Share

3 ไป๋ซูหราน

last update publish date: 2026-10-28 03:52:55

3

ไป๋ซูหราน

ค่ำคืนก่อนหน้า ตำหนักอำพัลยังสว่างด้วยแสงตะเกียงน้ำมัน เด็กหญิงร่างเล็กนั่งอยู่บนโต๊ะไม้หอม ขีดเขียนลงบนปฏิทินกระดาษไผ่ด้วยความมุ่งมั่นเป็นชั่วโมง แม่นมเหรินยืนมองด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูน้อยจึงเอาแต่หมกมุ่นกับวันเวลาในปฏิทินนัก แต่ไป๋หลิงฮวากลับเพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ไขความลับนั้นออกมา

รุ่งเช้า แสงอาทิตย์แรกโผล่ขึ้นเหนือกำแพงวัง ไป๋หลิงฮวาสวมอาภรณ์แพรไหมสีอ่อน เดินเคียงแม่นมเข้าสู่ท้องพระโรงเพื่อถวายพระพรพร้อมพระสนมองค์อื่น ๆ

เมื่อเปรียบกับพระสนมทั้งหลาย นางดูด้อยไปทุกประการ ทุกพระนางงามเลอโฉมเพียบพร้อม

ต่างจาก ไป๋หลิงฮวา ผู้ยังเป็นเพียงเด็กหญิงวัยสิบสอง รูปร่างเล็ก หน้าตาเยาว์เกินวัย และไร้ตระกูลใหญ่หนุนหลัง

บรรดาพระสนมก้าวเข้ามาเรียงถวายพระพร รินสุรา บรรเลงขิม บ้างถวายกลอนสด บ้างจัดของกำนัลล้ำค่าให้ฮ่องเต้ ทุกถ้อยคำล้วนสวยหรูเปี่ยมเสน่ห์ มุ่งหมายช่วงชิงพระเนตร

แต่เมื่อถึงตาของไป๋หลิงฮวา เด็กหญิงเพียงคุกเข่าถวายบังคม เสียงอ่อนใสเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเรียบง่าย

“หม่อมฉันไป๋หลิงฮวา ขอน้อมถวายพระพรแด่ฝ่าบาท หากฝ่าบาททรงมีเวลาว่างสักน้อย… หม่อมฉันใคร่ขอให้ฝ่าบาทเสด็จแวะไปยังตำหนักอำพัลบ้างเพคะ”

ถ้อยคำแสนตรงไปตรงมา คล้ายคำของเด็กไร้เดียงสา หากแต่แววตากลมใสทอประกายฉะฉานนัก

“ช่างไร้เดียงสานัก… ไป๋หลิงฮวาน้อยคิดว่าฝ่าบาทจะได้สิ่งใดจากตำหนักนางกัน” พระสนมทั้งหลายต่างสะอึก หันมามองหน้ากันแล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ

“ปรนนิบัติอันใดก็ยังมิรู้จัก จะขอรับเสด็จรึ…”

ทว่า ฮ่องเต้ชราที่ประทับอยู่เบื้องสูงกลับมิได้ทรงขบขัน พระเนตรหม่นลึกทอดมองเด็กหญิงตัวน้อย ราวกับกำลังเห็นประกายบางสิ่งที่แตกต่างจากพระสนมทั้งหลาย พระองค์เพียงยกพระโอษฐ์ยิ้มบาง แล้วพยักพระพักตร์ช้า ๆ

“ได้… วันใดข้าว่าง จะไป”

…

ฮ่องเต้หลงเจิ้ง แห่งราชวงศ์หย่งอัน แคว้นต้าเฉิง ทรงมีสหายรักร่วมเป็นร่วมตายอยู่ผู้หนึ่งคือ แม่ทัพไป๋เจิ้งหาว ชายผู้องอาจหาญ ยืนหยัดปกป้องชายแดนตลอดหลายทศวรรษ กระทั่งสิ้นชีพกลางสมรภูมิ

ก่อนวาระสุดท้าย แม่ทัพไป๋ได้เขียนจดหมายฝากฝังบุตรสาวเพียงคนเดียวชื่อ ไป๋หลิงฮวา ขอให้มีที่พึ่งในวังหลวง ฮ่องเต้หลงเจิ้งเมื่อได้รับจดหมาย น้ำพระเนตรพลันรื้น พระองค์ซาบซึ้งในไมตรีและภักดีที่สหายรักมอบให้ตลอดชีวิต

ดังนั้น แม้ไป๋หลิงฮวาจะมีอายุเพียงสิบสองปี พระองค์ก็ตัดสินพระทัยแต่งตั้งนางขึ้นเป็น พระสนมทิศตะวันออก หาใช่เพราะปรารถนาให้นางรับราชสำนักในฐานะนางใน หากแต่เพื่อให้นางมีเกียรติยศคุ้มครองตนในวังหลัง

พระทัยของฮ่องเต้ชรา มองหลิงฮวาเสมือนบุตรของสหาย มิใช่สตรีที่ต้องปรนนิบัติในตำหนักมังกร ทรงปรารถนาเพียงรอให้กาลเวลาล่วงผ่าน จนกว่านางจะเติบโตงดงามเป็นสาวสะพรั่ง แล้วจึงประทานนางแก่แม่ทัพหรือนายทหารผู้กล้าผู้ใดสักคนที่เปี่ยมด้วยความดีงาม เพื่อให้เขาดูแลปกป้องนางไปชั่วชีวิต

ในพระทัยของพระองค์ นี่คือ รางวัลสุดท้าย ที่จักมอบตอบแทนสหายรักไป๋เจิ้งหาว ผู้สละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินและราชสำนักจนวาระสุดท้าย

…

ไป๋หลิงฮวานั่งอยู่ตรงโต๊ะเล็กในตำหนักอำพัล นิ้วเรียวเล็กเคาะจังหวะเบา ๆ บนไม้หอม คล้ายกำลังรอคอยใครสักคน ดวงหน้าเยาว์ใสนิ่งสงบจนแม่นมเหรินที่คอยอยู่เคียงข้างอดเอ่ยถามไม่ได้

"คุณหนูรออะไรหรือเจ้าค่ะ"

พักนี้คุณหนูน้อยของบ่าวช่างเปลี่ยนไปนัก ตั้งแต่ตกน้ำขึ้นมา ราวกับมิใช่เด็กหญิงสิบสองปี หากแต่มีความคิดความอ่านเกินวัยไปแล้ว

“รอคน” ไป๋หลิงฮวาเหลือบตามองนาง ยกยิ้มบาง เอื้อนเสียงสั้นเพียงคำเดียว

ไม่นาน นางกำนัลก็เข้ามากราบเรียนว่ามีพระญาติขอเข้าเฝ้า ผู้ที่มาก็คือ ป้าเสิ่น ภรรยาของลุงไป๋อวี้ ผู้เคยผลักไสไล่ตนยามบิดาสิ้นชีพ ร้องห่มร้องไห้คุกเข่าอยู่หน้าตำหนัก

“พระสนมหลิงฮวา…โปรดเมตตาเถิด ลุงของท่านป่วยหนัก ต้องใช้เงินค่าหมอจำนวนมาก ข้าจึงมาขอความช่วยเหลือ” แม่นมเหรินสีหน้าแข็ง ดุด่าขึ้นทันที

“ยามบิดาของพระสนมสิ้น พวกเจ้าสองผัวเมียยังผลักไสนางประหนึ่งหมูหมาไม่อยากเลี้ยงดู! บัดนี้นางเป็นพระสนมทิศตะวันออกแล้ว กลับร้องไห้มาขอเงิน ผู้ใดจะอยากช่วยเจ้า!” คำยังไม่ทันขาดเสียง ป้าเสิ่นพลันชี้หน้าด่ากลับ

“หุบปาก! เจ้ามันแค่ขี้ข้า อย่าได้มาขวางทางข้า!” ไป๋หลิงฮวาเพียงนั่งทอดกายนิ่ง แววตาสงบแต่ริมฝีปากยกยิ้ม ยิ้มที่หาใช่ยิ้มใสซื่อของเด็กสาววัยสิบสอง แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ผ่านชะตากรรมและเพลิงไฟในวังหลังมาแล้ว

“ข้าจะช่วยป้าเสิ่น… แต่มีข้อแม้” นางเอ่ยเสียงอ่อนแต่หนักแน่น

ป้าเสิ่นเงยหน้าขึ้นทันใด เสียงสะอื้นพร่า

“ข้อแม้อันใดเจ้าว่าเถิด พระสนม” ดวงตากลมใสของนางฉายประกายเย็นเยียบ

“วันพรุ่ง… นำตัว ไป๋ซู่หราน บุตรสาวเมียบ่าวของท่านลุง เข้ามาอยู่ในวังกับข้า” ป้าเสิ่นอึ้งไปอึดใจ ก่อนรีบร้อนพยักหน้า

“ได้… ได้สิเจ้า! แต่ค่าหมอ…ลุงเจ้าป่วยหนัก หากมิได้จ่ายวันนี้ เกรงว่าชีวิตจะไม่รอด”

ไป๋หลิงฮวาเหยียดยิ้มเล็ก ๆ คล้ายดอกเหมยยามเหมันต์ที่งดงามทว่าหนาวเหน็บ

“เอา ไป๋ซู่หราน มาให้ข้าก่อน… แม้จะเจ็บปวดเจียนตาย ก็ต้องอดทนให้ถึงวันพรุ่ง”

คำพูดนั้นเย็นชาเสียจนป้าเสิ่นถึงกับสะท้านไปทั้งร่าง ไม่รู้ว่านางเด็กหญิงตรงหน้ากลายเป็นผู้ใดกันแน่…

….

รุ่งอรุณวันถัดมา ฟ้ายังไม่สว่างนัก ป้าเสิ่น ก็นำเด็กสาวร่างผอมเนื้อตัวมอมแมมเข้ามายังตำหนักอำพัล เมื่อได้รับถุงเงินก้อนโตในมือ นางก็สะบัดชายแขนเสื้อหันหลังจากไปทันที มิได้เหลียวมองแม้แต่น้อย

เด็กสาวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหน้า ไป๋ซู่หราน อายุสิบห้าปี ดวงตาหม่นหมอง เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว ราวกับถูกทุบตีมาไม่รู้กี่ครา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดเก่าขาดวิ่น ใบหน้าแม้หมองคล้ำ แต่แววตาเมื่อมองใกล้ยังมีประกายซ่อนอยู่

ไป๋หลิงฮวาก้าวออกมาจากห้องโถงเล็ก ดวงหน้าน้อยสงบและยกยิ้มบาง นางก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเด็กสาว เอื้อนเสียงอ่อนนุ่ม

“ยินดีต้อนรับ…พี่ซู่หราน จากนี้ไป ท่านไม่จำเป็นต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว มาอยู่กับข้า… เป็นคนของข้า เรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันนะ”

สิ้นคำ น้ำตาของซู่หรานพลันไหลพราก ร่างสั่นสะอื้นโผนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า นางมิได้ร่ำไห้เพราะหวาดกลัว หากแต่เพราะซาบซึ้งยิ่ง—ชาติก่อน นางเคยถูกขายเข้าสู่หอนางโลมเพื่อแลกเงินค่ารักษาลุงไป๋ แต่บัดนี้ชะตาได้เปลี่ยนแล้ว…

“คุณหนู…ฮึก…ขอบคุณ…ขอบคุณเหลือเกิน…” เสียงสะอื้นนั้นสะท้อนอยู่ทั่วตำหนัก แม่นมเหรินรีบประคองซู่หรานขึ้น พูดเสียงอ่อนโยน

“พี่ซู่หราน ลุกขึ้นเถิด ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เถิด ร่างกายเจ้าต้องได้พักผ่อนเสียบ้างแล้ว”

เมื่อซู่หรานถูกนำออกไป แม่นมเหรินหันกลับมามองไป๋หลิงฮวาด้วยความกังวล

“คุณหนูเจ้าคะ… ตอนนี้เงินของเราหมดแล้วนะ ทั้งหมดส่งให้ป้าเสิ่นไปแล้ว แล้วต่อไปจะทำเช่นไรเล่า”

ไป๋หลิงฮวานั่งลงบนตั่ง ยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ริมฝีปากเล็กยกยิ้มจาง ท่าทีมิได้กังวลแม้แต่น้อย

“หมด…ก็หาใหม่” ถ้อยคำสั้น ๆ คล้ายสายลมแผ่ว แต่กลับหนักแน่นเกินวัยสิบสองปี แววตาของนางฉายความเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม สตรีน้อยผู้นี้กำลังจะสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ ที่มิอาจมีผู้ใดล่วงรู้ได้…

…

วันนั้น ฮ่องเต้หลงเจิ้ง เสด็จมาประทับที่สวนเบญจพรรณ ประทับนั่งใต้ร่มไม้ใหญ่ ล้อมรอบด้วยเหล่าเสนาบดี ขุนนางทั้งหลาย และราชกิจมากมายที่ต้องว่าการ

เสียงกราบทูลดังลั่นต่อเนื่อง เรื่องบ้านเมืองที่สำคัญที่สุดในเวลานี้

“ฝนมิได้ตกต้องตามฤดูกาล ท้องทุ่งเหี่ยวแห้ง ข้าวปลาในนาเสียหาย ชาวบ้านทุกหัวระแหงเดือดร้อนนักพ่ะย่ะค่ะ”

ไป๋หลิงฮวาในอาภรณ์แพรสีอ่อน เดินเล่นแสร้งถือดอกเหมยมาชื่นชม ครั้นผ่านมาถึงก็รีบคุกเข่าถวายพระพร ยามลุกขึ้นทำท่าจะถอยกลับ ทว่าฮ่องเต้พลันเรียกขึ้นเบา ๆ

“ไป๋หลิงฮวา เจ้ามานั่งตรงนี้เถิด ฟังดูว่าเราว่าราชกิจอย่างไร”

นางจึงนั่งเรียบร้อยเบื้องข้าง ฟังอย่างตั้งใจ สองตากลมใสจดจ้องไม่วาง เมื่อสิ้นคำกราบทูลเรื่องฝนแล้ง นางพลันเอื้อนเสียงแผ่ว

“ฝ่าบาท… ฝนจะตกอีกเจ็ดวันข้างหน้าเพคะ” ทั่วทั้งสวนพลันเงียบ เสนาบดีผู้หนึ่งหน้าตึงขมวดคิ้วลุกขึ้นทันที

“เด็กน้อย! เรื่องบ้านเมืองอันใหญ่โต เจ้ากล้าเอ่ยวาจามิเป็นมูล มิล้อเลียนเกินไปแล้วหรือ? ฝนฟ้าจะตกหรือไม่ใช่สิ่งเด็กหญิงสิบสองปีจะมาทำนาย!”

เสียงตำหนิหนักแน่น ทำเอาบ่าวไพร่รอบข้างหลุบตาไปตาม ๆ กัน แต่ไป๋หลิงฮวากลับเพียงยกคิ้วเล็ก ริมฝีปากน้อยคลี่ยิ้มจาง ๆ

“ท่านเสนาบดี… ถ้าเช่นนั้น เราลองพนันกันไหมเล่า ต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทนี้เอง หากภายในเจ็ดวันฝนตก ข้าจะชนะ—แต่หากไม่ตก ข้ายินดีแพ้”

“เจ้าจะเอาสิ่งใดมาพนัน เด็กน้อยอย่างเจ้า มีหรือจะมีสมบัติใดมาต่อกรกับข้า” เสนาบดีตะลึง ชั่วอึดใจจึงหัวเราะเย้ย

“ท่านเสนาบดีร่ำรวยนักมิใช่หรือ งั้นก็พนันกันสัก หนึ่งพันเหรียญทอง ดีหรือไม่ ข้ารู้ว่าท่านมิขัดข้องแน่” ไป๋หลิงฮวาเอียงหน้ามองตรง ดวงตาทอประกายเฉียบคม

ถ้อยคำเด็ดเดี่ยวทำเอาขุนนางทั้งหลายฮือฮา เสียงซุบซิบก้องทั่วสวน

ฮ่องเต้หลงเจิ้งซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์ตลอดเวลาพลันแค่นหัวเราะออกมา เสียงนั้นดังกว่าทุกวัน ดวงเนตรทอประกายสดใสขึ้นอย่างหาชมได้ยาก

“ฮ่า ๆ ๆ ช่างกล้าหาญจริง ไป๋หลิงฮวาน้อย… ข้าอยากเห็นเหมือนกัน ว่าเจ้าเล่นอะไรอยู่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   26 ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน

    26ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน (NC18+)เสียงกลองและพิณในงานแต่งยังดังระรื่น แต่ในมุมเงียบด้านหนึ่งของหอเลี้ยง ไป๋ซูหราน ต้องตกตะลึง เมื่อร่างสูงของ ฮุ่ยจง ที่เมามายหนัก เดินโซเซเข้ามา ดวงตาที่เคยคมเข้มกลับพร่ามัวเต็มไปด้วยสุรา“ฮวา…พระสนมไป๋หลิงฮวา ข้า…ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ…แต่เจ้ากลับตกเป็นของเยวี่ยหานไปแล้ว!” เขาเอ่ยเสียงดังจนผู้คนแถวนั้นหันมามองเสียงฮือฮาเกิดขึ้นรอบข้าง ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจเหมือนถูกมีดกรีดจนเลือดไหลริน เขา…รักนายหญิงตั้งแต่แรกพบอย่างนั้นหรือ…“เจ้า…ซูหราน ใช่หรือไม่… ตอนนั้นที่ข้าบาดเจ็บ เจ้าอยู่ข้างข้าเสมอ ข้าผิดไป ข้าโง่เง่า…โปรดให้อภัย ข้าขอเพียงเจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าอีกครั้ง…” ฮุ่ยจงหันมา น้ำตาคลอเบ้า จ้องใบหน้าของซูหราน ก่อนจะพร่ำเสียงสั่นไป๋ซูหรานกัดริมฝีปากแน่น ดวงตารื้นน้ำตา แต่ไม่ใช่เพราะความสุข หากเพราะความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งกระแทกเข้ามาในใจ“ที่แท้…ท่านไม่เคยมองเห็นข้าเลย” เสียงนางสั่นแต่ชัดเจน “สิ่งที่ท่านรัก…ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเงาของพระสนมไป๋หลิงฮวาที่สะท้อนอยู่บนใบหน้าของข้า” นางเป็นลูกพี่ลูกน้องสกุลไป๋ด้วยกัน หน้าตาจะคล้ายคลึงกันก็ไม่แปลก แต่เขาก็ไ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   25 พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพ

    25พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพก่อนวันแต่งงานเพียงหนึ่งวัน เยวี่ยหานก้าวเข้ามาในเรือนหลังโรงเตี๊ยมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ในมือของเขาลากคนผู้หนึ่งมาด้วย ร่างอู๋อี้ที่ถูกมัดไว้แน่น ใบหน้าซูบซีดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ข้า…นำคนทรยศมาคืนเจ้าแล้ว” เสียงทุ้มของเยวี่ยหานเอ่ยเรียบ ขณะที่สายตาคมจับจ้องปฏิกิริยาของนาง“ดื่มเสีย” ไป๋หลิงฮวานั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าในชุดผ้าเรียบหรู มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นช้าๆ แล้วเลื่อนส่งไปเบื้องหน้าอู๋อี้“ไม่นะ! ข้าไม่กล้าแล้ว…นายหญิง โปรดเมตตา!” อู๋อี้ตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพราก“เจ้าล่วงเกินกฎของข้าไปแล้ว สิ่งนี้…คือผลที่เจ้าต้องรับ” ไป๋หลิง ฮวามิได้แสดงความโกรธเคืองหรือความเมตตา มีเพียงสายตานิ่งลึกที่เย็นเยียบจนทำให้ผู้มองขนลุกเมื่อชาถูกกรอกเข้าปาก อู๋อี้พลันทรุดลงกับพื้น ชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ร่างทั้งร่างกระตุกเหมือนปลาถูกโยนขึ้นตลิ่งใต้เท้าจ้าวซึ่งยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ กัดฟันแน่นจนสั่น เขาหันหน้าหนีด้วยหัวใจปวดร้าว แต่ก็รู้ดี นี่คือกฎที่นายหญิงประกาศไว้ตั้งแต่ต้น และอู๋อี้ก็เลือกก้าวข้ามเส้นเองไม่นานนัก ร่างนั้นก็ค่อยๆ สงบลง ลมหายใจยังมีอยู่ แต่แววตาที่พร่ามัวสะท้อนช

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   24 แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก

    24แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก“ข้า…คือ…แม่ทัพน้อย ฮุ่ยจง…” มือใหญ่กำจอกเหล้าแน่นจนสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาที่ขมับเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนที่สติที่เลือนรางจะถูกคลื่นแห่งความทรงจำถาโถมกลืนกลับคืนมาไป๋ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจดิ่งวูบ เขา…เขาจำได้แล้ว!แววตาของฮุ่ยจงเงยขึ้นสบกับนาง เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งสับสน และทั้งความจริงอันหนักหน่วงที่เพิ่งย้อนคืนมา...โรงเตี๊ยมเยว่หยิ่งสาขาหลัก ขบวนขันทีของวังหลวงเดินทางมาถึงพร้อมเกี้ยวเล็กและเครื่องหมั้น เยวี่ยหานก้าวลงจากม้าในชุดแม่ทัพเต็มยศ ใบหน้าคมสลักแน่วแน่ยิ่งนัก“วันนี้ข้ามา…เพื่อสู่ขอ นายหญิงหลิงลี่ เป็นพระชายาอย่างถูกต้องตามประเพณี” เขายืนอยู่กลางลานโรงเตี๊ยม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขันทีผู้ติดตามรีบกางราชสาส์น รายการเครื่องหมั้นทั้งทองคำ ผ้าไหม อัญมณี และตำแหน่งพระชายาในจวนแม่ทัพถูกอ่านออกเสียงต่อหน้าทุกคนไป๋หลิงฮวานั่งนิ่งอยู่ในห้องโถง แม่นมเหรินกับหลี่เจวี๋ยยืนอยู่ข้างกาย สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวลปนตื้นตัน พวกเขาหันไปมองนาง ราวกับจะถามว่าคุณหนู จะยอมรับหรือไม่ บรรยากาศเงียบงันเพียงชั่วลมหายใจ ทุ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   23 ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน

    23ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน (NC18+)แสงโคมไฟนับพันดวงลอยเหนือฟากฟ้า ประดับย้อมค่ำคืนให้สว่างไสว เสียงผู้คนหัวเราะร่าและดนตรีขลุ่ยแว่วกังวานสร้างความคึกคักไปทั่วท้องถนนไป๋หลิงฮวาสวมผ้าคลุมหน้าบางเบา เดินเคียงข้างเยวี่ยหานที่อยู่ในชุดคุณชายสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหลีกทางโดยไม่รู้ว่าเขาคือแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรเมื่อหัวใจของนางเปิดรับเขาแล้ว การออกไปมาชมงานโคมไฟด้วยกันเหมือนคู่รักทั่วๆ ไปก็เป็นเรื่องปกติ ทั้งสองนั่งลงที่ร้านเล็กๆ ริมทาง โคมไฟสีแดงห้อยไหวเหนือศีรษะ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาตามลม“หากข้าแต่งกับท่าน…” ไป๋หลิงฮวาเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางตักซุปอุ่นขึ้นจิบ “ข้ายังจะทำการค้าต่อได้หรือไม่”“ได้สิ เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ ข้าไม่ห้าม” เยวี่ยหานหันมามอง ดวงตาคมลึกพราวประกาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กน้อย“แล้ว…หากข้าแต่งเข้าจวนท่าน คนในวังจะจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยเป็นพระสนม” นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ“ตอนนี้เจ้าเปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนการแต่งหน้า คนทั่วไปคงจำไม่ได้หรอก ต่อให้จำได้…ก็ไม่เป็นไร” เยวี่ยหานวางตะเกียบลง หันร่างมามองเต็มสายตา“แล้วเรื่องภาษีเล่า หากข้ายังท

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   22 คณิกาตัดสัมพันธ์

    22คณิกาตัดสัมพันธ์“อนุภรรยาอย่างนั้นรึ…” หลายวันมานี้ไป๋หลิงฮวาจมอยู่กับความคิด นางยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ดวงตาคู่สวยกลับเหม่อลอย ภายนอกสายตาที่เงียบสงบ ซ่อนความคิดหลากหลายภายในดุจใยแมงมุมชาตินี้ข้าเกิดใหม่แล้ว ข้าลบตราประทับ “พระสนม” ออกไปจากโชคชะตาได้สำเร็จ… แต่เหตุใด ข้ายังหนีไม่พ้นเงื้อมือเยวี่ยหานเสียที!เมื่อนึกถึงคืนที่ผ่านมา ใบหน้าเผือดร้อนขึ้นมาเอง ไฟราคะของเขา…ดุเดือดราวเปลวเพลิง หากปล่อยไว้นาน ข้าอาจถูกเผาผลาญจนมอดทั้งกายและใจนางกัดฟันแน่น ความคิดใหม่พลันแล่นเข้ามา ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะใช้ไฟของเขาเองเป็นอาวุธตัดขาดบ่วงนี้! สายตาคมวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากงามคลี่ยิ้มเย็นข้าจะหานางคณิกาที่เลอโฉม จ้างนางมาบำเรอเขาแทน… และเมื่อเขาได้ลิ้มรสสุขสมกับหญิงอื่น ข้าจะเป็นผู้ผลักไสตัดสัมพันธ์เสียภาพในหัวปรากฏ ยามที่เยวี่ยหานคิดว่ามีข้าอยู่ข้างกาย แต่กลับพบว่านางคณิกาแอบเข้ามาแทนที่ และข้าประกาศตัดขาด… เขาคงแค้นแทบกระอักเลือดแน่!หัวใจไป๋หลิงฮวาเต้นแรง แต่ดวงตากลับเปล่งประกายมุ่งมั่น ใช่…หากอยากพ้นเงื้อมือเสือ ข้าต้องแทงเขากลับด้วยเล่ห์!นางวางถ้วยชาลงเบาๆ พลางยกมือปิดริมฝีปาก

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   21 สู่ขอ

    21สู่ขอรุ่งเช้า แสงแดดอ่อนลอดเข้ามาในกระโจม เสียงนกร้องประสานกับเสียงลมอ่อนพัดทุ่งหญ้า ไป๋หลิงฮวาลืมตาตื่นขึ้น ดวงหน้าแดงก่ำทันทีที่เห็นบุรุษร่างสูงยังนอนอยู่ข้างกาย แขนแข็งแรงโอบนางไว้แน่นราวไม่ยอมปล่อยไปไหนร่างบางนอนร้าวระบมอยู่บนเตียง นางระลึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใด นางรีบสะบัดผ้าห่มออก ลุกขึ้นอย่างลนลาน แต่ทว่ากลับเซถลาเพราะความอ่อนแรงและเจ็บร้าว“ข้า…ข้าจะกลับแล้ว!”“ข้าจะไปส่ง” เยวี่ยหานยันกายลุกขึ้นบ้าง ดวงตาคมกริบทอดมองด้วยรอยยิ้มบาง“ไม่ต้อง! ข้าไปเองได้” ไป๋หลิงฮวาหน้าแดงจัด รีบส่ายหัว“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก พระชายา” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ เขาก้าวเข้าใกล้ทีละก้าวจนเงาร่างสูงทาบร่างน้อย“ท่าน…อย่าพูดเหลวไหลไปหน่อยเลย” ไป๋หลิงฮวาชะงัก คำพูดนั้นกรีดใจยิ่งกว่าโซ่ตรวน นางพยายามหันหนีไม่สบตา“ยังไงซะ เจ้าก็ต้องเป็นของข้า” เยวี่ยหานกลับยิ่งเสียงหนักแน่นขึ้น “ข้าจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเจ้า…กับหลี่เจวี๋ย” มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แววตาเด็ดเดี่ยวเปล่งประกายเหมือนแม่ทัพในสนามรบไป๋หลิงฮวาอึ้งจนพูดไม่ออก หัวใจพลันสั่นสะท้าน หลี่เจวี๋ย? เขามิใช่บิดาของข้า แต่กลับเป็นคนของข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status