LOGINไอวี่กำโทรศัพท์แน่น
สายตาที่เคยเรียบนิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ ไม่ได้… สิ่งที่แม่ลำบากสร้างมากับป๊า… เธอจะไม่มีวันยอมให้ตกไปอยู่ในมือเมียน้อยกับลูกของเมียน้อยเด็ดขาด …………… ตกเย็น ไอวี่เดินมาถึงชมรมกีฬาพร้อมไทม์ วันนี้มายด์กับมิรินติดธุระ จึงฝากไทม์มาเป็นเพื่อนเธอ ฮันเตอร์ที่กำลังคุยกับนักกีฬา หันมาเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาพอดี สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ไทม์ มากับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว… หรือว่า… เป็นแฟนกัน มิน่าล่ะ ถึงได้ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ไอวี่เดินตรงเข้ามาหา ฮันเตอร์เหลือบมองนาฬิกา “ช้านะเรา” “ทุกคนรอกันอยู่” ไอวี่รีบอธิบาย “อัยไม่รู้ว่าต้องเริ่มซ้อมกี่โมง” “แวะกินข้าวเสร็จก็รีบมาทันทีเลยค่ะ” ฮันเตอร์พยักหน้าเบา ๆ หันไปบอกทุกคนให้ตั้งแถวเริ่มซ้อม ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบกับไอวี่ “จะบอกว่าตัวเองไม่ผิดงั้นสิ” ไอวี่รีบส่ายหน้า “ไม่ได้บอกว่าไม่ผิดค่ะ” “แต่อัย…” เธอพูดไม่ออก ฮันเตอร์ตัดบท “ครั้งหน้ามีความรับผิดชอบกว่านี้หน่อย” “ในเมื่อรับปากอาจารย์แล้ว ก็ควรตรงเวลา” ไอวี่เม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้ารับ “…ค่ะ” ฮันเตอร์มองใบหน้าที่กำลังงอนิด ๆ แล้วแอบยิ้มมุมปาก เวลางอน…ก็น่ารักดี “ไปประจำที่ได้แล้ว” พูดจบ เขาก็เดินนำไปกลางสนาม ไอวี่รีบเดินตาม แต่เพราะวันนี้เป็นวันแรก แถมยังมาช้า เธอจึงไม่รู้ว่าต้องยืนตรงไหน ฮันเตอร์เหลือบมองเธอ ก่อนแกล้งทำเป็นไม่เห็น ปล่อยให้เธอยืนมองซ้ายมองขวาอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายไอวี่ก็เดินมาหาเขา “พี่ฮันเตอร์คะ…” “อัยต้องยืนตรงไหนคะ” ฮันเตอร์ตอบทันที “แถวหน้าสุด” “คนถือป้ายต้องอยู่หน้าสุด” “ค่ะ” ไอวี่รีบวิ่งไปที่หัวแถว แต่เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็หยุดชะงัก ก่อนรีบวิ่งกลับมาอีกครั้ง “แล้ว…” “ต้องพาขบวนเดินไปทางไหนคะ” นักกีฬาหลายคนหันมามอง ไอวี่หน้าแดงด้วยความรู้สึกผิด เธอโค้งศีรษะเล็กน้อย “ขอโทษนะคะ” “อัยมาช้า เลยยังไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย” ทันใดนั้น นักกีฬาคนหนึ่งก็หัวเราะออกมา “ไม่ต้องขอโทษหรอกน้อง” “พวกพี่ก็เพิ่งมากัน” “พี่ฮันเตอร์ยังไม่ได้อธิบายอะไรเลย” เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ ทั่วแถว ไอวี่หันขวับไปมองฮันเตอร์ทันที ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังยืนยิ้มมุมปากอย่างคนแกล้งสำเร็จ “พี่แกล้งอัยเหรอ” ฮันเตอร์หัวเราะในลำคอ “นิดหน่อย” ก่อนตบมือเรียกความสนใจทุกคน “เอาล่ะ!” “เข้าประจำที่” “เดี๋ยวพี่อธิบายรายละเอียดทั้งหมด” พูดจบ เขาหันมามองไอวี่ที่ยังทำหน้ามุ่ยอยู่ “น้องไอวี่…” “ยังยืนรออะไรครับ เข้าประจำที่สิ” ไอวี่ถอนหายใจแรง ๆ ก่อนส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาหนึ่งที “…ค่ะ” แล้วรีบเดินกลับไปประจำตำแหน่ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของนักกีฬาทั้งทีม ฮันเตอร์มองตามแผ่นหลังของเธอ พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไอวี่เดินซ้อมขบวนอยู่หลายรอบ แต่การเดินไม่ง่ายอย่างที่คิด รองเท้าส้นสูงที่เธอใส่มาไม่เหมาะกับการเดินบนพื้นทางเดินที่ไม่เรียบ ทำให้รองเท้ากัดจนเริ่มเจ็บ แต่เธอก็ยังอดทนเดินต่อจนจบการซ้อม หลังจากซ้อมเสร็จ ทุกคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ฮันเตอร์สรุปรายละเอียดการซ้อม พร้อมแจ้งกำหนดการครั้งต่อไป “พรุ่งนี้เราจะซ้อมอีกครั้ง” “นักกีฬาที่มีตารางซ้อม แยกไปซ้อมได้เลย” “ส่วนคนอื่น ๆ แยกย้ายกันกลับครับ” “เจอกันพรุ่งนี้” ทุกคนเริ่มทยอยแยกย้าย ไอวี่หันหลัง เตรียมเดินไปหาไทม์ที่รออยู่ “ไอวี่” เสียงเรียกทำให้เธอหยุด ฮันเตอร์เดินเข้ามา ก่อนมองลงไปที่รองเท้าของเธอ จากนั้นยื่นพลาสเตอร์ให้ “เอาไป” ไอวี่มองอย่างแปลกใจ “พรุ่งนี้เตรียมรองเท้ามาเปลี่ยนด้วย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะเดินกลับไป ไอวี่มองพลาสเตอร์ในมือ ก่อนเรียกเขาไว้ “พี่ฮันเตอร์คะ” ชายหนุ่มหันกลับมา “เอ่อ…” “ขอเบอร์ไว้ได้ไหมคะ” “ถ้ามีอะไรจะได้ส่งข้อความบอก” เธอเว้นนิดหนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ “อัยไม่อยากมาสายอีก เดี๋ยวโดนแกล้ง” ฮันเตอร์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนรับโทรศัพท์จากมือเธอ แล้วกดเบอร์ตัวเองให้ “พรุ่งนี้ไม่แกล้งแล้ว” “เรียนเสร็จแล้วก็รีบมา” พูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าสนามบาสทันที ไอวี่ยืนมองตามแผ่นหลังของเขา เธอเข้าใจทันที นี่สินะ… เสน่ห์ของผู้ชายเจ้าชู้ อบอุ่น ใส่ใจ และรู้วิธีทำให้ผู้หญิงรู้สึกพิเศษ ถึงว่า… ผู้หญิงถึงได้ชอบกันนัก แต่สำหรับเธอ… ไม่ได้ผลหรอก ไอวี่ส่ายหน้า ก่อนเดินกลับไปหาไทม์ เมื่อไทม์มาส่งเธอที่รถ เขาก็แยกกลับไป ไอวี่กำลังจะเปิดประตูรถ “อีไอวี่” เสียงเรียกทำให้เธอหยุด เอวาเดินเข้ามาหา ไอวี่หันไปมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะไม่สนใจและเปิดประตูรถต่อ แต่เอวากลับเดินมาดันประตูรถปิด ไอวี่มองหน้าอีกฝ่าย “มีอะไร” เอวาจ้องเธอ “เมื่อกี้เธออ่อยพี่ฮันเตอร์เหรอ” “ฉันเห็นนะว่าเธอขอเบอร์เขา” ไอวี่ยิ้มบาง ๆ “แล้วไง” เอวากัดฟัน “คงไม่รู้สินะ…” “ว่าฉันกับพี่ฮันเตอร์กำลังคบกันอยู่” ไอวี่เลิกคิ้ว “ไม่รู้” “ไม่เห็นพี่เขาจะบอก” คำตอบนั้นทำให้เอวาหน้าเสียไปเล็กน้อย “ถ้างั้นตอนนี้เธอก็รู้แล้ว” “เลิกยุ่งกับพี่เขาซะ” ไอวี่หัวเราะเบา ๆ “ไม่อ่ะ” “ถ้าพี่เขาไม่ได้พูดออกมาเอง” “ฉันก็ไม่เลิก” เธอผลักเอวาออกจากประตูรถเบา ๆ “อยากให้ฉันเลิกยุ่ง…” “ก็ไปให้พี่ฮันเตอร์มาบอกเอง” “เขารู้ตัวหรือเปล่าว่าคบกับแกอยู่ อีเสร่อ”“สวัสดีค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”ไม่ว่าจะถูกถามเรื่องอะไร เธอก็ตอบอย่างมีมารยาทและวางตัวดี แม้จะเพิ่งเข้ามารับบทบาทนี้อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกก็ตามรูปลักษณ์ที่สวยสง่าและบุคลิกสุขุมของเธอดึงดูดสายตาคนในงานไม่น้อย หลายคนให้ความสนใจและเข้ามาทักทายด้วยตัวเองเอวาที่เดินตามอยู่ไม่ห่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจนักงานที่เธอคิดว่าตัวเองควรจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความสนใจ กลับกลายเป็นว่าแทบทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ไอวี่เพียงคนเดียวหลังจากเดินทักทายแขกอยู่พักใหญ่ ในที่สุดไอวี่ก็ได้กลับมานั่งพักที่โต๊ะของลลิน“เหนื่อยไหมลูก”“นิดหน่อยค่ะ”ลลินยิ้ม ก่อนหยิบแก้วน้ำส่งให้หลานสาว“ยิ้มจนเหนื่อยแล้วสินะ ดื่มน้ำก่อน”“ขอบคุณค่ะป้า”ลลินมองหลานอย่างสงสาร ก่อนเหลือบไปทางอีกโต๊ะซึ่งอธิปกำลังนั่งอยู่กับรสิกาและเอวาสีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที“ป๊าแกนี่ก็หน้าด้านจริง ๆ”ไอวี่แทบสำลักน้ำ“ป้าคะ...”“ก็จริงไหม บริหารบริษัทกันยังไงจนขาดสภาพคล่องตั้งสามสิบล้าน แล้วสุดท้ายโยนมาให้แกจัดการ”ไอวี่ถอนหายใจเบา ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ อัยจะพยายามแก้ให้ได้”ลลินหันกลับมามองหลาน“แล้วเรื่องเงิน แกคิดว่าจะคุยกับฮันเตอร์ได้ไ
ไอวี่นิ่งฟัง“ถ้าไม่ไหวก็เอาหุ้นคืนมาให้ป๊า ป๊าจะจัดการต่อเอง แล้วจะให้เงินอัยตามมูลค่าที่เหมาะสม อัยไม่จำเป็นต้องเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้”“ไม่ค่ะ”คำตอบของเธอมาแทบจะทันทีอธิปเลิกคิ้วไอวี่รวบเอกสารทั้งหมดขึ้นมากอดไว้กับตัว ก่อนลุกขึ้นยืน“อัยจะจัดการเอง”“แน่ใจ?”“ค่ะ”แววตาของเธอจริงจังขึ้น“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่แม่สร้างไว้ อัยก็จะรักษามันเอง”“ถึงต้องไปคุยกับบ้านฮันเตอร์?”ไอวี่ชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนตอบ“ค่ะ”เธอกระชับแฟ้มเอกสารในมือ“อัยกลับแล้วนะคะ”พูดจบ ไอวี่ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมเอกสารหุ้นในมือทิ้งให้อธิปมองตามลูกสาวเงียบ ๆเพราะเขารู้ดีว่า—การได้หุ้นของแม่กลับคืนมา เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...........ที่บ้านของเจ้าสัววิกรมวิกรมเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมการ์ดเชิญใบหนึ่งในมือ ขณะที่อรอุมากำลังนั่งดูโทรทัศน์ ส่วนฮันเตอร์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม่ ก้มหน้าเซ็นเอกสารงานของบริษัทเงียบ ๆ“เสาร์นี้ไปงานแนะนำผู้ถือหุ้นใหม่ของอธิปกับผมหน่อยสิคุณ”วิกรมยื่นการ์ดเชิญให้ภรรยาอรอุมารับมาอ่านเพียงครู่เดียวก็วางลงบนโต๊ะ“ไม่ไป”“อ้าว ทำไมล่ะคุณ”“จะไปทำไม ดูก็รู้แล้วว่าเขาจัดงานน
สุดท้ายจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอน ปล่อยฮันเตอร์เอาไว้อยู่บนโซฟาตามลำพังเช้าวันต่อมา ไอวี่เปิดประตูห้องนอนออกมาด้วยอาการงัวเงียเมื่อคืนเธอพยายามไม่สนใจฮันเตอร์ที่นอนอยู่บนโซฟาด้านนอก แต่กลับพลิกตัวไปมาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้าทว่าตอนนี้โซฟากลับว่างเปล่าเขาไม่อยู่แล้วไอวี่มองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่โทรศัพท์ของตัวเองซึ่งถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะเธอหยิบขึ้นมา และเห็นข้อความจากฮันเตอร์ที่ส่งเข้ามาเมื่อไม่นานHunter: ถึงคอนโดแล้ว ไม่ต้องคิดถึงHunter: จูบเมื่อคืนพี่ชอบนะ...ถ้ายังอยากได้อีก บอกได้นะ พี่ยินดี 😏ไอวี่อ่านจบก็เม้มริมฝีปากทันที“ไอ้บ้านี่...”แต่เพียงนึกถึงจูบเมื่อคืนขึ้นมา ใบหน้ากลับร้อนวูบอย่างห้ามไม่ได้เธอกดบล็อกเขาทันที ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องไปอาบน้ำ................หลายวันผ่านไปฮันเตอร์นั่งอยู่หน้าคณะ สายตามองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ข้อความที่เขาลองส่งหาไอวี่ยังคงส่งไม่ผ่านเหมือนเดิมเธอบล็อกเขามาหลายวันแล้วแถมตลอดอาทิตย์นี้ยังไม่เห็นหน้าเธอในมหาวิทยาลัยอีกเลยฮันเตอร์ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี
“พี่ฮันเตอร์ อัยขับเองได้”“รู้”“รู้แล้วก็จอดสิคะ”ฮันเตอร์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง“นั่งเฉย ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวถึงคอนโดแล้วพี่ลงเอง”ไอวี่มองเขาอย่างหงุดหงิด แต่รู้ดีว่าเถียงต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ จึงหันหน้าหนีไปทางกระจกส่วนฮันเตอร์ก็ขับรถต่อไปเงียบ ๆเมื่อรถมาถึงคอนโด ฮันเตอร์ก็ลงจากรถพร้อมกับไอวี่เธอกดล็อกรถ ก่อนเดินตรงเข้าไปด้านในโดยไม่คิดจะสนใจเขาอีกฮันเตอร์ยืนมองแผ่นหลังเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเข้าไปอย่างหน้าตาเฉยกระทั่งประตูลิฟต์กำลังจะปิด ไอวี่จึงเพิ่งเห็นว่าเขาเดินเข้ามาด้วยเธอขมวดคิ้วทันที“พี่ตามมาทำไม”“ไม่ได้ตาม”“แล้วขึ้นมาทำไมคะ”“มาหาเพื่อน”ฮันเตอร์ตอบสั้น ๆ ก่อนหันหน้าไปอีกทางราวกับไม่ใช่เรื่องของเธอไอวี่มองเขาอย่างไม่เชื่อ แต่ก็ขี้เกียจเถียงด้วยอีกทันทีที่ลิฟต์เปิดเมื่อขึ้นมาถึงชั้นของเธอ ไอวี่ก็รีบเดินออกมา ตรงไปยังห้องของตัวเอง ก่อนเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปทว่ายังไม่ทันปิด—มือของฮันเตอร์ก็ยันประตูเอาไว้“พี่ฮันเตอร์!”เขาแทรกตัวเข้ามาด้านในหน้าตาเฉย“พี่เข้ามาทำไม ไหนบอกว่ามาหาเพื่อนไง”ฮันเตอร์ไม่ได้ตอบทันที สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างแนบเนียนเงียบสนิทไม่ม
ไอวี่หันขวับมองเขาทันที“พี่ฮันเตอร์!”แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเขามองชายตรงหน้าด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างกวน ๆ“มีอะไรอีกไหม จะกลับแล้ว”ชายคนนั้นชะงัก ก่อนหันไปมองกลุ่มเพื่อนของตัวเองไม่นานเพื่อนอีกสามสี่คนก็พากันเดินเข้ามาฮันเตอร์ไม่ได้ขยับหนีแม้แต่น้อย เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าไม่แสดงความกังวล ราวกับจำนวนคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรเลยแต่เมื่อหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินเข้ามาใกล้และเห็นหน้าฮันเตอร์ชัด ๆ เขาก็ชะงักทันที“พี่ฮันเตอร์?”ฮันเตอร์เหลือบมอง“รู้จักกูด้วย?”“ครับพี่...ผมอยู่วิศวะปีสอง”อีกฝ่ายตอบ ก่อนรีบหันไปดึงแขนเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วกระซิบเสียงเบา“พอเหอะมึง อย่าไปมีเรื่องกับพี่เขา”“ทำไมวะ”“ฮันเตอร์ วิศวะปีสี่ นักกีฬามหา’ลัย...มึงไม่รู้จักจริงดิ”อีกฝ่ายนิ่งไปชื่อของฮันเตอร์เป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อยในมหาวิทยาลัย ทั้งจากกลุ่มนักกีฬา รุ่นพี่วิศวะ และเพื่อนฝูงที่มีอยู่แทบทุกคณะ ที่สำคัญ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้ามีคนเข้ามาหาเรื่อง เขาก็ไม่เคยเป็นฝ่ายถอยเหมือนกัน“กลับเหอะ” รุ่นน้องคนนั้นบอกเพื่อนอีกครั้ง ก่อนหันมาทางฮันเตอร์ “ขอโท
มุมปากของฮันเตอร์ก็ยกขึ้นนิด ๆเขาสบตาเธอนิ่ง ก่อนยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วไล้ผ่านริมฝีปากตัวเองช้า ๆ อย่างจงใจไอวี่ชะงักไปทันทีเธอรู้ว่าเขากำลังสื่อถึงอะไรภาพเหตุการณ์ด้านหลังผับเมื่อครู่ย้อนกลับเข้ามาในความคิด ทั้งจูบร้อนแรงและสัมผัสที่ทำให้เธอเผลอใจอ่อนให้เขาอีกครั้งไอวี่รีบเบือนหน้าหนี แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่แต่เพียงไม่นานก็เผลอเหลือบกลับไปอีกฮันเตอร์ยังมองอยู่แถมคราวนี้มุมปากของเขายังยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำให้เธอนึกถึงอะไร และพอใจไม่น้อยที่เห็นเธอเสียอาการเพราะเขาไอวี่เม้มริมฝีปากแน่นกวนประสาท...เธอพยายามไม่สนใจอยู่พักหนึ่ง แต่ยิ่งนั่งอยู่ตรงนี้ก็ยิ่งรู้สึกถึงสายตาของเขาที่มองมาไม่หยุดสุดท้ายจึงหันไปหามายด์ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง“มายด์”“หืม?”“เปลี่ยนที่กับเราหน่อย”มายด์เลิกคิ้ว“ทำไม”“อยากนั่งฝั่งนั้น”มายด์มองหน้าเพื่อน ก่อนเหลือบไปทางโต๊ะของฮันเตอร์ แล้วเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาทันที“อ๋อ...ได้”เธอลุกขึ้นอย่างว่าง่ายไอวี่จึงย้ายไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะ หันหลังให้ฮันเตอร์เสียเลยและการเปลี่ยนที่ครั้งนี้ก็ทำให้คนที่มานั่งข้างไทม์แทนกลายเป็นมาย







