมแขนให้มั่นคงขึ้น ก่อนก้าวเข้าไปพร้อมกับหญิงสาวที่ยังคงหลับสนิทคืนนี้เขาตั้งใจจะดูแลเธอให้ดีที่สุด แม้แต่จะปลุกให้เดินขึ้นห้องเอง เขาก็ยังไม่อยากทำ.......เมื่ออุ้มไอวี่มาวางลงบนเตียง หญิงสาวก็ขยับตัวเล็กน้อย แต่ยังคงหลับตาเพราะความเหนื่อยล้า ฮันเตอร์มองคนที่แทบจะหลับทันทีที่ศีรษะแตะหมอนแล้วยิ้มน้อย ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นกลับม
“อื้อ...อ๊ะ...พี่ฮันเตอร์...”“ซี๊ด...ดีมาก ไอวี่”ตัวรถโยกไหวเบา ๆ ตามการเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่ แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านไปถึงเบาะหนัง เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในลานจอดรถไอวี่ขยับสะโพกบดเบียดกลีบกุหลาบกับแท่งเอ็นร้อนอยูสักพักใหญ่ ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอฮันเตอร์แน่นกว่าเดิม ลมหายใจของเธอถี่กระชั้นจนแทบไม่เป็นจังหวะ หญิงสาวเผลอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“พี่ฮันเตอร์...”“อื้อ....อัยไม่ไหวแล้ว อัยเสียว”หญิงสาวหลับตาลง ร่างกายเกร็งขึ้นชั่วขณะ ก่อนสะดุ้งกระตุกเล็กน้อย เธอรีบซบหน้าลงกับไหล่กว้าง กอดเขาไว้แน่นจนกระทั่งอาการสั่นไหวค่อย ๆ สงบลงฮันเตอร์ประคองเธอไว้ในอ้อมแขน ลูบแผ่นหลังเบา ๆ รอจนลมหายใจของเธอเริ่มกลับมาเป็นปกติไอวี่ถามทั้งที่ยังหายใจหอบ ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา“พี่เสร็จหรือยังคะ”ฮันเตอร์ส่ายหน้าแทนคำตอบไอวี่จึงโน้มตัวเข้าจูบเขาอีกครั้ง ก่อนผละออกเล็กน้อยแล้วกระซิบข้างหู“พี่ชอบแบบนี้ไหมคะ”“ชอบมาก”คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวยิ้มบาง ๆ เธอขยับสะโพกเป็นจังหวะเร็วแรงอีกครั้ง ขณะที่ฮันเตอร์หลับตาลงชั่วครู่ พยายามควบคุมลมหายใจที่เริ่มหนักขึ้
ไอวี่ตกใจ รีบยกมือจับไหล่เขาไว้“พี่จะทำอะไรคะ”ฮันเตอร์เงยหน้าขึ้นมองเธอ“ขอได้ไหม พี่ไม่อยากหยุดแค่จูบแล้ว”น้ำเสียงทุ้มต่ำและสายตาที่มองมาทำให้หัวใจไอวี่กระตุกวูบ“เอ่อ...แต่...”เธอเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างลังเลฮันเตอร์มองตาม ก่อนหันกลับมาหาเธอ“กระจกมืด ไม่มีใครเห็นหรอก”ไอวี่หันมองไปรอบ ๆ ลานจอดรถบริเวณที่รถจอดอยู่ค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟที่อยู่ห่างออกไป ผู้คนส่วนใหญ่ยังอยู่ภายในผับ ไม่มีใครเดินผ่านบริเวณนี้ถึงอย่างนั้นไอวี่ก็ยังรู้สึกประหม่าฮันเตอร์เงยหน้ามองเธอด้วยสายตาเว้าวอน ความปรารถนาที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคมทำให้หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการเธอมากเพียงใด ก่อนชายหนุ่มจะค่อย ๆ คลายอ้อมแขนลงเล็กน้อย เปิดโอกาสให้เธอเป็นฝ่ายตัดสินใจโดยไม่พูดเร่งเร้าไอวี่ก้มมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอีกครั้ง ยิ่งเห็นสายตาออดอ้อนที่ไม่ค่อยได้เห็นจากผู้ชายเอาแต่ใจคนนี้ หัวใจของเธอก็ยิ่งอ่อนลง จนแทบปฏิเสธเขาไม่ลงหญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นประคองใบหน้าของเขาอีกครั้งแล้วก้มลงจูบฮันเตอร์หลับตาลงทันทีมือใหญ่กระชับรอบเอวเธอ ขณะที่เขาจูบตอบด้วยความรู้สึกที่ไม่คิดจะปิดบ







