Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-08-13 14:05:50

บทที่ 7

ล้อรถม้ากระทบพื้นถนนลูกรังดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

แกรก…แกรก…

เสียงนั้นทอดยาวไปพร้อมกับเส้นทางที่ค่อย ๆ ห่างออกจากเมืองหลวง

หลินหว่านหนิงนั่งนิ่งอยู่ภายในรถม้า สายตาทอดมองผ่านม่านผ้าออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอกอย่างเงียบงัน

นี่คือครั้งแรก…ที่นางออกจากจวนหลินด้วยความสมัครใจของตนเอง

ชาติก่อนท่านย่าสั่งให้รถม้าของจวนมาส่งพร้อมคนติดตามมากมาย

แต่ชาตินี้นางปฏิเสธ

“จ้างรถม้าเอาก็ได้เจ้าค่ะ”เสียงของนางในตอนนั้นเรียบเฉยไม่มีความลังเล “รถม้าจะได้เอาไว้ให้คนทางนี้ใช้ ส่วนคนติดตาม…ก็ไม่จำเป็นไปถึงที่นั่น ข้าจะขอให้ท่านยายหาคนให้เอง”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในเรือนหลักเงียบลงชั่วขณะ ท่านย่ามองนาง อย่างพินิจ เหมือนกำลังชั่งใจ แต่สุดท้าย…

“เช่นนั้นหรือ…” แม้ในใจจะกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงค่าใช้จ่าย ความกังวลนั้น ก็เบาบางลงทันที อย่างไรเสียไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ย่อมดีกว่า

ถึงกระนั้นนางก็ยังแสร้งทำเป็นห่วง

“หากปล่อยเจ้าไปลำพังยายของเจ้าคงตำหนิตระกูลหลินแน่”

หว่านหนิงยกยิ้มบาง “ไม่หรอกเจ้าค่ะ ท่านยายเป็นคนมีเหตุผลและข้าจะเป็นคนบอกนางเอง”

เพียงเท่านั้น…ท่านย่าก็ปล่อยนางออกมาเพียงลำพังโดยไม่ลังเลอีก

หว่านหนิงหลุบตาลง ในใจหัวเราะเบา ๆ

“คนโง่…”

หากนางเป็นคนเดิมคงไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้…นางมองเห็นทุกอย่างชัดเจน

หลังออกจากจวนหว่านหนิงก็หยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้คนขับรถม้า

“เราจะแวะที่หนึ่งก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง”

น้ำเสียงนั้นนิ่งแต่ไม่อาจปฏิเสธ ปลายทางที่นางเลือกคือตลาดค้าทาส

กลิ่นอับชื้น เสียงโหวกเหวกและสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินค่า

หว่านหนิงเดินผ่านแถวของผู้คน มองพวกเขาเหมือนกำลังเลือกสินค้า

สุดท้ายสายตาของนางก็หยุดลง หญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างผอมเพรียว แต่สายตาดุร้ายเหมือนสัตว์ป่าไม่ยอมจำนน

“คนนี้”หว่านหนิงเอ่ยสั้น ๆ

เงินหนึ่งตำลึงทองถูกส่งออกไป นางไม่ได้ต้องการความภักดี ไม่ต้องการความซื่อสัตย์ สิ่งที่นางต้องการมีเพียงอย่างเดียว คนที่ทำตามคำสั่งและทำงานได้ก็เพียงพอ

หลังจากนั้น นางพาหญิงผู้นั้นไปซื้อเสื้อผ้า

“ข้าจะพาเจ้าไปเมืองลั่ว จากนี้…เจ้าจะเป็นคนสนิทของข้า”

คำพูดนั้นตรงไปตรงมา ไม่มีคำปลอบ ไม่มีคำข่ม หญิงสาวคนนั้น ไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะพยักหน้า แต่หว่านหนิงก็ไม่สนใจ พูดหรือไม่พูดก็ไม่สำคัญ

ระหว่างทาง รถม้าแวะพักที่โรงเตี๊ยม

หว่านหนิงสั่งน้ำ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และยังสั่งให้ยกน้ำไปให้หญิงผู้นั้นด้วย

“อาบน้ำเสีย แล้วเปลี่ยนชุด จะอยู่กับข้าต่อหรือจะกลับไปที่เดิม…ก็ขึ้นอยู่กับเจ้า”

นางกล่าวเพียงเท่านั้น ก่อนจะเอนตัวลงนอน

การเดินทางต้องใช้แรงแม้เส้นทางจากเมืองหลวงไปเมืองลั่วจะไม่ไกลมาก

ปกติเดินทางไม่ถึงเจ็ดวันก็ถึงแต่หว่านหนิงไม่รีบ นางจงใจแวะ

ช้า ๆ ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ สำรวจ

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของการเริ่มต้นใหม่

คือการเลือก

เลือกคน

เลือกชีวิต

เลือกอนาคต

สามีต้องเหมาะสมและอยู่ไกล ยิ่งไกลจากเมืองหลวงยิ่งดี หากเป็นขุนนางที่สามารถขอราชโองการได้ก็ยิ่งสมบูรณ์แบบ เพราะนั่นหมายความว่า

ตระกูลหลิน…จะขัดไม่ได้

ระหว่างทางหว่านหนิงมองหญิงที่ซื้อมาด้วยหางตา

ให้กิน ก็กิน

ให้นอน ก็นอน

สั่งให้ทำ ก็ทำ

แต่…ไม่พูด ไม่ตอบ จงใจเงียบ ราวกับกำลังท้าทาย หว่านหนิงแค่นยิ้ม

“คิดว่าข้าจะง้อหรือ…” นางไม่สนใจ “ข้าต้องการแค่เงาที่ทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้”

อย่างน้อย…คนขับรถม้าก็ไม่กล้าทำอะไรและไม่มีใครกล้านินทา เพราะนางไม่ได้เดินทางลำพัง

ชาติก่อนนางไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้แต่ชาตินี้ทุกก้าวต้องระวัง หากหญิงผู้นั้นไม่ยอมอยู่ต่อ เมื่อถึงปลายทาง ก็เพียงขายทิ้ง หว่านหนิงไม่คิดผูกพัน ไม่คิดลังเล

หลายวันต่อมารถม้าหยุดลง

“ถึงแล้วขอรับ”

จวนตระกูลฟู่ ประตูใหญ่เปิดออกบรรยากาศคึกคัก

ทันทีที่หว่านหนิงก้าวลงเสียงต้อนรับก็ดังขึ้น ท่านยายยิ้มกว้าง ดีใจจนแทบกลั้นไม่อยู่ถึงกับจัดงานเลี้ยง

จนคนผ่านไปมาอดถามไม่ได้

“จวนฟู่จัดงานอะไรหรือ?”

“คุณหนูใหญ่มาจากเมืองหลวง!”

เสียงสาวใช้ตอบอย่างภาคภูมิ

แต่หว่านหนิงไม่สนใจ นางเดินตรงเข้าไปกอดหญิงชราแน่น

“ท่านยายข้าคิดถึงท่าน” เสียงนั้นอ่อนโยน

หญิงชราหัวเราะ “ปากหวานจริง ๆ เดือนก่อนข้าก็ไปเมืองหลวงเพิ่งเจอเจ้า”

หว่านหนิงชะงักเล็กน้อย ใช่…นี่คืออดีต นางยังไม่รู้จะเชื่อใจท่านยายได้หรือไม่ เพราะคำพูดของคนในครอบครัว ทำให้ทุกความเชื่อใจพังทลาย

แต่ท่านยายในชาติก่อนดีกับนางจริง

เพียงแต่…จากไปเร็วเกินไป ยังไม่ถึงยี่สิบปี นางก็ต้องสูญเสีย ความคิดนั้นทำให้หัวใจหน่วง แต่หว่านหนิงก็รู้ดี

ชาตินี้คงไม่ต่าง

ร่างกายของท่านยาย ไม่แข็งแรง ต่อให้บำรุง ก็เพียงยื้อเวลา

อีกไม่นานนักนางคงต้องเผชิญกับการสูญเสียอีกครั้ง

“ทานย่าของเจ้าบอกว่า…เจ้าทำตัวงอแงหรือ”

คำถามนั้น ทำให้หว่านหนิงเงยหน้า ก่อนจะยิ้มบาง

“ข้านิสัยเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ท่านย่าคงเห่อหลานคนอื่นเลยไม่พอใจหลานคนโตอย่างข้าเท่านั้น”

หากเป็นเมื่อก่อนนางคงไม่กล้าพูด แต่ชาตินี้ นางต้องเปลี่ยน

ต้องมีเล่ห์เหลี่ยม

ต้องรู้จักพูด

ต้องรู้จักปกป้องตัวเอง

นางจะไม่กลัวอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร คำสั่งของใคร นางจะเลือกเอง เส้นทางของนาง นางจะกำหนดเอง การมาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเรียนรู้ เพราะสิ่งที่ต้องเรียนนางรู้แล้ว

แต่นางมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ เครือข่าย ผู้คน

ชาตินี้…

ดวงตาของหว่านหนิงเป็นประกายข้าจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5 ยามค่ำของจวนกวน…สงบกว่ายามใดในวันหิมะไม่ได้ตกแต่ความเย็นยังคงแผ่วเบาอยู่ในอากาศ ราวกับเป็นลมหายใจของผืนแผ่นดินทางเหนือที่ไม่เคยหลับใหลแสงไฟจากโคมแดงแขวนเรียงรายตามชายคาสะท้อนกับพื้นหินอ่อนเป็นเงาไหวระยิบเงียบงาม…และอบอุ่น เสียงลมหอบบาง ๆ พัดผ่านพาเอากลิ่นไม้แห้งจากเตาไฟลอยมาตามทางภายในเรือนใหญ่ เด็ก ๆ หลับกันหมดแล้วบุตรชายคนโตนอนขดตัวอยู่กับกระบี่ไม้ที่ยังไม่ยอมวาง บุตรชายคนรองกับบุตรสาวฝาแฝดหลับสนิท โดยมีสมุดบัญชีและพู่กันกระจัดกระจายอยู่ข้างตัวส่วนเจ้าตัวเล็ก…ยังคงกำกระบี่เล่มเล็กไว้แน่นแม้ยามหลับหว่านหนิงมองภาพนั้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ“เหมือนพ่อไม่มีผิด…”คำพูดพึมพำของนางแฝงทั้งความเอ็นดูและความเหนื่อยใจ“เจ้าหมายถึงใคร”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลังไม่ต้องหันไปมอง…นางก็รู้ว่าเป็นผู้ใดกวนตงจี้เดินเข้ามาในชุดเรียบง่าย ไม่ใช่เกราะ ไม่ใช่ชุดแม่ทัพแต่เป็นเพียงบุรุษคนหนึ่ง…ที่กลับบ้านหว่านหนิงยิ้มบางก่อนจะลุกออกมาจากห้องเด็กเดินออกไปยังลานเรือนท้องฟ้ายามค่ำเปิดกว้างดวงดาวกระจายเต็มฟากฟ้างดงามจนราวกับภาพวาดนางนั่งลงบนม้านั่งไม้เงยหน้ามองขึ้นไป กวนตงจี้เดินตามมาก่อนจะน

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4 เมืองหลวงในฤดูใบไม้ร่วง…ไม่หนาวจัดเช่นทางเหนือแต่ลมที่พัดผ่านกลับเย็นลึกกว่าที่เคยถนนสายหลักยังคงคึกคัก ผู้คนเดินสวนกันไปมาไม่ขาดสายเสียงพ่อค้าแม่ขายเรียกลูกค้า เสียงเกวียนเคลื่อนผ่าน เสียงหัวเราะ เสียงต่อรองทุกอย่าง…ยังเหมือนเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิมหลินหว่านหนิงยืนอยู่ริมถนนสายหนึ่งสายตาของนางทอดมองไปยังร้านค้าหลังเก่าป้ายไม้ใหม่ถูกแขวนไว้เหนือประตู ตัวอักษรสลักคมชัด สะอาดตา สีของมันยังสดใหม่ ต่างจากความทรุดโทรมในความทรงจำกิจการที่เคยถูกปล่อยร้างกลับมามีชีวิตอีกครั้ง“ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่เข้าไป”เสียงของไป๋เหอดังขึ้นข้างกายยังคงนิ่ง เรียบ และตรงไปตรงมาตามนิสัยหว่านหนิงไม่ได้ตอบทันที นางเพียงมอง…มองผ่านประตูบานนั้น มองเข้าไปในความวุ่นวายของลูกค้า คนงาน และเสียงเงินกระทบกันเบา ๆ“ไม่จำเป็น”คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่นไป๋เหอไม่พูดอะไรต่อเพราะนางรู้ดี…ว่าคำว่าไม่จำเป็นของหว่านหนิงไม่ใช่เพราะไม่อยากแต่เพราะ ไม่มีความหมายลมพัดผ่านอีกระลอกชายกระโปรงของหว่านหนิงพลิ้วไหวเบา ๆ นางเคยยืนอยู่ตรงนี้แต่ในตอนนั้น…ไม่มีสิ่งใดอยู่ในมือ ไม่มีอำนาจ ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงของตน

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3 แสงอรุณสาดส่องผ่านม่านบางหิมะที่เคยขาวโพลนเมื่อคืนเริ่มละลายเป็นหยดน้ำใสลานกว้างของจวนกวนในยามเช้าดูสงบ…ราวกับโลกเพิ่งตื่นแต่ความสงบนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน“หยุดนะ!”เสียงของหลินหว่านหนิงดังลั่นเรือนความสงบแตกสลายทันทีเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งตึงตังไปทั่วเสียงหัวเราะ เสียงโวยวาย เสียงเถียงกันดังระงมภายในเรือนใหญ่ที่ควรจะเป็นที่อ่านหนังสืออย่างสงบกลับกลายเป็นสนามรบย่อม ๆเด็กสี่คนวิ่งกันวุ่นวายคนหนึ่งถือกระบี่ไม้แกว่งไปมาอย่างมั่นใจ ราวกับกำลังอยู่ในสนามประลองอีกคน…ถือสมุดบัญชีเปิดไปเปิดมา พยายามหลบอีกฝ่ายที่ไล่ตามอีกคนปีนขึ้นไปบนโต๊ะไม่รู้ว่าจะหนีหรือจะโจมตีและคนสุดท้ายกำลังนั่งกัดขนมก่อนจะโยนใส่พี่ของตนอย่างแม่นยำ“พวกเจ้าทำอะไรกัน!”หว่านหนิงยืนอยู่กลางห้องสีหน้าเคร่งเครียด มือหนึ่งกุมขมับ นี่ไม่ใช่สนามรบแต่กลับ…น่าปวดหัวกว่านั้นหลายเท่าน้องเริ่มก่อน!”“ไม่ใช่!”“พี่โกหก!”“ข้าไม่ได้โกหก!”เสียงเถียงกันทับซ้อนไม่มีใครยอมใครหว่านหนิงสูดหายใจลึก นางเคยต่อรองกับพ่อค้าเคยเจรจากับขุนนางเคยคุมกิจการนับสิบแห่งแต่…ไม่มีสิ่งใดยากเท่าการจัดการลูกทั้งสี่เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2เสียงลมหนาวพัดผ่านชายคาเรือนหิมะตกบางเบา ราวกับฟ้ากำลังกล่อมโลกให้หลับใหลแต่ภายในจวนกวน…กลับไม่มีใครหลับแสงตะเกียงถูกจุดขึ้นทั่วเรือนเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ดังระงมไปทั่วทางเดินทุกคนเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบ ราวกับกำลังเผชิญศึกใหญ่และในเรือนด้านในสุดเสียงร้องของทารก…ดังขึ้น แหลมเล็ก แต่ชัดเจน ราวกับประกาศให้โลกรู้ว่าชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว“คลอดแล้ว! คลอดแล้ว!”เสียงของแม่นมดังลั่น บ่าวไพร่ทั้งจวนแทบจะพร้อมใจกันถอนหายใจ แต่คนที่ยังไม่อาจผ่อนคลายได้…ยังคงยืนอยู่หน้าประตูห้องคลอดกวนตงจี้ แม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นเกรงศัตรูผู้เคยยืนอยู่ท่ามกลางคมดาบและลูกธนูโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาแต่บัดนี้ มือของเขาที่เคยมั่นคง กลับสั่นเล็กน้อย“แม่ทัพ…ท่านไม่ต้องกังวล”พ่อบ้านเอ่ยอย่างระมัดระวัง“ข้าไม่ได้กังวล”คำตอบนั้นมาเร็วเกินไปเร็วเสียจนคนฟังแทบไม่กล้าพยักหน้า“แต่…ท่านเดินวนมาหนึ่งชั่วยามแล้วขอรับ”กวนตงจี้หยุดฝีเท้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ“ข้ากำลังคิดกลยุทธ์”พ่อบ้านเงียบบ่าวไพร่เงียบไม่มีใครกล้าเถียงเพราะแม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่กลยุทธ์ใด ๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทักแม่ทั

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1หิมะโปรยลงบางเบา ราวกับขนนกสีขาวที่ปลิวผ่านฟากฟ้าอย่างไร้จุดหมาย ต่างจากวันพายุหิมะที่เคยโหมกระหน่ำจนแทบกลืนกินทั้งจวนกวนในความทรงจำของใครหลายคน ครั้งนั้นความหนาวเย็นเหมือนคมมีดแต่คืนนี้…กลับนุ่มนวลราวกับอ้อมกอดลานกว้างของจวนกวนเงียบสงบหิมะเกาะบางอยู่บนกิ่งสน เสียงลมพัดเบา ๆ พาเอาความเย็นผ่านไปอย่างไม่อาจทำอันตรายสิ่งใดได้อีก เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้นเป็นระยะ“พี่ใหญ่! รอข้าด้วย!”เสียงใสของเด็กหญิงตัวเล็กวิ่งตามพี่ชายที่ถือกิ่งไม้ทำเป็นกระบี่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ทำให้สถานที่แห่งนี้…มีชีวิตชีวาจวนกวนในวันนี้ไม่ใช่จวนที่เงียบเหงา ไม่ใช่จวนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามอีกต่อไปแต่เป็นบ้านภายในเรือนใหญ่แสงเทียนส่องกระทบโต๊ะไม้ยาว เงาของหญิงสาวสะท้อนลงบนพื้นอย่างเงียบงันหลินหว่านหนิงนั่งอยู่ตรงนั้นมือเรียวขาวของนางคลี่สมุดบัญชีเก่าตัวอักษรเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตัวเลขมากมายที่เคยเป็นสิ่งเดียวที่นางยึดมั่นแต่วันนี้…สายตาของนางกลับไม่ได้จดจ่อกับมันปลายนิ้วหยุดนิ่งอยู่บนหน้ากระดาษราวกับความคิดล่องลอยไปไกลกว่านั้นไกล…จนย้อนกลับไปในอดีต“ยังคิดอะไรอยู่อีก”

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   บทที่ 34

    บทที่ 34กวนตงจี้มองสีหน้าของหญิงสาวที่ยังคงมีเงาความกังวลหลงเหลืออยู่ในแววตา เขาจึงถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างชัดเจน ราวกับต้องการตัดทุกความลังเลของนางให้ขาดสิ้น“หว่านหนิง…บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ข้าไม่ใช่คนโง่ที่จะมองคนไม่ออก” น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็งกร้าว แต่มั่นคงอย่างยิ่ง “ข้ายอมนางถึงสามส่วนเพราะนางเป็นบุตรีของผู้มีพระคุณ แต่เมื่อเกินขอบเขต…ก็ต้องจัดการ”หว่านหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งงันคำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นเสียจนไม่อาจโต้แย้งได้“แสดงว่าท่านรู้มาตลอด…” นางเอ่ยเบา ๆ“แน่นอน” กวนตงจี้ตอบโดยไม่ลังเล “เพราะเรื่องของเจ้า ข้าใส่ใจเสมอ”คำตอบนั้นทำให้หัวใจของหว่านหนิงสะดุดราวกับมีบางอย่างกระทบลงในส่วนลึกที่นางพยายามปิดเอาไว้“แต่มันก็แค่สัญญาแต่ง…” นางพยายามเอ่ยออกไปให้เสียงเรียบทว่าไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาดึงนางเข้าไปในอ้อมกอดแรงกอดนั้นไม่รุนแรง…แต่มั่นคงมั่นคงจนยากจะดิ้นหลุด“หากวันนั้นมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจริง” เสียงเขาแผ่วลงข้างหู “ข้าคงฉีกมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว”หว่านหนิงชะงัก“เจ้านี่ฉลาดทุกเรื่อง” เขาเอ่ยต่อพร้อมเสียงหัวเราะแผ่ว “แต่เรื่องนี้กลับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status