Share

เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม
เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม
Author: มีสมองแค่ 2 นาที

1 พระสนมหวนชะตา

last update publish date: 2026-10-28 03:49:46

1

พระสนมหวนชะตา

เสียงกรีดร้องสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักงดงามที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมด้วยความสงบสุข บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นนองเลือด เหล่าทหารในชุดเกราะเหล็กยกดาบฟาดฟันมิปรานี ร่างอันบอบบางของหญิงสาวในวังหลังล้มลงทีละคน เลือดสีแดงสดแผ่กระจายราวดอกเหมยต้องน้ำค้างยามหนาว

เบื้องหน้าผู้คนทั้งหลาย บุรุษผู้หนึ่งยืนสูงตระหง่านในอาภรณ์นักรบ ใบหน้าคมเข้มดุดัน เขาคือ องค์ชายสิบสาม ผู้ก่อการกบฏและนำทัพเข้ายึดวังหลวงด้วยมือนี้เอง ดวงตาคมคู่นั้นเย็นเยียบประหนึ่งคมกระบี่ สะท้อนเพลิงไฟและคราบเลือดรอบกาย

“เจ้ายอมสวามิภักดิ์หรือไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยถามพระสนมรองที่นั่งคุกเข่าสั่นระริก เบื้องหน้าคือทางตันแห่งชีวิต นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว รีบก้มหน้ากราบพลางเปล่งเสียงสะอื้น

“หม่อมฉัน… ยอมเพค่ะ โปรดไว้ชีวิต…” คำพูดนั้นยังไม่ทันสิ้นดี คมดาบในมือองค์ชายกลับตวัดลงโดยไร้ซึ่งลังเล ศีรษะของสตรีนางนั้นพลันหลุดร่วง เลือดแดงฉานไหลนองพื้น

องค์ชายสิบสามเช็ดคมดาบด้วยชายผ้าของผู้ตาย ใบหน้ามิได้ปรากฏความสาสมใจหรือโกรธแค้น มีเพียงความเย็นเยียบประหนึ่งหิมะกลางเหมันต์ ก่อนทอดสายตาไปยังเหล่าสนมที่เหลืออยู่เอ่ยเสียงเรียบเย็น

“ผู้ใดยอมเพียงเพื่อเอาตัวรอด… ล้วนคือคนทรยศ”

…

กำแพงวังอันรุ่งโรจน์ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเงาเพลิงลุกโชน เหล่าทหารชุดเกราะคุมตัวสตรีนางหนึ่งเข้ามา—ไป๋หลิงฮวา พระสนมเอกผู้เลอโฉม อาภรณ์ไหมสีอ่อนที่เคยงามสง่าบัดนี้เปื้อนฝุ่นและคราบน้ำตา ทว่าความงามบนดวงหน้ายังคงส่องประกายสะกดสายตาทุกผู้คน

นางถูกผลักให้คุกเข่าลงเบื้องหน้า เยวี่ยหาน องค์ชายสิบสามในชุดเกราะนักรบ เขายืนสูงเด่น ใบหน้าเปื้อนเลือดแต่กลับเผยรอยยิ้มเย็นเยียบประหนึ่งคนสิ้นสติ

“ท่าน… เสียสติไปแล้วหรือ เหตุใดต้องก่อการนองเลือดเยี่ยงนี้” ไป๋หลิงฮวามองเขาด้วยแววตาหวาดหวั่น เสียงสั่นเครือเอ่ยถาม

“เสียสติหรือ… ฮ่า ฮ่า… ทั้งหมดนี่ล้วนเพื่อเจ้า! ข้าจะโค่นบัลลังก์ ขึ้นครองราชย์ แล้วเจ้าจะได้เป็นไทเฮาดังใจสมปรารถนา… เจ้าไม่ดีใจหรือ หลิงฮวา?”เยวี่ยหานหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความบ้าคลั่ง

เสียงหัวเราะสะท้อนก้องไปทั่วโถงวัง ราวปีศาจกรีดกรายกลางเพลิงนรก ไป๋หลิงฮวาหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นระริก นางส่ายหน้าช้า ๆ น้ำตาไหลริน

“มิใช่เช่นนั้น… ข้าไม่เคยปรารถนาให้เป็นเช่นนี้เลย… ตอนนี้… ตอนนี้ข้ากำลังตั้งครรภ์… เป็นพระโอรสของฝ่าบาท… ข้าไม่อาจเป็นของท่านได้”

คำพูดนั้นประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ความเงียบงันครอบคลุมเพียงชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าเยวี่ยหานบิดเบี้ยวกลายเป็นหัวเราะราวคนบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม เสียงหัวเราะก้องสะท้าน ท่ามกลางเปลวเพลิงและสายตาหวาดกลัวของสนมเอกผู้เลอโฉม…

....

เสียงหัวเราะบ้าคลั่งก้องสะท้านไปทั่วกำแพงวัง เยวี่ยหานสะบัดดาบในมืออย่างไร้ทิศทาง แววตาสับสนคลุ้มคลั่ง ร่างสูงในชุดเกราะแดงฉานเต็มไปด้วยคราบเลือด

“ไป๋หลิงฮวา! ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำ… ล้วนเพื่อเจ้า! แต่เจ้า…เจ้ากลับไม่รอข้า!” เสียงคำรามสะเทือนดุจฟ้าฟาด ดวงตาแดงก่ำแทบหลั่งน้ำตา

“ไม่เป็นไร… ข้าจะรอวันที่เจ้าคลอดลูกออกมา แล้วข้าจะฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง จากนั้น…เราจะได้ครองรักกันอย่างมีความสุข…เพียงเราสองคน!” เขากัดฟันแน่น ก่อนยกดาบขึ้นชี้ไปยังนาง เอ่ยเสียงต่ำดั่งปีศาจ

ไป๋หลิงฮวาหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าด้วยน้ำตานอง ดวงใจบีบคั้นราวจะแหลกสลาย นางผลักร่างทหารออก วิ่งพุ่งไปยังเชิงกำแพงสูงแห่งวังหลวง

“หลิงฮวา! เจ้าหนีข้าไปมิได้!” เยวี่ยหานคำรามลั่น วิ่งตามนางไปทุกย่างก้าว

ลมหนาวโบกสะบัด ชายอาภรณ์นางพลิ้วไหวบนยอดกำแพงสูง ไป๋หลิงฮวาหันกลับมองเขาครั้งสุดท้าย น้ำตาเอ่อคลอ นางเปล่งเสียงสะท้อนใจ

“เยวี่ยหาน… ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเพราะข้าเอง เพราะความทะเยอทะยานต่ำตม ข้าอยากได้อำนาจ อยากได้ตำแหน่งไทเฮา ข้าทำผิดต่อท่าน… ผิดต่อฝ่าบาท… หากจะต้องชดใช้บาปนี้ ก็ให้ข้าชดใช้ด้วยชีวิตเถิด!”

สิ้นคำ เสียงร้องสะท้อนเศร้าก็ขาดหายไปพร้อมกับร่างบอบบางที่พุ่งกระโจนลงจากกำแพงสูง สายลมพัดแรงพลิ้วพาอาภรณ์นางร่วงหล่นประหนึ่งกลีบดอกเหมยปลิดขั้ว

เยวี่ยหานหยุดนิ่ง คมดาบในมือสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้าง เขาตะโกนเรียกนามนางด้วยเสียงแตกพร่า ร่างสูงคุกเข่าทรุดลงบนหินเย็นแข็ง เสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ประสานกันดุจเสียงวิญญาณที่หลงทาง…

…

เสียงน้ำกระเซ็นดังสะท้อนก้องในหู เด็กหญิงสะดุ้งเฮือกพลันลืมตาขึ้น ลมหายใจขาดห้วง มือเล็กตะเกียกตะกายคว้าขอบสระ แม่นมเหรินรีบโอบประคองด้วยน้ำตานองหน้า

“พระสนมหลิงฮวา! ฟื้นเถิดเพคะ… โชคดีเหลือเกิน!”

สาวใช้และองครักษ์ผู้ภักดีต่างกรูกันเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก ไป๋หลิงฮวายกดวงตากลมใสมองทุกผู้คนอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเขาล้วนยังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่ตามความทรงจำของนาง พวกเขาล้วนสิ้นไปนานแล้ว

นางเงยหน้ามองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าของเด็กหญิงวัยเพียงสิบสองปี ดวงตาใสกระจ่างเหมือนหยดน้ำฝน มิใช่พระสนมเอกผู้เลอโฉมผู้ถูกชิงชังและหวาดเกรงในวังหลัง หัวใจหลิงฮวาเต้นระรัว นางมิอาจห้ามน้ำตาที่เอ่อคลอได้

“สวรรค์… ข้าย้อนคืนมาเมื่อแปดปีก่อนจริง ๆ หรือ…”

ขณะเดียวกัน ความทรงจำชัดเจนยิ่งนัก ยามนี้นางคือหนึ่งใน “สี่พระสนมเอก” แห่งวังหลังที่เพิ่งถูกโปรดเกล้าเข้ามาใหม่ ๆ ร่างนี้ยังสดใส แต่ตำแหน่งกลับสูงส่ง นั่นหมายความว่า เส้นทางแก่งแย่งในวังหลัง กำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง

…

ห้องนอนเงียบสงัด แสงโคมไฟน้ำมันส่องสะท้อนเงาจางบนผนังไม้ ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยสิบสองปีเอนกายอยู่บนตั่งนอน ผ้าห่มไหมบางเบาห่มคลุมถึงอก มือเรียวเล็กวางพาดบนหน้าท้อง นัยน์ตากลมใสทอประกายหม่นหมองเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันจะมี

ไป๋หลิงฮวา ถอนหายใจยาว ราวกับเสียงนั้นพาเอาความขมขื่นในอกหลุดร่วงออกมา นางหลับตาลงแต่กลับเห็นภาพอดีตชาติวาบขึ้น โลหิตไหลนองพระราชฐาน น้ำตาสตรี เสียงกรีดร้องแย่งชิงตำแหน่ง ลามไปถึงวังหลวงจนราชสำนักสะเทือน

ชาติก่อน นางมิใช่เพียงพระสนมเอกผู้งามเลิศ หากแต่เป็นหญิงที่ แทรกแซงทุกสิ่งให้อยู่ในกำมือ ตั้งแต่ตำหนักในวังหลังไปจนถึงราชกิจทั้งหลายในวังหน้า ทว่าอำนาจและเกียรติยศที่ไขว่คว้า กลับนำพานางไปสู่จุดจบอันอเนจอนาถ

แววตาน้อยคู่นั้นพราวด้วยหยาดน้ำใส นางพึมพำเสียงแผ่ว

“เกิดใหม่ครานี้… ข้าไม่ขอแก่งแย่งชิงดี ไม่ขอเป็นใหญ่เหนือผู้ใด ไม่ขอพึ่งพิงสามี…หรือชายใดอีกแล้ว”

ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น มือกำผ้าห่มไว้มั่น ความเย็นเยียบในใจค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว

ชาติก่อน… ตอนที่ฮ่องเต้ล้มป่วย นางเคยมีโอกาสนั่งเคียงข้าง ช่วยตัดสินราชกิจแทน นั่นทำให้นางได้ศึกษากิจการทั้งหลายในแผ่นดิน ทั้งการค้า เส้นทางบกน้ำ ราคาธัญพืช และอำนาจของพ่อค้าตระกูลใหญ่

ครั้งนี้ นางหวนคืนสู่วัยเยาว์อีกครา หากสวรรค์ยังเมตตา นางจักใช้ความรู้เหล่านั้นเป็นเกราะกำบัง มิใช่เพื่ออำนาจ หากเพื่อให้ตนเอง ยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ต้องอิงใคร

ไป๋หลิงฮวาลืมตาขึ้น ดวงตากลมที่เคยหม่นเศร้าเปล่งประกายเจิดจ้าราวแสงดาวกลางรัตติกาล เสียงลมเบา ๆ นอกหน้าต่างพัดลอดเข้ามา ดุจพยานรับรู้คำปณิธานใหม่ของสตรีผู้หวนคืนจากความตาย…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   26 ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน

    26ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน (NC18+)เสียงกลองและพิณในงานแต่งยังดังระรื่น แต่ในมุมเงียบด้านหนึ่งของหอเลี้ยง ไป๋ซูหราน ต้องตกตะลึง เมื่อร่างสูงของ ฮุ่ยจง ที่เมามายหนัก เดินโซเซเข้ามา ดวงตาที่เคยคมเข้มกลับพร่ามัวเต็มไปด้วยสุรา“ฮวา…พระสนมไป๋หลิงฮวา ข้า…ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ…แต่เจ้ากลับตกเป็นของเยวี่ยหานไปแล้ว!” เขาเอ่ยเสียงดังจนผู้คนแถวนั้นหันมามองเสียงฮือฮาเกิดขึ้นรอบข้าง ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจเหมือนถูกมีดกรีดจนเลือดไหลริน เขา…รักนายหญิงตั้งแต่แรกพบอย่างนั้นหรือ…“เจ้า…ซูหราน ใช่หรือไม่… ตอนนั้นที่ข้าบาดเจ็บ เจ้าอยู่ข้างข้าเสมอ ข้าผิดไป ข้าโง่เง่า…โปรดให้อภัย ข้าขอเพียงเจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าอีกครั้ง…” ฮุ่ยจงหันมา น้ำตาคลอเบ้า จ้องใบหน้าของซูหราน ก่อนจะพร่ำเสียงสั่นไป๋ซูหรานกัดริมฝีปากแน่น ดวงตารื้นน้ำตา แต่ไม่ใช่เพราะความสุข หากเพราะความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งกระแทกเข้ามาในใจ“ที่แท้…ท่านไม่เคยมองเห็นข้าเลย” เสียงนางสั่นแต่ชัดเจน “สิ่งที่ท่านรัก…ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเงาของพระสนมไป๋หลิงฮวาที่สะท้อนอยู่บนใบหน้าของข้า” นางเป็นลูกพี่ลูกน้องสกุลไป๋ด้วยกัน หน้าตาจะคล้ายคลึงกันก็ไม่แปลก แต่เขาก็ไ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   25 พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพ

    25พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพก่อนวันแต่งงานเพียงหนึ่งวัน เยวี่ยหานก้าวเข้ามาในเรือนหลังโรงเตี๊ยมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ในมือของเขาลากคนผู้หนึ่งมาด้วย ร่างอู๋อี้ที่ถูกมัดไว้แน่น ใบหน้าซูบซีดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ข้า…นำคนทรยศมาคืนเจ้าแล้ว” เสียงทุ้มของเยวี่ยหานเอ่ยเรียบ ขณะที่สายตาคมจับจ้องปฏิกิริยาของนาง“ดื่มเสีย” ไป๋หลิงฮวานั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าในชุดผ้าเรียบหรู มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นช้าๆ แล้วเลื่อนส่งไปเบื้องหน้าอู๋อี้“ไม่นะ! ข้าไม่กล้าแล้ว…นายหญิง โปรดเมตตา!” อู๋อี้ตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพราก“เจ้าล่วงเกินกฎของข้าไปแล้ว สิ่งนี้…คือผลที่เจ้าต้องรับ” ไป๋หลิง ฮวามิได้แสดงความโกรธเคืองหรือความเมตตา มีเพียงสายตานิ่งลึกที่เย็นเยียบจนทำให้ผู้มองขนลุกเมื่อชาถูกกรอกเข้าปาก อู๋อี้พลันทรุดลงกับพื้น ชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ร่างทั้งร่างกระตุกเหมือนปลาถูกโยนขึ้นตลิ่งใต้เท้าจ้าวซึ่งยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ กัดฟันแน่นจนสั่น เขาหันหน้าหนีด้วยหัวใจปวดร้าว แต่ก็รู้ดี นี่คือกฎที่นายหญิงประกาศไว้ตั้งแต่ต้น และอู๋อี้ก็เลือกก้าวข้ามเส้นเองไม่นานนัก ร่างนั้นก็ค่อยๆ สงบลง ลมหายใจยังมีอยู่ แต่แววตาที่พร่ามัวสะท้อนช

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   24 แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก

    24แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก“ข้า…คือ…แม่ทัพน้อย ฮุ่ยจง…” มือใหญ่กำจอกเหล้าแน่นจนสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาที่ขมับเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนที่สติที่เลือนรางจะถูกคลื่นแห่งความทรงจำถาโถมกลืนกลับคืนมาไป๋ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจดิ่งวูบ เขา…เขาจำได้แล้ว!แววตาของฮุ่ยจงเงยขึ้นสบกับนาง เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งสับสน และทั้งความจริงอันหนักหน่วงที่เพิ่งย้อนคืนมา...โรงเตี๊ยมเยว่หยิ่งสาขาหลัก ขบวนขันทีของวังหลวงเดินทางมาถึงพร้อมเกี้ยวเล็กและเครื่องหมั้น เยวี่ยหานก้าวลงจากม้าในชุดแม่ทัพเต็มยศ ใบหน้าคมสลักแน่วแน่ยิ่งนัก“วันนี้ข้ามา…เพื่อสู่ขอ นายหญิงหลิงลี่ เป็นพระชายาอย่างถูกต้องตามประเพณี” เขายืนอยู่กลางลานโรงเตี๊ยม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขันทีผู้ติดตามรีบกางราชสาส์น รายการเครื่องหมั้นทั้งทองคำ ผ้าไหม อัญมณี และตำแหน่งพระชายาในจวนแม่ทัพถูกอ่านออกเสียงต่อหน้าทุกคนไป๋หลิงฮวานั่งนิ่งอยู่ในห้องโถง แม่นมเหรินกับหลี่เจวี๋ยยืนอยู่ข้างกาย สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวลปนตื้นตัน พวกเขาหันไปมองนาง ราวกับจะถามว่าคุณหนู จะยอมรับหรือไม่ บรรยากาศเงียบงันเพียงชั่วลมหายใจ ทุ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   23 ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน

    23ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน (NC18+)แสงโคมไฟนับพันดวงลอยเหนือฟากฟ้า ประดับย้อมค่ำคืนให้สว่างไสว เสียงผู้คนหัวเราะร่าและดนตรีขลุ่ยแว่วกังวานสร้างความคึกคักไปทั่วท้องถนนไป๋หลิงฮวาสวมผ้าคลุมหน้าบางเบา เดินเคียงข้างเยวี่ยหานที่อยู่ในชุดคุณชายสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหลีกทางโดยไม่รู้ว่าเขาคือแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรเมื่อหัวใจของนางเปิดรับเขาแล้ว การออกไปมาชมงานโคมไฟด้วยกันเหมือนคู่รักทั่วๆ ไปก็เป็นเรื่องปกติ ทั้งสองนั่งลงที่ร้านเล็กๆ ริมทาง โคมไฟสีแดงห้อยไหวเหนือศีรษะ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาตามลม“หากข้าแต่งกับท่าน…” ไป๋หลิงฮวาเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางตักซุปอุ่นขึ้นจิบ “ข้ายังจะทำการค้าต่อได้หรือไม่”“ได้สิ เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ ข้าไม่ห้าม” เยวี่ยหานหันมามอง ดวงตาคมลึกพราวประกาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กน้อย“แล้ว…หากข้าแต่งเข้าจวนท่าน คนในวังจะจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยเป็นพระสนม” นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ“ตอนนี้เจ้าเปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนการแต่งหน้า คนทั่วไปคงจำไม่ได้หรอก ต่อให้จำได้…ก็ไม่เป็นไร” เยวี่ยหานวางตะเกียบลง หันร่างมามองเต็มสายตา“แล้วเรื่องภาษีเล่า หากข้ายังท

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   22 คณิกาตัดสัมพันธ์

    22คณิกาตัดสัมพันธ์“อนุภรรยาอย่างนั้นรึ…” หลายวันมานี้ไป๋หลิงฮวาจมอยู่กับความคิด นางยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ดวงตาคู่สวยกลับเหม่อลอย ภายนอกสายตาที่เงียบสงบ ซ่อนความคิดหลากหลายภายในดุจใยแมงมุมชาตินี้ข้าเกิดใหม่แล้ว ข้าลบตราประทับ “พระสนม” ออกไปจากโชคชะตาได้สำเร็จ… แต่เหตุใด ข้ายังหนีไม่พ้นเงื้อมือเยวี่ยหานเสียที!เมื่อนึกถึงคืนที่ผ่านมา ใบหน้าเผือดร้อนขึ้นมาเอง ไฟราคะของเขา…ดุเดือดราวเปลวเพลิง หากปล่อยไว้นาน ข้าอาจถูกเผาผลาญจนมอดทั้งกายและใจนางกัดฟันแน่น ความคิดใหม่พลันแล่นเข้ามา ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะใช้ไฟของเขาเองเป็นอาวุธตัดขาดบ่วงนี้! สายตาคมวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากงามคลี่ยิ้มเย็นข้าจะหานางคณิกาที่เลอโฉม จ้างนางมาบำเรอเขาแทน… และเมื่อเขาได้ลิ้มรสสุขสมกับหญิงอื่น ข้าจะเป็นผู้ผลักไสตัดสัมพันธ์เสียภาพในหัวปรากฏ ยามที่เยวี่ยหานคิดว่ามีข้าอยู่ข้างกาย แต่กลับพบว่านางคณิกาแอบเข้ามาแทนที่ และข้าประกาศตัดขาด… เขาคงแค้นแทบกระอักเลือดแน่!หัวใจไป๋หลิงฮวาเต้นแรง แต่ดวงตากลับเปล่งประกายมุ่งมั่น ใช่…หากอยากพ้นเงื้อมือเสือ ข้าต้องแทงเขากลับด้วยเล่ห์!นางวางถ้วยชาลงเบาๆ พลางยกมือปิดริมฝีปาก

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   21 สู่ขอ

    21สู่ขอรุ่งเช้า แสงแดดอ่อนลอดเข้ามาในกระโจม เสียงนกร้องประสานกับเสียงลมอ่อนพัดทุ่งหญ้า ไป๋หลิงฮวาลืมตาตื่นขึ้น ดวงหน้าแดงก่ำทันทีที่เห็นบุรุษร่างสูงยังนอนอยู่ข้างกาย แขนแข็งแรงโอบนางไว้แน่นราวไม่ยอมปล่อยไปไหนร่างบางนอนร้าวระบมอยู่บนเตียง นางระลึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใด นางรีบสะบัดผ้าห่มออก ลุกขึ้นอย่างลนลาน แต่ทว่ากลับเซถลาเพราะความอ่อนแรงและเจ็บร้าว“ข้า…ข้าจะกลับแล้ว!”“ข้าจะไปส่ง” เยวี่ยหานยันกายลุกขึ้นบ้าง ดวงตาคมกริบทอดมองด้วยรอยยิ้มบาง“ไม่ต้อง! ข้าไปเองได้” ไป๋หลิงฮวาหน้าแดงจัด รีบส่ายหัว“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก พระชายา” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ เขาก้าวเข้าใกล้ทีละก้าวจนเงาร่างสูงทาบร่างน้อย“ท่าน…อย่าพูดเหลวไหลไปหน่อยเลย” ไป๋หลิงฮวาชะงัก คำพูดนั้นกรีดใจยิ่งกว่าโซ่ตรวน นางพยายามหันหนีไม่สบตา“ยังไงซะ เจ้าก็ต้องเป็นของข้า” เยวี่ยหานกลับยิ่งเสียงหนักแน่นขึ้น “ข้าจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเจ้า…กับหลี่เจวี๋ย” มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แววตาเด็ดเดี่ยวเปล่งประกายเหมือนแม่ทัพในสนามรบไป๋หลิงฮวาอึ้งจนพูดไม่ออก หัวใจพลันสั่นสะท้าน หลี่เจวี๋ย? เขามิใช่บิดาของข้า แต่กลับเป็นคนของข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status