Share

บทที่ 2 วายป่วงกว่าเดิม

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-17 12:32:08

ลี่เหม่ยรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างราวกับว่าโดนโยนลงมาจากที่สูง ตาที่ยังมองอะไรไม่เห็นชัดรู้สึกเพียงคนมากมายเดินอยู่รอบตัว และแผ่นหลังที่สัมผัสกับพื้นเย็นเฉียบ

                “คุณหมอฉันเจ็บมากเลยค่ะ” เธอคิดเอาเองว่าหลังสลบไปคนสารเลวหวงตี้คงพาเธอมาส่งโรงพยาบาล

                “นางฟื้นหรือยัง” เสียงเย็นที่ทำคนฟังเหน็บหนาวดังขึ้น จนทำเอาลี่เหม่ยงุนงง

        ‘หมอผู้ชายหรอ’ หล่อนคิดไปเองจากเสียงที่ได้ยิน

                “ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสั่นเครือของสตรีดังข้างหนูลี่เหม่ย

                “ดึงนางขึ้นมา ใจกล้าทำเรื่องเช่นนี้ก็อย่าคิดจะได้รับความเมตตา”

                “ตะแต่ คุณหนูยังเจ็บอยู่นะเจ้าคะ”

                “กล้าขัดข้างั้นหรือ”

        สิ้นเสียงสนทนาที่ค่อนไปทางออกคำสั่ง ร่างอันบอบช้ำของเธอก็ถูกแรงที่มากกว่าดึงขึ้น

                “โอ๊ย! เจ็บนะ ทำไมพยาบาลที่นี่รุนแรงจัง” ลี่เหม่ยเจ็บราวถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ดวงตายังคงพร่ามัวก่นด่าใครก็ตามที่ออกแรงกับเธอ

                “เจ้าพูดอะไรของเจ้า?” บุรุษใบหน้าเย็นชาจ้องมองสตรีบนพื้นด้วยความงุนงง เกรงว่านางจะอยากตายจนเสียสติเสียแล้ว

        ลี่เหม่ยมองหาเจ้าของเสียงเย็นชาไม่น่าฟัง ดวงตาค่อย ๆ มองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ชัดเจนขึ้น บุรุษผิวราวซีดราวกับไม่โดดแดดมาหลายปีนั่งอยู่บนรถเข็นทำจากไม้ ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองนางผมยาวดำขลับถูกรวมมัดไว้ด้านหลังเข้ากับเสื้อผ้าแบบย้อนยุคสีดำ

                “นี่ไอ้หวงตี้สารเลวจับฉันมาไว้โรงพยาบาลบ้าหรอเนี่ย” เธอมองผ่านเฉิงเหยาหมิงโดยไม่ใส่ใจ รอบ ๆ มีแต่ผู้คนประหลาดแต่งกายประหลาดยืนจ้องมองเธอที่ยังนั่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ

                “หมออยู่ไหน? โอ๊ย! เจ็บไปหมดแล้ว” ลี่เหม่ยยันกายลุกขึ้น เดินผ่านผู้คนที่จ้องมองเธออย่างงุนงง

                “หมอ! หมอ! ฉันไม่ใช่คนบ้านะ จับฉันมารวมกับพวกนี้ได้ยังไง” เธอเดินกะเผลกไปทั่วเรือนโดยไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้

                “คุณชายหรือว่านางจะเสียสติไป” เจียหาวองครักษ์ข้างกายมีท่าทีกังวล

        เหยาหมิงได้แต่นิ่งเงียบดูการกระทำของนาง เขาเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเจียหาว สตรีผู้นี้หลงรักลู่เซิงชินอ๋องรูปงามอนุชาร่วมพระบิดาของฮ่องเต้ การแต่งงานกับเขาเหมือนฆ่านางทั้งเป็น

        ลี่เหม่ยเดินออกมานอกเรือนผุพังหากแต่ด้านนอกกลับยิ่งทำให้นางตกใจ บ้านแต่ละหลังกลับดูโบราณจนน่าขนลุก เธอมองออกไปสุดลูกหูลูกตากลับไม่พบตึกสูงอย่างที่ควรเป็น คนงานจำนวนมากที่แต่งกายประหลาด ต่างจ้องมองมาที่เธอ ลี่เหม่ยรู้สึกอยากจะอาเจียน มือสองข้างสั่นจนยากจะควบคุม ลางสังหรณ์ผุดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว

                “ไม่นะ! คงไม่ใช่เรื่องเหลวไหลเหมือนในหนังหรอกนะ” หล่อนพึมพำก่อนที่สมองจะสั่งให้วิ่ง ร่างบางใส่เกียร์หมาวิ่งไม่คิดชีวิต จนเหยาหมิงที่ถูกเข็นออกมาจ้องมองการกระทำแปลกของนางตาค้าง

                “หลีกไป ไม่หลีกฉันชนล้มคว่ำเลยนะ”

        ลี่เหม่ยทั้งตะโกนบอกสาวใช้ที่เดินก้มหน้าอยู่ข้างหน้าทั้งวิ่งหน้าตั้งไปทั่วจวนจนลืมว่าตัวเองยังเจ็บอยู่ ในที่สุดหล่อนก็หาทางออกพบจนได้

                “แท็กซี่! แท็ก...” ลี่เหม่ยเมื่อเห็นว่าออกจากจวนได้คิดจะเรียกรถกลับไป แต่สภาพภายนอกทำให้หล่อนต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงท้อง บ้านเรือนภายนอกที่มีหน้าตาประหลาดไม่ต่างจากที่ ๆ นางวิ่งออกมา ผู้คนต่างสวมชุดโบราณกันทั้งนั้น เหมือนในหนังกำลังภายในไม่มีผิด

                “นี่เป็นสตูถ่ายทำละครใช่ไหม ใช่! ต้องใช่แน่ หวงตี้ไอ้คนเลว! ออกมานะ” ลี่เหม่ยยังอยากคิดว่าแฟนหนุ่มสารเลวของเธอแกล้งอำเธออยู่

                “ว้าย!! คุณหนูด่าฝ่าบาทเช่นนี้หัวจะหลุดจากบ่านะเจ้าคะ รีบเงียบเร็วเข้า” ชิงชิงสาวใช้ข้างกายลี่เหม่ยที่วิ่งตามเธอมาตั้งแต่ต้นรีบใช้มือปิดปากอีกฝ่าย

                “ปล่อยฉันนะ! เธอเป็นใคร” ลี่เหม่ยผลักอีกฝ่ายออกก่อนถอยหลังจนชนขั้นบันไดหน้าจวนล้มก้นจ้ำเบ้า

                “โอ๊ย!”

                “คุณหนูเจ็บตรงไหนไหมเจ้าคะ” ชิงชิงมีสีหน้าเป็นกังวลรีบเข้ามาพยุงนางขึ้น

        ลี่เหม่ยมองเห็นแววตาห่วงใยนั้นในใจกลับสงบลง เธอรู้สึกว่าเด็กคนนี้เชื่อใจได้

                “เธอเป็นใคร?”

                “คุณหนูเจ้าบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ เหตุใดแค่ร่วงจากขื่อถึงทำให้ท่านเลอะเลือนได้ขนาดนี้ บ่าวชื่อชิงชิงไงเจ้าคะคุณหนูตั้งให้บ่าวเอง” สาวใช้มีท่าทีร้อนใจ

                “ร่วงจากขื่อหรอ ฉันไม่ได้ล้มหัวฟาดโต๊ะทำงานหรอ”

                “คุณหนูพูดอะไรบ่าวงงไปหมดแล้ว คุณหนูคิดฆ่าตัวตายโดยแขวนคอกับขื่อไงเจ้าคะ โชคดีที่เชือกมัดได้ไม่แน่นจึงหลุดออกมา”

                “หา! ฉันเนี่ยนะฆ่าตัวตาย” ลี่เหม่ยยกมือกุมขมับ

                “ฮึ่ย! นี่มันชุดบ้าอะไรกัน” เธอพึ่งสังเกตว่าตัวเองสวมชุดโบราณไม่ต่างจากคนที่นี่ ชุดสีชมพูปักลายดอกโบตั๋นเฉยๆช่างขัดตาหล่อนนัก

                “วันนี้เป็นวันรับอนุเข้าเรือนไงเจ้าคะ แม้แต่เรื่องนี้คุณหนูก็จำไม่ได้แล้วหรือ ต้องรีบให้ท่านแม่ทัพเรียกท่านหมอมาดูอาการแล้ว” ชิงชิงทำท่าจะวิ่งเข้าจวน

                “เดี๋ยวก่อนใครเป็นอนุ?”

                “ก็คุณหนูไงเจ้าคะ” ชิงชิงงุนงงไม่แพ้เจ้านาย

                “เวรแล้ว! นี่ฉันเป็นเมียน้อยหรอเนี่ย” ลี่เหม่ยเกลียดผู้หญิงที่แย่งของคนอื่นเข้าไส้ แต่ครั้งนี้หล่อนกลับเป็นเมียน้อยเสียเองอยู่ ๆ เธอก็อยากจะเป็นลมลงเสียตรงนี้

                “นี่ เจ้าอย่างพึ่งไป นะนั่งลงคุยกับกับข้าให้รู้เรื่อง” ลี่เหม่ยร้อนใจจนต้องรู้ทุกอย่างให้ได้

                “ไปคุยข้างในเถอะเจ้าค่ะ ข้างนอกอากาศเย็น” ชิงชิงเป็นห่วงผู้เป็นนายที่มักป่วยง่ายอยู่เสมอ

                “ช่างหัวอากาศมันเถอะ! ข้าอยากรู้เดี๋ยวนี้และตรงนี้” นางจับสาวใช้นั่งลงก่อนจะหายใจเข้าลึกรวบรวมสติอันน้อยนิดให้มั่นคง

                “ข้าชื่ออะไร”

                “หา! คุณหนูจำชื่อตัวเองไม่ได้หรือเจ้าคะ”

                “บอกมาเถอะน่า!”

                “หวงลี่เหม่ยเจ้าค่ะ”

                “นี่ชื่อเดียวกับฉันเลยนี่” ลี่เหม่ยดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องใช้ชื่อคนอื่น

                “แล้วที่นี่คือที่ไหน”

                “จวนแม่ทัพแคว้นฉู่เจ้าค่ะ” ชิงชิงเริ่มหวาดกลัวท่าทางเช่นนี้ของคุณหนูเสียแล้ว

                “ไม่เห็นเคยได้ยิน” ลี่เหม่ยพึมพำกับตัวเอง

                “แม่ทัพชื่ออะไร”

                “เฉิงเหยาหมิงเจ้าค่ะ”

                “ชายพิการนั่งบนรถเข็นนั่นน่ะนะ” นางนึกถึงบุรุษร่างผอมผิวซีดแต่ยังน่าเกรงขามคนนั้นได้

                “เบา ๆ สิเจ้าคะ หากมีใครมาได้ยินอาจจะถูกโบยได้นะเจ้าคะ” ชิงชิงปิดปากนางอีกครั้งพลางกระซิบอย่างลนลาน

                “ทำไมกันก็เขาพิการจริงเพราะอะไรถึงไม่ให้พูด คนผู้นั้นรับไม่ได้หรอ” ลี่เหม่ยสงสัยใคร่รู้

                “ท่านแม่ทัพเพียงบาดเจ็บหนักจากการรบ ต้องรักษาตัวเป็นปีจึงจะหายดี หมอหลวงบอกว่าเขาจะกลับมาเดินได้แน่นอนเจ้าค่ะ เช่นนั้นท่านแม่ทัพจึงไม่ชอบให้คนมองว่าตนพิการ” ชิงชิงอธิบาย

                “แล้วทำไมข้าต้องแต่งกับเขา ข้ารักเขาหรือ” นางไม่มีความทรงจำของร่างเดิมเลย

                “ไม่เจ้าคะ คุณหนูแอบมีใจให้ท่านอ๋องลู่เซิง”

                “แล้วทำไมข้าต้องแต่งกับชายผู้นี้ล่ะ”

                “คุณหนูถูกนายท่านบังคับให้แต่งแทนคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่แต่เดิมก็หมายมั่นอยากแต่งกับท่านแม่ทัพจนขอพระราชทานสมรสเอง แต่พอเขาเป็นเช่นนี้นางก็ขู่จะฆ่าตัวตายหากนายท่านให้นางแต่งเข้าจวนเฉิง เรื่องนี้ทำฮ่องเต้กริ้วหนักที่เสนาบดีของแคว้นเห็นเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่น สุดท้ายนายท่านต้องสูญเสียอำนาจในมือไปเกือบครึ่ง เพื่อเอาใจคุณหนูใหญ่ และให้คุณหนูที่เป็นเพียงบุตรของอนุแต่งมาเป็นอนุแทนเจ้าคะ”

                “อ๋อเริ่มเข้าใจแล้ว แล้วทำไมข้าไม่สู้ล่ะทำไมยอมแต่งแทนคนอื่น ในเมื่อตัวเองก็มีคนรักอยู่แล้ว”

                “สู้อย่างไรเจ้าคะ ตั้งแต่เกิดมาคุณหนูยังไม่เคยกล้าเอ่ยขัดผู้ใดเลย ใครสั่งไปซ้ายคุณหนูก็ไปซ้าย ใครสั่งไปขวาคุณหนูก็ไปขวา” ชิงชิงเตือนสตินาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 43 บทพิเศษ 2 คลั่งรักสามีของข้า

    หลังจากลี่เหม่ยถูกตั้งให้เป็นฮูหยินแม่ทัพปราบเหนือ ร้านปักผ้าตระกูลไป๋ก็โด่งดังมากขึ้น ด้วยผู้คนต่างอยากได้อาภรณ์แปลกตาจากร้านนาง อีกทั้งเมื่อรู้ว่านางคือฮูหยินแม่ทัพปราบเหนือ ผู้คนต่างอยากผูกมิตรด้วยความสัมพันธ์ของเหยาหมิงกลับราชวงศ์ทำให้หลายคนอยากพึ่งบารมี เหอจือซวินยังคงแวะเวียนมาหาหุ้นส่วนอยู่เช่นเดิม ทว่าทุกครั้งที่เขามากลับต้องมีเหยาหมิงอยู่ด้วยร่ำไป “นี่แม่ทัพเฉิง เมื่อใดท่านจะเลิกให้สายลับติดตามข้า” จือซวินอดทนไม่ไหวอีกต่อไป ตำหนิเหยาหมิงต่อหน้าลี่เหม่ย “ตราบใดที่เจ้ายังมาหาฮูหยินข้า ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาเลิกติดตาม” “แต่ข้าต้องทำการค้า จะไม่มาหานางได้อย่างไร” “เช่นนั้นข้าก็จะตามอยู่เช่นนี้” เหยาหมิงเอ่ยพลางรั้งลี่เหม่ยมานั่งตัก อวดบุรุษที่หลงรักฮูหยินเขาเสียเลย “ท่านพี่ ทำอะไรอายคุณชายเหอ” ลี่เหม่ยตีแขนแกร่งพลางมองเขาอย่างตำหนิ “เหตุใดต้องอาย ข้าจะพลอดรักกับฮูหยินข้า คนที่กล้ามองนั่นสิถึงควรอาย” เหยหามิงจ้องมองจือซวินอย่างถือดี “ช่างเถอะ ช่างเถอะ จากนี้ข้าจะมา

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 42 บทพิเศษ 1 คืนแสนวาบหวาม

    เหยาหมิงวางลี่เหม่ยบนเตียง ดวงตาหยาดเยิ้มจากความเมามายทำให้ใบหน้างามดูยั่วยวนจนเขาแทบอดใจไม่ไหว อาภรณ์สีแดงเข้มบางเบาผิดกับอากาศหนาวเย็นภายนอก ไหล่ขาวโผล่พ้นอาภรณ์ดูวาบหวิวทำแม่ทัพหนุ่มกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง “ข้าต้องการเจ้า” เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ย ใจเขาเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ “ข้าก็ต้องการ” นางตอบเสียงเบา สิ้นเสียงหวานแสนแผ่วเบา จุมพิตอันดูดดื่มก็เริ่มขึ้นเหยาหมิงเหมือนสัตว์ร้ายที่ทนหิวโหยมานาน แรงบดของริมฝีปากบางแทบทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มของนางแหลกสลายลงตรงนั้น ความหวานหอมของปากอิ่มทำให้เขาไม่สามารถอดกลั้นความดิบเถื่อนในร่างกายได้อีก ลิ้นหนาดุนดันให้ริมฝีปากของนางเผยอขึ้น ก่อนจะตวัดปลายลิ้นฉกฉวยความหวานในปากของสตรีใต้ร่าง มือหนาลูบไล้ไปทั่วอาภรณ์ก่อนจะฟอนเฟ้นเข้าไปเหนือเนินอกอวบอิ่ม ใจของบุรุษหนุ่มเต้นแรงเมื่อมือสัมผัสถูกเนื้อสาว เสียงครางในลำคอแกร่งบ่งบอกถึงความพอใจของแม่ทัพปราบเหนืออย่างชัดเจน ยอดดอกบัวแข็งสู้มือเขาอย่างท้าทายจนมิอาจทำให้เขาเบามือกับนางได้ ลี่เหม่ยแทบขาดใจกับการสัมผัสเร่าร้อนของเหยาหมิง นางหอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 41 เมาครั้งนี้ได้สามีเป็นตัวเป็นตน

    ยามเหม่า ลี่เหม่ยรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งร่างคล้ายกับคนที่ต้องใช้แรงงานมาเป็นเดือน ๆ โดยมิได้พักผ่อน ก่อนจะปรือตามองไปโดยรอบ สภาพห้องตรงหน้ากลับไม่คุ้นตาเพียงนิด ก่อนภาพงานฉลองเมื่อคืนจะเริ่มเล่นอยู่ในหัว ฉากนางโดนเหยาหมิงป้อนจุมพิตให้ ฉากที่นางสารภาพรัก หรือแม้แต่ฉากร่วมรักนางกลับจดจำได้ทั้งหมด “เวรแล้ว ลี่เหม่ยนะลี่เหม่ย! แกเห็นผู้ชายหล่อหน่อยไม่ได้เลยนะ ละทวยโรยแรงทันทีเล้ย!” ลี่เหม่ยสบถให้ตัวเองก่อนรีบสำรวจอาภรณ์ที่บัดนี้ไม่มีติดร่างแม้เพียงชิ้น “ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมกับอ่างน้ำอุ่นในมือ ลี่เหม่ยแทบหยุดหายใจเมื่อต้องเผชิญกับสายตาของเหยาหมิงในตอนนี้ เมื่อฤทธิ์น้ำเมาหมดไปนางก็เริ่มหน้าบางเขินอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น “จะเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ลี่เหม่ยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาบุรุษตรงหน้า ได้แต่ก้มหน้าแต่งกายอย่างลวก ๆ “จะรีบไปไหน ได้ข้าแล้วคิดจะไม่รับผิดชอบหรือไร” แม่ทัพหนุ่มคว้าเอวบางไปกอดไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาพาดบนไหล่ขาวที่ยังคงเปลือยเปล่าของนาง “ทะท่านทำอะไรน่ะ” นางตกใจจนต

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 40 เมามายจนได้เรื่อง

    กาสุราพร้อมอาหารหลายสิบอย่างตั้งอยู่ศาลาไม้ริมน้ำ เหยาหมิงนั่งรอสตรีว่าที่อดีตอนุตนพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา “อะแฮ่ม ท่านแม่ทัพ” เสียงหวานน้ำเสียงสดใสดังขึ้น จนแม่ทัพหนุ่มต้องเงยหน้ามอง สตรีในชุดอาภรณ์แดงพลิ้วไหว ตัดกับผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มให้กับเขา “เหตุใดแค่ดื่มฉลองต้องแต่งกายขนาดนี้ คิดยั่วยวนข้าหรือ” เหยาหมิงที่หัวใจเต้นแรงยั่วโมโหอีกฝ่ายแก้อาการเคอะเขิน “ท่านแม่ทัพหลงตัวเองนะเจ้าคะ ข้าแค่แต่งกายฉลองอิสระของข้าต่างหาก” ลี่เหม่ยเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนนั่งลง “เป็นอนุข้า เจ้าขาดอิสระขนาดนั้นเชียว” แววตาเศร้าฉายผ่านแววตาลุ่มลึกของเหยาหมิงครู่หนึ่ง แต่กระนั้นลี่เหม่ยก็ยังสังเกตเห็น “ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เราทั้งสองไม่ได้ตบแต่งกันด้วยความรัก คืนอิสระให้กันก็ดีแล้วมิใช่หรือ” “ได้ เช่นนั้นก็ดื่มเถอะ” เหยาหมิงรินเหล้าให้กับนาง ก่อนส่งสายตาเชิญชวนให้นางดื่ม ลี่เหม่ยมองเหล้าในจอก แม้กลิ่นจะหอมเย้ายวนทว่านางกลับไม่กล้าดื่ม ฝูลี่เหม่ยในโลกก่อนคออ่อนเสียยิ่งกว่าอะไรด

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 39 แค้นของมารดา ข้าชำระให้เเล้ว

    ชุนเหยาไทเฮาดวงตาเข้มขึ้นในทันใด มือขาวผ่องกำแน่นจนขาวซีด พระนางยืนขึ้นได้ไม่มั่นคงด้วยแรงแค้นที่สุมกลางอก ลี่เหม่ยเห็นดังนั้นรีบเข้าประคองไทเฮาในทันที “หวงหลงเหริน! เจ้าช่างบังอาจนัก มันผู้ใดให้ความกล้ากับเจ้า ถึงขั้นกล้าวางยาสังหารน้องสาวข้า!” เสียงพระนางดังลั่น ทำหวงหลงเหรินต้องรีบโขลกศีรษะกับพื้นเย็นด้วยความหวาดกลัว “เหยาหมิงหลานอยากทำอย่างไรกับนางชั่วช้าผู้นี้กัน” ไทเฮาหันมองแม่ทัพหนุ่มที่บัดนี้กำกระบี่ในมือแน่น เสียงกระบี่สั่นจนเกิดเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์เคียดแค้นในตัวบุรุษหนุ่ม “สังหารนางซะ! แล้วลากศพไปทั่วเมืองแล้วค่อยทิ้งไว้หน้าจวนตระกูลหวง” เสียงเยือกเย็นเอื้อนเอ่ย ทำลี่เหม่ยขนลุกกับความโหดเหี้ยมของเฉิงเหยาหมิง “ไม่ได้นะ! ข้าเป็นแม่เล็กเจ้า ข้าเป็นฮูหยินท่านบัณฑิตหวังบิดาเจ้า ข้าเป็นน้องสาวเสนาบดีหวง เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้!” หลงเหรินเงยหน้าขึ้นพลางส่ายไปมา ใบหน้ายังคงขาวซีดน้ำหน้าอาบแก้ม คล้ายคนเสียสติ “เจ้าว่าอย่างไรหวังเทียนเล่ย เจ้าจะยังกล้าออกหน้าปกป้องสตรีที่ทำให้เจ้ากับบุตรชายผิดใจกันหร

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 38 ประกาศให้รู้ทั้งเมือง

    งานเลี้ยงต้อนรับราชทูตจบลงในยามเซิ่น ลี่เหม่ยที่ทั้งเหนื่อยทั้งเกร็งวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าขุนนางและจักรพรรดิของแคว้น เมื่อขึ้นรถม้าได้ก็กลับสนิททันที โดยใช้ไหล่ของเหยาหมิงเป็นหมอนรองนอนตลอดทาง แม่ทัพหนุ่มนั่งแข็งทื่อไม่กล้าขยับ หัวใจที่เต้นแรงทำได้เพียงเป่าลมออกจากปากเพื่อคลายความตื่นเต้น รถม้าหยุดนิ่งหน้าจวน ก่อนที่ลี่เหม่ยจะตื่นขึ้นอีกครั้งโดยที่นางยังคงซบอยู่ที่ไหล่ของสามี “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อยมากจึงหลับไม่รู้ตัว” “ไม่เป็นไร วันนี้เจ้าทำได้ดีไม่น้อย ไทเฮาดูพอพระทัยไม่น้อย” เหยาหมิงยิ้มให้กับนาง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเด็กปากร้ายของนางเอ่ยชมทั้งยิ้มให้อีก ลี่เหม่ยจึงวางตัวไม่ถูกชั่วขณะ “ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เอ่ยชม” “เช่นนั้นแผนการหาฆาตกรของเราพระนางจะช่วยหรือไม่” “ไทเฮาทรงช่วยแน่ พระนางเป็นพี่สาวของแม่ข้านี่” “อีกห้าวันส่งราชทูตกลับแคว้นเจ้าก็เริ่มแผนเถอะ” เหยาหมิงฝากความหวังไว้ที่นาง ร้านปักผ้าตระกูลไป๋คึกคักไม่น้อย เมื่อชาวเมืองรู้ว่าฉลองพระองค์ของไทเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status