เข้าสู่ระบบเข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง บรรยากาศภายในอาคารกิจกรรมนักศึกษาเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงเม็ดฝนที่เริ่มเปาะแปะกระทบกระจกหน้าต่าง
พายนั่งขยี้ตาตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า แสงจากหน้าจอแล็ปท็อปสะท้อนกรอบแว่นใสที่เธอสวมอยู่ บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เต็มไปด้วยกองแฟ้มเอกสารและใบเสร็จรับเงินจากหลายคณะที่เธอยกมาตรวจทานล่วงเวลาเพื่อให้ทันรอบเบิกจ่ายของเดือนนี้ เหรัญญิกสโมสรนักศึกษาไม่ใช่ตำแหน่งที่ทำกันเล่นๆ มันคือความรับผิดชอบที่ตามมาด้วยความเครียดสะสม
เธอเพิ่งจะเซ็นอนุมัติแฟ้มสุดท้ายเสร็จ มือเล็กเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดมาจิบหมายจะเรียกความสดชื่นก่อนเก็บของกลับคอนโด
แกร๊ก...
เสียงลูกบิดประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกถูกหมุนเปิดออก ตามด้วยแรงผลักที่กระแทกบานประตูจนเปิดกว้าง พายชะงัก ถ้วยกาแฟในมือชะงักค้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาเดินอาดๆ เข้ามาในห้อง
‘ซัน’ อยู่ในชุดนักศึกษาที่ไม่เรียบร้อยนัก เสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ยออกนอกกางเกงยีนส์ ทับด้วยช็อปวิศวะที่คุ้นตา ผมของเขายุ่งเหยิงเปียกชื้นจากละอองฝนข้างนอก ดวงตาคมดุดันภายใต้คิ้วเข้มจ้องตรงมาที่เธอราวกับเสือที่กำลังล็อกเป้าเหยื่อ
“คุณเข้ามาทำไม เวลานี้สโมสรปิดทำการแล้ว” พายวางแก้วกาแฟลง ปรับสีหน้าให้เรียบตึงเป็นปกติ
“ก็ไม่อยากจะมาเหยียบนักหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมันเรื่องมาก”
ซันเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะทำงานของเธอ ก่อนจะโยนแฟ้มพลาสติกสีน้ำเงินสภาพเยินๆ ลงตรงหน้าพาย “ใบกำกับภาษีที่เธออยากได้นักหนา กู... ฉันไปตามบี้ร้านวัสดุมาให้ครบทุกใบแล้ว แผนงานก็ให้ไอ้เธิร์สแก้ให้จนมันเป็นวิทยานิพนธ์ได้แล้ว เซ็นซะที”
พายปรายตามองแฟ้มบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดสายตากลับขึ้นไปมองใบหน้าคมของคนตรงหน้า “ฉันบอกแล้วไงว่าหมดเวลาทำการ ถ้าจะส่งเอกสาร ให้มาส่งพรุ่งนี้เช้าในเวลาราชการ”
“อย่ามากวนประสาทพาย!” ซันตอกกลับเสียงแข็ง มือหนายันลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้ามากดดัน “ถ้าเธอไม่เซ็นคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะเอาใบเบิกไปขึ้นเงินที่กองคลังไม่ทัน เซ็น-เดี๋ยว-นี้”
“นี่คุณกำลังข่มขู่ฉันเหรอ” พายลุกขึ้นยืนประจันหน้า แม้ส่วนสูงจะเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด แต่ความดื้อรั้นในแววตาไม่ได้ลดลงเลย “เอกสารทุกอย่างต้องใช้เวลาตรวจสอบ ฉันไม่เซ็นอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่เปิดดูหรอกนะ แล้วท่าทางคุกคามแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันไม่อยากเซ็นให้คุณ กลับไปซะ”
“โธ่เว้ย!”
ซันสบถลั่น กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความอดทนที่พยายามรวบรวมมาตลอดทั้งวันสิ้นสุดลงในวินาทีนั้น เขาอุตส่าห์ยอมลดอีโก้ วิ่งตากฝนไปตามบิลบ้าบอพวกนั้นจนครบ แต่ยัยเด็กบัญชีนี่กลับเล่นแง่ไม่เลิก
ชายหนุ่มก้าวพรวดเดียวอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาพาย หญิงสาวเบิกตากว้าง สัญชาตญาณสั่งให้เธอถอยหลังหนี แต่ด้านหลังก็ติดกำแพง ส่วนด้านหน้าก็ถูกร่างสูงใหญ่ของซันกักขังไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกับโต๊ะ
“คิดว่าตัวเองมีอำนาจมากนักหรือไงฮะ!” ซันตะคอกเสียงต่ำชิดใบหน้า กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยปะทะจมูกพายจนเธอรู้สึกอึดอัด “คิดว่าการได้นั่งชูคออยู่บนกองกระดาษพวกนี้ แล้วจะกดหัวใครก็ได้งั้นเหรอ”
“อย่ามาหยาบคายนะซัน! ถอยออกไป!” พายยกมือขึ้นดันแผงอกกว้าง แต่สัมผัสได้เพียงกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งราวกับแผ่นหิน
“ทำไม รังเกียจพวกวิศวะเถื่อนๆ แบบฉันนักหรือไง” ความโกรธทำให้ซันหน้ามืด เขากวาดแขนฟาดลงบนโต๊ะทำงาน
โครม!
กองแฟ้มเอกสาร สมุดบัญชี และกล่องใส่เครื่องเขียนถูกกวาดตกลงพื้นกระจายเกลื่อน ตลับหมึกสีแดงตกกระแทกพื้นจนหมึกกระเด็นเลอะเทอะ เสียงข้าวของหล่นกระแทกพื้นดังก้องไปทั่วห้อง
พายมองเอกสารที่เธอใช้เวลาจัดเรียงมาทั้งวันพังพินาศไปต่อหน้าต่อตา เส้นความอดทนของเธอก็ขาดลงเช่นกัน
เพียะ!!
ฝ่ามือเล็กตวัดฟาดลงบนซีกหน้าของซันเต็มแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจแรงๆ ของคนสองคนที่กำลังโกรธจัด
ซันค่อยๆ หันหน้ากลับมา รอยริ้วแดงปรากฏชัดเจนบนแก้มซ้าย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่ความโกรธอีกต่อไป แต่มันคือสัญชาตญาณดิบของการอยากเอาชนะคนอวดดี
“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก”
คำรามจบ ซันก็พุ่งเข้าประชิดตัวพาย มือหนาคว้าท้ายทอยของเธอแล้วกระชากเข้ามาบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างดุดัน รุนแรง และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
“อื้อ!!”
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบตีและผลักไสแผงอกของเขา แต่ซันกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วกดตรึงไว้กับผนังด้านหลัง ริมฝีปากหยักร้อนระอุบดเบียดลงมาอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมขบกัดริมฝีปากล่างของเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
พายพยายามเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธการรุกล้ำ แต่ชายหนุ่มกลับใช้มืออีกข้างบีบปลายคางของเธอให้เผยอออก ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในอย่างจาบจ้วง
มันเป็นจูบที่หยาบคาย เต็มไปด้วยโทสะและความเกลียดชัง ทว่าร่างกายกลับตอบสนองสวนทางกับสมอง อะดรีนาลีนที่สูบฉีดจากการทะเลาะเบาะแว้งเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปทั่วช่องท้อง
“อ๊ะ... ปะ... ปล่อย” พายครางประท้วงเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อให้เธอได้หายใจ ก่อนจะประกบลงมาใหม่ รุนแรงขึ้นและเรียกร้องมากขึ้น
สัมผัสหยาบกร้านของมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับเครื่องมือช่าง เลื่อนจากปลายคางลงมาลูบไล้ที่ลำคอระหง นิ้วหัวแม่มือกดคลึงเบาๆ ที่จุดชีพจรซึ่งกำลังเต้นรัวเร็ว ซันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กในอ้อมแขน เขาเหยียดยิ้มร้าย
“ปากเก่งนักนี่... ทำไมตอนนี้สั่นไปหมดล่ะยัยเหรัญญิก” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ
“ไอ้คนเถื่อน...” พายด่าเสียงสั่น แต่กลับไร้เรี่ยวแรงจะผลักเขาออก
ณ คอนโดมิเนียมของซันปัง!ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุม พายเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาอย่างแรง หญิงสาวยืนกอดอกหันหลังให้เขา ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ข้างในมันคือความรู้สึก ‘หึง’ อย่างรุนแรงที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน…“เมียจ๋า... เค้าอธิบายได้นะ” ซันเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อน “เค้าไม่ได้เล่นด้วยเลยนะตัว เค้าพยายามปฏิเสธแล้ว ยัยนั่นเดินเข้ามาเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” พายสะบัดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยแดงระเรื่อ “ตัวรู้ตัวไหมว่าตัวเองหล่อขึ้นแค่ไหน แล้วทำไมต้องใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอกไปนั่งให้ผู้หญิงคนอื่นมองด้วย เค้าหวงรู้ไหม! หวงจนอยากจะเดินเข้าไปหยุมหัวผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”ซันชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ความกลัวตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดีใจจนแทบเนื้อเต้น“นี่ตัว... หึงเค้าเหรอ?” ซันถามเ
บรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม เสียงดนตรีสดจังหวะสนุกสนานผสมผสานกับเสียงพูดคุยเฮฮา โซนวีไอพีชั้นสองมุมสุดซึ่งเป็นทำเลทอง ถูกจับจองโดยกลุ่มแก๊ง ‘7’Days’ ที่มากันครบทีม ทั้งฝั่งหนุ่มๆ อย่าง มาร์ส ฟราย เธิร์ส และฝั่งสามสาวสายลุย มันเดย์ เวนส์ แซทเทิล แน่นอนว่าตรงกลางวงมีร่างสูงใหญ่ของ ‘ซัน’ จ่าฝูงไร้พ่ายนั่งอยู่ด้วยตั้งแต่ซันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ใน ‘สมุดบัญชีรัก’ ของเหรัญญิกสาวคณะบัญชีอย่าง ‘พาย’ ออร่าความหล่อและความสะอาดสะอ้านของเขาก็พุ่งทะลุปรอท จากที่เคยใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ตอนนี้พายจัดการจับเขาแต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่ท่อนแขน บวกกับทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ทำให้จ่าฝูงวิศวะที่เคยดูเถื่อนๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อแบดบอยที่ดูแพงขึ้นมาทันตาเห็นและนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย“ไอ้ซัน มึงรู้ตัวป่ะว่าตั้งแต่เมียมึงจับแต่งตัวใหม่ สาวๆ โต๊ะข้างล่างมองมึงตาเป็นมันเลยว่ะ” ฟรา
พูดจบ ซันก็ฝังใบหน้าลงไปตวัดปลายลิ้นสากไล้เลียติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างแม่นยำ“อ๊าาา!! ซัน! อื้ออ... เค้าเสียว ไม่ไหวแล้ว!”พายกรีดร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจู่โจมด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด ซันใช้ริมฝีปากและเรียวลิ้นปรนเปรอเธออย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาดูดดึงความนุ่มหยุ่นนั้นราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำหวานที่อร่อยที่สุดในโลก สลับกับการใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปภายในช่องทางรักที่คับแคบ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อเบิกทาง“อืมม... แฉะหมดแล้วเมียจ๋า” ซันเงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเอง น้ำหวานใสเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปากหยักของเขา ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่จนพายแทบจะบ้าตายพายหอบหายใจแฮ่ก ร่างกายบิดเร่าไปมา สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด “ตัว... เข้ามาเถอะ... เค้าต้องการตัวแล้ว อ๊า!”คำเชิญชวนที่แสนยั่วยวนทำเอาเส้นความอดทนของซันแทบขาดผึง แต่จ่าฝูงจอมเจ้าเล่ห์กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการขยับพลิกตัว เปลี่ยนทิศทางสลับฝั่งกับคนใต้ร่าง“ใจเย็นสิครับเมียจ๋า เค้าเพิ่งจะชิมกำไรไปนิดเดียวเอง ตัวไม่อยากชิม ‘ต้นทุน’ ของเค้าบ้างเหรอ”
สมุดบัญชีปกดำที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วงหล่นลงบนเบาะโซฟาหนังอย่างเงียบเชียบ ทว่าไม่มีใครในห้องนี้สนใจมันอีกต่อไป เมื่อความสนใจทั้งหมดถูกหลอมรวมอยู่ในอ้อมกอดและริมฝีปากที่กำลังแนบชิดกันอย่างดูดดื่มจูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานละมุนเพื่อถ่ายทอดความรัก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ซันบดเบียดกลีบปากหยักลงบนริมฝีปากนุ่มของพายอย่างโหยหา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามหรือบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่เป็นการชักนำที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความเว้าวอนจนพายแทบจะหลอมละลายคาอกกว้าง“อืมม... ซัน...” พายครางเครือในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วเข้าขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวซันค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองใครต่อใครด้วยความแข็งเกล้า บัดนี้ทอประกายหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกรั้นของคนบนตักเบาๆ“เมียจ๋า...” ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “เค้าสัญญาแล้วนะว
ทว่าเมื่อเปิดหน้าแรกออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงภายในสมุดบัญชีเล่มนั้น ไม่ได้มีตารางรายรับรายจ่าย ไม่ได้มีตัวเลขน่าปวดหัว แต่มันคือ ‘สมุด Scrapbook’ ที่ถูกตกแต่งด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุดของลูกผู้ชายสายเถื่อนหน้าแรกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินลายมือขยุกขยิกของซันว่า ‘หมวดหมู่: ต้นทุนหัวใจ’ ด้านล่างของข้อความนั้น มี ‘โพสต์อิทสีเหลืองแผ่นแรก’ ที่เขาเคยเขียนฝากข้าวกล่องหมูทอดทงคัตสึมาให้เธอ แปะเอาไว้อย่างทะนุถนอมพายมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้าถัดไป...หน้าสองเขียนว่า ‘หมวดหมู่: ค่าเสื่อมราคา (ที่ยอมจ่าย)’ สิ่งที่แปะอยู่คือ ‘ตั๋วหนังสองใบ’ จากการเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา ที่วันนั้นซันยอมแต่งตัวเนี้ยบใส่เสื้อเชิ้ตไปดูหนังรักโรแมนติกที่เขาเกลียดแสนเกลียดจนหลับคาโรงหนัง แต่ก็ยังเก็บตั๋วหนังเอาไว้หน้าต่อๆ ไปเต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มีทั้ง ‘กระดาษทิชชูร้านกาแฟ’ ที่พายเคยเผลอวาดรูปล้อเลียนหน้าซันตอนเขากำลังเผลอ ‘พลาสเตอร์ยา’ ลายกา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ ‘จ่าฝูงวิศวะ’ อย่างซัน ก้าวเข้ามาประกาศสถานะความเป็นเจ้าของเหรัญญิกสาวสุดเนี้ยบกลางร้านเหล้า ฤดูกาลของมหาวิทยาลัยผลัดเปลี่ยนจากช่วงเวลาแห่งการสอบที่เคร่งเครียด เข้าสู่ช่วงปลายภาคเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ซัน’ และ ‘พาย’ ไม่ได้เป็นความลับหรือสิ่งทึมเทาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘วิน-วิน’ อีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัย การจับคู่กันระหว่างความดิบเถื่อนสายบวกของวิศวะโยธา และความเจ้าระเบียบเย็นชาของคณะบัญชี ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้ง แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจแน่นอนว่าการคบกันของคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรก พวกเขายังคงมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการ’ ในการแก้ปัญหาซันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้อนดั่งไฟของตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกว่าความโกรธกำลังจะปะทุ เขาจะเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ แทนที่จะสาดคำพูดทำร้ายจิตใจใส่เธอเหมือนในอดีต เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และรู้จักที่จะเอ







