เข้าสู่ระบบ" ใช่ ข้าขี้เกียจแสร้งทำเป็นดีกับเจ้าเต็มทนแล้ว ข้าเกียจขี้หน้าเจ้า เกียจตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเจ้าจะกลับมาตระกูลรุ่ย แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาแย่งทุกอย่างไปจากข้าหรอกนะเพราะข้ารู้ว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก เจ้าว่าทะเลสาปที่นี่ลึกไหม"
หยางเหม่ยเยว่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี
รุ่ยรั่วฉีแสยะยิ้ม
" ถ้าข้ากับเจ้าตกลงไปพร้อมกัน เจ้าว่าพี่อวิ๋นโจวจะช่วยใครก่อน ตอนไฟไหม้โรงเตี๊ยมเขาก็เลือกช่วยข้าก่อน แล้วครั้งนี้หล่ะ เขาจะช่วยใคร เจ้า หรือข้า"
รุ่ยรั่วฉีจับแขนหยางเหม่ยเยว่แน่น นางพยายามสะบัดออกแต่ก็ถูกรุ่ยรั่วฉีฉุดกระชากลงไปในทะเลสาปพร้อมกัน ตู้มม
เสียงน้ำแตกกระจาย คนบนเรือพากันวิ่งมาดู เห็นรุ่ยรั่วฉีกับหยางเหม่ยเยว่ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำร้องเรียกให้ช่วย
ตู้มม ลู่อวิ๋นโจวกับรุ่ยจื้อเฉียงกระโดดลงน้ำลงมาพร้อมกัน
" ช่วยฉีฉีด้วย"
" เร็วเข้า ฉีฉีจะไม่ไหวแล้วช่วยฉีฉีก่อน"
เสียงของรุ่ยซุนอีกับรุ่ยเจี้ยนหัวร้อนรนร้องบอกให้ช่วยรุ่ยรั่วฉีก่อน ลู่อวิ๋นโจวสบตาหยางเหม่ยเยว่แว่บนึงก่อนจะว่ายผ่านหน้านางตรงไปที่รุ่ยรั่วฉี ทั้งเขาและรุ่ยจื้อเฉียงว่ายไปถึงตัวรุ่ยรั่วฉีพร้อมกัน ทั้งสองช่วยกันพารุ่ยรั่วฉีขึ้นไปบนเรือไม่มีใครสนใจนางสักคน นางสิ้นหวังค่อยๆหลับตาลงปล่อยให้ร่างจมดิ่งสู่ก้นทะเลสาป ลู่อวิ๋นโจว เกิดใหม่ขาติหน้าข้าจะไม่รักท่านแล้ว
หยางเหม่ยเยว่ลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนั่งอยู่ในรถม้า ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วเหรอร่างของนางนอนหนาวเหน็บอยู่ก้นทะเลสาปแล้วเหตุมาถึงได้มานั่งอยู่ในรถม้าได้ นางก้มมองสำรวจตัวเอง เนื้อตัวก็ไม่ได้โปร่งแสงเป็นวิญญาณ ลองตบหน้าตัวเองก็ยังรู้สึกเจ็บ แสดงว่านางยังไม่ตาย ดูชุดที่นางสวมใส่เป็นเสื้อผ้าสีน้ำตาลอ่อนดูมอซอนี่มันชุดเดียวกับวันนั้น ที่นางถูกรับกลับมาบ้านตระกูลรุ่ย
ตอนนั้นนางไม่ทันได้ตั้งตัวพึ่งกลับจากหาปลาก็เจอชายสองคนมาบอกว่านางคือบุตรสาวตัวจริงของตระกูลรุ่ยที่ทำหายไปเมื่อ17ปีก่อน จะมารับนางกลับคืนครอบครัวแล้วดันตัวนางขึ้นรถม้ามาทันที นี่นางย้อนเวลากลับมาใช่ไหม นางได้เกิดใหม่อีกครั้ง ไม่ทันได้คิดต่อรถม้าก็หยุดลง ผ้าม่านเปิดออก
" ถึงแล้วขอรับคุณหนู"
นางลงจากรถม้ายืนมองป้ายหน้าจวน อักษรสกุลรุ่ยตัวใหญ่อยู่ตรงหน้า นางยิ้มมุมปาก สิ่งที่เห็นยืนยันชัดเจนว่านางได้ย้อนเวลามาเกิดใหม่ในวันแรกที่นางถูกรับกลับมาตระกูลรุ่ย ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนาง นางก็จะใช้ชีวิตชาตินี้ให้ดี จะเอาคืนทุกคนที่ทำร้ายนาง
บ่าวรับใช้เดินนำหน้านางเข้าไปที่ห้องโถงเมื่อนางไปถึงทุกคนก็หันมามองนาง รุ่ยเจี้ยนหัวเดินเข้ามาใกล้ มองสำรวจใบหน้านาง
" หน้าตาเจ้าเหมือนข้ามาก นี่แหละลูกสาวของข้า ข้าคือพ่อแท้ๆของเจ้า"
หยางเหม่ยเยว่หันไปมองรุ่ยซุนอีมารดาแท้ๆของนางที่นั่งอยู่ข้างๆรุ่ยรั่วฉี เห็นนางมองมา รุ่ยซุนอีจึงรีบปล่อยมือรุ่ยรั่วฉีแล้วลุกขึ้นมาหานาง จับมือนางพูดยิ้มแย้ม
" ในที่สุดเจ้าก็กลับมา 17ปีที่ผ่านมาลำบากเจ้าแล้ว"
หยางเหม่ยเยว่ถูกพาไปนั่งที่เก้าอี้ สบตากับรุ่ยรั่วฉีที่มีน้ำตาเอ่อคลอ ข้างๆเป็นรุ่ยจื้อเฉียงพี่ชายแท้ๆของนางที่มองมาที่นางด้วยสายตาไม่พอใจ
" ท่านพ่อ ท่านแม่ เมื่อบุตรสาวตัวจริงของพวกท่านกลับมาแล้ว งั้นข้าก็คงต้องไปแล้ว"
" ไปอะไรกัน ไม่ใช่เราคุยกันแล้วเหรอว่าเจ้ายังคงเป็นคุณหนูตระกูลรุ่ย เป็นบุตรสาวของพวกเราเหมือนเดิม"
รุ่ยซุนอีกุมมือรุ่ยรั่วฉีรีบพูดขึ้นอย่างร้อนรน
" แต่"
รุ่ยรั่วฉีหันไปมองหยางเหม่ยเยว่ สายตาทุกคนมองตาม แต่ละคนมองหน้านางเหมือนนางทำผิด
" ไม่ต้องไปสนใจใครทั้งนั้น ฉีฉี ยังไงข้าก็เห็นเจ้าเป็นน้องสาวของข้าแค่คนเดียว"
" จื้อเฉียง เจ้าพูดอะไรอย่างนั้นนั่นก็น้องสาวของเจ้าเหมือนกัน"
รุ่ยเจี้ยนหัวต่อว่าบุตรชายคนโตก่อนจะชะงักหันไปมองหน้าบุตรสาวที่พึ่งตามกลับมา
" เจ้า เอ่อเจ้าชื่ออะไรนะ"
หยางเหม่ยเยว่จ้องมองหน้ารุ่นเจี้ยนหัวด้วยสายตาเย็นชา
" ข้าไม่ได้ลืมชื่อเจ้านะ แต่ว่าชื่อเจ้ามัน เอ่อชื่อเจ้ามันเรียกยาก ข้า"
รุ่นเจี้ยนหัวหันไปมองหน้ารุ่ยซุนอี รุ่ยซุนอีก็นิ่งเพราะนางก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าบุตรสาวแท้จริงชื่ออะไร ตั้งแต่วันที่มีคนมาส่งข่าวว่าตามหาบุตรสาวที่หายไปเจอ รุ่ยรั่วฉีก็เอาแต่ร้องไห้น้อยใจ กลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง ยังพยายามคิดสั้น นางจึงไม่ได้สนใจเรื่องบุตรสาวแท้ๆเพราะมัวแต่ปลอบใจรุ่ยรั่วฉี
หยางเหม่ยเยว่กำลังจะอ้าปากบอกชื่อ เสียงหนึ่งก็พูดขึ้นมาก่อน
" เหม่ยเยว่"
ทุกคนหันไปมองชายที่นั่งอยู่มุมหนึ่ง หยางเหม่ยเย่วมองตาม ชายคนนั้นคือลู่อวิ๋นโจว เขามองมาที่นางส่งยิ้มบางๆให้ นางเบนหน้าหนี สิ่งที่เขาทำกับนางเมื่อชาติก่อนยังคงชัดเจน ชาตินี้นางจะอยู่ให้ห่างไกลจากเขา
" ฮ่าฮ่า อ่าใช่ๆ เหม่ยเยว่ เยว่เอ๋อ ลูกสาวข้าคนนี้ชื่อเยว่เอ๋อ "
รุ่ยเจี้ยนหัวหัวเราะกลบเกลื่อนที่ลืมชื่อบุตรสาวตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้าคนที่ไปตามหานางก็บอกชื่อนางแล้วแท้ๆ
ลู่อวิ๋นโจวเห็นนางมองเขาด้วยสายตาตกใจแว่บนึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาแล้วเบนหน้าหนี เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ความทรงจำชาติก่อนผุดขึ้นมา ตอนนั้นหลังจากเขาช่วยรุ่ยรั่วฉีขึ้นไปบนเรือแล้ว เขาหันกลับไปมองหาหยางเหม่ยเยว่ ใจของเขากระตุกวูบเมื่อมองหานางไม่เห็น เขารีบกระโดดลงน้ำไปหานางอีกรอบ หาอยู่นานก็ไม่พบ จนอีกหลายคนมาช่วยกันหา ผ่านไปหลายชั่วยามก็ไร้วี่แววจะพบนาง เขาเริ่มใจคอไม่ดี ในที่สุดก็ขอความช่วยเหลือจากทางการ
ผ่านไปสามวันก็ยังหาร่างของนางไม่พบ ทุกคนต่างบอกว่านางตายแล้ว แต่เขาไม่เชื่อเขาคิดว่านางยังมีชีวิตอยู่ ร่างของนางอาจถูกพัดลอยไปไกลแล้วถูกใครช่วยเอาไว้ก็ได้ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เกณฑ์คนออกตามหานางทั้งในน้ำและบนบก ผ่านไปหลายเดือนก็ไม่พบนาง
เขานั่งคิดถึงเรื่องราวของเขากับนางตลอดสามปีที่ผ่านมา แม้ว่าเขาตั้งใจเข้าหานางเพื่อต้องการให้นางยกเลิกหมั้นหมายกับหนานอ๋อง แต่สามปีที่เขากับนางใกล้ชิดกันมันทำให้เขาผูกพันธ์ไม่น้อย เขาคิดว่าเขาไม่ได้รักนาง กระทั่งวันที่นางจากไป วันที่เขาต้องอยู่โดยที่ไม่มีนางมันเจ็บปวดทรมานขนาดไหน เขาถึงพึ่งรู้ใจตัวเองว่าเขารักนาง เป็นความผิดของเขาเองที่ไม่ได้ช่วยนาง เขาโทษตัวเองทุกวัน ทำไมนะทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่ช่วยนาง ทำไมต้องไปช่วยรุ่ยรั่วฉี ทั้งที่รุ่ยจื้อเฉียงก็ไปช่วยนางอยู่แล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด
เขาลุกขึ้นแล้วกระโดดลงไปในทะเลสาปปล่อยให้ร่างค่อยๆจมลง เขาอธิษฐานในใจ
" เยว่เอ๋อ เป็นข้าที่ผิดต่อเจ้า ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า ข้าขอโทษ เจ้าอยู่ใต้ก้นทะเลสาปคงเหงาและหนาวมากใช่ไหม เจ้าไม่ต้องกลัวข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าแล้ว "
เขาหลับตาลงปล่อยให้ทะเลสาปกว้างใหญ่กลืนกินร่าง
ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนพิงต้นบ๊วยอยู่ในสวนหน้าเรือนพักในจวนของตัวเอง บ่าวรับใช้เดินมาบอกว่าวันนี้รุ่ยจื้อเฉียงไม่อาจมาร่ำสุราตามนัดได้เพราะต้องอยู่ต้อนรับน้องสาวที่พึ่งตามหาเจอ หลังจากพลัดพรากไปนานถึง17ปี เขารู้ได้ทันทีว่าเขาได้ย้อนเวลากลับมา เขาดีใจรีบลุกขึ้นแล้วไปที่ตระกูลรุ่ยทันที
ส่งหนานซื่อเสร็จก็ใกล้ยามซื่อ หยางเหม่ยเยว่กลับถึงจวนตระกูลลู่ก็เห็นอี้ซวน จางเฉิน เมิ่งสือ และหมิงซุ่ยเตรียมตัวจะออกเดินทาง" เยว่เอ๋อ พวกข้าจะไปแล้ว"" รอเดี๋ยว"นางเดินหายไปสักพัก ก็อุ้มจืัอกังกลับมา อี้ซวนมองลูกชายที่ยิ้มร่า" ข้ากับลูกจะไปส่งพวกท่าน"นางส่งเจี้ยนกังให้อี้ซวน เขามองหน้านาง" รับเขาไปสิ จากนี้ไปจะไม่มีโอกาสได้อุ้มเขาอีกแล้วนะ"อี้ซวนรีบรับลูกมาอุ้ม จางเฉิน เมิ่งสือ หมิงซุ่ย อู๋ลั่ว ขึ่ม้าคนละตัวนำหน้า ในรถม้าหยางเหม่ยเยว่นั่งฝั่งตรงข้าม อี้ซวนอุ้มจื้อกัง เขาทั้งกอดทั้งหอมลูกอยู่ตลอด อยากซึมซับความรู้สึกนี้ไว้ให้มากๆ ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น กระทั่งรถม้าแล่นออกนอกเมืองเข้าเขตชายป่า เขาก็ร้องบอกคนขับรถม้าให้หยุด" ส่งแค่นี้เถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี"เขาหอมแก้มลูกชายอีกครั้ง ก่อนส่งคืนให้หยางเหม่ยเยว่จางเฉิน" อากังของลุง พวกลุงไม่มีของมีค่าอะไรให้นี่เป็นเชือกถักที่พวกลุงพากันถักเอง มอบให้หลาน"จื้อกังรับมาอบ่างรู้ความหมิงซุ่ย" อากังของลุงน่ารักจริงๆ"เมิ่งสือ" ในเรือนยังมีของเล่นม้าไม้ ที่พวกลุงช่วยกันทำ"จางเฉิน" เมื่อโตขึ้น วันใดอยากไปหาลุงก็ไปได้เลย
จวนตระกูลลู่" เจ้าจะไปดูนางที่ลานประหารหรือไม่"หนานซื่อเอ่ยถาม หยางเหม่ยเยว่ส่ายหน้า" ข้าไม่ไป"ลู่อวิ๋นโจวรีบร้อนเดินตรงเข้ามา สีหน้ามีความกังวล" เยว่เอ๋อ"" คุณชายลู่ เหตุใดท่านถึงมีสีหน้าเป็นเช่นนั้น หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือว่ามีคนแหกคุกพานางหนีไปได้ใช่ไหม"หวังหยวนถามขึ้น" นางตายแล้ว"ทุกคนมีสีหน้าตกใจ หยางเหม่ยเยว่หันมองหน้าลู่อวิ๋นโจว" เมื่อไหร่"" เมื่อคืน ตอนเช้าข้าไปเยี่ยมนาง เอาอาหารที่นางชอบกินไปให้นางได้กินเป็นมื้อสุดท้าย กลับพบนางเป็นศพไปแล้ว "" ทำไมนางถึงตาย"" ผู้คุมบอกว่านางฆ่าตัวตายเอง นางใช้มีดแทงตัวเองตาย"" นางเอามีดมาจากไหน ก่อนนักโทษจะเข้าคุกต้องเปลี่ยนชุด ปิ่นปักผมเครื่องประดับหรืออะไรอื่นห้ามมี แล้วนางจะไปเอามีดมาจากไหน"ลู่อวิ๋นโจวส่ายหน้า" ข้าไม่รู้ ซ่งเหลียนก็เหมือนกัน"" อะไรที่ว่าเหมือนกันอย่าบอกนะว่านางก็"ลู่อวิ๋นโจวพยักหน้า" สภาพศพ รอยแผลก็เหมือนกัน"" พวกนางไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอน แต่มีคนจงใจจัดฉาก"" ใคร"" ใครหล่ะที่นางทำให้ไม่พอใจ ใครกันที่ก่อนหน้ามีเรื่องบาดหมางกับนาง"หยางเหม่ยเยว่พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะลุกเดินออกไป ตามเสียงเรียก
รุ่ยซุนอีพลันนึกขึ้นได้ ตอนนั้นที่ตระกูลรุ่ยมาสู่ขอนาง ครั้งแรกที่นางเห็นรุ่ยเจี้ยนหัวเขาช่างเป็นบุรุษรูปงาม นางหลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็น จึงยอมตกลงรับการสู่ขอกำหนดแต่งงานอีกสามเดือนต่อมา บิดามารดานางไม่เห็นด้วย ตระกูลรุ่ยแม้เป็นตระกูลขุนนางเก่า แต่ก็มีแต่เปลือก พวกท่านอยากให้นางแต่งกับคนอื่นมากกว่า ยังเล็งโอรสขององค์ชายสิบเจ็ดไว้ แต่นางไม่เอา นางต้องการแค่รุ่ยเจี้ยนหัวคนเดียวหลังแต่งงานเขาดีกับนางดูแลเอาใจใส่ตลอดมา นางไม่คิดเลยว่าที่เขาทำดีกับนางเพื่อหวังเงินทองจากตระกูลจินของนาง ไปอุดรอยรั่วของตระกูลรุ่ยเท่านั้น นางยังใช้อำนาจเส้นสายตระกูลจินผลักดันให้เขาเป็นขุนนางในราชสำนัก ได้มีตำแหน่งหน้าที่การงานแบบก้าวกระโดดสิบกว่าปีที่อยู่กินนอนร่วมเตียง นางไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเขาจะทรยศนาง ไม่รักนางไม่พอ ยังทำร้ายลูกสาวแท้ๆของนาง แล้วเอาลูกชู้มาให้นางเลี้ยงดูอีก " ที่ผ่านมา ท่านเคยรักข้าบ้างไหม"นางถามเสียงสั่นเครือ" รักหรือไม่สำคัญด้วยรึ เราก็อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว"นางพยักหน้าเข้าใจ ที่แท้เขาไม่เคยรักนางเลย นางหันไปมองหยางเหม่ยเยว่น้ำตาไหลพราก นั่นคือบุตรสาวแท้ๆของนาง ที่นางไม่เคย
" ข้าไม่ใช่คนเผ่าเหมียว"ซ่งเหลียนรีบปฏิเสธ" เจ้าไม่ใช่ แต่สามีของเจ้าใช่"ซ่งเหลียนแววตาวูบไหว" อย่าปฏิเสธ ข้าให้คนไปสืบมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน เจ้าแต่งงานกับคนเผ่าเหมียววิชาหนอนกู่ก็เรียนรู้มาจากครอบครัวสามีเจ้า"" ท่านอ๋อง ท่านให้คนตามสืบเรื่องข้า ใช่ ข้ายอมรับ สามีข้าเป็นคนเผ่าเหมียว แล้วยังไงจะพิสูจน์อะไรได้ว่าข้าเป็นคนเลี้ยงหนอนกู่"ซ่งเหลียนเชิดหน้าตอบ หยางเหม่ยเยว่มองหน้าจงเป่า จงเป่าหยิบขวดที่ใส่หนอนกู่ออกมาเท ซ่งเหลียนกับรุ่ยรั่วฉีหน้าซีดเผือด ยังไม่ทันตอบสนอง หยางเหม่ยเยว่ก็เดินเข้าไปจุดไฟ พรึ่บ นางท่องคาถาตามที่เรียนมา รุ่ยรั่วฉีร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผานอนดิ้นทุรนทุรายกรีดร้อง" กรี๊ดดด ร้อน ร้อน ท่านแม่ช่วยข้าด้วยร้อน"" เสียนเฟยท่านเป็นอะไร ฉีฉี"" ฉีฉี"รุ่ยซุนอี ซ่งเหลียน รุ่ยเจี้ยนหัว รุ่ยจื้อเฉียงต่างพากันตกใจ เข้าไปรุมล้อมรุ่ยรั่วฉี หนอนถูกเผาจนมอดไหม้ รุ่ยรั่วฉีกระอักเลือดสีดำออกมากองโต พรวด แล้วชักกระตุกตาเหลือกหมดสติไป ทุกคนตกใจผงะถอยหนี " นี่คือพิธีสะท้อนกลับเผาไฟหนอนกู่พร้อมคาถา พลังจะสะท้อนกลับไปยังผู้ควบคุม "นางมองซ่งเหลียนที่ตกตะลึงหน้าซีดเผือด" ทีนี้ยอมรั
หยางเหม่ยเยว่ลงมือปรุงยา มีหนิงฟางเป็นผู้ช่วย ก่อนจะถือถ้วยยาออกมา ซูจงฝังเข็มปิดกลั้นทางหนอนกู่ ไม่ให้เดินไปทั่ว โชคดีที่มีอู๋ลั่ว เขาใช้วิชาเร้นกายพาฮ่องเต้มาที่นี่แล้วแปลงกายเป็นฮ่องเต้ ไปอยู่ที่ห้องทรงอักษร" ยามาแล้วเจ้าค่ะอาจารย์"" ให้ข้าช่วยป้อนฝ่าบาทเอง"เต๋อเฟยรับถ้วยยามา ตักป้อนเข้าปากฮ่องเต้ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง แต่ยาไหลย้อนออกมา หนานซื่อเข้าไปบีบปากให้อ้าออก แล้วเอาถ้วยยากรอกใส่ปาก ไม่ถึงเค่อฮ่องเต้ก็ได้สติสำรอกออกมา เป็นสีดำสนิทส่งกลิ่นเหม็นเน่า ที่น่าตกใจคือมีหนอนออกมาด้วย เต๋อเฟยถอยหนีไปยืนกอดกันกับโจวมามา" นั่นหนอนกู่ มันออกมาแล้วใช่ไหม"เซียวจิ้งชี้ไปที่หนอนบนพื้น" อืม ใช่ มันออกมาจากพระวรกายของฝ่าบาทแล้ว"ซูจงตอบ" มันยังไม่ตายนี่"หวังหยวนชักดาบออกมาฟันฉับ หนอนขาดครึ่ง แต่มันก็ยังคลานไปได้ต่อ เขาเงื้อดาบอีก หยางเหม่ยเยว่ร้องห้าม" หยุด มันฆ่าไม่ตายด้วยคมดาบหรอก "นางหยิบขวดใบเล็กออกมา" ข้าทำเอง"จงเป่าเดินเข้ามาหยิบขวดจากมือนาง จับหนอนใส่ลงไป" แล้วทำอย่างไรมันถึงจะตาย"หวังหยวนถามขึ้นมา" อีกไม่นาน เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง"เต๋อเฟยเดินเข้าไปดูฮ่องเต้ใกล้ๆ" ฝ่าบาทท
หนานซื่อจ้องมองเงาในน้ำก็ตกใจจนเกือบแสดงพิรุธออกมา เงาของฮ่องเต้ใบหน้าไม่มีลูกตา เขาขยี้ตามองอีกที คราวนี้มีตาแต่บิดเบี้ยวราวภูตผีปีศาจ เขาผงะก้าวถอยหลังไปสองก้าว" เป็นอะไรไป"" ปะเปล่า เปล่าพะย่ะค่ะ"" เจ้าบอกว่ามีเรื่องอยากปรึกษาข้า เรื่องอะไรว่ามา"" เสด็จพ่อ พระวรกายท่านผ่ายผอมลงทุกวัน ใต้ตาก็หมองคล้ำ ท่านสังเกตุตัวเองหรือไม่"" ข้ารู้ แต่เพราะช่วงพักหลังมานี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ ยังเบื่ออาหาร ก็เลยผอมลง"" หมอหลวงมาตรวจดูอาการแล้ว"" ตรวจแล้ว พวกเขาบอกว่าข้าทำงานหนักให้พักผ่อนมากๆ ข้าเลยให้องค์รัชทายาทจัดการเรื่องราชกิจแทน"" บางโรคหมอหลวงอาจตรวจไม่พบ ไม่งั้นลองให้หมอจากข้างนอก"ฮ่องเต้ยกมือห้าม" ไม่ต้อง ข้ารู้ตัวดีว่าข้าไม่ได้เป็นอะไร หมอหลวงแต่ละคนล้วนฝีมือเก่งกาจ หากข้าเป็นอะไรจริงพวกเขาก็คงตรวจเจอแล้ว ไม่มีอะไรหรอก ข้าแก่แล้วย่อมผอมลงบ้างเป็นธรรมดา"" เสด็จพ่อ ขาของลูกถูกตัดเส้นเอ็นขาดหมอหลวงทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางรักษา แต่แล้วยังไงหล่ะ ตอนนี้ลูกก็กลับมาเดินได้เพราะหมอเทวดาจู เสด็จพ่อไม่ลอง"" พอแล้ว นี่ใช่ไหมเรื่องที่เจ้าบอกว่าอยากปรึกษาข้าเป็นการส่วนตัว ถ้าเ
" อวิ๋นโจว อวิ๋นโจว"เสียงเรียกทำให้เขาได้สติ" เหม่ออะไรอยู่ มานั่งตรงนี้สิจะได้กินข้าวกัน"รุ่ยจื้อเฉียงกวักมือเรียก"นี่ก็เย็นมากแล้ว ทุกคนกินข้าวกันเถอะ เยว่เอ๋อเจ้าเดินทางมาไกลคงหิวแล้วใช่ไหม แม่ให้คนเตรียมอาหารไว้รอเจ้าเยอะแยะเลยเดี๋ยวเรากินไปคุยไปดีไหม"รุ่ยซุนอีเดินไปจับจูงหยางเหม่ยเยว่ไปที
นางกวาดสายตามองดูทุกคนอีกครั้งด้วยแววตาผิดหวัง ทั้งบิดามารดา พี่ชาย คนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน ในเมื่อทุกคนคิดว่าที่นางหายไปเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจก็ช่างเถอะ อยากคิดอย่างไรก็แล้วแต่ถึงนางอธิบายไปยังไงก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดีเพราะนางในสายตาของทุกคน ไม่ว่าจะพูดอะไรหรือทำอะไรก็ผิดไปหมดอยู่แล้ว นางเห
หยางเหม่ยเยว่เบนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถม้า ตลอดทางนางไม่ได้พูดอะไรสักคำ จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมหยุนไหลผู้คนคึกคักเป็นพิเศษ คงเพราะที่โรงเตี๊ยมมีคณะละครสัตว์มาทำการแสดง ลู่อวิ๋นโจวเดินนำเข้าไปข้างใน เดินไปนั่งโต๊ะด้านหน้าติดเวที มองเห็นการแสดงชัดเจน" ว้าว พี่อวิ๋นโจวนั่งตรงนี้มองเห็นการแสดงชัดเลย
ลู่อวิ๋นโจวเห็นท่าทีของหยางเหม่ยเยว่เขาก็รีบตามไปอธิบาย" เยว่เอ๋อข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ไม่ใส่ใจเจ้า ข้ารีบเขียนคำอธิษฐานรีบผูกผ้าเพื่อจะได้ไปช่วยเจ้า แต่ฉีฉีเขียนเสร็จก่อนนางจะผูกผ้าแต่ผูกไม่ถึงข้าก็เลยช่วยนางผูก พอผูกเสร็จหันมาก็ไม่เห็นเจ้าแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเขียนคำอธิษฐานใหม่แล้วจะผูกผ้าของเราไว้ด้วย







