Share

2 พระสนมตัวน้อย

last update publish date: 2026-10-28 03:52:05

2

พระสนมตัวน้อย

รุ่งอรุณแห่งฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์สาดทอผ่านม่านหมอกบางเบา บริเวณสวนหลวงแต่งแต้มไปด้วยสีสันของดอกเหมยและโบตั๋นที่เบ่งบานหอมกรุ่น บรรยากาศในวันงานชมบุปผาคึกคัก เหล่าข้าหลวงสาวพากันจัดวางโต๊ะชาและขนมหวานอย่างประณีต

พระสนมเอกทั้งสี่ทิศล้วนมาปรากฏกายพร้อมหน้า พระสนมทิศเหนือ หลิวเยี่ยน งามสง่าเย็นเยียบดังหิมะ พระสนมทิศใต้ ซู่ซู่ อ่อนหวานเปี่ยมเสน่ห์ดังสายลมร้อน พระสนมทิศตะวันตก ฮุ่ยหรง งามเล่อโฉมเฉียบแหลมประหนึ่งแสงอาทิตย์อัสดง และ… พระสนมทิศตะวันออก ไป๋หลิงฮวา เด็กหญิงวัยเพียงสิบสองในอาภรณ์แพรไหมอ่อนบาง สีหน้ายังละมุนเยาว์

เมื่อร่างเล็กของหลิงฮวาก้าวเข้าสู่ลานชมบุปผา สายตาของเหล่าพระสนมทั้งหลายก็พลันทอดมองด้วยแววเหยียดหยาม แววตาล้อเลียนและหัวเราะเยาะดังแผ่วเบาในหมู่สาวใช้ หากเป็นชาติก่อน นางคงกำหมัดแน่น สะสมความเจ็บแค้นในใจราวไฟสุมเถ้า แต่บัดนี้… ไป๋หลิงฮวาเพียงยกดวงตาใสกระจ่างทอดมองบุปผาเบื้องหน้า

สายลมอ่อนพัดพากลีบดอกเหมยปลิวร่วง นางยกมือเล็กอ่อนบางรองรับแผ่วเบา ริมฝีปากคลี่ยิ้มจางประหนึ่งมิได้ยินเสียงใด ๆ

“ความงามของดอกไม้… ย่อมมิได้บานเพื่อตอบโต้กับใคร หากแต่บานเพราะเป็นธรรมชาติของมันเอง” นางรำพึงในใจ แววตาสงบเย็นเยือก ราวกับได้ซึ้งถึงรสพระธรรมอย่างแท้จริง

ยามนี้ นางมิได้รู้สึกโกรธ มิได้รู้สึกเจ็บแค้น มีเพียงความสุขอันเรียบง่ายที่ได้มองเห็นแสงตะวันอุ่นส่องผ่านกิ่งไม้ ได้กลิ่นดอกเหมยโชยกรุ่นอยู่รอบกาย สิ่งที่ในอดีต นางเคยมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง

….

เสียงฆ้องแผ่วดังลั่นทั่วท้องพระโรง ฮ่องเต้ผู้ชราก้าวเข้ามาในงานพร้อมขุนนางราชบริพาร เสียงบ่าวไพร่ก้มกราบกึกก้องไปทั่ว พระองค์ก้าวช้า ๆ ไปประทับยังบัลลังก์สูง ก่อนค่อย ๆ เอนกายลงบนเก้าอี้งามแกะสลักรูปมังกร สายพระเนตรหม่นลึก ร่องรอยแห่งกาลเวลาฉายชัด

ตั้งแต่การสิ้นพระชนม์ของไทเฮาเมื่อสองปีก่อน ฮ่องเต้ยังมิได้แต่งตั้งผู้ใดขึ้นแทน บัดนี้ในวังหลังจึงมีเพียงเหล่าพระสนมมากหน้าหลายตา สลับกันชิงดีชิงเด่นท่ามกลางความว่างเปล่าแห่งอำนาจ

แม่นมเหรินประคอง ไป๋หลิงฮวา ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่นั่งฝั่งขวา เบื้องที่จัดไว้สำหรับองค์ชายองค์หญิง นางนั่งเรียบร้อยกลางหมู่ขุนนางและราชวงศ์ หัวใจเต้นระส่ำเมื่อสายตาคู่เล็กค่อย ๆ กวาดมองไปรอบกาย

ทันทีที่ดวงตาของนางสบเข้ากับ องค์ชายสิบสาม หัวใจหลิงฮวาแทบหยุดเต้น

เด็กหนุ่มวัยสิบห้าชันษา ใบหน้างดงามงามละมุนต่างจากเชื้อพระวงศ์พี่น้องคนอื่น ท่าทางสงบเสงี่ยมอ่อนน้อม แต่แววตากลับหม่นเศร้าประหนึ่งท้องฟ้ายามเหมันต์ องค์ชายผู้นี้กำเนิดจากพระสนมชั้นกลางผู้เคยเป็นที่โปรดปราน ทว่านางกลับต้องสิ้นวาสนาเพราะข่าวคบชู้กับขันที ถูกขับไล่ออกจากวังอย่างน่าอัปยศ ชะตากรรมมืดมนจึงตกอยู่กับบุตรชาย

ดังนั้น องค์ชายสิบสามจึงเป็นที่กดขี่กลั่นแกล้งของพี่น้องอยู่ไม่เว้นวาย นางมองเขานั่งท่ามกลางเสียงหัวเราะหยอกเย้าขององค์ชายองค์หญิงทั้งหลาย แต่บนใบหน้านั้นกลับไม่ปรากฏรอยยิ้ม มีเพียงแววตาเศร้าหมองที่มิอาจปิดบังได้

ไป๋หลิงฮวาใจหวาม ความสงสารผุดขึ้นท่วมท้นในอก…ทว่าเพียงพริบตา ภาพหนึ่งพลันแล่นวาบขึ้นมาในห้วงคำนึง

เยวี่ยหาน ในชุดเกราะนองเลือด คมดาบสะท้อนเปลวเพลิงและเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง สายตาของเขายามนั้นเต็มไปด้วยเพลิงพยาบาทและความอาฆาต สั่นสะเทือนจนนางเสียววาบไปทั้งสันหลัง

“ก็เพราะ…แรงกดดันและความหมางเมินในวัยเยาว์นี่เอง…ที่หล่อหลอมเขาให้กลายเป็นปีศาจร้าย…”

ริมฝีปากน้อยเม้มแน่น ไป๋หลิงฮวาก้มหน้าหลบสายตา น้ำชาในถ้วยสั่นระริกด้วยมือเล็ก ๆ ที่กำอยู่ ความกลัว ความสงสาร และความทรงจำที่ย้อนมาประดังประเด เข้าปะทะกันอย่างไม่อาจห้าม…

…

เสียงขับขานของพิณดังคลอเบา ๆ ขณะที่เหล่าพระสนมผลัดกันรินสุราถวายการปรนนิบัติ ฮ่องเต้ชราประทับอยู่บนเก้าอี้มังกร สายพระเนตรทอดมองทุกผู้คนอย่างเงียบงัน พระสนมฮุ่ยหรง ผู้มีรูปโฉมอ่อนหวานพลันเอื้อนเอ่ยเสียงใส

“หม่อมฉันแลเห็นพระสนมไป๋ฮวา ยังเป็นเด็กน้อยนัก ยามทอดพระเนตรองค์ชายองค์หญิงทั้งหลายเล่นกันอยู่ ดูท่าทางก็พลันอยากไปร่วมด้วยกระมังเพคะ”

ถ้อยคำนั้นอ่อนโยนทว่าแฝงหนามคม สร้างเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ จากเหล่าพระสนมคนอื่น บ้างยกชายแขนเสื้อปิดริมฝีปาก บ้างปรายตามองด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

“เด็กเพียงเท่านี้ จะเป็นพระสนมเอกได้หรือ”

“ยังมิรู้จักจะเป็นหญิง จะรู้จักการปรนนิบัติพระองค์ได้อย่างไร

ไป๋หลิงฮวาเพียงก้มหน้านิ่ง ดวงใจกลับสงบอย่างประหลาดหาเป็นชาติก่อน นางคงเงยหน้าขึ้นตวาดสวนให้สิ้นเสียง แต่บัดนี้ นางปล่อยให้เสียงแดกดันเหล่านั้นลอยผ่านราวกับลมวสันต์

ฮ่องเต้ชราที่ศาลาประทับทอดพระเนตรนางอยู่ครู่หนึ่ง พระเนตรหม่นลึกคล้ายแฝงความเอ็นดู ก่อนทรงพยักพระพักตร์

“ไป๋หลิงฮวา เจ้าไปเล่นอยู่กับองค์ชายองค์หญิงทั้งหลายเถิด”

นางขยับกายลุกขึ้น ก้าวเท้าไปทางลานที่องค์ชายองค์หญิงกำลังหยอกล้อเล่นสนุกกัน ร่างเล็กในอาภรณ์สีอ่อนเคลื่อนผ่านสายตาของพระสนมทั้งหลาย ท่ามกลางรอยยิ้มแดกดันที่ยังติดตามมา

“ข้าเพียงอยากหลีกพ้นจากสายตาของพวกเจ้า มิใช่อยากเล่น… หากยังอยู่ตรงนั้นต่อไป เกรงว่าความอดทนของข้าคงมิอาจยืนยาวนัก” แต่ภายในใจ ไป๋หลิงฮวารำพึงเบา ๆ

ใบหน้าน้อยสงบนิ่ง ดวงตาใสทอดมองพื้นดินตรงหน้า แต่ในห้วงลึกของจิตใจกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ชีวิตใหม่ครั้งนี้ นางจะไม่ตอบโต้ด้วยไฟโทสะอีกต่อไป

…

ไป๋หลิงฮวาเดินทอดน่องไปตามทางกรวดเล็ก ๆ ในสวนหลวง ใบหน้าเล็กหลบเลี่ยงสายตาผู้คน หวังเพียงให้ผ่านพ้นยามนี้ไปอย่างเงียบสงบ

แต่แล้วเสียงโห่ร้องหยาบโลนกลับดังสะท้อนมากับสายลม เสียงหัวเราะของเหล่าองค์ชายผู้สูงศักดิ์กำลังรุมตีร่างเล็กที่ล้มหมอบอยู่กับพื้นไม้ ใบหน้าอันบอบบางนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อและเลือด องค์ชายสิบสาม…

หลิงฮวาก้าวชะงัก หัวใจบีบรัด ความทรงจำในชาติปางก่อนแล่นวาบเข้ามา ภาพบุรุษหนุ่มในชุดเกราะนองเลือดผู้บ้าคลั่ง… นางสะบัดหน้า ตั้งใจจะเดินผ่านไปให้ได้ แต่เสียงร้องเจ็บปวดนั้นกลับติดตรึงในอกจนมิอาจเพิกเฉย

มือเล็กจึงคว้าก้อนหินขึ้นมาโยนแอบไปยังต้นไม้ใหญ่ ก้อนหินกระทบดัง ปึก! ก่อนสะท้อนใส่ศีรษะองค์ชายผู้รุมเร้า ทำให้เด็กหนุ่มเหล่านั้นร้องด้วยความเจ็บตกใจ ก่อนพากันแตกตื่นวิ่งหนีไปอีกทาง ทิ้งไว้เพียงองค์ชายสิบสามที่ยังหอบหายใจอยู่กลางสนามหญ้า

ไป๋หลิงฮวารีบหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ลมหายใจสั่นระริก แต่วินาทีถัดมา เด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกทำร้ายกลับยันกายขึ้นช้า ๆ สองเท้าก้าวตรงมาทางที่นางซ่อนอยู่

นางเบิกตากว้าง เผลอยื่นมือออกมา เมื่อเห็นตามเนื้อตามตัวของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลแดงช้ำ ไป๋หลิงฮวาจึงค่อย ๆ ชูตลับยาสมุนไพรในมือส่งให้ ริมฝีปากขยับเอื้อนเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ

“เหตุใด… ถึงไม่สู้กลับ?”

…

ไป๋หลิงฮวาสะดุ้งเฮือกเมื่อคำถามเผลอเล็ดลอดออกจากปาก “เหตุใดถึงไม่สู้กลับ” หัวใจหล่นวูบ นางมิสมควรเอ่ยสิ่งใดกับเขาเลย… เพราะในอดีต คำพูดเช่นนี้เองที่ทำให้นางยื่นไม้ให้เด็กชายสิบสาม ปลุกใจเขาให้ลุกขึ้นสู้ สุดท้ายก่อเกิดปีศาจในคราบกบฏนองเลือดขึ้นมา

แต่ชะตาลิขิต นางเอ่ยคำถามไปแล้ว…

องค์ชายสิบสาม เยวี่ยหาน เงยหน้าขึ้น ดวงตายังหม่นเศร้าจนสะท้อนเจ็บลึก เขาตอบเสียงต่ำ

“ข้าสู้ไม่ได้…” ถ้อยคำเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่สุมอยู่ในอกมานาน

ไป๋หลิงฮวามองเขาเนื้อตัวเปื้อนดินและเลือด พลันมือเล็กกลับไม่ยื่นไม้ดังชาติก่อน หากแต่ควัก หนังสือสวดมนต์เล่มบาง จากแขนเสื้อ ส่งไปวางไว้ในมือเขาแทน

เยวี่ยหานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลิกเปิดหน้าหนังสือทีละแผ่น พลันหัวเราะแผ่วเบาออกมาอย่างไม่เข้าใจ

“เจ้ามอบสิ่งนี้ให้ข้า…ทำไมกัน?”หลิงฮวามิได้ตอบทันที นางเพียงเงยหน้ามองฟ้ากว้างที่กลีบดอกเหมยปลิวโรย ก่อนเอื้อนเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น

“เวร…ต้องระงับด้วยการไม่จองเวร”

…

เยวี่ยหานก้มลงมองหนังสือสวดมนต์เล่มบางที่เด็กหญิงเพิ่งวางลงบนมือเขา แววตาที่เคยขมุกขมัวกลับฉายประกายประหลาด

เขาพลิกเปิดหน้ากระดาษอีกครั้ง เห็นตัวอักษรที่อ่านยากสำหรับเด็กชายวัยสิบห้าปีเช่นเขา แล้วพลันหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นไม่ใช่การเยาะหยัน หากแต่เป็นความชอบใจประหลาดที่ผุดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

“ช่าง…แปลกประหลาดยิ่งนัก” เขาพึมพำ

เงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างเล็กของ ไป๋หลิงฮวา กำลังก้าวจากไป เสื้อแพรสีอ่อนปลิวพลิ้วตามสายลม ดั่งกลีบดอกเหมยหลุดร่วงไกลจากกิ่งไม้เยวี่ยหานเฝ้ามองจนแผ่นหลังเล็กหายลับไป สองมุมปากพลันโค้งขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้พบไม่ง่ายในยามที่เขาเผชิญความหม่นหมองมาตลอดวัยเยาว์

มือที่กำหนังสือสวดมนต์กำแน่นขึ้นราวกับสิ่งนี้มีค่านักหนา

รอยยิ้มอ่อนบางยังคงอยู่บนริมฝีปาก แววตาซ่อนประกายที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็มิอาจเข้าใจ ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการผูกชะตาหรือเพียงความบังเอิญแห่งสายลม…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   26 ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน

    26ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน (NC18+)เสียงกลองและพิณในงานแต่งยังดังระรื่น แต่ในมุมเงียบด้านหนึ่งของหอเลี้ยง ไป๋ซูหราน ต้องตกตะลึง เมื่อร่างสูงของ ฮุ่ยจง ที่เมามายหนัก เดินโซเซเข้ามา ดวงตาที่เคยคมเข้มกลับพร่ามัวเต็มไปด้วยสุรา“ฮวา…พระสนมไป๋หลิงฮวา ข้า…ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ…แต่เจ้ากลับตกเป็นของเยวี่ยหานไปแล้ว!” เขาเอ่ยเสียงดังจนผู้คนแถวนั้นหันมามองเสียงฮือฮาเกิดขึ้นรอบข้าง ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจเหมือนถูกมีดกรีดจนเลือดไหลริน เขา…รักนายหญิงตั้งแต่แรกพบอย่างนั้นหรือ…“เจ้า…ซูหราน ใช่หรือไม่… ตอนนั้นที่ข้าบาดเจ็บ เจ้าอยู่ข้างข้าเสมอ ข้าผิดไป ข้าโง่เง่า…โปรดให้อภัย ข้าขอเพียงเจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าอีกครั้ง…” ฮุ่ยจงหันมา น้ำตาคลอเบ้า จ้องใบหน้าของซูหราน ก่อนจะพร่ำเสียงสั่นไป๋ซูหรานกัดริมฝีปากแน่น ดวงตารื้นน้ำตา แต่ไม่ใช่เพราะความสุข หากเพราะความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งกระแทกเข้ามาในใจ“ที่แท้…ท่านไม่เคยมองเห็นข้าเลย” เสียงนางสั่นแต่ชัดเจน “สิ่งที่ท่านรัก…ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเงาของพระสนมไป๋หลิงฮวาที่สะท้อนอยู่บนใบหน้าของข้า” นางเป็นลูกพี่ลูกน้องสกุลไป๋ด้วยกัน หน้าตาจะคล้ายคลึงกันก็ไม่แปลก แต่เขาก็ไ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   25 พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพ

    25พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพก่อนวันแต่งงานเพียงหนึ่งวัน เยวี่ยหานก้าวเข้ามาในเรือนหลังโรงเตี๊ยมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ในมือของเขาลากคนผู้หนึ่งมาด้วย ร่างอู๋อี้ที่ถูกมัดไว้แน่น ใบหน้าซูบซีดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ข้า…นำคนทรยศมาคืนเจ้าแล้ว” เสียงทุ้มของเยวี่ยหานเอ่ยเรียบ ขณะที่สายตาคมจับจ้องปฏิกิริยาของนาง“ดื่มเสีย” ไป๋หลิงฮวานั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าในชุดผ้าเรียบหรู มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นช้าๆ แล้วเลื่อนส่งไปเบื้องหน้าอู๋อี้“ไม่นะ! ข้าไม่กล้าแล้ว…นายหญิง โปรดเมตตา!” อู๋อี้ตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพราก“เจ้าล่วงเกินกฎของข้าไปแล้ว สิ่งนี้…คือผลที่เจ้าต้องรับ” ไป๋หลิง ฮวามิได้แสดงความโกรธเคืองหรือความเมตตา มีเพียงสายตานิ่งลึกที่เย็นเยียบจนทำให้ผู้มองขนลุกเมื่อชาถูกกรอกเข้าปาก อู๋อี้พลันทรุดลงกับพื้น ชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ร่างทั้งร่างกระตุกเหมือนปลาถูกโยนขึ้นตลิ่งใต้เท้าจ้าวซึ่งยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ กัดฟันแน่นจนสั่น เขาหันหน้าหนีด้วยหัวใจปวดร้าว แต่ก็รู้ดี นี่คือกฎที่นายหญิงประกาศไว้ตั้งแต่ต้น และอู๋อี้ก็เลือกก้าวข้ามเส้นเองไม่นานนัก ร่างนั้นก็ค่อยๆ สงบลง ลมหายใจยังมีอยู่ แต่แววตาที่พร่ามัวสะท้อนช

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   24 แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก

    24แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก“ข้า…คือ…แม่ทัพน้อย ฮุ่ยจง…” มือใหญ่กำจอกเหล้าแน่นจนสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาที่ขมับเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนที่สติที่เลือนรางจะถูกคลื่นแห่งความทรงจำถาโถมกลืนกลับคืนมาไป๋ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจดิ่งวูบ เขา…เขาจำได้แล้ว!แววตาของฮุ่ยจงเงยขึ้นสบกับนาง เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งสับสน และทั้งความจริงอันหนักหน่วงที่เพิ่งย้อนคืนมา...โรงเตี๊ยมเยว่หยิ่งสาขาหลัก ขบวนขันทีของวังหลวงเดินทางมาถึงพร้อมเกี้ยวเล็กและเครื่องหมั้น เยวี่ยหานก้าวลงจากม้าในชุดแม่ทัพเต็มยศ ใบหน้าคมสลักแน่วแน่ยิ่งนัก“วันนี้ข้ามา…เพื่อสู่ขอ นายหญิงหลิงลี่ เป็นพระชายาอย่างถูกต้องตามประเพณี” เขายืนอยู่กลางลานโรงเตี๊ยม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขันทีผู้ติดตามรีบกางราชสาส์น รายการเครื่องหมั้นทั้งทองคำ ผ้าไหม อัญมณี และตำแหน่งพระชายาในจวนแม่ทัพถูกอ่านออกเสียงต่อหน้าทุกคนไป๋หลิงฮวานั่งนิ่งอยู่ในห้องโถง แม่นมเหรินกับหลี่เจวี๋ยยืนอยู่ข้างกาย สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวลปนตื้นตัน พวกเขาหันไปมองนาง ราวกับจะถามว่าคุณหนู จะยอมรับหรือไม่ บรรยากาศเงียบงันเพียงชั่วลมหายใจ ทุ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   23 ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน

    23ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน (NC18+)แสงโคมไฟนับพันดวงลอยเหนือฟากฟ้า ประดับย้อมค่ำคืนให้สว่างไสว เสียงผู้คนหัวเราะร่าและดนตรีขลุ่ยแว่วกังวานสร้างความคึกคักไปทั่วท้องถนนไป๋หลิงฮวาสวมผ้าคลุมหน้าบางเบา เดินเคียงข้างเยวี่ยหานที่อยู่ในชุดคุณชายสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหลีกทางโดยไม่รู้ว่าเขาคือแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรเมื่อหัวใจของนางเปิดรับเขาแล้ว การออกไปมาชมงานโคมไฟด้วยกันเหมือนคู่รักทั่วๆ ไปก็เป็นเรื่องปกติ ทั้งสองนั่งลงที่ร้านเล็กๆ ริมทาง โคมไฟสีแดงห้อยไหวเหนือศีรษะ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาตามลม“หากข้าแต่งกับท่าน…” ไป๋หลิงฮวาเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางตักซุปอุ่นขึ้นจิบ “ข้ายังจะทำการค้าต่อได้หรือไม่”“ได้สิ เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ ข้าไม่ห้าม” เยวี่ยหานหันมามอง ดวงตาคมลึกพราวประกาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กน้อย“แล้ว…หากข้าแต่งเข้าจวนท่าน คนในวังจะจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยเป็นพระสนม” นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ“ตอนนี้เจ้าเปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนการแต่งหน้า คนทั่วไปคงจำไม่ได้หรอก ต่อให้จำได้…ก็ไม่เป็นไร” เยวี่ยหานวางตะเกียบลง หันร่างมามองเต็มสายตา“แล้วเรื่องภาษีเล่า หากข้ายังท

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   22 คณิกาตัดสัมพันธ์

    22คณิกาตัดสัมพันธ์“อนุภรรยาอย่างนั้นรึ…” หลายวันมานี้ไป๋หลิงฮวาจมอยู่กับความคิด นางยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ดวงตาคู่สวยกลับเหม่อลอย ภายนอกสายตาที่เงียบสงบ ซ่อนความคิดหลากหลายภายในดุจใยแมงมุมชาตินี้ข้าเกิดใหม่แล้ว ข้าลบตราประทับ “พระสนม” ออกไปจากโชคชะตาได้สำเร็จ… แต่เหตุใด ข้ายังหนีไม่พ้นเงื้อมือเยวี่ยหานเสียที!เมื่อนึกถึงคืนที่ผ่านมา ใบหน้าเผือดร้อนขึ้นมาเอง ไฟราคะของเขา…ดุเดือดราวเปลวเพลิง หากปล่อยไว้นาน ข้าอาจถูกเผาผลาญจนมอดทั้งกายและใจนางกัดฟันแน่น ความคิดใหม่พลันแล่นเข้ามา ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะใช้ไฟของเขาเองเป็นอาวุธตัดขาดบ่วงนี้! สายตาคมวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากงามคลี่ยิ้มเย็นข้าจะหานางคณิกาที่เลอโฉม จ้างนางมาบำเรอเขาแทน… และเมื่อเขาได้ลิ้มรสสุขสมกับหญิงอื่น ข้าจะเป็นผู้ผลักไสตัดสัมพันธ์เสียภาพในหัวปรากฏ ยามที่เยวี่ยหานคิดว่ามีข้าอยู่ข้างกาย แต่กลับพบว่านางคณิกาแอบเข้ามาแทนที่ และข้าประกาศตัดขาด… เขาคงแค้นแทบกระอักเลือดแน่!หัวใจไป๋หลิงฮวาเต้นแรง แต่ดวงตากลับเปล่งประกายมุ่งมั่น ใช่…หากอยากพ้นเงื้อมือเสือ ข้าต้องแทงเขากลับด้วยเล่ห์!นางวางถ้วยชาลงเบาๆ พลางยกมือปิดริมฝีปาก

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   21 สู่ขอ

    21สู่ขอรุ่งเช้า แสงแดดอ่อนลอดเข้ามาในกระโจม เสียงนกร้องประสานกับเสียงลมอ่อนพัดทุ่งหญ้า ไป๋หลิงฮวาลืมตาตื่นขึ้น ดวงหน้าแดงก่ำทันทีที่เห็นบุรุษร่างสูงยังนอนอยู่ข้างกาย แขนแข็งแรงโอบนางไว้แน่นราวไม่ยอมปล่อยไปไหนร่างบางนอนร้าวระบมอยู่บนเตียง นางระลึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใด นางรีบสะบัดผ้าห่มออก ลุกขึ้นอย่างลนลาน แต่ทว่ากลับเซถลาเพราะความอ่อนแรงและเจ็บร้าว“ข้า…ข้าจะกลับแล้ว!”“ข้าจะไปส่ง” เยวี่ยหานยันกายลุกขึ้นบ้าง ดวงตาคมกริบทอดมองด้วยรอยยิ้มบาง“ไม่ต้อง! ข้าไปเองได้” ไป๋หลิงฮวาหน้าแดงจัด รีบส่ายหัว“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก พระชายา” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ เขาก้าวเข้าใกล้ทีละก้าวจนเงาร่างสูงทาบร่างน้อย“ท่าน…อย่าพูดเหลวไหลไปหน่อยเลย” ไป๋หลิงฮวาชะงัก คำพูดนั้นกรีดใจยิ่งกว่าโซ่ตรวน นางพยายามหันหนีไม่สบตา“ยังไงซะ เจ้าก็ต้องเป็นของข้า” เยวี่ยหานกลับยิ่งเสียงหนักแน่นขึ้น “ข้าจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเจ้า…กับหลี่เจวี๋ย” มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แววตาเด็ดเดี่ยวเปล่งประกายเหมือนแม่ทัพในสนามรบไป๋หลิงฮวาอึ้งจนพูดไม่ออก หัวใจพลันสั่นสะท้าน หลี่เจวี๋ย? เขามิใช่บิดาของข้า แต่กลับเป็นคนของข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status