Share

10 วาดผนังให้เสร็จ

last update Last Updated: 2026-01-23 19:53:55

         “เจ้าอย่าเข้าใกล้มากนักเล่า พื้นที่กำลังก่อสร้างต่อเติมล้วนเต็มไปด้วยอันตราย ยืนดูห่างๆ อยู่ตรงนี้แม่จะไปสุขาสักครู่” จังฮูหยินชี้ไปยังอาคารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก

         “ท่านแม่ไปเถิด...ข้าจะยืนรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนเจ้าคะ”

         “ดี..รอแม่ครู่เดียว”

         ชิงหลานนึกอยากเห็นภาพที่จิตรกรเล่านั้นวาดใกล้ๆ พอดีกับที่คนงานที่ซ่อมแซมรอบๆ ได้เวลาเลิกงานพอดี พวกเขาจึงลงจากนั่งร้านไปจนหมด เหลือเพียงจิตรกรสองคนที่ชั้นล่างยังคงวาดภาพติดพันอยู่ นางมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดแล้วจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ

         จิตรกรวัยกลางคนกำลังตั้งอกตั้งใจวาดขุนเขาจึงมิได้หันมาสนใจนาง ชิงหลานมองลายเส้นที่ยังไม่คมพอด้วยความรู้สึกคันไม้คันมือ

         “ท่านลุง ข้าอยากช่วยท่านวาดจะได้หรือไม่”

         บุรุษผู้นั้นเอียงหน้ามามองนางเล็กน้อย “แม่หนูน้อยเจ้ายังเล็กนัก หากมาช่วยแล้วงานของข้าเกิดความผิดพลาด เห็นทีคงต้องถูกองค์ชายสิบห้าลงโทษ”

         ชิงหลานยิ้มน้อยๆ นางมองกระดาษรองเปื้อนที่วางอยู่บนพื้น

         “เช่นนั้นให้ข้าพิสูจน์ฝีมือสักหน่อยเถิด”

         นางหยิบพู่กันพังๆ ที่บุรุษผู้นั้นวางไว้บนพื้น จุ่มหยดหมึกที่ย้อยทิ้งแล้วตวัดพู่กันลงบนกระดาษรองเปื้อนอย่างรวดเร็ว อึดใจเดียวก็ปรากฏเป็นเทือกเขางดงามต่อหน้าจิตรกรผู้นั้น

         “เหตุใดเจ้าจึงวาดภาพได้งดงามเช่นนี้  ผู้ใดเป็นอาจารย์ของเจ้า ”

         ชิงหลานยิ้มแล้วเชิดหน้าน้อยๆ “ข้ามิอาจเอ่ยอ้างถึงอาจารย์ เอาเป็นว่าฝีมือข้าดีพอจะช่วยท่านวาดภาพฝาผนังหรือไม่”

         “ได้ๆ เจ้าฝีมือดีเช่นนี้ ช่วยข้าได้มากเทียว ข้าอยากวาดส่วนนี้ให้เสร็จจะได้กลับบ้านเสียที ยามนี้ภรรยาข้าคงรอแย่แล้ว”

         “มาๆ ข้าช่วยท่านเอง” ชิงหลานพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ กับจิตรกรผู้นั้น

         “นี่ๆ เจ้าใช้พู่กันพวกนี้นะ ส่วนสีก็ใช้อันที่ข้าผสมไว้ได้เลย”

         “เจ้าค่ะ”

         จังฮูหยินเดินกลับมาเห็นบุตรสาวกำลังช่วยจิตรกรวาดภาพฝาผนังก็ยิ้มกว้าง

“การบูรณะวัดนับเป็นกุศลอย่างยิ่ง เจ้าช่วยทำไปก่อน เดี๋ยวแม่เดินไปไหว้เทพเซียนด้านโน้นสักครู่ หากเจ้าเสร็จก่อนก็เดินไปหาแม่ตรงกระถางธูปใหญ่กลางแจ้งก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่” ชิงหลานรับคำเสียงใส

จิตรกรอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักหันมามองเด็กหญิงที่ตวัดพู่กันอย่างชำนิชำนาญด้วยความสนใจ เขาหันไปมองจังฮูหยินแล้วเอ่ยชม “บุตรสาวของเจ้าช่างเก่งกาจนัก ฝีมือเช่นนี้เหมือนกับฝึกฝนมานับสิบปี”

         จังฮูหยินปิติเต็มหัวใจ “นับว่าสวรรค์ได้ประทานพรให้นางแล้ว”

         คนทั้งสามยังคงก้มหน้าก้มตาวาดภาพกันต่อไป โดยมิได้ดูเลยว่าบัดนี้ด้านหลังมีร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์กำลังเอามือไพล่หลังยืนหน้าบึ้งอยู่

         “เด็กนี่เป็นผู้ใดกัน  เหตุใดพวกเจ้าจึงให้มายุ่งกับภาพฝาผนังได้”

         ชิงหลานสะดุ้ง หันหลังกลับไปมอง บุรุษที่ยืนบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสูงสง่า นางเงยหน้าขึ้นหมายจะมองหน้าให้ชัดเจน ทว่ากลับไม่อาจสู้แสงที่สาดเข้ามาได้จึงวางพู่กันแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นบังแสงตะวัน

         “เจ้าเป็นลูกหลานพวกเขาหรือไร  เหตุใดจึงซนนัก  กล้ามาทำให้ภาพที่ข้ารับผิดชอบเสียหาย”

         ชิงหลานได้ยินคำสบประมาทก็เดือดดาล “เสียหายที่ใดกัน  ข้ามาช่วยให้พวกเขาทำงานได้เร็วขึ้นต่างหาก”

         ชายหนุ่มฉวยข้อมือข้างที่สาวน้อยยกขึ้นมาบังแสงแดดฉุดร่างให้นางลุกขึ้น ร่างเล็กผอมบางผวาตามแรงดึงจนเข้าไปปะทะร่างของเขา

         “โอ๊ะ! นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใด” นางร้องขึ้น

         ร่างนั้นแทบจะปลิวตามลมได้อยู่แล้ว เมื่อเซชนร่างเขาก็ยังคงทรงตัวไม่อยู่ ความสูงของนางก็แค่หน้าอกของเขาเท่านั้น น่าเจ็บใจนักชาติก่อนเผยมู่ซีก็มิได้เตี้ยเยี่ยงนี้สักหน่อย ต้องโทษที่ชิงหลานป่วยนานเกินไปจนร่างกายไม่เติบโตดูๆ ไปก็ราวเด็กหญิงอายุไม่ถึงสิบสองปี

         “ท่านต่างหาก...คิดจะทำสิ่งใด ” นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างดูแล้วไม่ดูเกรงกลัวเขาสักนิด

         จิตรกรวัยกลางคนทั้งสองหันขวับมาโดยเร็ว เมื่อเห็นเพียงชายเครื่องแต่งกายของคนผู้นั้นก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะทันที

         “องค์ชาย! ได้โปรดฟังกระหม่อมก่อนพะย่ะค่ะ” จิตรกรวัยกลางคนที่อนุญาตให้ชิงหลานช่วยวาดภาพเงยหน้าขึ้นเพื่อหวังจะอธิบาย

         ทว่าหมิงเฉิงอวี่กลับทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม “ให้เปิ่นหวางสอบสวนนางก่อน!”

         “พะย่ะค่ะ” ร่างที่คุกเข่าอยู่จำเป็นต้องก้มหน้ารอ

         หมิงเฉิงอวี่ยังคงกำข้อมือของนางไว้แต่ไม่กล้าออกแรงมากนักเพราะเห็นว่าเด็กหญิงผู้นี้ผอมบางเหลือเกิน “เจ้าบอกมา...เจ้าเป็นผู้ใด”

         “ท่านเป็นองค์ชายจริงๆ หรือ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นถามทั้งที่ในใจกำลังตื่นเต้น

         สีหน้าของเขาเป็นสีระเรื่อด้วยความเคือง นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้กล้าถามเขา เยี่ยงนี้ “ใช่! เปิ่นหวางคือองค์ชายสิบห้า หมิงเฉิงอวี่”

เขาหวังจะข่มขู่ให้นางหวาดกลัวแต่กลับไม่ได้ผล หมิงเฉิงอวี่คล้ายเห็นแววตาเด็กหญิงแสดงความเกลียดชังออกมาแวบหนึ่ง

         “อ้อ...ท่านเป็นองค์ชายแล้วจะรังแกเด็กอ่อนแอเช่นหม่อมฉันอย่างไรก็ได้งั้นหรือเพคะ”

         ชายหนุ่มได้ยินประโยคนั้นถึงกับผงะ รีบปล่อยมือที่กุมข้อมือนางโดยไว เขาซึ่งเป็นหนุ่มฉกรรจ์วัยยี่สิบสองปี เมื่อเทียบกับเด็กหญิงวัยสิบสองที่แค่บีบเล็กน้อยกระดูกของนางก็พร้อมจะแหลกคามือเขาแล้ว แตกต่างกันอย่างมาก

เขาไม่ควรที่จะรังแกนางจริงๆ แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือยังมีเด็กที่ฝีปากกล้าเช่นนี้อยู่ด้วย

         “เจ้าเป็นผู้ใด” ชายหนุ่มแก้เก้อด้วยการเอามือไพล่หลัง ถอยเท้าออกไปหนึ่งยืนด้านข้าง ก้มหน้าเล็กน้อยคอยสังเกตสังกาเด็กหญิงตรงหน้า

         “หม่อมฉันชื่อชิงหลานเพคะ มาอาสาท่านลุงผู้นี้เพื่อช่วยวาดภาพเท่านั้น มิได้ทำให้เสียหายสักหน่อย”

         องค์ชายสิบห้าทรงเลิกพระขนงข้างหนึ่งก่อนจะหันไปดูร่องรอยที่เด็กหญิงวาดอยู่บนผนังก็ไม่พบว่ามีที่ใดเสียหายหรือเลอะเทอะ จึงหันไปหาจิตรกรที่คุกเข่าอยู่

         “นางทำได้จริงหรือ  เหตุใดเจ้าจึงได้อนุญาตโดยมิได้บอกเปิ่นหวาง[1]ก่อน ”

         “พระอาญามิพ้นเกล้า ฝีมือของนางดีมากจริงๆ พะย่ะค่ะ โปรดทอดพระเนตรก่อนเถิด” จิตรกรผู้นั้นหันไปหยิบกระดาษรองเปื้อนที่วางอยู่พื้นด้านหลังมายื่นให้กับองค์ชายสิบห้า

         ภาพที่เทือกเขาที่ปรากฏต่อหน้าลายเส้นแสดงถึงความชำนาญในการวาดเป็นอย่างดี องค์ชายสิบห้าทรงพระเนตรแล้วก็ค่อยสงบพระทัยลง

“ภาพนี้เป็นเจ้าวาดหรือ”

         “เพคะ” ดวงตาของเด็กหญิงแข็งกร้าว

         องค์ชายหมิงเฉิงอวี่รู้สึกราวตนเองเคยล่วงเกินเด็กหญิงอย่างใหญ่หลวงจนนางมีความแค้นฝังใจ เมื่อพินิจให้ดีจึงทรงนึกออกว่าเคยเจอเด็กหญิงผู้นี้มาแล้วคราหนึ่ง

         “เจ้านั่นเอง! เด็กที่เป็นลมบนถนนในขบวนแห่ศพของคุณหนูเผย”

         ชิงหลานผงะเล็กน้อย นางจำเหตุการณ์นั้นได้แต่กลับไม่รู้ว่าตนเองได้พบหน้าองค์ชายสิบห้าด้วย ตอนที่นางได้สติขึ้นมาอีกครานั้นก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในโรงหมอของท่านหมอเกาแล้ว ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม จังฮูหยินก็ตรงมาพอดี

         “คารวะองค์ชายสิบห้า หม่อมฉันเป็นแม่ของชิงหลาน ชื่อจังฉีเพคะ” ร่างสูงโปร่งหันมามองสตรีมาใหม่ที่คุกเข่าลงต่อหน้า “ไม่ทราบว่าบุตรสาวของหม่อมฉันได้ล่วงเกินอันใดองค์ชายหรือไม่เพคะ”

         “ยังหรอกจังฮูหยิน เปิ่นหวางเพิ่งจะสอบสวนแต่เห็นว่านางมิได้ทำอันใดเสียหายก็มิได้ถือโทษ”

         ชิงหลานเผลอจ้องใบหน้าคนพูดเขม็ง “หม่อมฉันกำลังสร้างประโยชน์ให้กับองค์ชายด้วยการช่วยวาดภาพให้เสร็จเร็วขึ้นต่างหากเพคะ”

         “ดี! เช่นนั้นก็คิดเสียว่าเจ้าได้ตอบแทนพระคุณที่เปิ่นหวางช่วยเหลือเจ้าในวันนั้น พรุ่งนี้มาวาดต่อให้เสร็จทั้งผนังก็แล้วกัน”

[1] เปิ่นหวาง คำแทนตัวที่องค์ชายใช้ในยามพูดคุยกับผู้อื่น

**************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   45 ศิษย์ของจอมยุทธ์ลู่

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็นว่าดึกพอสมควรแล้วจึงได้เดินออกมาลาเจ้าของจวนกลับเรือนรับรอง ก่อนจะเสด็จขึ้นรถม้าทรงหันรับสั่งกับจังฮูหยินว่าพรุ่งนี้จะส่งช่างมาซ่อมทางเดินในเรือนให้จังฮูหยินอึกอักเกรงพระทัย ทว่าองค์ชายกลับกล่าวตัดบทว่าเป็นค่าตอบแทนที่ทำอาหารอร่อยถวายพระองค์“หากว่าฮูหยินสำนึกพระคุณของข้าจริง ก็ช่วยทำอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินตลอดระยะเวลาที่ข้าต้องอยู่อำเภอเฉินก็แล้วกัน”จังฮูหยินได้ยินก็นิ่งอึ้ง ค้อมศีรษะ “เพคะ”ชิงหลานก้มหน้าถอนหายใจแรง เห็นทีนางจะสลัด หมิงเฉิงอวี่ไม่หลุดได้ง่ายๆ ท้ายรถม้าทรงประทับลับตาไปแล้ว จังฮูหยินจึงหันมาบุตรี “หลานเอ๋อร์ เจ้าเห็นหรือไม่ องค์ชายทรงมีเมตตาเพียงใด ทรงจะส่งคนงานมาช่วยเราซ่อมเรือนเสียด้วย แค่เพียงทำพระกระยาหารถวายเท่านั้นเอง” “เรายังรู้จุดประสงค์

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   44 ของขวัญวันเกิด

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่วนผักพวกนี้เสี่ยวลิ่งเป็นคนปลูกไว้หลังเรือน หม่อมฉันซื้อเนื้อวัวมาเมื่อเช้าจึงได้คิดทำผัดผักให้พระองค์ได้ทรงลองเสวยเพคะ คราวก่อนมิได้เตรียมตัวให้ดี หม่อมฉันขอประทานอภัย” หมิงเฉิงอวี่ทรงหันไปทางชิงหลานเห็นนางก้มหน้าเม้มปากก็พอจะทราบว่าคราวก่อนคงเป็นเพราะนางไม่อยากให้ตนมาเยือนที่จวนนี้อีกจึงได้คิดกลั่นแกล้ง “อืม...ปลาเปรี้ยวหวานของท่านกลิ่นหอมดีเหลือเกิน ข้าลงมือก่อนก็แล้วกัน สำหรับอาหารมื้อนี้ข้าต้องตอบแทนอย่างเหมาะสม” “ขอบพระทัยเพคะ” ชิงหลานแอบเอื้อมมือไปจับหัวเข่ามารดาบีบเบาๆ เป็นเชิงถามว่าเหตุใดจึงต้องทำอาหารต้อนรับอย่างดีเลิศเช่นนี้ จังฮูหยินตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ ให้นางรู้ว่านี่คือสิ่งที่สมควรทำแล้ว องค์ชายสิบห้าเพลิดเพลินในรสชาติของอา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   43 กระบี่ราตรี

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพใส่กล่องแล้วเอาไปเก็บในตู้ นางหันไปหิ้วเอาปิ่นโตอาหาร ยืนเตรียมพร้อม องค์ชายสิบห้าทรงลุกขึ้นยืนรอให้นางทั้งสองเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย “วันนี้ข้าจะตามพวกเจ้าไปจวนสกุลชิงด้วย” “ขออภัยเพคะองค์ชาย หม่อมฉันนัดหมายกับศิษย์พี่ไว้แล้ว องค์ชายจะทรงเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่เพคะ ” “ไม่ได้!”แค่ได้ยินคำว่า ‘ศิษย์พี่’ หมิงเฉิงอวี่ก็รู้สึกเหมือนมีความร้อนสายหนึ่งพุ่งปรี๊ดจากเท้าไปถึงศีรษะจึงเผลอร้องเสียงดังออกมาครั้นคิดได้ก็รีบปรับท่าทีเสียใหม่ “ข้าหมายถึง ข้าเตรียมขนมสำหรับจะเอาไปฝากจังฮูหยินเอาไว้แล้ว หากเป็นพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่อร่อยเท่าวันนี้” ชิงหลานเผลอชักสีหน้า “เพคะ ถ้าเช่นนั้นก็เสด็จไปที่จวนสกุลชิงเถิด ท่านแม่ข

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   42 เผลอทำนางโกรธแล้ว

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้านลู่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่เพราะคาดไม่ถึงว่า องค์ชายจะทรงสนพระทัยเรื่องที่คุณชายจั๋วมอบของขวัญให้กับคุณหนูชิง “นอกนั้นก็มีแค่ขนมกับอาหารที่เอาไปฝากจังฮูหยินที่จวนพะย่ะค่ะ” “ดี! กังเฉินเจ้าไปเตรียมกล่องขนมดอกกุ้ยฮวาเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะเอาไปฝากจวนสกุลชิง” องครักษ์กังก้มหน้าลอบยิ้มเล็กน้อย องค์ชายเร่งรัดภารกิจที่เมืองหลวงที่แท้ก็ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ที่อำเภอเฉินนี่เอง คุณหนูชิงผู้นี้ยังไม่ปักปิ่นก็ถูกจองโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว วันก่อนเขาถูกสั่งให้ไปซื้อขนมดอกกุ้ยฮวาจากภัตตาคารก็เพราะองค์ชายต้องการเอามาชิงเอาความดีความชอบจากสาวน้อยจิตรกรนี่เอง ยามเที่ยงของวันต่อมา ชิงหลานกำลังขะมักเขม้นในการวาดรูปจนมิได้สนใจว่ามีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง ร่างสูงโปร่ง

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   41 ตัวจริงของเหล่าลู่

    กังซือเฉินองครักษ์หนุ่มผู้รับคำสั่งให้ตามดูแลคุณหนูชิงอยู่ห่างๆ จึงมิกล้าย่างกรายเข้าไปในจวนโดยพลการ คืนนี้คุณชายน้อยจั๋วมาส่งนางแล้ว เขาก็กลับเรือนพักรับรองได้องค์ชายสิบห้าสั่งให้เขากับสหายอีกคนรั้งอยู่ที่อำเภอเฉิน เขาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูชิง ส่วนสหายองครักษ์อีกคนคอยตรวจตราความเรียบร้อยในวัดลู่เซี่ยนเพราะองค์ชายไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดกับภาพวาดฝาผนังในวิหารเก้าเทพและส่วนที่ต้องบูรณะ หลังจากได้เห็นฝีมือจัดการกับโจรย่องเบาของเหล่าลู่แล้ว กังซือเฉินก็รู้สึกข้องใจในฝีมือของคนผู้นี้ในตอนสายหลังจากคุณหนูชิงไปนั่งวาดภาพที่วัดแล้ว เขาจึงลอบมาดูที่จวนสกุลชิงดูว่าแต่ละวันของเหล่าลู่นั้นทำสิ่งใดบ้าง เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านประจำจวนหาบน้ำผ่าฟืนด้วยความคล่องแคล่วก็รู้สึกประหลาดใจก่อนตะวันจะตรงหัว เหล่าลู่จะอุ่นอาหารแล้วตั้งโต๊ะไว้รอจังฮูหยิน ส่วนตัวเหล่าลู่จะเข้าไปกินในครัวเพียงผู้เดียว จากนั้นก็ย่องออกไปทางประตูเล็กหลังจวน วันนั้นครบกำหนดที่คุณหนูชิงจะต้องตามศิษย์พี่ไปหาอาจารย์หลังป่าไผ่ชานเมืองลู่ฮั่นซ่อนม้าตัวเก่งไว้เรือนเล็กที่อยู่ห่างกำแพงจวนไปเล็กน้อย เขาค

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   40 พยัคฆ์ซ่อนกาย

    ชิงหลานตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อฝึกวรยุทธ์ นางต้องทบทวนกระบวนท่าที่จอมยุทธ์ลู่สอนไว้ทุกๆ สามวันในยามที่ต้องเดินทางไปเรือนของอาจารย์ ศิษย์พี่จะเป็นเตรียมม้าอีกตัวไว้รอนางที่หน้าเหลาสุรา และเพื่อมิให้รบกวนเวลาวาดภาพของนาง จอมยุทธ์ลู่จึงได้กำหนดให้นางไปพบในตอนเลิกงานจอมยุทธ์ลู่และศิษย์พี่คอยสอนนางอยู่จนมืดค่ำ หลังจากที่ทะลวงการเดินลมปราณให้นางแล้ว ชิงหลานสามารถต่อกระบวนท่าได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว นางจดจำวิทยายุทธ์ในชาติก่อนของตนได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่อาจจะแสดงตนให้ผู้ใดรู้ว่า นางเก่งขึ้นมาในเวลาอันสั้น “เจ้าก้าวหน้าเร็วนัก! ฝึกไม่ถึงสิบวันฝีมือของเจ้าเท่ากับข้าตอนที่เรียนปีแรกแล้ว”จั๋วเหรินหาวทั้งแปลกใจทั้งดีใจ นางเก่งเกินกว่าทุกคนที่เขาเคยเห็น ที่ผ่านมานางมีแต่นอนป่วย เหตุใดจึงได้ฝึกวรยุทธ์ได้รวดเร็วราวกับเคยฝึกมาก่อนหลายมี แต่ส่วนหนึ่งในใจเขาก็นึกดีใจที่นางร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก คุณชายน้อยจั๋วมีภาระทางใจอันลึกซึ้งที่ต้องดูแลนางให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เย็นนี้ ศิษย์พี่จะเลี้ยงเนื้ออบข้าอีกหรือไม่” “เจ้าอยากกินอะไรข้าก็เลี้ยงทั้งนั้น” ชิงหลาน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status