Masuk“หา! นี่ฉันโตมาโดยไม่สู้ใครเลยหรอ ปาฏิหาริย์มากที่โตมาขนาดนี้ได้” ลี่เหม่ยพึมพำ จนชิงชิงต้อมขมวดคิ้ว
“คุณหนูกล่าวกระไรเจ้าคะบ่าวไม่เข้าใจ”
“ช่างข้าเถอะ เช่นนั้นข้าต้องทำอย่างไรต่อ” นางขอความเห็นจากคนภพชาตินี้
“ก็เข้าจวนไง หรือจะนั่งหนาวตายตรงนี้ให้คนหัวเราะเยาะเล่า” เสียงเย็นเสียยิ่งกว่าอากาศดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำสตรีทั้งสองสะดุ้งตกใจ เป็นเหยาหมิงที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อใดนั่งอยู่บนรถเข็นท่าทางเย่อหยิ่ง
“รีบไปเถอะเจ้าค่ะ” ชิงชิงที่เห็นคุณหนูของตนสติยังเลอะเลือนอยู่จึงรีบพยุงนางเข้าจวน
ลี่เหม่ยมองดูภายในจวนหากตัดความโบราณออกไปจวนนี้ก็โออ่าไม่น้อย แถมพื้นที่ยังกว้างขวางไม่เหมือนบ้านของเธอที่ภพชาติก่อนแม้ใช้เงินหลายล้านก็ได้พื้นที่เพียงไม่กี่ตารางวา ชิงชิงพานางเดินผ่านเรือนหลังงามหลังแล้วหลังเล่าแต่กลับไม่พานางเข้าไปในเรือนสักที ในที่สุดก็หยุดหน้าเรือนเล็กหลังหนึ่ง
“เข้าไปข้างในเถอะเจ้าค่ะ ข้างนอกอากาศหนาว” สาวใช้เข้ามาพยุงนางเข้าไปในเรือน ทว่าลี่เหม่ยกับยืนแข็งไม่ยอมเข้าไป
“นี่เจ้าพาข้ามาเรือนเก็บของทำไม” สภาพเรือนที่ทั้งเก่าทั้งโทรมต่างจากเรือนด้านหน้าทำให้นางไม่คิดว่าคนที่เป็นถึงเมียท่านแม่ทัพจะพักได้
“เรือนเก็บของที่ไหนกัน นี่เรือนของคุณหนูที่ท่านแม่ทัพจัดให้”
“ทำไมมันเก่าเช่นนี้ หรือว่าฮูหยินเอกไม่ชอบข้า” ลี่เหม่ยหันไปขอคำตอบจากอีกฝ่าย
“ฮูหยินเอกที่ไหนกัน ท่านแม่ทัพยังไม่แต่งฮูหยินเจ้าคะ”
“อ้าว! แล้วเหตุใดข้าได้เป็นแค่เมียรองเล่า” ลี่เหม่ยสงสัยไม่หยุด
“คุณหนูลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ บุตรสาวอนุแต่งได้แค่เมียรองนอกจากฝ่ายสามีจะขอพระราชทานอนุญาตจากฮ่องเต้ อีกอย่างนายท่านก็สร้างความอับอายให้ท่านแม่ทัพขนาดนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตั้งคุณหนูเป็นฮูหยินเอก”
ลี่เหม่ยยังทำท่าจะถามคำถามชิงชิงต่ออีกหลายประโยค จนถูกอีกฝ่ายตัดบท
“เข้าเรือนเถอะเจ้าค่ะ อากาศเย็นมากแล้วเอาไว้สงสัยต่อวันพรุ่งเถอะเจ้าค่ะ”
คืนนี้กลับไร้เงาเจ้าบ่าวในวันเข้าหอ แต่กลับถือเป็นเรื่องดีของลี่เหม่ยที่นางจะได้ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น นางพยายามข่มตาหลับแต่ภาพหญิงชั่วชายเลวที่ทำเรื่องสารเลวลับหลังนางยังโผล่เข้ามาไม่รู้จบ
“ผู้ชายสารเลว!กล้าทรยศความรักของฉันได้ ยังไม่ทันจับมันตอนให้เข็ดหลาบกลับตุยเย่มาเข้าร่างใครที่ไหนก็ไม่รู้ ซวยชะมัดเลย” ลี่เหม่ยนอนฟึดฟัดบนเตียงเพราะไม่พอใจสวรรค์ที่ไม่ยุติธรรม คนเลวยังไม่ถูกลงโทษนางกลับตายอย่างง่ายดาย ไม่นานน้ำใสก็เอ่อล้นออกจากตาคู่งาม ความรู้สึกคิดถึงบ้านในชีวิตนี้ไม่มีครั้งใดมากเท่าครั้งนี้มาก่อน
“ฉันยังไม่ได้บอกลาแม่เลยอะ~ ไหนจะเรื่องทรัพย์สินอีกไม่ใช่ไอ้สารเลวนั่นเอาไปใช้กับหญิงชู้หมดแล้วหรอ ฉันอุตส่าห์เก็บมาเป็นสิบปีแหนะ ฮือฮือ” ลี่เหม่ยสับสนอีกทั้งหวาดกลัวจนมิอาจอดกลั้นความรู้สึกได้ จนต้องร้องไห้ออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ
ด้านนอกเรือนเหยาหมิงที่นั่งบนรถเข็นขมวดคิ้วแน่น คำสบถก่นด่าอีกทั้งตัดพ้อหลายคำเขาฟังไม่ออก แต่คาดเดาจากอารมณ์นางคงกำลังต่อว่าใครสักคนอยู่ และต้องเสียใจกับการสูญเสียบางอย่างแน่
“ท่านแม่ทัพเข้าใจหรือไม่ขอรับว่านางพูดว่าอะไร” เจียหาวที่ปกติจะแยกแยะเสียงและอ่านปากได้เก่งจนทำให้ความลับของเหล่าข้าศึกมิอาจรอดพ้นการวิเคราะห์ของเขาไปได้ แต่ครั้งนี้เขากลับจนปัญญา
“ข้าก็ไม่เข้าใจ สงสัยนางจะเสียสติไปแล้วจริง ๆ “ เหยาหมิงเองไม่อยากใส่ใจสตรีที่ไม่มีประโยชน์ เดิมทีเขาอยากมาดูอาการบาดเจ็บของนางแต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว
“กลับเรือน” เจียหาวเข็นท่านแม่ทัพที่ครั้งหนึ่งเคยองอาจกลับเรือนหลัก
หยามเหม่า พ่อบ้านมาขอพบลี่เหม่ยแต่เช้า จนทำให้ชิงชิงที่เกรงท่านแม่ทัพจะขุ่นเคืองรีบลากลี่เหม่ยมาพบพ่อบ้านต้วน
“ขอโทษเจ้าค่ะพ่อบ้านต้วน ฮูหยินยังบาดเจ็บจากเมื่อวานเลยพักผ่อนมากหน่อย” สาวใช้ข้างกายรีบแก้ต่างให้เจ้านายที่ยังนั่งหาวหวอด
“ฮูหยินรอง นายท่านให้ท่านไปพบเดี๋ยวนี้ขอรับ” เมื่อเจ้านายไม่ชอบพ่อบ้านต้วนจึงไม่คิดให้เกียรติ
“อื่อ ไปสิ” ลี่เหม่ยไม่คิดรีรอรีบลุกขึ้นหวังจะเดินตามพ่อบ้านไป
“ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณหนูยังไม่แต่งกายให้เรียบร้อยเลย” ชิงชิงดึงแขนนางไว้แน่น
“จริงสิ ชุดนี้เชยเกินไปแล้ว” ลี่เหม่ยมองดูสภาพดูไม่ได้ของตัวเอง ก่อนให้พ่อบ้านรั้งรอครู่เดียวแล้วหายตัวเข้าห้องนอนไป
กระจกทองเหลืองตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมเครื่องประดับไม่กี่ชิ้น ดูก็รู้ว่าราคาแสนถูก ลี่เหม่ยมองดูภาพสตรีในกระจกทองเหลืองทว่าภาพนั้นกลับทำให้นางตกใจ
“นี่ข้านี่” ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้าง สตรีนางนี้คือนางจริง ๆ แต่เป็นนางตอนอายุสักยี่สิบเอ็ด ยี่สิบสอง ไม่ใช่ผู้หญิงอายุสามสิบเช่นตอนที่นางตาย
“ก็คุณหนูสิเจ้าคะ” ชิงชิงยังคงปรับตัวให้ชินกับความแปลกประหลาดของคุณหนูไม่ได้
“รีบแต่งกายเถอะเจ้าค่ะ ให้ท่านแม่ทัพรอนานไม่ดีแน่”
“ได้เจ้าไปเอาอาภรณ์ข้ามา ข้าจะใส่เอง” ลี่เหม่ยกำชับสาวใช้ ถึงเวลาที่นางจะต้องดูโดดเด่นในวัยขบเผาะนี่เสียแล้ว ชาติก่อนนางสงวนไว้ให้เพียงแฟนหนุ่มได้ชมความงาม แต่ชาตินี้นางไม่คิดจะสงวนไว้ให้ใคร
ลี่เหม่ยหายเข้าไปหลังม่านไม่กี่อึดใจก็โผล่ออกมา ในแบบที่ทำให้ชิงชิงต้องมองตาค้าง
“ไปกันเถอะ” นางกล่าวพลางเดินนำหน้า
“จะ เจ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกายคล้ายโดนมนต์สะกด เดินแข็งทื่อตามคำสั่งของเจ้านาย
“พ่อบ้านต้วน ข้าพร้อมแล้ว”
พ่อบ้านวัยกลางคนหันมองตามเสียง เพียงครู่กลับต้องก้มหน้าพานางเดินไปยังเรือนหลัก
บรรดาสาวใช้ หรือแม้แต่คนงานในเรือนต่างจ้องมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ลี่เหม่ยกลับโนสนโนแคร์นางรู้ว่าคนพวกนี้กำลังตะลึงในการเปลี่ยนแปลงของฮูหยินท่านแม่ทัพแน่
เรือนรับรอง อาหารถูกเตรียมขึ้นโต๊ะ ขายหนุ่มใบหน้าฟ้าประทานแม้อยู่บนรถเข็นและร่างกายขาวซีดกลับปกปิดความหล่อเหลาของเขาไม่มิด
“ท่านพี่ให้คนหาข้าหรือเจ้าคะ” เสียงหวานแกมออดอ้อนดังขึ้น
เหยาหมิงหันมองตามเสียง แต่เพียงสายตาตกอยู่บนใบหน้างามเขากลับแทบลืมหายใจ ดวงหน้าที่เคยจืดชืดกลับถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างพอดี พวกแก้มชมพูระเรื่อรับกับปากอวบอิ่มสีเดียวกัน ประกอบกับดวงตากลมโตดุจไข่มุกน้ำดีทำผู้คนยากจะไม่หลงใหล ทว่าอาภรณ์ที่นางสวมใส่กลับทำให้บุรุษไม่กล้าจ้องมองได้นาน ชุดสีขาวบริสุทธิ์แต่บางจนทำให้มองเห็นชุดด้านในสีน้ำเงินเข้มแนบเนื้อลาง ๆ จนเหล่าชายหนุ่มยากจะไม่จินตนาการถึงรูปร่างที่ซ่อนอยู่ด้านใน
“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!” ลี่เหม่ยเรียกบุรุษในรถเข็นที่คล้ายจะแข็งเป็นท่อนไม้ไปเสียแล้ว นางรู้สึกว่าเขาจอ้งมองหน้าอกของนางนานเกินไป จนต้องปรบมือเสียงดังไปหนึ่งครั้ง จึงทำให้บุรุษตรงหน้าหลุดจากภวังค์
“นั่นท่าทางอะไรของเจ้า” พอได้สติกลับมาเหยาหมิงก็ปากดีตำหนิลี่เหม่ยในทันที
“ข้าเห็นท่านพี่ลืมหายใจ จึงเรียกสติให้เจ้าค่ะ” ลี่เหม่ยไม่กลัวคำตำหนิเขาเพียงนิด แถมยังเหน็บเขาเจ็บ ๆ ไปทีนึง พร้อมกับแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้กับบุรุษเบื้องหน้า
“นี่! เจ้า...” เหยาหมิงไม่คิดว่าบุตรอนุที่ไม่เคยมีปากมีเสียงจะกล้าโต้แย้งเขาเช่นนี้
หลังจากลี่เหม่ยถูกตั้งให้เป็นฮูหยินแม่ทัพปราบเหนือ ร้านปักผ้าตระกูลไป๋ก็โด่งดังมากขึ้น ด้วยผู้คนต่างอยากได้อาภรณ์แปลกตาจากร้านนาง อีกทั้งเมื่อรู้ว่านางคือฮูหยินแม่ทัพปราบเหนือ ผู้คนต่างอยากผูกมิตรด้วยความสัมพันธ์ของเหยาหมิงกลับราชวงศ์ทำให้หลายคนอยากพึ่งบารมี เหอจือซวินยังคงแวะเวียนมาหาหุ้นส่วนอยู่เช่นเดิม ทว่าทุกครั้งที่เขามากลับต้องมีเหยาหมิงอยู่ด้วยร่ำไป “นี่แม่ทัพเฉิง เมื่อใดท่านจะเลิกให้สายลับติดตามข้า” จือซวินอดทนไม่ไหวอีกต่อไป ตำหนิเหยาหมิงต่อหน้าลี่เหม่ย “ตราบใดที่เจ้ายังมาหาฮูหยินข้า ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาเลิกติดตาม” “แต่ข้าต้องทำการค้า จะไม่มาหานางได้อย่างไร” “เช่นนั้นข้าก็จะตามอยู่เช่นนี้” เหยาหมิงเอ่ยพลางรั้งลี่เหม่ยมานั่งตัก อวดบุรุษที่หลงรักฮูหยินเขาเสียเลย “ท่านพี่ ทำอะไรอายคุณชายเหอ” ลี่เหม่ยตีแขนแกร่งพลางมองเขาอย่างตำหนิ “เหตุใดต้องอาย ข้าจะพลอดรักกับฮูหยินข้า คนที่กล้ามองนั่นสิถึงควรอาย” เหยหามิงจ้องมองจือซวินอย่างถือดี “ช่างเถอะ ช่างเถอะ จากนี้ข้าจะมา
เหยาหมิงวางลี่เหม่ยบนเตียง ดวงตาหยาดเยิ้มจากความเมามายทำให้ใบหน้างามดูยั่วยวนจนเขาแทบอดใจไม่ไหว อาภรณ์สีแดงเข้มบางเบาผิดกับอากาศหนาวเย็นภายนอก ไหล่ขาวโผล่พ้นอาภรณ์ดูวาบหวิวทำแม่ทัพหนุ่มกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง “ข้าต้องการเจ้า” เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ย ใจเขาเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ “ข้าก็ต้องการ” นางตอบเสียงเบา สิ้นเสียงหวานแสนแผ่วเบา จุมพิตอันดูดดื่มก็เริ่มขึ้นเหยาหมิงเหมือนสัตว์ร้ายที่ทนหิวโหยมานาน แรงบดของริมฝีปากบางแทบทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มของนางแหลกสลายลงตรงนั้น ความหวานหอมของปากอิ่มทำให้เขาไม่สามารถอดกลั้นความดิบเถื่อนในร่างกายได้อีก ลิ้นหนาดุนดันให้ริมฝีปากของนางเผยอขึ้น ก่อนจะตวัดปลายลิ้นฉกฉวยความหวานในปากของสตรีใต้ร่าง มือหนาลูบไล้ไปทั่วอาภรณ์ก่อนจะฟอนเฟ้นเข้าไปเหนือเนินอกอวบอิ่ม ใจของบุรุษหนุ่มเต้นแรงเมื่อมือสัมผัสถูกเนื้อสาว เสียงครางในลำคอแกร่งบ่งบอกถึงความพอใจของแม่ทัพปราบเหนืออย่างชัดเจน ยอดดอกบัวแข็งสู้มือเขาอย่างท้าทายจนมิอาจทำให้เขาเบามือกับนางได้ ลี่เหม่ยแทบขาดใจกับการสัมผัสเร่าร้อนของเหยาหมิง นางหอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเ
ยามเหม่า ลี่เหม่ยรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งร่างคล้ายกับคนที่ต้องใช้แรงงานมาเป็นเดือน ๆ โดยมิได้พักผ่อน ก่อนจะปรือตามองไปโดยรอบ สภาพห้องตรงหน้ากลับไม่คุ้นตาเพียงนิด ก่อนภาพงานฉลองเมื่อคืนจะเริ่มเล่นอยู่ในหัว ฉากนางโดนเหยาหมิงป้อนจุมพิตให้ ฉากที่นางสารภาพรัก หรือแม้แต่ฉากร่วมรักนางกลับจดจำได้ทั้งหมด “เวรแล้ว ลี่เหม่ยนะลี่เหม่ย! แกเห็นผู้ชายหล่อหน่อยไม่ได้เลยนะ ละทวยโรยแรงทันทีเล้ย!” ลี่เหม่ยสบถให้ตัวเองก่อนรีบสำรวจอาภรณ์ที่บัดนี้ไม่มีติดร่างแม้เพียงชิ้น “ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมกับอ่างน้ำอุ่นในมือ ลี่เหม่ยแทบหยุดหายใจเมื่อต้องเผชิญกับสายตาของเหยาหมิงในตอนนี้ เมื่อฤทธิ์น้ำเมาหมดไปนางก็เริ่มหน้าบางเขินอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น “จะเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ลี่เหม่ยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาบุรุษตรงหน้า ได้แต่ก้มหน้าแต่งกายอย่างลวก ๆ “จะรีบไปไหน ได้ข้าแล้วคิดจะไม่รับผิดชอบหรือไร” แม่ทัพหนุ่มคว้าเอวบางไปกอดไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาพาดบนไหล่ขาวที่ยังคงเปลือยเปล่าของนาง “ทะท่านทำอะไรน่ะ” นางตกใจจนต
กาสุราพร้อมอาหารหลายสิบอย่างตั้งอยู่ศาลาไม้ริมน้ำ เหยาหมิงนั่งรอสตรีว่าที่อดีตอนุตนพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา “อะแฮ่ม ท่านแม่ทัพ” เสียงหวานน้ำเสียงสดใสดังขึ้น จนแม่ทัพหนุ่มต้องเงยหน้ามอง สตรีในชุดอาภรณ์แดงพลิ้วไหว ตัดกับผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มให้กับเขา “เหตุใดแค่ดื่มฉลองต้องแต่งกายขนาดนี้ คิดยั่วยวนข้าหรือ” เหยาหมิงที่หัวใจเต้นแรงยั่วโมโหอีกฝ่ายแก้อาการเคอะเขิน “ท่านแม่ทัพหลงตัวเองนะเจ้าคะ ข้าแค่แต่งกายฉลองอิสระของข้าต่างหาก” ลี่เหม่ยเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนนั่งลง “เป็นอนุข้า เจ้าขาดอิสระขนาดนั้นเชียว” แววตาเศร้าฉายผ่านแววตาลุ่มลึกของเหยาหมิงครู่หนึ่ง แต่กระนั้นลี่เหม่ยก็ยังสังเกตเห็น “ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เราทั้งสองไม่ได้ตบแต่งกันด้วยความรัก คืนอิสระให้กันก็ดีแล้วมิใช่หรือ” “ได้ เช่นนั้นก็ดื่มเถอะ” เหยาหมิงรินเหล้าให้กับนาง ก่อนส่งสายตาเชิญชวนให้นางดื่ม ลี่เหม่ยมองเหล้าในจอก แม้กลิ่นจะหอมเย้ายวนทว่านางกลับไม่กล้าดื่ม ฝูลี่เหม่ยในโลกก่อนคออ่อนเสียยิ่งกว่าอะไรด
ชุนเหยาไทเฮาดวงตาเข้มขึ้นในทันใด มือขาวผ่องกำแน่นจนขาวซีด พระนางยืนขึ้นได้ไม่มั่นคงด้วยแรงแค้นที่สุมกลางอก ลี่เหม่ยเห็นดังนั้นรีบเข้าประคองไทเฮาในทันที “หวงหลงเหริน! เจ้าช่างบังอาจนัก มันผู้ใดให้ความกล้ากับเจ้า ถึงขั้นกล้าวางยาสังหารน้องสาวข้า!” เสียงพระนางดังลั่น ทำหวงหลงเหรินต้องรีบโขลกศีรษะกับพื้นเย็นด้วยความหวาดกลัว “เหยาหมิงหลานอยากทำอย่างไรกับนางชั่วช้าผู้นี้กัน” ไทเฮาหันมองแม่ทัพหนุ่มที่บัดนี้กำกระบี่ในมือแน่น เสียงกระบี่สั่นจนเกิดเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์เคียดแค้นในตัวบุรุษหนุ่ม “สังหารนางซะ! แล้วลากศพไปทั่วเมืองแล้วค่อยทิ้งไว้หน้าจวนตระกูลหวง” เสียงเยือกเย็นเอื้อนเอ่ย ทำลี่เหม่ยขนลุกกับความโหดเหี้ยมของเฉิงเหยาหมิง “ไม่ได้นะ! ข้าเป็นแม่เล็กเจ้า ข้าเป็นฮูหยินท่านบัณฑิตหวังบิดาเจ้า ข้าเป็นน้องสาวเสนาบดีหวง เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้!” หลงเหรินเงยหน้าขึ้นพลางส่ายไปมา ใบหน้ายังคงขาวซีดน้ำหน้าอาบแก้ม คล้ายคนเสียสติ “เจ้าว่าอย่างไรหวังเทียนเล่ย เจ้าจะยังกล้าออกหน้าปกป้องสตรีที่ทำให้เจ้ากับบุตรชายผิดใจกันหร
งานเลี้ยงต้อนรับราชทูตจบลงในยามเซิ่น ลี่เหม่ยที่ทั้งเหนื่อยทั้งเกร็งวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าขุนนางและจักรพรรดิของแคว้น เมื่อขึ้นรถม้าได้ก็กลับสนิททันที โดยใช้ไหล่ของเหยาหมิงเป็นหมอนรองนอนตลอดทาง แม่ทัพหนุ่มนั่งแข็งทื่อไม่กล้าขยับ หัวใจที่เต้นแรงทำได้เพียงเป่าลมออกจากปากเพื่อคลายความตื่นเต้น รถม้าหยุดนิ่งหน้าจวน ก่อนที่ลี่เหม่ยจะตื่นขึ้นอีกครั้งโดยที่นางยังคงซบอยู่ที่ไหล่ของสามี “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อยมากจึงหลับไม่รู้ตัว” “ไม่เป็นไร วันนี้เจ้าทำได้ดีไม่น้อย ไทเฮาดูพอพระทัยไม่น้อย” เหยาหมิงยิ้มให้กับนาง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเด็กปากร้ายของนางเอ่ยชมทั้งยิ้มให้อีก ลี่เหม่ยจึงวางตัวไม่ถูกชั่วขณะ “ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เอ่ยชม” “เช่นนั้นแผนการหาฆาตกรของเราพระนางจะช่วยหรือไม่” “ไทเฮาทรงช่วยแน่ พระนางเป็นพี่สาวของแม่ข้านี่” “อีกห้าวันส่งราชทูตกลับแคว้นเจ้าก็เริ่มแผนเถอะ” เหยาหมิงฝากความหวังไว้ที่นาง ร้านปักผ้าตระกูลไป๋คึกคักไม่น้อย เมื่อชาวเมืองรู้ว่าฉลองพระองค์ของไทเ







