LOGIN“ค่ะคุณหญิงย่า” แขนภาตอบรับยิ้มแย้ม ไม่ได้ใคร่จะคิดตามอะไรนักหรอก สมัยนี้เทคโนโลยีทันสมัย เข้ากันไม่ได้ก็เลิกกัน ใครจะไปทนดักดานอยู่ด้วยกันจนแก่ตาย บางคนพูดจาสวยหรูดูดี พอเจอตัวจริงแย่กว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า หน้าตาก็เหมือนกัน เจอกันในเน็ตแต่งสวยแต่งหล่อยังไงก็ได้ พอเจอตัวจริงขอบายถมเถไป เรื่องธรรมดาของยุคสมัยนี้
คุณหญิงช่อทิพย์เลิกสนใจแขนภาเสีย เพราะนึกไม่ชอบใจในหลายๆ เรื่อง แต่ก็เลือกที่จะเงียบไม่พูดออกไป
“หลานอยู่ที่นี่หลายๆ วันได้ไหมภูเขา ย่าคิดถึง”
“ผมอยู่ค้างได้แค่สองสามวันนะครับคุณหญิงย่า เพราะต้องกลับไปเคลียร์งานหลายอย่าง”
“เอาเถอะ สองสามวันก็ยังดี ไม่เป็นไร ภูเขาไม่ว่าง ย่าค่อยไปหาเองที่ไร่ จะได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วย” ท่านพูดอย่างเข้าใจ
“คุณหญิงย่าครับ”
“ว่าไงจ๊ะ”
“วันเกิดของคุณหญิงย่ากลางเดือนนี้ จัดที่ไร่ดีไหมครับ”
“ก็ดีนะ บรรยากาศดี แต่รบกวนภูเขาหรือเปล่าลูก”
“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมอยากจัดงานวันเกิดให้คุณหญิงย่าที่นั่น คุณหญิงย่าจะได้พักผ่อนด้วยครับ ที่ไร่อากาศดีจะได้อยู่ด้วยกันหลายๆ วัน”
“ขอบใจมากจริงๆ ย่าน่ะไปอยู่ที่ไร่ของภูเขาแล้วไม่อยากกลับเลย อากาศดีจริงๆ ชักจะไม่อยากอยู่ในเมืองแล้วล่ะสิ”
“ดีสิครับ ไปอยู่ที่โน่นด้วยกัน”
“ถ้าจะให้ย่าไปอยู่ที่โน่นด้วยกัน ภูเขาต้องช่วยย่าดูแลธุรกิจที่นี่ด้วยนะ” คุณหญิงช่อทิพย์พูดเปิดทางให้หลานชายเข้ามาดูแลกิจการของท่าน
“แล้วแต่คุณหญิงย่าต้องการครับ” ทัศกรไม่ได้คัดค้านเพราะถือเป็นการแบ่งเบาภาระของท่าน
“ทรัพย์สมบัติของย่าก็เหมือนของภูเขานั่นแหละลูก ย่ามีหลานคนนี้แค่คนเดียว ภูเขาเข้ามาดูแลเสียตั้งแต่ตอนนี้น่ะดีแล้ว ย่าตายไปจะได้ไม่มีปัญหา” ท่านคิดการไกล แม้จะเพิ่งเจอกัน แต่ท่านก็รู้ว่าหลานชายคนนี้จะต้องดูแลทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านสร้างมาได้อย่างแน่นอน
“คุณหญิงย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ผมเพิ่งเสียคุณพ่อไป ไม่อยากเสียใครไปอีกในตอนนี้ ผมอยากให้คุณหญิงย่าอยู่กับผมไปอีกนานๆ ครับ”
“ย่าน่ะแก่แล้ว จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย”
“ไม่เอาครับ พูดเรื่องนี้แล้วไม่สบายใจเปล่าๆ”
“ย่าทำให้เสียบรรยากาศนะ แต่ย่าอยากให้ภูเขาเข้ามาดูแลกิจการทั้งหมดของย่า แม่กานต์เขาทำงานกับย่ามาตลอด เขารู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เขาจะช่วยภูเขาได้ทุกอย่างนะลูก” คุณหญิงช่อทิพย์หันไปมองเด็กสาวในอุปการะที่นั่งรับประทานอาหารเงียบๆ แต่ยิ้มรับอย่างยินดีและเต็มใจ
“คงไม่ต้องรบกวนคนนอกหรอกค่ะคุณหญิงย่า แขก็อยู่ทั้งคน เรื่องงานอะไรแขช่วยภูเขาได้ทุกเรื่องเหมือนกันค่ะ กานพลูอายุเพิ่งจะสิบเก้า ยังเด็กนัก เอาเวลาไปเรียนหนังสือจะดีกว่านะคะ”
“แม่กานต์เค้าไม่ใช่คนนอกสำหรับย่านะ อีกอย่างถึงจะอายุแค่สิบเก้า แต่เขาก็ทำงานกับย่ามานาน แต่เอาเถอะ แล้วแต่ภูเขานะลูก จะให้ใครช่วยงานก็ตามสบาย ย่าแค่แนะนำแม่กานต์เพราะเขาคล่องและรู้เรื่องในบริษัทต่างๆ ดี เนื่องจากติดตามย่าทำงานมาตลอด”
“เอาไว้ค่อยคุยกันดีกว่าครับ” ทัศกรตัดบทเสีย เพราะเขาเองยังวุ่นๆ กับงานของตัวเอง เรื่องที่เขาเปิดโรงเลื่อยใหม่ กับโครงการขยายไร่ออกไปอีก
คืนนั้นทัศกรพักค้างคืนที่บ้านของผู้เป็นย่า โดยมีแขนภาพักอยู่ห้องข้างๆ เขาออกไปเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ใบหน้าคมคายแหงนมองท้องฟ้ายามราตรี คืนนี้พระจันทร์สวยเด่น ส่องแสงสว่างไสวไปทั่ว กลบดวงดาวทำให้มองไม่ค่อยเห็นนักตามประสาคืนเดือนเพ็ญ สายตาของเขาหันมองรอบกาย ก่อนจะไปสะดุดอยู่ที่ร่างบอบบางของกานพลูที่ออกมายืนมองดาวอยู่ที่ระเบียงห้องของเธอ
ทัศกรเผลอมองใบหน้าผุดผ่องต้องแสงจันทร์ของอีกฝ่ายเพลิน รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงของคนรักที่ดังอยู่ด้านหลัง
“คุณออกมาเดินเล่นไม่เห็นชวนแขเลยนะคะ น่าน้อยใจเสียจริง”
“นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอแข”
“ใช่ค่ะ อาจจะเพราะแปลกที่น่ะค่ะ หรือเพราะไม่มีคนกล่อมนอน” แขนภาโอบกอดรอบคอหนาของทัศกรเอาไว้ ทำท่าจะโน้มลงมาหาแต่เขาขืนร่างเอาไว้ แกะมือเธอออก ก่อนเงยขึ้นไปบนระเบียงห้องของกานพลู แต่ปรากฏว่าไม่เห็นเธอแล้ว
“มองอะไรคะ” แขนภาเอ่ยถาม มองตามสายตาของทัศกรแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน
“เปล่าครับ”
“กล่อมแขนอนหน่อยสิคะ นอนไม่หลับเลย ถ้าไม่มีคุณ” แขนภาออดอ้อน
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ไร่นะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”
“งั้นเราขึ้นห้องกันดีกว่า”
“คุณหญิงย่าจะมองไม่ดีนะ ผมกับท่านก็เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง” เขารู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับแขนภาเลย เขาพยายามไม่แสดงความเบื่อหน่ายออกมาให้เธอเห็น แต่บางอย่างก็ทำให้เขาไม่ค่อยอยากแตะต้องสัมผัสเธอเลย
“แหม... คุณหญิงย่าของคุณคงไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้นกระมังคะ”
“แต่ผมไม่อยากให้ท่านมองไม่ดีนะ เอาไว้เรากลับไร่ค่อยว่ากัน อยู่ที่นี่สำรวมสักนิดก็ดี เดี๋ยวผมจะพาไปส่งที่ห้อง” ทัศกรดึงแฟนสาวให้เดินตาม แขนภาหน้างอง่ำเดินตามเขาไปอย่างกระฟัดกระเฟียด
“คุณไม่เปลี่ยนใจแน่ๆ นะคะ” แขนภายังออดอ้อนเขาอยู่หน้าประตู แต่ทัศนกรเพียงแต่หอมแก้มเธอ และดันเธอเข้าห้อง ก่อนจะบอกราตรีสวัสดิ์ แขนภาได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ สุดท้ายก็ต้องนอนเหงาคนเดียวตามระเบียบ
งานเลี้ยงเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของคุณหญิงช่อทิพย์ จัดขึ้นที่ไร่กลีบเมฆ โดยทัศกรเป็นคนจัดการเรื่องทุกๆ อย่างให้ผู้เป็นย่า
“ดูสิแม่กานต์ หลานชายของฉันเขาน่ารักเสียจริง จัดงานเสียใหญ่โต”
“ค่ะคุณท่าน บรรยากาศในงานดีมากๆ เลยนะคะ” นี่เป็นครั้งที่สองที่กานพลูตามติดผู้มีพระคุณมาที่ไร่กลีบเมฆ เธอรู้สึกชอบที่นี่เพราะอากาศดี ทัศกรทำโรงเลื่อย และทำฟาร์มม้า ไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง และไร่อ้อย เขาปลูกผลไม้อีกหลายชนิด เงาะ มังคุด ทุเรียน ส้มโอ มัลเบอร์รี่ ชมพู่ แคนตาลูป ขนุน กระท้อน มะละกอ กล้วย ลองกอง สับปะรด หน่อไม้ ละมุด มะยงชิด เลม่อน และยังเพาะเห็ดอีกด้วย ทัศกรยังเปิดรีสอร์ทให้แขกเข้ามาพักด้วย เพราะช่วงฤดูผลไม้ จะมีบุฟเฟ่ต์ผลไม้ให้แขกที่ลองชิมกันทุกวัน
“แกงป่าของที่นี่อร่อยจังเลยนะคะ หนูคงต้องขอสูตรเอาไปทำที่กรุงเทพฯ เสียแล้วละค่ะ”
“จริงจ้ะ อร่อย หอมเครื่องเทศ แม่ครัวของที่นี่เขาคงไม่หวงสูตรหรอกนะ”
“ไม่หวงค่ะ ป้าทับทิมใจดี มีสูตรอาหารหลายอย่างอร่อยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ”
“คุณหญิงย่าครับ ขาดเหลืออะไรก็บอกผมได้นะครับ”
“ย่าน่ะชอบมากจ้ะ ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลย” คุณหญิงช่อทิพย์บอกหลานชาย ท่านทำตัวเรียบง่ายไม่ให้ใครต้องวุ่นวาย เมื่อก่อนท่านเจ้ายศเจ้าอย่างมาก ผลสุดท้ายก็ไม่เหลือคนที่รัก ตอนนี้ท่านไม่อยากเรื่องมาก มีพิธีรีตองอะไรให้วุ่นวายอีกแล้ว ขอเก็บช่วงเวลาดีๆ เอาไว้แบบนี้จะดีกว่า
คุณหญิงช่อทิพย์ เชิญเฉพาะแขกเหรื่อและญาติสนิทชิดเชื้อมาร่วมงานคล้ายวันเกิดครบ 70 ปีของท่านเท่านั้น ของขวัญเกิดมากมายที่ถูกวางเรียงรายเอาไว้ ไม่เท่ากับน้ำใจไมตรีของทุกคนที่มีให้ท่านเสมอมา แต่สิ่งที่ท่านมีความสุขที่สุดก็คือ มีหลานชายน่ารักอย่างทัศกร เลยอดไม่ได้ที่จะอวดหลานชายให้ใครๆ ได้เห็น
ถึงเวลาเป่าเค้กฉลองวันเกิด ทัศกรยืนเคียงข้างผู้เป็นย่า อีกฝั่งหนึ่งคือกานพลู แต่หญิงสาวถูกเบียดจนกระเด็นออกมาอย่างจงใจด้วยฝีมือของ แขนภา กานพลูไม่พูดกระไร เมื่อเห็นแขนภาเข้าไปยืนเคียงข้างผู้มีพระคุณ เธอจึงถอยออกมาเพราะรู้ดีว่าไม่ใช่ลูกหลาน แต่เป็นเพียงเด็กที่อาศัยอยู่ในบ้านเท่านั้น
เพลงอวยพรวันเกิดถูกขับร้องด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น ก่อนที่คุณหญิงช่อทิพย์จะเป่าเค้กวันเกิด และตามมาด้วยเสียงปรบมือ เสียงอวยพรให้ท่านอายุมั่นขวัญยืน สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆ หลังจากนั้นเป็นงานเลี้ยงฉลองที่ดื่มกินกันอย่างออกรส เพราะทัศกรถือโอกาสนี้เลี้ยงคนงานไปในตัว เรียกว่าจัดงานครั้งเดียว ได้สองงานทีเดียว
“ในไร่มีน้ำตกและก็อากาศดี หรือเราจะไปทำอะไรๆ กันตรงนั้นดี”“ทำอะไรคะ” เธอย้อนถาม“ไปเล่นน้ำน่ะ” เขาตอบเลี่ยงอีก“นึกว่าจะให้ไปเก็บผลไม้เสียอีกค่ะ กานต์ทำได้นะคะ”“ใครจะใช้แรงงานเมียตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วก็เหมือนเข้าตัว เขากระแอมเสียดัง กานพลูยิ้มกว้างขวาง เขาก็แกล้งเธอเอาไว้เยอะแหละ แต่ก็แปลก ตอนเขาแกล้งก็มักมีคนมาช่วย คนงานเขาไง ลูกน้องเขาอีกทัศกรไม่ได้ปริปากบอกว่าที่เขาให้เธอเข้าไปทำงาน เพื่อให้ไปดูพฤติกรรมคนงาน ไม่มีใครสนใจกานพลู ทุกคนปกติดี เลยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ถ้าให้พงศ์พันหรือพงศ์ศูรย์ไปคุมงานทุกคนก็เอาการเอางาน แต่ถ้าส่งกานพลูไป ทุกคนก็คิดว่ากานพลูถูกใช้งานเพราะมีปัญหาอะไรกับทัศกร มันก็มีข่าวลือไปบ้าง ก็ไม่มีใครเกรงใจ เธอกลับจากทำงาน เขามักถามโน่นถามนี่นั่น แต่เธอไม่รู้ และเขาก็นำหลายๆ อย่างไปปรับกับคนงานในไร่“พายายหนูทัดไปเล่นน้ำด้วยไหมคะ”“อย่าเลย” เขารีบปฏิเสธ กว่าจะคิดแผนพาเมียออกจากบ้านไปได้แทบแย่ ขืนพาทัดดาวไปด้วย ก็จบกันพอดี“ทำไมล่ะคะ”“ยายหนูต้องเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ” ทัศกรจ้างครูสอนพิเศษมาสอนบุตรสาวเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นการสอนภาษา เขาอยากให้ทัดดาวเก่งภาษา
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้หวังอะไรในความรักครั้งนี้ ไม่เคยคิดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่เขารักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ เธอได้พิสูจน์ให้เขาได้เห็นในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่เธอเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา อาจจะดูโง่ในสายตาใครหลายๆ คน แต่สำหรับเธอแล้ว มันคุ้มเหลือเกิน เมื่อได้ช่วยคนที่เรารักให้อยู่รอดปลอดภัย เธอไม่ได้คิดหวังสักนิดว่าการเอาชีวิตเข้าแลกจะทำให้เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ ในเวลานั้นเธอแค่รู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา... ก็แค่นั้นความเสียใจจริงๆ ของเธอคือการที่เธอทำให้อีกชีวิตหนึ่งต้องตาย กานพลูรู้สึกเจ็บแปลบจนน้ำตาไหลทุกครั้ง ยากที่จะทำใจจริงๆ แม้จะมีใครปลอบโยนสักร้อยสักพันคน ก็ทดแทนความรู้สึกผิดที่เกาะกินในหัวใจของเธอไม่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไป แต่มันเหนื่อยล้าเหลือเกิน แค่หายใจยังเหนื่อย เธอพยายามทำให้ทุกคนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ถ้าเลือกได้ เธออยากจากโลกนี้ไปเสียเอง และปล่อยให้คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยกานพลูรีบปาดน้ำตาทิ้งเมื่อหันไปเห็นสามีอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องพักฟื้น ป้าทับทิมเลี่ย
“พิมพ์”“คะแม่” เธอปาดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมารดา“มีอะไรปิดบังแม่อยู่หรือเปล่า”“ไม่นี่คะ”“แล้วเรื่องคุณเชาวน์ล่ะ”“แม่รู้ด้วยเหรอคะ”“เขาใช้หนี้ให้บ้านของเรา” ทิพย์สุคนพูดขึ้น ก่อนที่ทัศกรจะจัดการให้เธอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตามประสา“คะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ หนี้สินตั้งมากมาย“หนูคงต้องหาเงินไปคืนเขาค่ะ” พิมพ์ประภารู้สึกปวดหนึบในอกเมื่อนึกถึงเขา มันแปลบเจ็บอย่างบอกไม่ถูก“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่น่ะเอาที่ดินผืนสุดท้ายใช้หนี้เขาไปแล้วล่ะ”“ที่ดินผืนสุดท้าย” พิมพ์ประภาทวนคำมารดา“แม่ผิดเองพิมพ์ แม่โกหกหนู จริงๆ ที่ดินผืนสุดท้ายมันยังไม่ได้เอาไปจำนองที่ไหน ก็บ้านหลังนี้ไง มรดกเก่าแก่ของคุณพ่อ แม่ยกให้คุณเชาวน์ไปแล้ว”“เขาก็รับมันไปเหรอคะ” เธอหลงดีใจว่าเขาจะอยากช่วยจริงๆ สุดท้ายเขาก็หวังผล แต่ก็นะ คนเราใครๆ ก็ต้องหวังผลกันทั้งนั้น ที่ดินที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ มีผลหมากรากไม้มากมาย เพราะบิดาเป็นคนรักต้นไม้เลยจ้างให้คนปลูกเอาไว้ เธอเข้าใจว่ามารดาติดหนี้ ที่ดินผืนนี้ก็คงถูกจำนองไปแล้ว“ใช่จ้ะ เขาชอบที่นี่มาก เราคงต้องย้ายออกจากที่นี่แล้วนะ” พิมพ์ประภาน้ำตาตกใน เชาวน์ไม่ได้มีใจ
“คุณแม่มอบตัวเถอะครับ คุณแม่ยังไม่ได้ฆ่าใคร โทษไม่หนักหรอกครับ ผมจะช่วยเอง” เชาวน์ไม่อยากให้มารดาทำผิดอีก แม้เรื่องของทศพลกับมณีนิลเป็นเรื่องเลวร้ายที่เขาได้รับรู้ว่ามารดาทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันก็เป็นแผนการที่ไร้การเอาผิดจากกฎหมายได้“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะเป็นของเชาวน์นะลูก”“ผมอยากมีทรัพย์สมบัติแต่ด้วยความสามารถของผมเองครับคุณแม่ ของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปอยากได้ของเขาเลย เท่าที่คุณหญิงย่าให้เรามาก็มากมายแล้วนะครับ เรื่องคดีไม่ต้องห่วง คุณแม่ไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” ถึงอย่างไรเขาก็รักมารดาของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เขาถูกจับขังเอาไว้ แต่ก็พยายามหนีออกมาจนได้ มันก็ดีอย่างที่ประไพคอยช่วยเหลือทุกคนอยู่ที่นี่และคอยส่งข่าวให้ใครๆ มาช่วย และรู้ว่าอยู่ตรงไหน มารดาของเขาอาจจะคิดว่าซื้อตัวประไพได้ แต่สุดท้ายประไพก็เลือกเหมือนเขา เลือกที่จะทำความดีตำรวจและทัศกรเข้าไปช่วยเหลือสองสาวกานพลูและพิมพ์ประภาเอาไว้ กานพลูโผเข้ากอดสามีอย่างดีใจ เธอคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังปรานีเธอประไพอุ้มทัดดาวมาให้สองสามีภรรยา กาน
“ทายาทโดยชอบธรรมอย่างนั้นเหรอ” ชาลินีเงยหน้าขึ้นหัวเราะ กานพลูไม่เคยเห็นท่าทางน่ากลัวแบบนี้ของชาลินีมาก่อน ปกติท่านไปเยี่ยมคุณหญิงช่อทิพย์ก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและแลดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีเสมอ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” พิมพ์ประภายอมรับว่างงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเธอยังไม่รู้เลย แล้วประไพนั่นอีก ทำไมถึงจับตัวทัดดาวมาล่ะ ก็เห็นว่าเป็นคนดี ทำไมกลายเป็นคนชั่วไปได้“เธอนะเหรอผู้หญิงที่มาเกาะลูกชายฉัน”“เกาะลูกชาย” พิมพ์ประภาทวนคำก่อนเบิกตากว้าง“ฉันเป็นแม่ของเชาวน์ หรือผู้ชายที่เธอคิดจะจับยังไงล่ะ ที่บ้านเป็นหนี้เป็นสินใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วสินะ” ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นทำให้พิมพ์ประภาคอแข็ง ถึงจะจริงแต่เธอก็เกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด และเธอก็ไม่อยากทำเช่นนี้ด้วย แต่มันต้องเอาตัวรอด“คุณเชาวน์ไม่เห็นบอกว่าแม่ของเขาแลดูใจร้ายแบบนี้”“นี่หล่อน ปากดีนักนะ ตบสั่งสอนมันหน่อย”เพี้ยะ!!! พิมพ์ประภาไม่ทันตั้งตัวก็โดนตบจนหน้าหัน เลือดไหลซึมมุมปาก“ว่าทำไมไม่พาไปแนะนำ แม่เป็นปีศาจนี่เอง” เธอยังปากเก่ง“ตบมันอีก”เพี้ยะ!!! เสียงตบรอบนี้เป็นใบหน้าอีกด้าน พิมพ์ประภารู้สึกชาไปหมด ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งแก้ม“พี่พิมพ์เ
“ตอนนี้พี่ไพอยู่ไหนคะ” กานพลูเอ่ยถาม“พี่ยังอยู่ที่ไร่จ้ะ แต่โทร.บอกคุณภูเขาแล้วนะ เห็นว่าจะตามไปเจอกับแขนภาตามที่นัดหมายเอาไว้”“พี่ไพบอกคุณภูเขาไปแล้วเหรอคะ” กานพลูขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกังวลขึ้นมาในทันที“ใช่จ้ะ น้องกานต์รีบกลับบ้านมาเลยนะจ๊ะ เรื่องนี้ให้คุณภูเขาจัดการเองดีกว่า ยังไงก็ต้องเอาตัวหนูทัดดาวกลับมาได้แน่นอน”“กานต์ไม่กลับค่ะ จะไปตามยายหนู ฝากที่บ้านกับพี่ไพด้วยนะคะ”“น้องกานต์อย่าไปเลยอันตราย ให้คุณภูเขาจัดการดีกว่า”“แค่นี้นะคะพี่ไพ” กานพลูตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที“พี่สองคะ...” กานพลูตัดสินใจที่จะไปยังสถานที่ที่แขนภานัดหมายเอาไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นอีก ครั้ง หญิงสาวกดรับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของพิมพ์ประภา“พี่พิมพ์มีอะไรคะ”“พี่จะไปหาน้องกานต์นะจ๊ะ”“พี่พิมพ์คะ กานต์กำลังยุ่งนิดหน่อย มีเรื่องต้องจัดการค่ะ พี่ยังไม่ต้องมานะคะ”“มีเรื่องอะไรจ๊ะ”“ไม่มีอะไรค่ะ มีธุระนิดหน่อย”“พี่ขับรถจะถึงไร่อยู่แล้ว ว๊าย!” เสียงอุทานของพิมพ์ประภาก่อนสายจะตัดไป ทำให้กานพลูยิ่งร้อนใจ“พี่พิมพ์เป็นอะไรไม่รู้พี่สอง จู่ๆ ก็ร้องแล้วสายโทรศัพท์ก็ตัดไป”“นายหญิงจะเอาไงครับ”“ขับรถไปก
“อย่าเลยค่ะ เขาไม่ฟังหรอก ภูเขาน่ะเขาเชื่ออย่างไหนเขาก็ไม่เปลี่ยนความคิดหรอกจ้ะ”“เหรอคะ” กานพลูอยากเถียงว่าทัศกรมีเหตุผลมากพอ ขนาดเธอโดนเขาเข้าใจผิด เขายังยอมรับและเปลี่ยนความคิดเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟาย เลยพูดชักชวนให้แขนภามาเล่นกับทัดดาว
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะป้า” พิมพ์ประภาหยิบปืนออกมาจากรถยนต์“ว๊าย! อกอีแป้นจะแตก คุณพิมพ์ระวังตัวด้วยนะคะ” กานพลูทำท่าจะตามพิมพ์ประภาลงไป แต่ป้าทับทิมรีบดึงเสื้อเอาไว้“อย่าไปเลยค่ะคุณกานต์ คุณพิมพ์น่ะมีปืนไม่เป็นไรหรอกค่ะ”“แต่เราจะปล่อยให้พี่พิมพ์ลงไปคนเดียวเหรอคะ” กานพลูพูดยังไม่ทันจบประโยค พิมพ์ประ
“อื้อ...” เธอทำเสียงรำคาญเมื่อมีสิ่งมารบกวนการนอนของเธอทัศกรแหย่อีก เขาลากมือไปกับสันคางของเธอ กานพลูเบี่ยงหน้าหนี แถมยังปัดมือเขาออกอีก ตอนแรกคิดว่าจะลักหลับ แต่ตอนนี้เขาอยากจะให้เธอตื่นขึ้นมาจริงๆ ลักหลับอาจจะดูตื่นเต้น แต่เธอตื่นมาเห็นเขาทำอะไรต่อมิอะไร แถมสบตากันอีกเวลาทำ น่าจะตื่นเต้นมากกว่า
“หนูกานต์เมารถเหรอจ๊ะ” ประไพนั้นเป็นคนช่างสังเกต เธอเอ่ยถามอย่างห่วงใย กานพลูพยักหน้า“จอดรถก่อนไหม เดี๋ยวพี่บอกคนขับรถให้ หนูกานต์จะได้สูดอากาศหรือแวะปั๊มก็ได้ เผื่อถ้าอ้วกจะได้ล้างหน้าล้างตา หายาแก้เมารถกินเสีย”“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเปล่าๆ” กานพลูโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เธอรู้สึกคลื







![พ่อผัว-[NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)