Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-08-13 14:05:16

บทที่ 6

ช่วงเวลาที่หลินหว่านหนิงถูกส่งไปอยู่กับท่านยายในชาติก่อนนั้นคือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่ไม่มีผู้ใดในจวนหลินอยากเอ่ยถึง

ในตอนนั้นจวนเริ่มมีปัญหา ของมีค่าหลายชิ้นค่อย ๆ หายไป ทีละชิ้น ทีละอย่าง ถูกนำออกไปขาย เพื่อแลกเป็นเงินนำมาประคับประคองค่าใช้จ่ายในจวน เพราะสินเดิมของมารดานาง

คือกิจการร้านค้า

แต่กิจการนั้นกลับไร้ผู้ที่เข้าใจ ไร้ผู้ที่รู้วิธีบริหาร สุดท้าย…ก็ขาดทุน

จวนหลินแห่งนี้แท้จริงแล้วไม่เคยร่ำรวย เป็นเพียงขุนนางชั้นกลาง ที่มีหน้ามีตาเพียงภายนอก หากไม่มีสินเดิมของมารดา ก็คงเป็นเพียงเรือนที่ดูดี…แต่กลวงเปล่า

เมื่อมารดาแต่งเข้ามาท่านยายที่อยู่ห่างออกไปหลายเมืองก็ไม่วางใจ

บุตรสาวของตน ที่ถูกเลี้ยงมาอย่างเอาแต่ใจ ไม่เคยลำบากจะอยู่ในจวนเช่นนี้ได้อย่างไร

จึงเกิดข้อตกลงลับ

หนังสือถูกส่งหากันโดยไม่มีผู้ใดรู้ เงื่อนไขนั้นเรียบง่าย มารดาของนาง ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับกิจการ ไม่ต้องดูแลจวน ไม่ต้องทำสิ่งใดให้เหนื่อย

แลกกับการลดสินสอด แต่เพิ่มสินเดิมให้มากขึ้น ความลับนี้ถูกเก็บไว้แน่นหนา ไม่มีผู้ใดในจวนเอ่ยถึง

แต่ในชาติก่อน…

หลังจากหว่านหนิงได้รับรู้ความจริงของครอบครัว นางก็เริ่มสืบและเรื่องนี้ นางได้รู้จากแม่นมของมารดา

ที่แท้…ทุกอย่าง ถูกวางแผนไว้ตั้งแต่แรกเพราะเหตุนี้ มารดาของนางจึงไม่เคยต้องแตะต้องกิจการ ไม่เคยต้องรับผิดชอบสิ่งใด

เงื่อนไขนั้นง่ายดายยิ่งนัก

หากกำไร ก็ใช้เลี้ยงจวนหลิน แต่หากขาดทุนเล่า?

หว่านหนิงยิ้ม รอยยิ้มที่หยุดอยู่เพียงริมฝีปากไม่เคยไปถึงดวงตา

ขาดทุน…ก็โยนภาระให้ผู้อื่น ในชาติก่อน ผู้นั้น…คือนาง

“หว่านหนิง!”

เสียงของท่านย่าดึงสติกลับมา

“ย่าเอ็นดูเจ้าก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้เจ้าทำตามใจได้!” น้ำเสียงเริ่มเข้มขึ้น “ตื่นเอาป่านนี้…ใช้ได้ที่ไหน! ดูท่าคงต้องส่งเจ้าไปให้ยายของเจ้าดูแลเสียแล้ว! นางรักเจ้ามากมิใช่หรือ…ลองไปแผลงฤทธิ์ใส่นางดูบ้าง…จะได้รู้ว่านางจะทนเจ้าหรือไม่!”

หว่านหนิงหันไปมองดวงตาคู่นั้น ยังคงเย็นชาเหมือนเดิมเพียงแต่ครั้งนี้…นางมองเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

แม้เนื้อเรื่องจะต่างไปบ้าง

แต่บทสรุป…ยังคงเหมือนเดิม

ส่งนางไปหาท่านยาย เพื่อให้เรียนรู้ แต่สิ่งที่ต้องเรียน ไม่ใช่การดูแลจวน หากเป็นการบริหารกิจการของสินเดิมที่ท่านยายยกให้มารดา

หว่านหนิงหรี่ตาความคิดค่อย ๆ เรียงร้อย

ท่านยายนางคือบุตรสาวของคหบดี ร่ำรวยมีเส้นสาย มีอำนาจ แต่งกับขุนนาง

มีบุตรเพียงคนเดียวคือมารดาของนางดังนั้นกิจการทั้งหมดจึงตกเป็นของมารดา

แต่…มารดาของนาง

ไม่ชอบ

หรือจะพูดให้ถูกคือไม่อยากทำ หนักไม่เอา เบาไม่สู้ มองเห็นแต่ข้อเสีย ไม่เคยมองข้อดี ตระกูลหลินยอมให้แต่งเข้ามา ก็เพราะผลประโยชน์

ในตอนนั้น บิดาของนาง เป็นเพียงขุนนางเล็ก ๆ ไม่ได้สอบเข้าด้วยความสามารถ แต่ใช้ส้นสาย

หน้าที่ธรรมดา ไร้ความโดดเด่น หากได้ตระกูลคหบดีหนุนหลัง ก็ย่อมก้าวหน้า แม้ท่านตาจะจากไปแล้ว

แต่ท่านยาย…

ยังคงรักษาเครือข่าย ทั้งขุนนาง ทั้งการค้า แผ่ขยายไปทั่วแคว้น

“ท่านยาย…”หว่านหนิงพึมพำในใจ“เก่งกาจจริง ๆ”

แต่น่าเสียดาย…นางอยู่ได้ไม่นานหลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเสื่อมถอยเพราะบิดามารดาของนางใช้ไม่เป็น หรือถึงใช้ก็ใช้ไม่คุ้มค่า สุดท้าย สิ่งที่ค้ำจุนจวนหลินก็เหลือเพียงเงิน

ใช้เงินเปิดทาง ใช้เงินแก้ปัญหา ไม่ใช้อำนาจ ไม่ใช้ความสามารถเพราะไม่มี

หว่านหนิงหัวเราะในใจ ช่างน่าสมเพช…

แต่แล้วนางก็หยุดเพราะความจริงอีกข้อหนึ่ง

ในชาติก่อน…ข้าก็ไม่ต่างกันนัก

นางรู้แต่ทฤษฎีเรียนมามาก แต่ไม่เคยนำไปใช้เพราะถูกกีดกัน ถูกปิดกั้น ท่านย่าไม่ต้องการให้นางคบค้ากับผู้ใดไม่ต้องการให้นางมีเครือข่ายเพราะกลัวว่า

นางจะหลุดพ้น

แต่ชาตินี้…ดวงตาของหว่านหนิงเปลี่ยนไป

ข้าจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก

ในเมื่อทุกอย่างในจวนนี้สุดท้ายก็ต้องตกอยู่ในมือนาง นางก็จะจัดการมันเอง

จัดการให้ดีที่สุด

เลี้ยงดูพวกเขาให้อิ่มให้สบายจนไม่รู้จักลำบากแล้วค่อย…ปล่อยมือจากไป โดยไม่เหลือสิ่งใดไว้ให้ดิ้นรนกันเอง

รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นเย็นเยียบ

ชาตินี้ข้าจะไม่เป็นเครื่องรางที่มีชีวิตอีกและจะไม่เป็นสตรีกตัญญูคนนั้น

ความผิดพลาดหนึ่งในอดีตผุดขึ้นมา

สาวใช้…

ในชาติก่อนนางไม่เคยมี ไม่เคยรับ และรู้สึกผิดในภายหลังชาตินี้… ข้าจะมี

อย่างน้อยสองคน รวมถึงพ่อบ้าน และคนดูแลกิจการส่วนตัว พวกเขาอาจปิดกั้นนางแต่จะไม่มีวันปิดโลกของนางได้อีก

“จะให้ข้าไปอยู่กับท่านยาย…”หว่านหนิงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบสงบ“ก็แล้วแต่ท่านย่าเถอะเจ้าค่ะข้าเองก็เคยไปหาท่านยายอยู่บ้างไปอยู่ที่นั่น…ก็ดีเหมือนกัน”

หญิงชรายิ้มพึงพอใจทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน

“ถ้าเช่นนั้นในเมื่อจะไปแล้วก็แวะดูกิจการของแม่เจ้าด้วยช่วงนี้มันดูแปลก ๆ หากไม่เข้าใจ…ก็ให้ยายเจ้าช่วย”

หว่านหนิงก้มศีรษะเล็กน้อย “แน่นอนเจ้าค่ะหลานจะจัดการให้ดี”

สายตาของนาง…กวาดมองผู้คนในจวน

คนพวกนี้…ดีแต่แบมืออยากได้เงิน?

ได้!

อยากใช้ชีวิตสบาย?

ได้!

อยากให้หลอกท่านยายให้หาเงินมาเติมไม่รู้จบเหมือนห่านที่ออกไข่ทองคำ?

ก็ลองดู!

หว่านหนิงยิ้มเรื่องง่ายเพียงนี้ ข้าจะทำให้และจะทำให้พวกเจ้าสบายจนทำอะไรไม่เป็นเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5 ยามค่ำของจวนกวน…สงบกว่ายามใดในวันหิมะไม่ได้ตกแต่ความเย็นยังคงแผ่วเบาอยู่ในอากาศ ราวกับเป็นลมหายใจของผืนแผ่นดินทางเหนือที่ไม่เคยหลับใหลแสงไฟจากโคมแดงแขวนเรียงรายตามชายคาสะท้อนกับพื้นหินอ่อนเป็นเงาไหวระยิบเงียบงาม…และอบอุ่น เสียงลมหอบบาง ๆ พัดผ่านพาเอากลิ่นไม้แห้งจากเตาไฟลอยมาตามทางภายในเรือนใหญ่ เด็ก ๆ หลับกันหมดแล้วบุตรชายคนโตนอนขดตัวอยู่กับกระบี่ไม้ที่ยังไม่ยอมวาง บุตรชายคนรองกับบุตรสาวฝาแฝดหลับสนิท โดยมีสมุดบัญชีและพู่กันกระจัดกระจายอยู่ข้างตัวส่วนเจ้าตัวเล็ก…ยังคงกำกระบี่เล่มเล็กไว้แน่นแม้ยามหลับหว่านหนิงมองภาพนั้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ“เหมือนพ่อไม่มีผิด…”คำพูดพึมพำของนางแฝงทั้งความเอ็นดูและความเหนื่อยใจ“เจ้าหมายถึงใคร”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลังไม่ต้องหันไปมอง…นางก็รู้ว่าเป็นผู้ใดกวนตงจี้เดินเข้ามาในชุดเรียบง่าย ไม่ใช่เกราะ ไม่ใช่ชุดแม่ทัพแต่เป็นเพียงบุรุษคนหนึ่ง…ที่กลับบ้านหว่านหนิงยิ้มบางก่อนจะลุกออกมาจากห้องเด็กเดินออกไปยังลานเรือนท้องฟ้ายามค่ำเปิดกว้างดวงดาวกระจายเต็มฟากฟ้างดงามจนราวกับภาพวาดนางนั่งลงบนม้านั่งไม้เงยหน้ามองขึ้นไป กวนตงจี้เดินตามมาก่อนจะน

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4 เมืองหลวงในฤดูใบไม้ร่วง…ไม่หนาวจัดเช่นทางเหนือแต่ลมที่พัดผ่านกลับเย็นลึกกว่าที่เคยถนนสายหลักยังคงคึกคัก ผู้คนเดินสวนกันไปมาไม่ขาดสายเสียงพ่อค้าแม่ขายเรียกลูกค้า เสียงเกวียนเคลื่อนผ่าน เสียงหัวเราะ เสียงต่อรองทุกอย่าง…ยังเหมือนเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิมหลินหว่านหนิงยืนอยู่ริมถนนสายหนึ่งสายตาของนางทอดมองไปยังร้านค้าหลังเก่าป้ายไม้ใหม่ถูกแขวนไว้เหนือประตู ตัวอักษรสลักคมชัด สะอาดตา สีของมันยังสดใหม่ ต่างจากความทรุดโทรมในความทรงจำกิจการที่เคยถูกปล่อยร้างกลับมามีชีวิตอีกครั้ง“ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่เข้าไป”เสียงของไป๋เหอดังขึ้นข้างกายยังคงนิ่ง เรียบ และตรงไปตรงมาตามนิสัยหว่านหนิงไม่ได้ตอบทันที นางเพียงมอง…มองผ่านประตูบานนั้น มองเข้าไปในความวุ่นวายของลูกค้า คนงาน และเสียงเงินกระทบกันเบา ๆ“ไม่จำเป็น”คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่นไป๋เหอไม่พูดอะไรต่อเพราะนางรู้ดี…ว่าคำว่าไม่จำเป็นของหว่านหนิงไม่ใช่เพราะไม่อยากแต่เพราะ ไม่มีความหมายลมพัดผ่านอีกระลอกชายกระโปรงของหว่านหนิงพลิ้วไหวเบา ๆ นางเคยยืนอยู่ตรงนี้แต่ในตอนนั้น…ไม่มีสิ่งใดอยู่ในมือ ไม่มีอำนาจ ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงของตน

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3 แสงอรุณสาดส่องผ่านม่านบางหิมะที่เคยขาวโพลนเมื่อคืนเริ่มละลายเป็นหยดน้ำใสลานกว้างของจวนกวนในยามเช้าดูสงบ…ราวกับโลกเพิ่งตื่นแต่ความสงบนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน“หยุดนะ!”เสียงของหลินหว่านหนิงดังลั่นเรือนความสงบแตกสลายทันทีเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งตึงตังไปทั่วเสียงหัวเราะ เสียงโวยวาย เสียงเถียงกันดังระงมภายในเรือนใหญ่ที่ควรจะเป็นที่อ่านหนังสืออย่างสงบกลับกลายเป็นสนามรบย่อม ๆเด็กสี่คนวิ่งกันวุ่นวายคนหนึ่งถือกระบี่ไม้แกว่งไปมาอย่างมั่นใจ ราวกับกำลังอยู่ในสนามประลองอีกคน…ถือสมุดบัญชีเปิดไปเปิดมา พยายามหลบอีกฝ่ายที่ไล่ตามอีกคนปีนขึ้นไปบนโต๊ะไม่รู้ว่าจะหนีหรือจะโจมตีและคนสุดท้ายกำลังนั่งกัดขนมก่อนจะโยนใส่พี่ของตนอย่างแม่นยำ“พวกเจ้าทำอะไรกัน!”หว่านหนิงยืนอยู่กลางห้องสีหน้าเคร่งเครียด มือหนึ่งกุมขมับ นี่ไม่ใช่สนามรบแต่กลับ…น่าปวดหัวกว่านั้นหลายเท่าน้องเริ่มก่อน!”“ไม่ใช่!”“พี่โกหก!”“ข้าไม่ได้โกหก!”เสียงเถียงกันทับซ้อนไม่มีใครยอมใครหว่านหนิงสูดหายใจลึก นางเคยต่อรองกับพ่อค้าเคยเจรจากับขุนนางเคยคุมกิจการนับสิบแห่งแต่…ไม่มีสิ่งใดยากเท่าการจัดการลูกทั้งสี่เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2เสียงลมหนาวพัดผ่านชายคาเรือนหิมะตกบางเบา ราวกับฟ้ากำลังกล่อมโลกให้หลับใหลแต่ภายในจวนกวน…กลับไม่มีใครหลับแสงตะเกียงถูกจุดขึ้นทั่วเรือนเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ดังระงมไปทั่วทางเดินทุกคนเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบ ราวกับกำลังเผชิญศึกใหญ่และในเรือนด้านในสุดเสียงร้องของทารก…ดังขึ้น แหลมเล็ก แต่ชัดเจน ราวกับประกาศให้โลกรู้ว่าชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว“คลอดแล้ว! คลอดแล้ว!”เสียงของแม่นมดังลั่น บ่าวไพร่ทั้งจวนแทบจะพร้อมใจกันถอนหายใจ แต่คนที่ยังไม่อาจผ่อนคลายได้…ยังคงยืนอยู่หน้าประตูห้องคลอดกวนตงจี้ แม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นเกรงศัตรูผู้เคยยืนอยู่ท่ามกลางคมดาบและลูกธนูโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาแต่บัดนี้ มือของเขาที่เคยมั่นคง กลับสั่นเล็กน้อย“แม่ทัพ…ท่านไม่ต้องกังวล”พ่อบ้านเอ่ยอย่างระมัดระวัง“ข้าไม่ได้กังวล”คำตอบนั้นมาเร็วเกินไปเร็วเสียจนคนฟังแทบไม่กล้าพยักหน้า“แต่…ท่านเดินวนมาหนึ่งชั่วยามแล้วขอรับ”กวนตงจี้หยุดฝีเท้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ“ข้ากำลังคิดกลยุทธ์”พ่อบ้านเงียบบ่าวไพร่เงียบไม่มีใครกล้าเถียงเพราะแม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่กลยุทธ์ใด ๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทักแม่ทั

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1หิมะโปรยลงบางเบา ราวกับขนนกสีขาวที่ปลิวผ่านฟากฟ้าอย่างไร้จุดหมาย ต่างจากวันพายุหิมะที่เคยโหมกระหน่ำจนแทบกลืนกินทั้งจวนกวนในความทรงจำของใครหลายคน ครั้งนั้นความหนาวเย็นเหมือนคมมีดแต่คืนนี้…กลับนุ่มนวลราวกับอ้อมกอดลานกว้างของจวนกวนเงียบสงบหิมะเกาะบางอยู่บนกิ่งสน เสียงลมพัดเบา ๆ พาเอาความเย็นผ่านไปอย่างไม่อาจทำอันตรายสิ่งใดได้อีก เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้นเป็นระยะ“พี่ใหญ่! รอข้าด้วย!”เสียงใสของเด็กหญิงตัวเล็กวิ่งตามพี่ชายที่ถือกิ่งไม้ทำเป็นกระบี่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ทำให้สถานที่แห่งนี้…มีชีวิตชีวาจวนกวนในวันนี้ไม่ใช่จวนที่เงียบเหงา ไม่ใช่จวนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามอีกต่อไปแต่เป็นบ้านภายในเรือนใหญ่แสงเทียนส่องกระทบโต๊ะไม้ยาว เงาของหญิงสาวสะท้อนลงบนพื้นอย่างเงียบงันหลินหว่านหนิงนั่งอยู่ตรงนั้นมือเรียวขาวของนางคลี่สมุดบัญชีเก่าตัวอักษรเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตัวเลขมากมายที่เคยเป็นสิ่งเดียวที่นางยึดมั่นแต่วันนี้…สายตาของนางกลับไม่ได้จดจ่อกับมันปลายนิ้วหยุดนิ่งอยู่บนหน้ากระดาษราวกับความคิดล่องลอยไปไกลกว่านั้นไกล…จนย้อนกลับไปในอดีต“ยังคิดอะไรอยู่อีก”

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   บทที่ 34

    บทที่ 34กวนตงจี้มองสีหน้าของหญิงสาวที่ยังคงมีเงาความกังวลหลงเหลืออยู่ในแววตา เขาจึงถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างชัดเจน ราวกับต้องการตัดทุกความลังเลของนางให้ขาดสิ้น“หว่านหนิง…บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ข้าไม่ใช่คนโง่ที่จะมองคนไม่ออก” น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็งกร้าว แต่มั่นคงอย่างยิ่ง “ข้ายอมนางถึงสามส่วนเพราะนางเป็นบุตรีของผู้มีพระคุณ แต่เมื่อเกินขอบเขต…ก็ต้องจัดการ”หว่านหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งงันคำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นเสียจนไม่อาจโต้แย้งได้“แสดงว่าท่านรู้มาตลอด…” นางเอ่ยเบา ๆ“แน่นอน” กวนตงจี้ตอบโดยไม่ลังเล “เพราะเรื่องของเจ้า ข้าใส่ใจเสมอ”คำตอบนั้นทำให้หัวใจของหว่านหนิงสะดุดราวกับมีบางอย่างกระทบลงในส่วนลึกที่นางพยายามปิดเอาไว้“แต่มันก็แค่สัญญาแต่ง…” นางพยายามเอ่ยออกไปให้เสียงเรียบทว่าไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาดึงนางเข้าไปในอ้อมกอดแรงกอดนั้นไม่รุนแรง…แต่มั่นคงมั่นคงจนยากจะดิ้นหลุด“หากวันนั้นมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจริง” เสียงเขาแผ่วลงข้างหู “ข้าคงฉีกมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว”หว่านหนิงชะงัก“เจ้านี่ฉลาดทุกเรื่อง” เขาเอ่ยต่อพร้อมเสียงหัวเราะแผ่ว “แต่เรื่องนี้กลับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status