Share

บทที่ 72

Author: กวนอวิ๋นเจี้ยน
เมื่อเปรียบเทียบห้องเรียนกันแล้ว แม้วิชาที่หอหกศาสตร์จัดไว้จะมีมาก แต่เหล่าศิษย์ที่มาเข้าเรียนกลับเบาบางจนแทบวางตาข่ายจับนกที่หน้าประตูได้

ดังเช่นวิชาการเพาะเลี้ยงพืชวิญญาณที่ฉีเจินเหรินจากหอโอสถสอนในวันนี้ ทั่วทั้งห้องเรียนรวมไปถึงฉีเจินเหรินผู้สอนแล้ว นับจนหมดก็ยังมีไม่ถึงสิบคน

นอกจากนี้แปดคนยังเป็นศิษย์ชั้นนอกของยอดเขาไป๋เฉ่า ที่อยู่ในหอโอสถอีกด้วย

ศิษย์เหล่านี้เมื่อเห็นอวี้หลานชิง ก็รู้สึกฉงนเช่นกัน

เมื่อถึงช่วงการถามตอบข้อข้องใจ ในช่วงใกล้เลิกเรียน

อวี้หลานชิงก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณ แล้วบรรยายลักษณะดอกไม้วิญญาณหลากสีสันบนยอดเขาชิงจู๋พวกนั้น “เจินเหรินพอจะทราบหรือไม่ว่า ดอกไม้วิญญาณประเภทนี้ควรดูแลอย่างไร และจะนำละอองเกสรของพวกมันมาได้อย่างไร”

“เจ้าลองอธิบายให้ละเอียดอีกหน่อย”

อวี้หลานชิงบรรยายลักษณะของดอกไม้อย่างละเอียด

ฉีเจินเหรินขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยเอ่ยปากกล่าวว่า “ฟังจากลักษณะที่เจ้าบรรยายมา น่าจะเป็นดอกไม้วิญญาณระดับสาม ‘ดอกราตรี’ ไม่ผิดแน่ ดอกไม้วิญญาณประเภทนี้จัดอยู่ในระดับสาม บอบบางอย่างมาก และยังออกดอกแค่ตอนกลางคืนอีก หากต้องการเอาละอองเกสรออกมา จะต้องใช้น้ำพ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 76

    ร่างอวตารของปรมาจารย์กระบี่ฉางยวนก็เหมือนดั่งตัวจริงของเขาคิ้วและนัยน์ตาเย็นชา เนตรดั่งดาราอันหนาวเหน็บยามดวงตาอันเฉยเมยคู่นั้นกวาดมองมา ร่างกายของอวี้หลานชิงก็แข็งทื่ออย่างไม่อาจควบคุมเสมือนนึกย้อนกลับไปอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่หลิงเซียวแทงทะลุหัวใจของตนบนลานประลองมือที่ตกห้อยอยู่ข้างกายพลันกำแน่น อวี้หลานชิงด่าตนเองอยู่ในใจประโยคหนึ่ง “ขี้ขลาด!”กลับมาเกิดใหม่นานขนาดนี้แล้ว นางยังคงหวาดกลัวภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นอยู่อีก เพียงได้เห็นฉางยวนก็อดปลุกความขลาดกลัวที่อยู่ในก้นลึกของจิตใจสายนั้นขึ้นมาไม่ได้ แล้วหลบตา เลี่ยงการสบสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัวนี่ช่างขี้ขลาดเกินไปแล้ว!นางรังเกียจตนเองที่เป็นเช่นนี้ในเวลาเดียวกับที่อวี้หลานชิงเบี่ยงสายตาไปนั่นเอง สายตาของปรมาจารย์กระบี่ฉางยวนก็ตกลงบนตัวนางราวกับมีจิตวิญญาณจริง ๆศิษย์หญิงที่เรือนร่างเพรียวบาง คิ้วตาราวน้ำค้างแข็ง ทว่าบุคลิกดั่งกระบี่ แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็มีฉายบุคลิกที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ยอมหักไม่ยอมงอ บุคลิกเช่นนี้เขาเคยเห็นบนตัวคนอีกผู้หนึ่งมาก่อนคนจำนวนไม่น้อยมองไปตามสายตาของปรมาจารย์กระบี่ฉางยวน แล้วสังเกตเ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 75

    อวี้หลานชิงกลับเล่นอย่างทุ่มเทนักในตอนที่ผู้อาวุโสซู่ซินมอบผีผาให้นั้น ก็ได้ผนึกท่วงทำนองดนตรีไว้ท่อนหนึ่งหลังซือเหยาเจินเหรินได้ฟังก็แนะนำว่า นั่นเป็นบทเพลง ‘โหมกระหน่ำ’ เดิมใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มความฮึกเหิมในการรบวิถีกระบี่ของอวี้หลานชิงนั้นมีการโจมตีและเก็บกลับอย่างลื่นไหลและทรงพลัง บทเพลงโหมกระหน่ำนี้จึงค่อนข้างถูกใจนาง คาบเรียนวิชาดนตรีสองคาบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ที่ไปเข้าเรียนเหลือนางเพียงคนเดียวเท่านั้น นางจึงหัดบรรเลงเพลงนี้น่าจะเล่นพอใช้ได้อยู่บ้างเนื่องจากหลังเรียนคาบที่แล้วเสร็จ อวี้หลานชิงยังตั้งใจถามซือเหยาเจินเหรินด้วย อีกฝ่ายกล่าวว่าการบรรเลงดนตรีของนางค่อนข้างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองหากมิใช่เพราะได้รับการยอมรับจากซือเหยาเจินเหริน นางก็คงไม่กล้าแสดงความขายหน้าต่อหน้าอาจารย์บทเพลงจบลงแล้ว อวี้หลานชิงมองไปทางอาจารย์ด้วยสีหน้าวาดหวังเมื่อประสานเข้ากับสายตาคาดหวังของศิษย์ เสิ่นหวยจั๋วอ้าปาก ทว่าชั่วขณะกลับกล่าวสิ่งใดไม่ออกหากวิจารณ์ตามความเป็นจริง ยันต์ดอกไม้ไฟไม่กี่ใบที่ล้มเหลวไปเมื่อครู่นั้นไม่นับเป็นกระไรเลย อย่างมากก็ระเบิดเพียงเส้นผมเท่านั้น ใช้ค

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 74

    ดังคำกล่าวที่ว่า การบ่มเพาะศิษย์ควรปรับให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละคนพวกอวิ๋นไห่กับจวีหยางไม่เข้าใจลูกศิษย์ตัวน้อยของเขานั้น ตัวเองสู้สุดชีวิตมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เขาไปเร่งรัดอีก ตัวเขาที่เป็นอาจารย์ควรพานางไปเล่นสนุก ช่วยผ่อนคลายนางจึงจะถูกในขณะที่เสิ่นหวยจั๋วกำลังครุ่นคิดว่าหลังผ่านวันนี้ไป ก็จะเอาดอกไม้ม่วง ๆ แดง ๆ ในสวนออกไปเพื่อไม่ให้พวกมันที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว แย่งเวลาของลูกศิษย์ไปอีกนั่นเองก็เห็นลูกศิษย์ของตนหิ้วสุราสองไหเหาะเข้ามาสีสันแห่งรัตติกาลค่อยๆ เข้มขึ้น ดวงจันทราเต็มดวงลอยอยู่กลางฟ้าภายในสวนไผ่เขียวที่ยามปกติจะเงียบเหงา วันนี้กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาดต้นไม้ใหญ่ที่บดบังแผ่นฟ้าไว้ถูก‘ย้าย’ไปด้านข้าง โต๊ะหินหยกขาวถูกวางไว้ข้างดอกไม้วิญญาณ บนโต๊ะจัดวางสุราดอกกุ้ยฮวาที่อวี้หลานชิงตั้งใจซื้อมาจากตลาดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีผลไม้และขนมอีกนับสิบจานในสวนมิได้จุดกำยาน ยิ่งดึกกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นนั้นไม่แสบจมูกแต่มีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ที่ทำให้คนรู้สึกสบายและผ่อนคลายแทนเสิ่นหวยจั๋วยกจอกขึ้นจิบเหล้าดอกกุ้ยฮวา เพียงคำเดียวก็ชิมออกว่า

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 73

    แต่ก็มิได้ละเลยการฝึกกระบี่ทุกวันนอกจากไปฟังการคาบเรียนที่หอหกศาสตร์แล้ว ยังแบ่งเวลาสองชั่วยามมาทำสมาธิ ฝึกกระบี่ และดูแลของที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาอยู่ในยอดเขาชิงจู๋พวกนั้นบังเอิญที่ช่วงก่อน นางได้เข้าถึงเจตจำนงกระบี่ในค่ายกลกระบี่ที่เจินเหรินหญิงหลายท่านนั้นวางไว้ไม่น้อย ช่วงนี้ยามฝึกกระบี่ จึงนำเจตจำนงกระบี่ที่ตระหนักได้พวกนั้นมาผสานเข้าด้วยกัน ทำให้วิชากระบี่ที่ไม่ก้าวหน้ามานาน จึงดูคล้ายจะก้าวหน้าไปสองสามส่วนส่วนการดูแลสิ่งต่าง ๆ บนยอดเขาชิงจู๋ก็ก็หาได้เป็นการเสียเวลาไม่จากมุมมองของอวี้หลานชิงแล้ว นี่เดิมก็เป็นสิ่งที่นางควรทำยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่ท่านอาจารย์คัดเลือกเจ้าดอกไม้วิญญาณและรูปสลักพวกนั้น จะต้องใช้ความตั้งใจเช่นกันแน่อวี้หลานชิงสามารถรับรู้ได้ว่า ในตอนที่ตนดูแลดอกไม้วิญญาณและขัดถูรูปปั้นพวกนั้นอย่างมีสมาธิไร้ความว่อกแว่ก สภาวะจิตก็ค่อย ๆ มั่นคงขึ้นมาและการเล่นสนุกกับเจ้ากวางน้อยที่เรียกได้ว่าซุกซนสองตัวนั้นที่เชิงเขา ก็ทำให้นางสัมผัสถึงความผ่อนคลายสบายใจที่ไม่ได้สัมผัสมานานสภาพของนางก็จะดีขึ้นกว่าวันก่อนหน้าทุกวันแม้เวลาที่ใช้ในการฝึกฝนจะน้อย แต่ผลลัพธ์กลับม

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 72

    เมื่อเปรียบเทียบห้องเรียนกันแล้ว แม้วิชาที่หอหกศาสตร์จัดไว้จะมีมาก แต่เหล่าศิษย์ที่มาเข้าเรียนกลับเบาบางจนแทบวางตาข่ายจับนกที่หน้าประตูได้ดังเช่นวิชาการเพาะเลี้ยงพืชวิญญาณที่ฉีเจินเหรินจากหอโอสถสอนในวันนี้ ทั่วทั้งห้องเรียนรวมไปถึงฉีเจินเหรินผู้สอนแล้ว นับจนหมดก็ยังมีไม่ถึงสิบคนนอกจากนี้แปดคนยังเป็นศิษย์ชั้นนอกของยอดเขาไป๋เฉ่า ที่อยู่ในหอโอสถอีกด้วยศิษย์เหล่านี้เมื่อเห็นอวี้หลานชิง ก็รู้สึกฉงนเช่นกันเมื่อถึงช่วงการถามตอบข้อข้องใจ ในช่วงใกล้เลิกเรียนอวี้หลานชิงก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณ แล้วบรรยายลักษณะดอกไม้วิญญาณหลากสีสันบนยอดเขาชิงจู๋พวกนั้น “เจินเหรินพอจะทราบหรือไม่ว่า ดอกไม้วิญญาณประเภทนี้ควรดูแลอย่างไร และจะนำละอองเกสรของพวกมันมาได้อย่างไร”“เจ้าลองอธิบายให้ละเอียดอีกหน่อย”อวี้หลานชิงบรรยายลักษณะของดอกไม้อย่างละเอียดฉีเจินเหรินขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยเอ่ยปากกล่าวว่า “ฟังจากลักษณะที่เจ้าบรรยายมา น่าจะเป็นดอกไม้วิญญาณระดับสาม ‘ดอกราตรี’ ไม่ผิดแน่ ดอกไม้วิญญาณประเภทนี้จัดอยู่ในระดับสาม บอบบางอย่างมาก และยังออกดอกแค่ตอนกลางคืนอีก หากต้องการเอาละอองเกสรออกมา จะต้องใช้น้ำพ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอถีบอาจารย์ผู้ลำเอียงทิ้ง   บทที่ 71

    “แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากเกินไป เพียงแค่สิ่งของนอกกายเท่านั้น ศิษย์น้อยเจ้าจัดการไปอย่างไม่ต้องใส่ใจมากนักก็พอ”“ศิษย์ทราบแล้วเจ้าค่ะ” อวี้หลานชิงพยักหน้ารับคำทว่าแต่ไรมา ในใจของนางก็ไม่เคยมีคำว่า ‘ไม่ใส่ใจ’ สามคำนั้นออกจากสวนไผ่เขียวและกลับไปทายาที่เรือนเล็กของตนเสร็จ นางลังเลอยู่หน้าห้องฝึกตนเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็เหยียบขึ้นกระบี่ยาวอีกครั้ง มุ่งหน้าเหาะไปที่เนินเขาของยอดเขาหลักเมื่อเห็นเงาร่างของศิษย์เหาะจากไป เสิ่นหวยจั๋วก็เก็บจิตสัมผัสกลับมาลูบคางอย่างพึงพอใจ ในใจคิดว่า ยังคงเป็นเขาที่มีวิธี!ครานี้ ในที่สุดความสนใจของศิษย์น้อยก็ย้ายไปจากการฝึกฝนได้เล็กน้อยเสียทีอย่าคิดว่าเขามองไม่ออก แม้ศิษย์น้อยจะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน แต่ระดับพลังยุทธ์มิได้เพิ่มขึ้นแม้แต่น้อยมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว เห็นได้ชัดว่าด้านสภาพจิตใจเกิดปัญหาเขาค้นพบนานแล้วว่า นิสัยของศิษย์น้อยค่อนข้างหัวรั้นอยู่หน่อยแข็งเกินย่อมหักง่าย หากทำการฝึกฝนอย่างหนักเช่นนี้ต่อไปมิใช่เรื่องดีเลยมิสู้เปลี่ยนความสนใจ บางทีอาจพบความเพลิดเพลินได้จากเรื่องอื่น?ต่อให้ไม่ได้ อย่างน้อยก็สามารถทำให้สภาวะที่ตึงเค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status