Share

บทที่ 5 รับงานของคุณพี่

Penulis: A'vigetor
last update Tanggal publikasi: 2026-08-14 12:00:56

ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้วที่เรือนหลังสงบเงียบ นับตั้งแต่วันที่ขุนพิรุณโดนดอกพุดตอกกลับนิ่มๆ จนต้องสะบัดหน้าหนีกลับเรือนใหญ่ไป ทีนี่จึงกลายเป็นห้องทดลองขนาดย่อมของบิวตี้บล็อกเกอร์ล้านฟอลไปโดยปริยาย อินทุในร่างดอกพุดนั่งอยู่หน้ากระจกบานเก่าที่สะท้อนเงาเจ้าของร่างที่ตนเองมาอยู่อย่างพิจารณา

ผิวพรรณที่เคยแห้งกร้านแตกลอกเป็นขุย ตอนนี้เริ่มเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยสรรพคุณของมะขามเปียกและขมิ้นชันที่ช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป จนตอนนี้ผิวเริ่มอิ่มน้ำและลดอาการอักเสบบวมแดงลงไปมาก แต่ยังติดเรื่องรูปร่างที่อ้วนกลมและชั้นไขมันหนายังคงอยู่

'อืม... ดูเหมือนตอนนี้ผิวจะเริ่มดีขึ้นล่ะ รูขุมขนก็กระชับ ขี้ไคลที่สะสมก็หลุดออกไปเกือบหมด ยังเหลือเรื่องน้ำหนักที่ต้องคุมแป้ง ตัดโซเดียมต่อ แบบนี้อีกไม่นานเกินรอ ออร่าของเมียชังคนนี้จะกลับมาเฉิดฉายจนกระแทกตาท่านขุนธงแดงแตกแน่ๆ'

ดอกพุดคิดในใจพลางใช้นิ้วนวดคลึงกรอบหน้าตามแนวต่อมน้ำเหลืองเพื่อลดอาการบวม

“คุณหนูดอกพุดเจ้าคะ... วันนี้ท่านขุนสั่งความลงมา ให้คุณหนูขึ้นไปพบที่ห้องทำงานเรือนใหญ่เจ้าค่ะ”

แม่นิ่มเดินเข้ามารายงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก สองมือประสานกันแน่นด้วยความกังวลว่านายของตนจะโดนหาเรื่องอีก

“เรียกผมไปพบงั้นหรือครับ?”

ดอกพุดเลิกคิ้ว นัยน์ตาทอประกายเรียบนิ่ง

"เจ้าค่ะ"

“แล้วท่านขุนบอกไหมครับว่ามีเรื่องอะไร?”

“มิได้ฝากความอันใดไว้เลยเจ้าค่ะ มีเพียงไอ้เข้มคนสนิทของท่านขุนมาบอกว่า ท่านขุนมีราชการทหารจักใช้งานคุณหนู... บ่าวเกรงเหลือเกินว่าจักเป็นแผนแกล้งให้คุณหนูทนมิไหวแล้วยอมขอหย่าขาดน่ะสิเจ้าคะ”

"ไม่เป็นไรครับ ถึงอย่างไรเราก็เป็นคนในเรือน เมื่อท่านขุนเรียกพบ... ผมก็จะไปพบครับ"

'อยากหย่างั้นเหรอ... ที่จริงฉันก็ไม่ได้ติดอะไรหรอกนะ ขอแค่เงินในกระเป๋ามีพร้อมเมื่อไหร่ จะเดินออกไปเองเลยไม่ต้องรอให้มาไล่ ฉันก็ไม่ได้พิศวาสนายถึงขนาดนั้นไหม ถึงจะหล่อแต่หูว่าเบาเกิ๊น แบบนี้ก็โนเวย์นะจ๊ะ'

ดอกพุดลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าให้อยู่ในสภาพสุภาพเรียบร้อย เขาเลือกสวมผ้าแถบสีน้ำเงินเข้มสะอาดสะอ้าน ผูกรัดทับด้วยผ้าคาดเอวสีนวลเพื่อช่วยเก็บทรงและพรางหน้าท้องอวบอิ่ม โจงกระเบนผ้าฝ้ายสีเข้มเรียบกริบ แม้รูปร่างจะยังคงหนาท้วมแต่ท่วงท่าจังหวะการก้าวเดินกลับดูสง่างาม หลังยืดตรงไม่โค้งงอห่อไหล่ ท่าทางนิ่งสงบไม่ได้ขี้ขลาดหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อน จนแม่นิ่มยังรู้สึกว่าคุณหนูของตนดูมีบารมีขึ้นผิดหูผิดตา

เมื่อก้าวเท้าขึ้นมาบนเรือนใหญ่ บรรยากาศรอบข้างกลับเงียบสงัด บ่าวไพร่เรือนใหญ่บางคนที่เดินสวนแอบชำเลืองมองดอกพุดด้วยสายตาเหยียดหยามและซุบซิบอย่างไม่เกรงใจเลยว่าเขาคือเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของขุนพิรุณ

'ดอกพุดคนเก่าคงโดนแบบนี้บ่อยสินะ... พวกเฮตเตอร์แถวหน้ากระจอก สกิลต่ำต้อยแค่นี้สั่นคลอนจิตวิญญาณตัวแม่ไม่ได้หรอกค่า... น่าสงสารดอกพุดจริงๆ'

อินทุในร่างดอกพุดนึกค่อนขอดในใจ ก่อนที่เขาจะเลือกไม่ให้ความสนใจบ่าวพวกนั้นอีก ดอกพุดเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยมองไปข้างหน้าเหมือนกับคนพวกนั้นเป็นแค่อากาศธาตุ

จนกระทั่งร่างท้วมเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานขุนพิรุณ เขาปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูไปตามมารยาท

ก๊อก ก๊อก

“ผมมาแล้วครับท่านขุน”

ดอกพุดเอ่ยเสียงราบเรียบเข้าไปด้านใน

“เข้ามา”

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตอบรับกลับมาทันที

ดอกพุดผลักบานประตูไม้สักเปิดออกกว้าง แล้วก้าวเท้าเข้าไปด้านในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นกายสุริยะลอยอบอวลผสมกลิ่นหอมสะอาดของเนื้อไม้สักและม้วนกระดาษราชการ

แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างสาดกระทบโครงหน้าหล่อเหลาตามแบบฉบับชายไทย ขุนพิรุณในชุดลำลองผ้าเนื้อดีสีขาวนวลกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวหนา ก่อนจะตวัดสายตาคมขึ้นมองเจ้าของร่างอวบอ้วนจนเกินงามด้วยสายตาแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความอคติทันที

“นึกว่าจะต้องให้ข้าส่งคนไปลากตัวมาเสียอีก”

ขุนพิรุณเอ่ยเสียงหยัน พลางวางปากกาขนนกในมือลง

“กิริยาเชื่องช้าเยี่ยงนี้ สมควรแล้วที่เป็นศศิธรชาวบ้านที่ไร้การอบรม”

คำพูดจิกกัดเปิดฉากขึ้นทันทีตามประสาสุริยะธงแดงผู้หยิ่งยโส

ดอกพุดไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือเสียน้ำตาราวกับว่าเป็นเพียงลมที่ผ่านเข้ามาหูซ้ายแล้วก็ทะลุออกหูขวา ร่างนั้นเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของท่านขุนผู้ปากจัดในระยะที่เหมาะสม สองมือประสานกันไว้ด้านหน้า แต้มใบหน้ากลมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ และดวงตากลมโตก็สบประสานกับดวงตาดุดันของสามีอย่างไม่ได้หวั่นกลัว

“ผมมาทันทีที่บ่าวไปแจ้งความครับท่านขุน ไม่ได้เชื่องช้าอย่างที่ท่านพูด และหากท่านขุนเรียกผมมาเพียงเพื่อจะอบรมเรื่องกิริยามารยาท... ผมเกรงว่าเรื่องราชการทหารที่ว่าเร่งด่วนของท่านน่าจะกลายเป็นเรื่องรองไปเสียแล้วกระมังครับ”

ดอกพุดตอกกลับนิ่ม ๆ ด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ว่าบาดลึก ถึงคำพูดดูจะปนใหม่ปนเก่าบ้างแต่ก็ไม่ใช่ว่าคนตรงหน้าจะไม่เข้าใจ เพราะขุนพิรุณชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน อุณหภูมิในห้องทำงานดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นมาทันตาเมื่อสุริยะหนุ่มเริ่มรู้สึกขัดใจที่กดข่มเมียชังตรงหน้าไม่ได้เหมือนเก่า

เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวดอกพุด... ผิวพรรณที่เคยหมองเทาดูลดความกร้านลง ท่วงท่าการยืนดูกระฉับกระเฉงและสง่างามอย่างน่าประหลาด แม้รูปร่างจะยังอวบหนา แต่ว่าแววตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิท รวมถึงคำพูดแปลกหูที่พูดกับเขายิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้ง

“ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะดอกพุด! ที่ข้าเรียกเจ้ามาเพราะมีเหตุราชการเป็นแน่แท้ หาใช่อยากเรียกเจ้ามาอบรมสั่งสอนกิริยาดังที่เจ้าว่า"

ขุนพิรุณกระแทกเสียงพลางเลื่อนตั้งสมุดข่อยเล่มหนาเตอะสามสี่เล่มมาข้างหน้า

"นี่เป็นสมุดบัญชีเสบียงทหารส่วนกลางที่ชำรุด ข้าจักให้เจ้านำไปคัดลอกลงเล่มใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน ห้ามมีคำผิดตกหล่นเด็ดขาด!”

“งานหนักเช่นนี้ ศศิธรชาวบ้านที่วัน ๆ เอาแต่นอนอมทุกข์เยี่ยงเจ้า คงจักทำมิไหวกระมัง?”

งานคัดลอกเอกสารหลวงปริมาณมหาศาลภายในเวลาสามวัน... นี่คือการจงใจกลั่นแกล้งและใช้งานหนักหวังข่มขู่บีบคั้นชัด ๆ

‘อ๋อ... แกล้งแจกงานโหลด ๆ หวังให้ฉันร้องไห้งอแงขอหย่าละสิ มุกตื้นมากคุณพี่ อินทุผ่านงานตัดต่อคลิปโต้รุ่งมาสามวันสามคืนติดกันโดยไม่ได้นอนก็ทำมาแล้ว กับแค่คัดบัญชีแค่นี้สิว ๆ จ้า’

ดอกพุดมองตั้งสมุดข่อยตรงหน้าพลางแอบยิ้มในใจกับเล่ห์กลของขุนศึกหนุ่ม

“ผมทำได้ครับท่านขุน”

ดอกพุดเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้แววหวาดหวั่น

“งานคัดลอกแค่นี้มิได้หนักหนาเกินกำลังของผมหรอกครับ ผมจักทำให้เสร็จตามกำหนดเวลาที่ท่านขุนให้อย่างแน่นอน”

ขุนพิรุณนิ่งอึ้งไปอีกครั้งเมื่อเห็นเมียชังน้อมรับคำสั่งอย่างสงบ ไม่มีท่าทีอิดออดหรือหลั่งน้ำตาตัดพ้อตามที่ตนคาดการณ์ไว้ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนพลังกดข่มของตนเองส่งไปไม่ถึงอีกฝ่าย ยิ่งเห็นดอกพุดเอื้อมมือไปยกตั้งสมุดข่อยเหล่านั้นขึ้นมาอุ้มไว้ด้วยท่าทางทะมัดทะแมง หัวใจของขุนทหารหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกปั่นป่วน

“หากไม่มีธุระอะไรเพิ่มเติมแล้ว... ผมขอตัวเอาสมุดเหล่านี้กลับไปคัดลอกที่เรือนหลังนะครับ ท่านขุนจะได้ทำงานโดยไม่ต้องขัดเคืองตา”

ดอกพุดเอ่ยทิ้งท้ายพร้อมกับค้อมตัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท แต่ด้วยความเป็นตัวแม่ล้านฟอลเขาจึงแอบจิกกัดเล็กๆ ไปเช่นกัน

“ได้...แต่ถ้างานมิเสร็จตามกำหนด ข้าจักลงทัณฑ์เจ้าตามกฎเรือน!”

ขุนพิรุณเค้นเสียงกร้าวข่มขู่ไล่หลัง

ดอกพุดไม่ได้หันกลับมามอง เขาทำเพียงยกยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากแล้วก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานไปพร้อมกับตั้งสมุดข่อยอย่างมั่นคง ทิ้งให้ขุนพิรุณนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่ามกลางความเงียบสงัดที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ในบทสนทนาอย่างที่สุริยะหนุ่มไม่เคยเผชิญมาก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 20 เริ่มหวั่นไหว

    ยามบ่ายคล้อยที่ดวงตะวันสาดส่องผ่านร่องหน้าต่างไม้ในห้องทำงาน ทำให้อากาศภายในอบอ้าวขึ้นเป็นทวีคูณ กลิ่นของไม้สักเก่าและกระดาษรายงานส่งกลิ่นอบอวลไปทั่ว ขุนพิรุณที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักตัวใหญ่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความหงุดหงิดที่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้ สายตาคมกริบของสุริยะหนุ่มไม่ได้จดจ่ออยู่กับรายงานค่ายทหารตรงหน้า แตว่ากลับจับจ้องไปยังร่างอวบที่นั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่วาอย่างเลื่อนลอยดอกพุดในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีสั่นกลัวหรืออมทุกข์เหมือนดังเช่นวันวาน นิ้วมือที่เรียวขึ้นกว่าก่อนเริ่มจับปากกาขนนกคัดลอกสมุดบัญชีด้วยความคล่องแคล่วแสงแดดที่กระทบลงบนใบหน้าทำให้เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น ใบหน้าที่เคยกลมตอนนี้เริ่มตอบเรียว รอยหมองคล้ำที่เคยฝังลึกจางลงจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้รูปร่างที่เคยอวบอ้วนก็ลดลงอย่างมากจนเห็นส่วนเว้าโค้งขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงตอนนี้ยังไม่อาจเรียกว่างดงามล่มเมือง แต่ความสะอาดและดูมีสุขภาพดีนั้นกลับดึงดูดสายตาจนขุนทหารหนุ่มที่เคยรังเกียจกลับมองคนตรงหน้าไม่วางตาไอเย็นที่แผ่โชยออกมากลับทำให้เข

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 19 จับตาอย่างใกล้ชิด

    ลมเย็นที่พัดผ่านเรือนใหญ่พลันจางหาย กลิ่นอายความร้อนระอุจากพลังสุริยะที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องทำงานของขุนพิรุณนั้นรุนแรงจนบ่าวไพร่ที่เดินผ่านเรือนต่างพากันเร่งฝีเท้าหนีด้วยความหวาดหวั่นบรรยากาศภายในเรือนใหญ่ที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่พุ่งสูงขึ้นกว่าครั้งไหนขุนพิรุณที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สัก แม้เบื้องหน้าจะมีบัญชีค่าใช้จ่ายของค่ายทหารในสังกัดรอให้ตรวจสอบความถูกต้อง แต่ขุนทหารหนุ่มกลับไม่มีกะจิตกะใจจะมองมันเลยด้วยซ้ำ ภายในหัวกลับวนเวียนแต่ภาพของดอกพุดที่กำลังแตะเนื้อต้องตัวบ่าวชายอยู่ซ้ำๆ ถึงจะบอกว่าสิ่งที่ทำเป็นการช่วยชีวิตคนก็เถอะ ยังไงก็ไม่สมควรอยู่ดี"หึ! ใยจึ่งมิรู้จักรักนวลสงวนตัวเสียบาง วิชาแพทย์นั่นก็ประหลาดนัก หรือเจ้าเพียงแค่อยากแตะเนื้อต้องตัวชายอื่นกระนั้นรึ?"ความว้าวุ่นแปลกๆ ถูกก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาอยู่ในใจและขุนพิรุณก็ไม่อยากจะยอมรับว่าคิดมากเรื่องนี้ คำที่ถูกเป่าหูจึงถูกหยิบขึ้นมาเป็นเหตุผล"นี่คงเป็นเล่ห์กลของเจ้าที่หมายจักให้ข้าเมตตาเยี่ยงนั้นสินะ? ช่างบังอาจนัก! กล้าทำให้ข้าเป็นดั่งลูกหมาลูกแมวคอยกระวน

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 18 วิชานอกตำรา

    เสียงฝีเท้าสับสนอลหม่านผสมกับเสียงเอะอะโวยวายเหมือนคนกำลังตกใจอะไรบางอย่างที่ดังมาจากหลังแนวทิวไผ่ในเขตเรือนใหญ่ ทำให้ดอกพุดซึ่งกำลังใช้ผ้าขาวบางกรองน้ำอบที่ปรุงสำเร็จแล้วพักไว้ก่อนนำไปบรรจุขวดดินเผาต้องขมวดคิ้วมุ่น"เร็วเข้าเถิด! อ้ายมั่นมันชักตาตั้งล้มพับไปแล้ว!""มันคงถูกปอบเข้าสิงแน่ๆ ข้าเห็นมันทำตาขวางใส่ ช่างน่ากลัวนัก"เสียงบ่าวของเรือนใหญ่ตะโกนคุยกันลั่นมาแต่ไกลดอกพุดจึงรีบวางมือ ก่อนจะรีบก้าวลงจากเรือนหลังโดยมีแม่นิ่มและไอ้จ้อยวิ่งตามหลังมาด้วยความสงสัย ทันทีที่ก้าวพ้นเขตทิวไผ่มายังลานดินด้านหลังเรือนใหญ่ ก็พบกับร่างของอ้ายมั่น บ่าวชายร่างกำยำผู้มีหน้าที่ผ่าฟืนกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นดินท่ามกลางวงล้อมของบ่าวไพร่ที่พากันยืนมุงดูด้วยความตื่นตระหนกตกใจ บางคนพยายามจะเอาเชือกมามัดตัวไว้ไม่ให้ดิ้น บางคนก็รีบวิ่งไปหาน้ำมนต์มารดให้ดอกพุดเลยต้องรีบเอ่ยปากห้ามทันที

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 16 ความสงบที่ผ่านไปไวเหมือนสายลม

    แสงตะเกียงโคมระย้าในท้องพระโรงวังหลวงสาดส่องสะท้อนเครื่องทองเครื่องเงินของเหล่าบรรดาขุนนางและศศิธรบรรดาศักดิ์จนดูระยิบระยับละลานตา เสียงปี่พาทย์มโหรีขับขานเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยสนุกสนาน ผิดกับภายในหัวใจของขุนพิรุณที่ตอนนี้กลับไม่ได้มีความสนุกร่วมกับบรรยากาศรอบๆ ตัวเลยแม้แต่น้อยแม้การแสดงของนางรำกลางห้องโถงจะอ่อนช้อยงดงามสักเพียงใดแต่มันก็ไม่ได้เรียกความสนใจจากท่านขุนหนุ่มได้เลย หรือต่อให้มีขุนนางที่เข้ามาพูดด้วย เขาก็จะคุยเท่าที่จำเป็นตามมารยาท หากมียศต่ำกว่าขุนพิรุณอาจเลือกจะนิ่งเงียบด้วยซ้ำสุริยะหนุ่มในชุดขุนนางเต็มยศยังนั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ นัยน์ตาเรียวฉายแววว้าวุ่นสับสน ภาพรอยยิ้มบางๆ อันนิ่งสงบและกลิ่นกายศศิธรหอมบริสุทธิ์ของดอกพุดเมื่อตอนหัวค่ำ ก่อนที่เขาจะลงจากเรือนใหญ่มันยังคงลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดจนทำให้ขุนพิรุณรู้สึกร้อนรุ่มในใจอย่างบอกไม่ถูก“พี่ขุนขอรับ... เหตุใดจึ่งนั่งหน้าดำคร

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 15 คืนเพ็ญที่ไร้เงาสุริยะ

    แสงจันทร์นวลในคืนวันเพ็ญสาดส่องกระทบผืนกระดานไม้สักของเรือนใหญ่จนทอประกายระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศบนเรือนโถงประธานกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันร้อนระอุ บารมีสุริยะอันหนักอึ้งของขุนพิรุณแผ่ซ่านออกมาจนบ่าวไพร่ที่คอยหมอบรับใช้อยู่รอบข้างพากันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขุนทหารหนุ่มในชุดขุนนางเต็มยศ ผ้าสมปักสีเข้มตัดกับเสื้อไหมเนื้อดีปักดิ้นทองอย่างสง่างาม กำลังยืนกอดอกจ้องมองเมียแต่งร่างอวบที่เพิ่งก้าวเท้าขึ้นเรือนมาตามคำสั่งด้วยสายตาคมกริบอย่างเสือล่าเหยื่อ ัถึงวันนี้ภายในใจจะดูสับสนอยู่บ้างแต่ความเกลียดชังที่บังตาก็ยังมีมากอยู่ดีแม้รูปร่างของดอกพุดในตอนนี้จะเริ่มปรับเปลี่ยนดูดีขึ้นมาบ้าง ความโค้งเว้าของเอวเริ่มคอดให้เห็นชัดขึ้น ไหนจะผิวสีน้ำผึ้งที่ดูนุ่มนวลละเอียดสะท้อนแสงจันทร์ที่เป็นผลจากการขัดผิวด้วยขมิ้นชันและมะขามเปียกนั่นอีกล่ะ ดอกพุดวันนี้ไม่ใช่ดอกพุดที่มีแต่ความเหี่ยวเฉาอีกแล้วกลิ่นกายศศิธรที่ล่องล

  • เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ   บทที่ 14 เงาที่เริ่มแปรเปลี่ยน

    สายลมต้นฤดูหนาวพัดผ่านทิวไผ่หลังเรือนของดอกพุด หอบเอาไอความเย็นจาง ๆ มาเยือนลานดินกว้าง แต่ว่าความหนาวเหน็บกลับไม่อาจสั่นคลอนความมุ่งมั่นของศศิธรผู้เป็นเจ้าของเรือนหลังได้ร่างท้วมของดอกพุดในชุดผ้าเคียนอกสีเข้มขมวดแน่นและผ้าโจงกระเบนที่กระชับมั่น ยังคงก้าวเท้าเดินด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วและสม่ำเสมอไปตามเส้นทางรอบลานดินตั้งแต่ไก่โห่ สองแขนแกว่งไกวตามจังหวะ ลมหายใจเข้าออกถูกควบคุมอย่างเป็นระบบ เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมสะท้อนแสงแดดแรกของวันผ่านไปร่วมเดือนกว่ากับการทำฟาส์ทคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการทำคอร์สอาหารนึ่งและลดโซเดียมขั้นสุด ในที่สุดร่างกายนี้ก็เริ่มตอบสนองแล้ว จากที่เคยอ้วนเนื้อตัวเหลวเป็นเต้าหู้ ตอนนี้พุงยื่นก็ยุบลงไปบ้างแล้ว รูปร่างช่วงเอวเริ่มคอดเว้าให้เห็นลาง ๆ น้ำหนักที่ลดลงทำให้ดอกพุดรู้สึกตัวเบาขึ้นมาเยอะ ถ้าเขาจัดระเบียบวินัยแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อีกไม่นานเป้าหมายที่วางเอาไว้จะต้องสำเร็จได้อย่างแน่นอนดอก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status