LOGIN"พี่เหนือคะ วันนี้อย่าลืมนัดของเรานะคะ" หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างทุกครั้ง
"ครับ ใครจะไปลืมได้กัน" เมืองเหนือตอบกลับไปก็เพราะว่าความจริงแล้ววันนี้เป็นวันครบรอบการแต่งงาน 7 ปีของพวกเขา ที่สำคัญคือเขามีของขวัญที่เตรียมเอาไว้ให้สำหรับภรรยาที่แสนดีของเขาด้วย
"ค่ะ งั้นเจอกันตอนเย็นนะคะ" พูดจบเธอก็เตรียมตัวเดินทางไปสอนหนังสือเด็กนักเรียนตามปกติที่เคยทำมาตลอด วันนี้พิมโรสดูจะอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษชนิดที่ว่าเด็กนักเรียนจะดื้อจะซนแค่ไหนเธอก็แทบไม่ดุหรือลงโทษอะไรเลยด้วยซ้ำ ทำเอาเด็ก ๆ ถึงกับแปลกใจไม่น้อย
"ยิ้มใหญ่เลยนะคะคุณครูพิม ไปอารมณ์ดีอะไรมาคะเนี่ย" เสียงของเพื่อร่วมอาชีพดังขึ้นในตอนที่เธอกำลังจะเดินไปที่รถยนต์ของตัวเองเพื่อกลับไปบ้านและเตรียมตัวเพื่อนัดสำคัญของวันนี้
"ก็นิดหน่อยนะคะ"
"นัดคนที่บ้านไว้แน่ ๆ เลย มีเรื่องน่ายินดีอะไรหรือเปล่าคะ" หญิงสาวทำท่าทางยิ้มเขินเพราะว่าวันนี้มันมีเรื่องน่ายินดีอยู่จริง ๆ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงให้ไม่ดูดีใจมากเกินไปนั่นแหละ
"ก็...นั่นแหละค่ะ วันนี้ครบรอบแต่งงาน 7 ปีของพิมกับพี่เหนือค่ะ" เธอตอบเพื่อนร่วมงานพร้อมกับเดินเคียงกันไปยังที่จอดรถที่อยู่ไม่ไกล
"จริงเหรอคะเนี่ย ยินดีด้วยนะคะ รักกันนานมากเลยค่ะ" อีกคนยินดีด้วยความจริงใจก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าไปเพราะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
"มีอะไรหรือเปล่าคะพี่กาญ" พิมโรสถามเพราะสังเกตถึงสีหน้าที่เป็นกังวลนั้น
"พี่ไม่รู้ว่าควรพูดหรือเปล่าคะ เอาเป็นว่าพี่ไม่พูดดีกว่านะคะ เดี๋ยวพิมจะไม่สบายใจเอาเปล่า ๆ " ครูสาวรีบปัดไปก่อน
"โห อะไรคะเนี่ยมาพูดให้อยากรู้แล้วก็ไม่บอกซะงั้นอ่ะ บอกพิมมาเถอะนะคะ พิมอยากรู้จริง ๆ "
"งั้นก็ได้ค่ะ แต่อย่าเอาคำที่พี่พูดไปใส่ใจจนฉลองกับสามีไม่สนุกนะคะ ไม่งั้นพี่คงรู้สึกเสียใจแย่"
"แน่นอนค่ะ"
"น้องพิมเชื่อเรื่องอาถรรพ์รัก 7 ปีไหมคะ รู้ไหมคะคู่รักที่เข้าช่วงปีที่ 7 จะเริ่มมีปัญหากันมากขึ้น จะมีฝ่ายหนึ่งที่เปลี่ยนไป...พี่ว่าน้องพิมก็ระวัง ๆ ไว้หน่อยดีกว่านะคะ" พอได้ยินแบบนั้นแล้วพิมโรสก็ยกยิ้มขึ้นมาถนัดตา เพราะว่ารักของเธอกับเมืองเหนือนั้นมันมากกว่า 7 ปีมาแล้ว ที่ฉลองวันนี้คือการครอบรอบแต่งงาน 7 ปีต่างหาก
"โถพี่กาญ พิมก็นึกว่าเรื่องอะไร พิมกับพี่เหนือเราผ่าน 7 ปีมานานแล้วล่ะค่ะ คบกันตั้งแต่เรียนแล้วล่ะค่ะ" พอได้ยินแบบนั้นครูสาวก็เบาใจ
"งั้นก็ดีเลยค่ะ มีความสุขมาก ๆ นะคะ" หลังจากที่ทั้งสองแยกย้ายกันแล้วพิมโรสกลับบ้านไปเพื่อแต่งตัวด้วยชุดที่เตรียมเอาไว้และเดินทางไปยังร้านอาหารที่เมืองเหนือจองเอาไว้ตั้งแต่เดือนก่อนด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
"สวัสดีครับ จองเอาไว้ใช่ไหมครับ" พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาหาหญิงสาวและเอ่ยถามเธอด้วยความสุภาพ
"จองไว้แล้วค่ะ ชื่อเมืองเหนือค่ะ" เมื่อตอบเรียบร้อยพนักงานก็นำเธอไปยังโต๊ะบนชั้นดาดฟ้าที่มีการจองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อไปถึงก็เห็นว่าอีกคนนั้นยังไม่มาอาจเพราะว่าเธอมาก่อนเวลานัดหรืออาจเป็นเพราะว่าเมืองเหนือคงกลับบ้านไปเพื่อเตรียมตัวเหมือนกันกับเธออยู่ก็ได้ เธอจึงไม่รังเกียจที่จะรอเขานิดหน่อยเพื่อได้ฉลองด้วยกันในค่ำคืนนี้
"คุณลูกค้าครับ ให้เสิร์ฟอาหารเลยไหมครับ" ทว่าเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ แล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของเมืองเหนือเลยสักนิด หญิงสาวที่นั่งรอและเล่นมือถือไปเรื่อย ๆ สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของบริการหนุ่ม เธอมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าเกินเวลามาพอสมควรแล้วเช่นกัน
"สักครู่นะคะ" เธอตอบบริกรไปเช่นนั้นก่อนโทรออกไปยังเบอร์ของสามีตัวเอง ทว่ารอจนสายตัดก็ไม่มีคนรับสายราวกับว่าอีกคนไม่ว่างเสียอย่างนั้น "รอสามีฉันอีกหน่อยก่อนนะคะ"
เธอจึงหันมาบอกกับบริการที่รออยู่ก่อนจะโทรตามเมืองเหนืออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับมีการตัดสายทิ้งทันทีที่โทรไป
"พี่เหนือขับรถอยู่เหรอ ทำไมมาช้าขนาดนี้นะ" เธอบ่นไปก็มองไปที่ประตูของร้านอาหารไปด้วยเพราะหวังให้สามีปรากฏตัวแต่โดยเร็ว อีกอย่างเธอก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้วเช่นกัน
เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าสายที่เคยโทรตามได้ก็เปลี่ยนเป็นการปิดเครื่องไปทั้งอย่างนั้นทำให้เธอตอนนี้รู้สึกไม่ดีขึ้นมาก ๆ แต่ก็พยายามคิดในแง่ดีว่าที่จริงแล้วนี่อาจเป็นแผนเซอร์ไพรส์เธอก็ได้
"คุณลูกค้าครับ รับอาหารเลยไหมครับ พอดีว่าร้านใกล้จะปิดแล้วครับ" บริกรเดินมาเตือนเธออีกครั้งเพราะกลัวว่าเวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว ถ้าหากว่าตอนนี้ยังไม่เรียกอาหารเข้ามาเสิร์ฟอีกเกรงว่าจะไม่ทัน
"เอามาเลยก็ได้ค่ะ" พิมโรสเกรงใจพนักงานมาก ๆ จึงได้ให้เอาอาหารมาเสิร์ฟก่อนได้เลย อีกอย่างก็ยังมีความหวังว่าเมืองเหนือจะเข้ามาทันก่อนระหว่างที่อาหารกำลังเสิร์ฟอยู่ก็ได้
"ขอบคุณนะคะ" ทว่าเมื่อทุกอย่างมาวางตรงหน้าแล้วเธอก็เริ่มคิดหนัก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในวันนี้มันควรเป็นความสุขของเธอกับสามีที่ใช้เวลาร่วมกัน ทว่าแสงสว่างจากเทียนบนโต๊ะอาหาร กับแสงไฟประดับรอบ ๆ ตัวรวมทั้งท้องฟ้าที่มีดาวมากมายอีกทั้งดนตรีเพราะ ๆ นั้นมันโรแมนติกเกินไปกว่าที่เธอจะนั่งอยู่ตรงนี้เพียงลำพัง
-หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้-
สุดท้ายแล้วเธอก็ทิ้งตัวพิงที่พนักข้างหลังอย่างหมดหวัง เพราะว่าตอนนี้เวลาของร้านอาหารจะปิดในอีกไม่ถึงสิบนาทีแล้ว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีเธอหรือเปล่า หรือว่าเขาลืมนัดวันนี้หรือไม่ ทว่าการที่ติดต่อไม่ได้เช่นนี้มันทำให้เธอไม่รู้อะไรที่เกี่ยวกับสามีตัวเองเลยสักนิด
ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนเดินเข้าไปจ่ายเงินที่ด้านหน้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พนักงานต่างก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอจึงพอเดาสถานการณ์ได้ เพราะอาหารที่นำไปเสิร์ฟนั้นไม่ได้ถูกเจ้าของโต๊ะแตะต้องเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก รีบคิดเงินแล้วปล่อยให้ลูกค้าที่แสนน่าสงสารคนนี้เดินออกไป
ทว่าในตอนที่พิมโรสเข้ามานั่งในรถยนต์ของตัวเองเรียบร้อยแล้วน้ำตาใสก็ไม่รู้ว่าไหลมาจากไหนมากมาย มันตีตื้นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอัดอั้นที่ต้องเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ใครเห็นว่ากำลังอยากร้องไห้มาสักเพียงไหนก็ตาม
เธอร้องไห้ออกมาอย่างหมดรูปเพราะไม่คิดว่าวันครบรอบของเธอคนเป็นสามีจะไม่มาตามนัดเช่นนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่ก็นัดกันเอาไว้อย่างดิบดีแล้ว ถึงแม้ว่าพิมโรสจะเป็นผู้ใหญ่หรือมีวุฒิภาวะมากเพียงไหนแต่ก็ไม่ควรมีใครต้องมาถูกคนที่รักผิดนัดโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้จริง ๆ
"น้องพิมเชื่อเรื่องอาถรรพ์รัก 7 ปีไหมคะ รู้ไหมคะคู่รักที่เข้าช่วงปีที่ 7 จะเริ่มมีปัญหากันมากขึ้น จะมีฝ่ายหนึ่งที่เปลี่ยนไป...พี่ว่าน้องพิมก็ระวัง ๆ ไว้หน่อยดีกว่านะคะ"
จู่ ๆ ประโยคนั้นของคุณครูกาญก็ดังขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ลืมไปหมดสิ้นแล้ว ในหัวใจหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างน่าประหลาดหรือว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอาถรรพ์รัก 7 ปีของเธอหรือเปล่า...พิมโรสอดคิดไม่ได้เลย
"คืนนี้พี่ขอนะครับ พี่อยากรักกับพิม...พี่จะทำให้พิมมีความสุข" สิ้นคำพูดของเขาก็โน้มเข้าหาหญิงสาวก่อนประกบจูบอย่างเร่าร้อน ไม่เพียงแค่แตะค้างเอาไว้เฉย ๆ เขากลับขบเม้มดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มอีกคนจนที่สุดพิมโรสก็เผลอตอบรับจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว"อื้มม" เสียงครางหวานในลำคอบ่งบอกว่าตอนนี้พิมโรสไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้โอนเอนไปตามชายตรงหน้าได้เลย เขาร้ายกาจเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มากนักมือหนาลูบไล้ที่แผ่นหลังบางไปมาทำเอาร่างเล็กบอบบางอ่อนราวขี้ผึ้งรนไฟ ทุกที่ที่เขาสัมผัสสร้างความวาบหวามให้พิมโรสอย่างที่สุด เมื่อเขาไล่ต้อนเรียวลิ้นอีกคนจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซอกคอขาวที่ได้เล่นกับมันไปเมื่อก่อนหน้า"อ่าา ยะ อย่าเพิ่ง" หญิงสาวเอ่ยห้ามทว่าก็ไม่ได้จริงจังนัก หรือถ้าจริงจังเมืองเหนือก็ไม่คิดจะสนใจมันเช่นกัน"อื้มม พิมหอมมาก หอมไปทั้งตัวเลยพิม" เขาเอ่ยชมในความตัวหอมราวกับคนที่อาบน้ำเพิ่งเสร็จมาหมาด ๆ แถมยังเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ราวแป้งเด็กก็ไม่ปาน และคำชมนั้นก็มีผลต่อหัวใจของหญิงสาวมากเหลือเกิน ยิ่งอีกคนทำเหมือนกับหลงใหลในตัวเธอมากเท่าไรยิ่งทำให้พิมโรสอ่อนระทวยมากเท่านั้น"ชู่ววว" เสียงอีกคนเอ่
พนักงานส่งอาหารเข้ามาส่งเมืองเหนือก็เทใส่จานแล้วเอาไปให้คนท้องกินอย่างดิบดี ทว่าเขาไม่ได้เตรียมมาเผื่อพิมโรสด้วยอย่างที่ควรเป็น แต่ต่อให้เขาเตรียมภรรยาคนเก่งนั้นก็ไม่สามารถทานมันลงคอไปได้จริง ๆสายตาหวานสบเข้ากับคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้เพียงชั่วคราว ก่อนจะเห็นว่าสายตาและใบหน้าที่แสดงความเย้ยหยันนั้นมันส่งกลับมาที่พิมโรสอย่างจงใจ ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับไม่สังเกตเห็นสิ่งที่อีกคนทำเลยแม้แต่น้อยร่างบางถอนหายใจยาวยืดก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนที่เอากลับมาทำต่อเพราะไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ทนเห็นคนสองคนทำความสนิทสนมกันอีกต่อไป"พิม แกได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย" ช่วงเย็นวันนั้นหญิงสาวรับสายเพื่อนสนิทและได้ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอได้บอกเล่าเรื่องราวความกังวลใจให้กับนิสาได้รับรู้ ซึ่งก็ตามที่คาดเพราะว่าก่อนที่จะให้คำปรึกษาหรือปลอบใจก็ต้องได้รับคำด่าจากเพื่อนเสียก่อน"ได้ยินแล้วน่า ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไมนะ" เธอสับสนมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเดินไปทางไหน มันมองไม่เห็นทางออกเลยสักนิด หากแต่จะให้เดินออกไปต
ตอนที่ 5 อาการคนท้องมือขาวจับตะหลิวควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว วันนี้หญิงสาวหยุดงานจากวันนักขัตฤกษ์ก็ถือโอกาสทำงานบ้านและทำกับข้าวไปด้วยเลย"ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่พิม" ทว่าเสียงของคนที่ไม่อยากเผชิญหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าสงสัยและไม่เข้าใจหลังจากวันที่เคสเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ในวันแรก ๆ เธอก็อยู่อย่างคนไร้ตัวตนที่แทบไม่ออกมาให้ก็โรสได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลามื้ออาหารจะเป็นเมืองเหนือที่เอาอาหารเข้าไปให้ในห้องทุก ๆ วัน ห้องของเคสอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างก็เพราะว่าง่ายและสะดวกเมื่อถึงตอนที่ท้องใหญ่ขึ้น ทว่าทุก ๆ คืนพิมโรสกลับอยู่ด้วยความหวาดระแวงตลอด เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าสามีของเธอจะย่องออกไปข้างนอกในกลางดึก"ทำกับข้าว" คนตัวเล็กตอบเสียงแข็งเพราะไม่สนิทใจที่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ หากแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น"แหม เสียงแข็งเชียวนะคะพี่พิม เราอยู่บ้านเดียวกันไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินกันขนาดนั้นเลยค่ะ" เคสหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ และหยิบเอาผลไม้ที่เจ้าของบ้านปลอกไว้ในจานขึ้นมากินอย่าง
พิมโรสไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองเหนือจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีแบบนี้ คิดได้ยังไงจะเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านที่มีเธออยู่ด้วย"พี่คิดดีแล้วเหรอแคะที่จะทำแบบนี้" เธอถามด้วยน้ำเสียงเข้มหลังจากกลืนก้อนสะอึกลงคอไปจนหมดแล้ว เธอจะไม่ยอมหนีไปเหมือนกับครั้งก่อนเพราะว่ามันจะไม่จบสิ้นกันสักที อีกอย่างเธอก็ไม่มีที่จะไปแล้วด้วยเหมือนกัน"เรามาคุยกันหน่อยนะพิม" มือหนาที่จับข้อมือเล็กของหญิงสาวอยู่กระตุกเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เธอเดินตามเขาไป และพิมโรสเองก็ไม่ได้ขัดขืนทั้งสองพากันเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องทำงานที่ชั้นด้านบนของบ้านก่อนที่ชายหนุ่มจะพาพิมโรสมานั่งลงที่โซฟาหนังราคาแพงตรงกลางและไม่ยอมปล่อยมือที่จับกันแน่นเอาไว้"...""พิมครับ พี่มีเรื่องจะขอพิมครับ" เขาว่าในตอนที่จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมสวยของหญิงสาวที่แอบมีน้ำตาคลออยู่เต็มหน่วยทั้งสองข้าง"พี่มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ" เธอว่าเช่นนั้นทั้งที่ไม่ยอมแม้จะหันไปมองใบหน้าคนที่ทำร้ายจิตใจเธอเลยสักนิด แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลของคนหลายใจคนนี้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่"พี่รู้ว่าพิมคงจะโกรธพี่มาก ๆ เลยใช่ไหม พี่ไม่มีอะไรแก้ตัวเลยครับ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจร
แค่เพียงแค่มองเห็นแววตาของเพื่อนที่มองผู้ชายตระบัดสัตย์คนนั้นก็รู้ความคิดของพิมโรสทั้งหมดแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ภายนอกจะดูแข็งแกร่งมาก ๆ อย่างพิมโรสนั้นแท้จริงจะใจอ่อนง่ายขนาดนี้ แค่มาง้อทุกวันวันละไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นผลแล้ว ในอนาคตนิสาอดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ ว่าพิมโรสจะโดนเอาเปรียบอีก"ขอโทษนะที่ฉันใจแข็งกับพี่เหนือได้ไม่นาน ทั้ง ๆ ที่เขาทำกับฉันขนาดนี้แล้ว" คนตัวเล็กเข้าไปโอบกอดเพื่อตัวเองอย่างออดอ้อน เพราะว่าเธอก็รู้ตัวว่าทำผิดและไม่ควร หากแต่จะให้เธอตัดใจจากเมืองเหนือที่อยู่ด้วยกันมานานขนาดนั้นตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้จริง ๆ"ความจริงแกไม่ต้องขอโทษก็ได้นะ มันชีวิตของแกฉันไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนอยู่แล้ว แต่ว่าแกคิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม" นิสาถามย้ำ"อื้อ คิดดีแล้วล่ะ" เมื่อคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมายพิมโรสขอใช้หัวใจอยู่เหนือเหตุผลและเลือกให้โอกาสกับเมืองเหนืออีกครั้ง อาจดูโง่งมเธอรู้ดี แต่คนเรามันก็แบบนี้เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจมากกว่าจะเสียใจ แม้ว่ามันจะเป็นการหลอกตัวเองแต่เธอก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้นต่อไป"แล้วเรื่องของผู้หญิงคนนั้นกับเด็กในท้องล่ะ คุณเมืองเหนือเขาคิดจะจัดการ
บทที่ 4 มาอยู่ด้วยกัน"อึก! หื้ออออ" เสียงร้องไห้อย่างสุดเสียงดังลั่นในห้องโดยสารของรถยนต์ราคากลาง ๆ ที่มีนิสาเป็นคนขับอยู่อย่างเงียบ ๆ และคอยเหลือบมองผู้อยู่เบาะข้าง ๆ อย่างเป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้ถามหรือกวนใจอะไรมากมาย เธอเลือกจะปล่อยให้เพื่อนตัวเองร้องไห้อยู่เช่นนั้นเพื่อระบายความเสียใจให้เต็มที่"...""ทำไมอ่ะ ทำไมพี่เหนือเขาต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอ หื้อออ" คำพูดที่ออกมาจากปากของพิมโรสไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบหรอก เธอไม่ได้ถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยคำถามนี้ก็เพียงแค่ถามตัวเองเท่านั้น"...""แกรู้ไหม ที่ผ่านมาฉันรักและซื่อสัตย์กับพี่เหนือเพียงคนเดียวมาตลอดเลย ไม่เคยมีใครในสายตาอีก ทั้ง ๆ ที่มีคนเข้าหามากมายขนาดไหนแต่ฉันก็มั่นคงกับเขามาก แล้วทำไมเรื่องแค่นี้พี่เหนือถึงทำไม่ได้อะ" นั่นสิ การซื่อสัตย์กับคนรักนั้นเป็นเรื่องที่ความจริงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย และสิ่งนี้มันก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนควรมีกันอยู่แล้ว เมื่อตกลงปลงใจที่จะแต่งงานสร้างครอบครัวกันและกันแล้ว ก็หมายความว่าต่างคนต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและมีคู่ครองเพียงกันและกันเท่านั้นไม่มีคนอื่นอีก ทำไมถึงทำตามสัญญา







