Share

4 ธิดาเทพ

last update publish date: 2026-10-28 03:54:41

4

ธิดาเทพ

ฟ้าเย็นย่ำ ลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นดินแห้งแตกระแหงเข้าสู่ตำหนักอำพัล แสงโคมสว่างไหวพลิ้วอยู่บนผนังไม้ ไป๋หลิงฮวา ประทับนั่งอยู่ตรงกลางโถงเล็ก สีหน้านิ่งสงบเกินกว่าวัยสิบสองปี

นางกวาดตามองทุกผู้คนที่นั่งรายรอบ องครักษ์จ้าว ผู้ยืนเฝ้าอย่างภักดี, แม่นมเหริน ผู้เลี้ยงดูมาด้วยความรัก และ ไป๋ซูหราน เด็กสาวที่เพิ่งพ้นชีวิตทุกข์ทนมาไม่นาน

“ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากบอกพวกท่าน… ข้าไม่อยากอยู่ในวังหลังนี้ไปชั่วชีวิต ไม่อยากแก่งแย่งตำแหน่งพระสนมกับผู้ใดอีก” เสียงของหลิงฮวาดังขึ้นชัด ทว่าอ่อนโยน

ห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัดลอดหน้าต่าง ทุกคนเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อหูตนเอง

“สิ่งที่ข้าต้องการ…คือโรงเตี๊ยม โรงเตี๊ยมที่เป็นของเราเอง”

แววตาของนางเจิดจ้าไม่ต่างจากเปลวเพลิง “ข้าอยากพึ่งพาตนเอง หาเลี้ยงชีวิตอย่างอิสระ มิใช่ถูกพันธนาการด้วยวังหลัง”

“คุณหนู…ท่านคิดอันใดกัน โรงเตี๊ยมไม่ใช่เรื่องเล็ก เรื่องเช่นนี้พระสนมอย่างท่านจะออกไปทำได้หรือ?”แม่นมเหรินรีบโพล่งถามด้วยความกังวล

หลิงฮวาเพียงแย้มยิ้มบาง พลางเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องแทบหยุดหายใจ

“หากข้าบอกท่านว่า ข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้ฟื้นกลับมา…ท่านจะเชื่อหรือไม่?”องครักษ์จ้าวขมวดคิ้ว แม่นมเหรินถึงกับหน้าซีด ส่วนซูหรานก็อ้าปากค้าง มองนางอย่างหวาดหวั่นและสับสน

แต่แล้วนางหัวเราะเบา ๆ คลี่รอยยิ้มเยาว์

“ล้อเล่นหรอกน่า อย่าได้ตกใจไป สิ่งที่ข้าอยากได้จากพวกท่าน มีเพียงอย่างเดียว จงเชื่อใจข้า และร่วมมือกัน หากแผนนี้สำเร็จ…เราทุกคนจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ค่าตอบแทนย่อมคุ้มค่าแน่นอน”

คำพูดนั้น แม้ห่อหุ้มด้วยรอยยิ้มเยาว์วัย แต่ประกายแววตากลับเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ราวกับนางมิใช่เด็กสาวสิบสองปีธรรมดาอีกต่อไป…

….

คืนนั้น แสงโคมส่องรำไรในตำหนักอำพัล ไป๋หลิงฮวา ประทับนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ไม้เล็ก ๆ แววตาจริงจังเกินวัย นางเงยหน้าขึ้นถามผู้ที่นางไว้ใจที่สุด

“แม่นมเหริน…องครักษ์จ้าว…พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างหรือไม่ ข้าขอยืมเถิด หากงานนี้สำเร็จ ข้าจะคืนให้พวกท่านทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอีก…ครึ่งเท่า” เสียงของนางเรียบง่าย แต่หนักแน่นจนทั้งคู่ต้องสบตากันอย่างฉงน

“คุณหนู…ท่านคิดจะเอาเงินไปทำสิ่งใดกันแน่?”องครักษ์จ้าวเป็นผู้เอ่ยถามก่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังขา

“ซื้อเรือพายเล็ก ๆ ขนาดที่พายไปตามลำคลองได้…ให้ได้มากที่สุด” หลิงฮวาหันกลับมาตอบโดยไม่ลังเล

“เรือพาย? คุณหนูคิดการใหญ่อะไรอยู่กันแน่”คำตอบทำเอาทั้งสองถึงกับอึ้ง แม่นมเหรินเบิกตากว้าง

เด็กสาวเพียงยิ้มบาง แววตาแน่วแน่ลึกล้ำจนผู้ใหญ่ทั้งสองรู้สึกสั่นสะท้านในใจ

“พวกท่านยังไม่ต้องถามว่าทำไม เพียงเชื่อข้าเถิด วันหนึ่งไม่นาน…เรือเหล่านี้จะกลายเป็นทองคำในมือเรา”

ห้องทั้งห้องเงียบงัน ก่อนแม่นมเหรินจะค่อย ๆ ล้วงถุงผ้าจากอกเสื้อออกมา มือสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วย

“นี่…เป็นเงินเก็บทั้งชีวิตของข้า เดิมคิดจะเก็บไว้ใช้ยามแก่ แต่หากคุณหนูต้องการ ข้าย่อมมอบให้” คำพูดสั่นเครือ แต่กลับเต็มไปด้วยความศรัทธา

“นี่คือเงินเก็บจากเบี้ยทหารที่เหลืออยู่บ้าง ข้าไม่รู้ว่าท่านคิดอันใด แต่ตราบใดที่เป็นคุณหนู ข้าย่อมพร้อมเสี่ยงด้วย” องครักษ์จ้าวก็ก้าวออกมาหน้าตึงขึง ดึงห่อผ้าเล็ก ๆ จากเอวออกวางต่อหน้า

“ขอบคุณ…จากนี้ชีวิตของเราทุกคน จะไม่จมอยู่ในเงามืดอีกต่อไป” ไป๋หลิงฮวามองเงินสองกองนั้น แววตาของนางคลายลงเป็นรอยยิ้มอบอุ่น

ในความมืดของตำหนักคืนนั้น รอยยิ้มของเด็กหญิงวัยสิบสองปี ช่างดูแก่กล้าราวกับโชคชะตาทั้งหมดอยู่ในกำมือของนาง…

…

ฝนหลั่งราวฟ้าประทาน เมื่อครบเจ็ดวันตามคำทำนายของนาง ฝนก็ตกกระหน่ำลงมาห่าใหญ่ ลมกระโชกแรงจนต้นไม้โอนเอน เสียงฟ้าร้องคำรามสะเทือนวังหลวง น้ำฝนไหลหลากเข้าท่วมตรอกซอกซอยทั้งในเมืองและชนบท

ผู้คนสัญจรลำบาก บ้างต้องขนย้ายข้าวของหนี บ้างไร้ที่ซุกหัวนอนจนต้องอาศัยเรือพายเป็นทั้งพาหนะและที่หลับนอนชั่วคราว

ที่ตำหนักอำพัล ไป๋หลิงฮวานั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ มือเรียวขยับเม็ดลูกคิดนับรายรับรายจ่ายไม่หยุด สีหน้าสงบแต่สายตาเปล่งประกายมั่นใจ

องครักษ์จ้าวก้าวเข้ามา ใบหน้าฉายชัดด้วยความกังวล

“คุณหนู…พวกเราตั้งราคาขายเรือไว้แพงกว่าเดิมหนึ่งเท่า ใครจะยอมซื้อกันเล่า?”

“จ้าวอู๋…ทำตามที่ข้าบอกเถิด ผู้คนยามยากเขาย่อมยอมจ่าย…เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องราคาที่แพงหรือถูก แต่คือการแลกชีวิตกับความปลอดภัย” เด็กสาวเพียงเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างแน่วแน่

สามวันถัดมา ทุกอย่างก็เป็นดังคาด เรือพายที่กองเรียงรายในลานบ้านขององครักษ์จ้าว ขายหมดเกลี้ยง ชาวบ้านยอมจ่ายเงินในราคาสูงเพื่อได้เรือไปสัญจรและเอาตัวรอด โชคดีที่เขาปลูกบ้านอยู่บ้านที่สูงน้ำจึงท่วมไม่ถึง

“คุณหนู…นี่มัน…มหาศาลเกินกว่าที่ตำหนักเล็ก ๆ อย่างเราจะเคยได้” แม่นมเหรินยืนมองกองเงินที่ได้มาเป็นถุง ๆ ตาแทบไม่เชื่อ

“หมดหรือไม่หมด ขึ้นอยู่ที่ผู้ใดรู้จักมองการณ์ไกลก่อนใคร” ไป๋หลิงฮวาเพียงยกยิ้มบาง เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดจากริมฝีปาก

…

วันนั้น ท้องพระโรงหลวงต้าเฉิงคึกคักนัก เหล่าขุนนางทั้งใหญ่เล็กเบียดเสียดรอตัดสินผลการทำนายประหลาดของพระสนมทิศตะวันออก

เสนาบดีผู้พนันไว้ถึงพันตำลึงยกถุงเหรียญทองหนักอึ้งมาวางตรงหน้าด้วยสีหน้าขุ่นเคือง นัยน์ตาเหลือบหลบเลี่ยงไม่อยากสบกับสายตาเยาะเย้ยของใคร ๆ

“หลิงฮวา…เจ้าบอกเรามาเถิด เหตุใดเจ้าจึงล่วงรู้ว่าฝนจะตก” ฮ่องเต้หลงเจิ้งทอดพระเนตรเด็กหญิงวัยสิบสองผู้ยืนสงบอยู่เบื้องล่าง พระพักตร์เปื้อนรอยยิ้มคล้ายขันแต่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด

“ฝ่าบาท…ความจริงบิดาของหม่อมฉันหาได้บอกทุกสิ่งแก่พระองค์ไม่ หม่อมฉันหาใช่เพียงบุตรีแม่ทัพไป๋ หากแต่เป็น…ธิดาเทพผู้จุติลงมาเกิด นิมิตแห่งสวรรค์ปรากฏแก่หม่อมฉันเสมอ ล่วงรู้เหตุการณ์เจ็ดวันภายหน้า” ไป๋หลิงฮวาก้มศีรษะเรียบสงบ น้ำเสียงชัดถ้อย

เสียงฮือฮาดังก้อง ขุนนางหลายคนสีหน้าขาวซีด บางคนหัวเราะหยันราวเห็นเป็นเรื่องเพ้อฝัน ฮ่องเต้หลงเจิ้งหัวเราะร่วน เสียงดังก้องสะเทือนบัลลังก์

“ฮ่า ๆ ๆ …เจ้าหนูนี่ช่างปากคมสมเป็นลูกเพื่อนเราเสียจริง! ธิดาเทพหรือ…นิมิตสวรรค์หรือ…ดี! เช่นนั้นเราจะขอทดสอบ”

“อีกเจ็ดวันข้างหน้า…จะเกิดสิ่งใด เจ้าจงบอกมา” สายพระเนตรเป็นประกายราวประกาศท้าทาย

“เจ็ดวันจากนี้ น้ำหลากจะค่อย ๆ ลดลง ทว่ามิใช่เรื่องน่ายินดี ผู้คนจะเริ่มล้มป่วยด้วย โรคประหลาด มีแผลพุพองและหนองขึ้นที่เท้า เป็นโรคระบาดที่แพร่ไปตามครัวเรือน” ไป๋หลิงฮวาเงยหน้าขึ้น แววตาแน่วนิ่งไม่ไหวหวั่น

เสียงฮือฮาอีกระลอกดังสะท้านท้องพระโรง บางขุนนางส่ายหน้า บ้างซุบซิบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเด็กสาวตรงหน้า นัยน์ตาฉายประกายทั้งขบขันและชั่งใจ

“เจ้าหนูน้อย…เจ้ามิได้เพียงมีลิ้นกล้า หากยังรู้จักอาศัยโอกาส เห็นเราเองคิดไว้แล้วว่าหลังน้ำลดโรคย่อมมากับโคลนตม เจ้าว่าตามตรงหรือมีผู้บอกสอน” ไป๋หลิงฮวาเพียงยกยิ้มบาง ก้มศีรษะน้อมรับ

“หม่อมฉันเพียงกล่าวตามนิมิต…ฝ่าบาทจะเชื่อหรือไม่ หม่อมฉันย่อมไม่อาจบังคับ” เสียงฮ่องเต้หัวเราะก้องอีกครั้ง

“เจ้าช่างบังอาจและฉลาดเป็นกรดจริง ๆ เจ้าหนูนี่!” และแล้วท้องพระโรงวันนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบถึงพระสนมตัวน้อย ผู้กล้ากล่าวคำทำนายท่ามกลางราชสำนักใหญ่โต…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   26 ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน

    26ข้าอยาก...ตอบแทนท่าน (NC18+)เสียงกลองและพิณในงานแต่งยังดังระรื่น แต่ในมุมเงียบด้านหนึ่งของหอเลี้ยง ไป๋ซูหราน ต้องตกตะลึง เมื่อร่างสูงของ ฮุ่ยจง ที่เมามายหนัก เดินโซเซเข้ามา ดวงตาที่เคยคมเข้มกลับพร่ามัวเต็มไปด้วยสุรา“ฮวา…พระสนมไป๋หลิงฮวา ข้า…ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ…แต่เจ้ากลับตกเป็นของเยวี่ยหานไปแล้ว!” เขาเอ่ยเสียงดังจนผู้คนแถวนั้นหันมามองเสียงฮือฮาเกิดขึ้นรอบข้าง ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจเหมือนถูกมีดกรีดจนเลือดไหลริน เขา…รักนายหญิงตั้งแต่แรกพบอย่างนั้นหรือ…“เจ้า…ซูหราน ใช่หรือไม่… ตอนนั้นที่ข้าบาดเจ็บ เจ้าอยู่ข้างข้าเสมอ ข้าผิดไป ข้าโง่เง่า…โปรดให้อภัย ข้าขอเพียงเจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าอีกครั้ง…” ฮุ่ยจงหันมา น้ำตาคลอเบ้า จ้องใบหน้าของซูหราน ก่อนจะพร่ำเสียงสั่นไป๋ซูหรานกัดริมฝีปากแน่น ดวงตารื้นน้ำตา แต่ไม่ใช่เพราะความสุข หากเพราะความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งกระแทกเข้ามาในใจ“ที่แท้…ท่านไม่เคยมองเห็นข้าเลย” เสียงนางสั่นแต่ชัดเจน “สิ่งที่ท่านรัก…ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเงาของพระสนมไป๋หลิงฮวาที่สะท้อนอยู่บนใบหน้าของข้า” นางเป็นลูกพี่ลูกน้องสกุลไป๋ด้วยกัน หน้าตาจะคล้ายคลึงกันก็ไม่แปลก แต่เขาก็ไ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   25 พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพ

    25พิธีแต่งงานของท่านแม่ทัพก่อนวันแต่งงานเพียงหนึ่งวัน เยวี่ยหานก้าวเข้ามาในเรือนหลังโรงเตี๊ยมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ในมือของเขาลากคนผู้หนึ่งมาด้วย ร่างอู๋อี้ที่ถูกมัดไว้แน่น ใบหน้าซูบซีดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ข้า…นำคนทรยศมาคืนเจ้าแล้ว” เสียงทุ้มของเยวี่ยหานเอ่ยเรียบ ขณะที่สายตาคมจับจ้องปฏิกิริยาของนาง“ดื่มเสีย” ไป๋หลิงฮวานั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าในชุดผ้าเรียบหรู มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นช้าๆ แล้วเลื่อนส่งไปเบื้องหน้าอู๋อี้“ไม่นะ! ข้าไม่กล้าแล้ว…นายหญิง โปรดเมตตา!” อู๋อี้ตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพราก“เจ้าล่วงเกินกฎของข้าไปแล้ว สิ่งนี้…คือผลที่เจ้าต้องรับ” ไป๋หลิง ฮวามิได้แสดงความโกรธเคืองหรือความเมตตา มีเพียงสายตานิ่งลึกที่เย็นเยียบจนทำให้ผู้มองขนลุกเมื่อชาถูกกรอกเข้าปาก อู๋อี้พลันทรุดลงกับพื้น ชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ร่างทั้งร่างกระตุกเหมือนปลาถูกโยนขึ้นตลิ่งใต้เท้าจ้าวซึ่งยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ กัดฟันแน่นจนสั่น เขาหันหน้าหนีด้วยหัวใจปวดร้าว แต่ก็รู้ดี นี่คือกฎที่นายหญิงประกาศไว้ตั้งแต่ต้น และอู๋อี้ก็เลือกก้าวข้ามเส้นเองไม่นานนัก ร่างนั้นก็ค่อยๆ สงบลง ลมหายใจยังมีอยู่ แต่แววตาที่พร่ามัวสะท้อนช

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   24 แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก

    24แต่งตั้งแม่ทัพตะวันตก“ข้า…คือ…แม่ทัพน้อย ฮุ่ยจง…” มือใหญ่กำจอกเหล้าแน่นจนสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาที่ขมับเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนที่สติที่เลือนรางจะถูกคลื่นแห่งความทรงจำถาโถมกลืนกลับคืนมาไป๋ซูหรานตัวแข็งทื่อ ใจดิ่งวูบ เขา…เขาจำได้แล้ว!แววตาของฮุ่ยจงเงยขึ้นสบกับนาง เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งสับสน และทั้งความจริงอันหนักหน่วงที่เพิ่งย้อนคืนมา...โรงเตี๊ยมเยว่หยิ่งสาขาหลัก ขบวนขันทีของวังหลวงเดินทางมาถึงพร้อมเกี้ยวเล็กและเครื่องหมั้น เยวี่ยหานก้าวลงจากม้าในชุดแม่ทัพเต็มยศ ใบหน้าคมสลักแน่วแน่ยิ่งนัก“วันนี้ข้ามา…เพื่อสู่ขอ นายหญิงหลิงลี่ เป็นพระชายาอย่างถูกต้องตามประเพณี” เขายืนอยู่กลางลานโรงเตี๊ยม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขันทีผู้ติดตามรีบกางราชสาส์น รายการเครื่องหมั้นทั้งทองคำ ผ้าไหม อัญมณี และตำแหน่งพระชายาในจวนแม่ทัพถูกอ่านออกเสียงต่อหน้าทุกคนไป๋หลิงฮวานั่งนิ่งอยู่ในห้องโถง แม่นมเหรินกับหลี่เจวี๋ยยืนอยู่ข้างกาย สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวลปนตื้นตัน พวกเขาหันไปมองนาง ราวกับจะถามว่าคุณหนู จะยอมรับหรือไม่ บรรยากาศเงียบงันเพียงชั่วลมหายใจ ทุ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   23 ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน

    23ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ไป๋ซูหราน (NC18+)แสงโคมไฟนับพันดวงลอยเหนือฟากฟ้า ประดับย้อมค่ำคืนให้สว่างไสว เสียงผู้คนหัวเราะร่าและดนตรีขลุ่ยแว่วกังวานสร้างความคึกคักไปทั่วท้องถนนไป๋หลิงฮวาสวมผ้าคลุมหน้าบางเบา เดินเคียงข้างเยวี่ยหานที่อยู่ในชุดคุณชายสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหลีกทางโดยไม่รู้ว่าเขาคือแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรเมื่อหัวใจของนางเปิดรับเขาแล้ว การออกไปมาชมงานโคมไฟด้วยกันเหมือนคู่รักทั่วๆ ไปก็เป็นเรื่องปกติ ทั้งสองนั่งลงที่ร้านเล็กๆ ริมทาง โคมไฟสีแดงห้อยไหวเหนือศีรษะ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาตามลม“หากข้าแต่งกับท่าน…” ไป๋หลิงฮวาเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางตักซุปอุ่นขึ้นจิบ “ข้ายังจะทำการค้าต่อได้หรือไม่”“ได้สิ เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ ข้าไม่ห้าม” เยวี่ยหานหันมามอง ดวงตาคมลึกพราวประกาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กน้อย“แล้ว…หากข้าแต่งเข้าจวนท่าน คนในวังจะจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยเป็นพระสนม” นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ“ตอนนี้เจ้าเปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนการแต่งหน้า คนทั่วไปคงจำไม่ได้หรอก ต่อให้จำได้…ก็ไม่เป็นไร” เยวี่ยหานวางตะเกียบลง หันร่างมามองเต็มสายตา“แล้วเรื่องภาษีเล่า หากข้ายังท

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   22 คณิกาตัดสัมพันธ์

    22คณิกาตัดสัมพันธ์“อนุภรรยาอย่างนั้นรึ…” หลายวันมานี้ไป๋หลิงฮวาจมอยู่กับความคิด นางยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ดวงตาคู่สวยกลับเหม่อลอย ภายนอกสายตาที่เงียบสงบ ซ่อนความคิดหลากหลายภายในดุจใยแมงมุมชาตินี้ข้าเกิดใหม่แล้ว ข้าลบตราประทับ “พระสนม” ออกไปจากโชคชะตาได้สำเร็จ… แต่เหตุใด ข้ายังหนีไม่พ้นเงื้อมือเยวี่ยหานเสียที!เมื่อนึกถึงคืนที่ผ่านมา ใบหน้าเผือดร้อนขึ้นมาเอง ไฟราคะของเขา…ดุเดือดราวเปลวเพลิง หากปล่อยไว้นาน ข้าอาจถูกเผาผลาญจนมอดทั้งกายและใจนางกัดฟันแน่น ความคิดใหม่พลันแล่นเข้ามา ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะใช้ไฟของเขาเองเป็นอาวุธตัดขาดบ่วงนี้! สายตาคมวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากงามคลี่ยิ้มเย็นข้าจะหานางคณิกาที่เลอโฉม จ้างนางมาบำเรอเขาแทน… และเมื่อเขาได้ลิ้มรสสุขสมกับหญิงอื่น ข้าจะเป็นผู้ผลักไสตัดสัมพันธ์เสียภาพในหัวปรากฏ ยามที่เยวี่ยหานคิดว่ามีข้าอยู่ข้างกาย แต่กลับพบว่านางคณิกาแอบเข้ามาแทนที่ และข้าประกาศตัดขาด… เขาคงแค้นแทบกระอักเลือดแน่!หัวใจไป๋หลิงฮวาเต้นแรง แต่ดวงตากลับเปล่งประกายมุ่งมั่น ใช่…หากอยากพ้นเงื้อมือเสือ ข้าต้องแทงเขากลับด้วยเล่ห์!นางวางถ้วยชาลงเบาๆ พลางยกมือปิดริมฝีปาก

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม   21 สู่ขอ

    21สู่ขอรุ่งเช้า แสงแดดอ่อนลอดเข้ามาในกระโจม เสียงนกร้องประสานกับเสียงลมอ่อนพัดทุ่งหญ้า ไป๋หลิงฮวาลืมตาตื่นขึ้น ดวงหน้าแดงก่ำทันทีที่เห็นบุรุษร่างสูงยังนอนอยู่ข้างกาย แขนแข็งแรงโอบนางไว้แน่นราวไม่ยอมปล่อยไปไหนร่างบางนอนร้าวระบมอยู่บนเตียง นางระลึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใด นางรีบสะบัดผ้าห่มออก ลุกขึ้นอย่างลนลาน แต่ทว่ากลับเซถลาเพราะความอ่อนแรงและเจ็บร้าว“ข้า…ข้าจะกลับแล้ว!”“ข้าจะไปส่ง” เยวี่ยหานยันกายลุกขึ้นบ้าง ดวงตาคมกริบทอดมองด้วยรอยยิ้มบาง“ไม่ต้อง! ข้าไปเองได้” ไป๋หลิงฮวาหน้าแดงจัด รีบส่ายหัว“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก พระชายา” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ เขาก้าวเข้าใกล้ทีละก้าวจนเงาร่างสูงทาบร่างน้อย“ท่าน…อย่าพูดเหลวไหลไปหน่อยเลย” ไป๋หลิงฮวาชะงัก คำพูดนั้นกรีดใจยิ่งกว่าโซ่ตรวน นางพยายามหันหนีไม่สบตา“ยังไงซะ เจ้าก็ต้องเป็นของข้า” เยวี่ยหานกลับยิ่งเสียงหนักแน่นขึ้น “ข้าจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเจ้า…กับหลี่เจวี๋ย” มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แววตาเด็ดเดี่ยวเปล่งประกายเหมือนแม่ทัพในสนามรบไป๋หลิงฮวาอึ้งจนพูดไม่ออก หัวใจพลันสั่นสะท้าน หลี่เจวี๋ย? เขามิใช่บิดาของข้า แต่กลับเป็นคนของข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status