Share

บทที่ 73

Author: กวนอวิ๋นเจี้ยน
แต่ก็มิได้ละเลยการฝึกกระบี่

ทุกวันนอกจากไปฟังการคาบเรียนที่หอหกศาสตร์แล้ว ยังแบ่งเวลาสองชั่วยามมาทำสมาธิ ฝึกกระบี่ และดูแลของที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาอยู่ในยอดเขาชิงจู๋พวกนั้น

บังเอิญที่ช่วงก่อน นางได้เข้าถึงเจตจำนงกระบี่ในค่ายกลกระบี่ที่เจินเหรินหญิงหลายท่านนั้นวางไว้ไม่น้อย ช่วงนี้ยามฝึกกระบี่ จึงนำเจตจำนงกระบี่ที่ตระหนักได้พวกนั้นมาผสานเข้าด้วยกัน ทำให้วิชากระบี่ที่ไม่ก้าวหน้ามานาน จึงดูคล้ายจะก้าวหน้าไปสองสามส่วน

ส่วนการดูแลสิ่งต่าง ๆ บนยอดเขาชิงจู๋ก็ก็หาได้เป็นการเสียเวลาไม่

จากมุมมองของอวี้หลานชิงแล้ว นี่เดิมก็เป็นสิ่งที่นางควรทำ

ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่ท่านอาจารย์คัดเลือกเจ้าดอกไม้วิญญาณและรูปสลักพวกนั้น จะต้องใช้ความตั้งใจเช่นกันแน่

อวี้หลานชิงสามารถรับรู้ได้ว่า ในตอนที่ตนดูแลดอกไม้วิญญาณและขัดถูรูปปั้นพวกนั้นอย่างมีสมาธิไร้ความว่อกแว่ก สภาวะจิตก็ค่อย ๆ มั่นคงขึ้นมา

และการเล่นสนุกกับเจ้ากวางน้อยที่เรียกได้ว่าซุกซนสองตัวนั้นที่เชิงเขา ก็ทำให้นางสัมผัสถึงความผ่อนคลายสบายใจที่ไม่ได้สัมผัสมานาน

สภาพของนางก็จะดีขึ้นกว่าวันก่อนหน้าทุกวัน

แม้เวลาที่ใช้ในการฝึกฝนจะน้อย แต่ผลลัพธ์กลับม
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 76

    ร่างอวตารของปรมาจารย์กระบี่ฉางยวนก็เหมือนดั่งตัวจริงของเขาคิ้วและนัยน์ตาเย็นชา เนตรดั่งดาราอันหนาวเหน็บยามดวงตาอันเฉยเมยคู่นั้นกวาดมองมา ร่างกายของอวี้หลานชิงก็แข็งทื่ออย่างไม่อาจควบคุมเสมือนนึกย้อนกลับไปอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่หลิงเซียวแทงทะลุหัวใจของตนบนลานประลองมือที่ตกห้อยอยู่ข้างกายพลันกำแน่น อวี้หลานชิงด่าตนเองอยู่ในใจประโยคหนึ่ง “ขี้ขลาด!”กลับมาเกิดใหม่นานขนาดนี้แล้ว นางยังคงหวาดกลัวภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นอยู่อีก เพียงได้เห็นฉางยวนก็อดปลุกความขลาดกลัวที่อยู่ในก้นลึกของจิตใจสายนั้นขึ้นมาไม่ได้ แล้วหลบตา เลี่ยงการสบสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัวนี่ช่างขี้ขลาดเกินไปแล้ว!นางรังเกียจตนเองที่เป็นเช่นนี้ในเวลาเดียวกับที่อวี้หลานชิงเบี่ยงสายตาไปนั่นเอง สายตาของปรมาจารย์กระบี่ฉางยวนก็ตกลงบนตัวนางราวกับมีจิตวิญญาณจริง ๆศิษย์หญิงที่เรือนร่างเพรียวบาง คิ้วตาราวน้ำค้างแข็ง ทว่าบุคลิกดั่งกระบี่ แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็มีฉายบุคลิกที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ยอมหักไม่ยอมงอ บุคลิกเช่นนี้เขาเคยเห็นบนตัวคนอีกผู้หนึ่งมาก่อนคนจำนวนไม่น้อยมองไปตามสายตาของปรมาจารย์กระบี่ฉางยวน แล้วสังเกตเ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 75

    อวี้หลานชิงกลับเล่นอย่างทุ่มเทนักในตอนที่ผู้อาวุโสซู่ซินมอบผีผาให้นั้น ก็ได้ผนึกท่วงทำนองดนตรีไว้ท่อนหนึ่งหลังซือเหยาเจินเหรินได้ฟังก็แนะนำว่า นั่นเป็นบทเพลง ‘โหมกระหน่ำ’ เดิมใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มความฮึกเหิมในการรบวิถีกระบี่ของอวี้หลานชิงนั้นมีการโจมตีและเก็บกลับอย่างลื่นไหลและทรงพลัง บทเพลงโหมกระหน่ำนี้จึงค่อนข้างถูกใจนาง คาบเรียนวิชาดนตรีสองคาบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ที่ไปเข้าเรียนเหลือนางเพียงคนเดียวเท่านั้น นางจึงหัดบรรเลงเพลงนี้น่าจะเล่นพอใช้ได้อยู่บ้างเนื่องจากหลังเรียนคาบที่แล้วเสร็จ อวี้หลานชิงยังตั้งใจถามซือเหยาเจินเหรินด้วย อีกฝ่ายกล่าวว่าการบรรเลงดนตรีของนางค่อนข้างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองหากมิใช่เพราะได้รับการยอมรับจากซือเหยาเจินเหริน นางก็คงไม่กล้าแสดงความขายหน้าต่อหน้าอาจารย์บทเพลงจบลงแล้ว อวี้หลานชิงมองไปทางอาจารย์ด้วยสีหน้าวาดหวังเมื่อประสานเข้ากับสายตาคาดหวังของศิษย์ เสิ่นหวยจั๋วอ้าปาก ทว่าชั่วขณะกลับกล่าวสิ่งใดไม่ออกหากวิจารณ์ตามความเป็นจริง ยันต์ดอกไม้ไฟไม่กี่ใบที่ล้มเหลวไปเมื่อครู่นั้นไม่นับเป็นกระไรเลย อย่างมากก็ระเบิดเพียงเส้นผมเท่านั้น ใช้ค

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 74

    ดังคำกล่าวที่ว่า การบ่มเพาะศิษย์ควรปรับให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละคนพวกอวิ๋นไห่กับจวีหยางไม่เข้าใจลูกศิษย์ตัวน้อยของเขานั้น ตัวเองสู้สุดชีวิตมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เขาไปเร่งรัดอีก ตัวเขาที่เป็นอาจารย์ควรพานางไปเล่นสนุก ช่วยผ่อนคลายนางจึงจะถูกในขณะที่เสิ่นหวยจั๋วกำลังครุ่นคิดว่าหลังผ่านวันนี้ไป ก็จะเอาดอกไม้ม่วง ๆ แดง ๆ ในสวนออกไปเพื่อไม่ให้พวกมันที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว แย่งเวลาของลูกศิษย์ไปอีกนั่นเองก็เห็นลูกศิษย์ของตนหิ้วสุราสองไหเหาะเข้ามาสีสันแห่งรัตติกาลค่อยๆ เข้มขึ้น ดวงจันทราเต็มดวงลอยอยู่กลางฟ้าภายในสวนไผ่เขียวที่ยามปกติจะเงียบเหงา วันนี้กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาดต้นไม้ใหญ่ที่บดบังแผ่นฟ้าไว้ถูก‘ย้าย’ไปด้านข้าง โต๊ะหินหยกขาวถูกวางไว้ข้างดอกไม้วิญญาณ บนโต๊ะจัดวางสุราดอกกุ้ยฮวาที่อวี้หลานชิงตั้งใจซื้อมาจากตลาดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีผลไม้และขนมอีกนับสิบจานในสวนมิได้จุดกำยาน ยิ่งดึกกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นนั้นไม่แสบจมูกแต่มีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ที่ทำให้คนรู้สึกสบายและผ่อนคลายแทนเสิ่นหวยจั๋วยกจอกขึ้นจิบเหล้าดอกกุ้ยฮวา เพียงคำเดียวก็ชิมออกว่า

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 73

    แต่ก็มิได้ละเลยการฝึกกระบี่ทุกวันนอกจากไปฟังการคาบเรียนที่หอหกศาสตร์แล้ว ยังแบ่งเวลาสองชั่วยามมาทำสมาธิ ฝึกกระบี่ และดูแลของที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาอยู่ในยอดเขาชิงจู๋พวกนั้นบังเอิญที่ช่วงก่อน นางได้เข้าถึงเจตจำนงกระบี่ในค่ายกลกระบี่ที่เจินเหรินหญิงหลายท่านนั้นวางไว้ไม่น้อย ช่วงนี้ยามฝึกกระบี่ จึงนำเจตจำนงกระบี่ที่ตระหนักได้พวกนั้นมาผสานเข้าด้วยกัน ทำให้วิชากระบี่ที่ไม่ก้าวหน้ามานาน จึงดูคล้ายจะก้าวหน้าไปสองสามส่วนส่วนการดูแลสิ่งต่าง ๆ บนยอดเขาชิงจู๋ก็ก็หาได้เป็นการเสียเวลาไม่จากมุมมองของอวี้หลานชิงแล้ว นี่เดิมก็เป็นสิ่งที่นางควรทำยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่ท่านอาจารย์คัดเลือกเจ้าดอกไม้วิญญาณและรูปสลักพวกนั้น จะต้องใช้ความตั้งใจเช่นกันแน่อวี้หลานชิงสามารถรับรู้ได้ว่า ในตอนที่ตนดูแลดอกไม้วิญญาณและขัดถูรูปปั้นพวกนั้นอย่างมีสมาธิไร้ความว่อกแว่ก สภาวะจิตก็ค่อย ๆ มั่นคงขึ้นมาและการเล่นสนุกกับเจ้ากวางน้อยที่เรียกได้ว่าซุกซนสองตัวนั้นที่เชิงเขา ก็ทำให้นางสัมผัสถึงความผ่อนคลายสบายใจที่ไม่ได้สัมผัสมานานสภาพของนางก็จะดีขึ้นกว่าวันก่อนหน้าทุกวันแม้เวลาที่ใช้ในการฝึกฝนจะน้อย แต่ผลลัพธ์กลับม

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 72

    เมื่อเปรียบเทียบห้องเรียนกันแล้ว แม้วิชาที่หอหกศาสตร์จัดไว้จะมีมาก แต่เหล่าศิษย์ที่มาเข้าเรียนกลับเบาบางจนแทบวางตาข่ายจับนกที่หน้าประตูได้ดังเช่นวิชาการเพาะเลี้ยงพืชวิญญาณที่ฉีเจินเหรินจากหอโอสถสอนในวันนี้ ทั่วทั้งห้องเรียนรวมไปถึงฉีเจินเหรินผู้สอนแล้ว นับจนหมดก็ยังมีไม่ถึงสิบคนนอกจากนี้แปดคนยังเป็นศิษย์ชั้นนอกของยอดเขาไป๋เฉ่า ที่อยู่ในหอโอสถอีกด้วยศิษย์เหล่านี้เมื่อเห็นอวี้หลานชิง ก็รู้สึกฉงนเช่นกันเมื่อถึงช่วงการถามตอบข้อข้องใจ ในช่วงใกล้เลิกเรียนอวี้หลานชิงก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณ แล้วบรรยายลักษณะดอกไม้วิญญาณหลากสีสันบนยอดเขาชิงจู๋พวกนั้น “เจินเหรินพอจะทราบหรือไม่ว่า ดอกไม้วิญญาณประเภทนี้ควรดูแลอย่างไร และจะนำละอองเกสรของพวกมันมาได้อย่างไร”“เจ้าลองอธิบายให้ละเอียดอีกหน่อย”อวี้หลานชิงบรรยายลักษณะของดอกไม้อย่างละเอียดฉีเจินเหรินขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยเอ่ยปากกล่าวว่า “ฟังจากลักษณะที่เจ้าบรรยายมา น่าจะเป็นดอกไม้วิญญาณระดับสาม ‘ดอกราตรี’ ไม่ผิดแน่ ดอกไม้วิญญาณประเภทนี้จัดอยู่ในระดับสาม บอบบางอย่างมาก และยังออกดอกแค่ตอนกลางคืนอีก หากต้องการเอาละอองเกสรออกมา จะต้องใช้น้ำพ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 71

    “แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากเกินไป เพียงแค่สิ่งของนอกกายเท่านั้น ศิษย์น้อยเจ้าจัดการไปอย่างไม่ต้องใส่ใจมากนักก็พอ”“ศิษย์ทราบแล้วเจ้าค่ะ” อวี้หลานชิงพยักหน้ารับคำทว่าแต่ไรมา ในใจของนางก็ไม่เคยมีคำว่า ‘ไม่ใส่ใจ’ สามคำนั้นออกจากสวนไผ่เขียวและกลับไปทายาที่เรือนเล็กของตนเสร็จ นางลังเลอยู่หน้าห้องฝึกตนเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็เหยียบขึ้นกระบี่ยาวอีกครั้ง มุ่งหน้าเหาะไปที่เนินเขาของยอดเขาหลักเมื่อเห็นเงาร่างของศิษย์เหาะจากไป เสิ่นหวยจั๋วก็เก็บจิตสัมผัสกลับมาลูบคางอย่างพึงพอใจ ในใจคิดว่า ยังคงเป็นเขาที่มีวิธี!ครานี้ ในที่สุดความสนใจของศิษย์น้อยก็ย้ายไปจากการฝึกฝนได้เล็กน้อยเสียทีอย่าคิดว่าเขามองไม่ออก แม้ศิษย์น้อยจะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน แต่ระดับพลังยุทธ์มิได้เพิ่มขึ้นแม้แต่น้อยมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว เห็นได้ชัดว่าด้านสภาพจิตใจเกิดปัญหาเขาค้นพบนานแล้วว่า นิสัยของศิษย์น้อยค่อนข้างหัวรั้นอยู่หน่อยแข็งเกินย่อมหักง่าย หากทำการฝึกฝนอย่างหนักเช่นนี้ต่อไปมิใช่เรื่องดีเลยมิสู้เปลี่ยนความสนใจ บางทีอาจพบความเพลิดเพลินได้จากเรื่องอื่น?ต่อให้ไม่ได้ อย่างน้อยก็สามารถทำให้สภาวะที่ตึงเค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status