Share

บทที่ 2.1

last update publish date: 2026-03-23 12:16:52

ท่านหมอมาแล้ว... คนของหัวหน้านายกองผู้นั้นก็ยังเฝ้าอยู่ เยียนหมิงรุ่ยยอมให้ท่านหมอเข้ามาในห้อง ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงมองเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงเลือนรางยิ่ง

ประตูถูกปิดตามหลังท่านหมอ หญิงสาวขยับเข้าไปจนใกล้หมอชรา “ท่านหมอ”

“คุณหนูอาการแย่มากหรือ”

“มิใช่เจ้าค่ะ เป็นเช่นนี้...” สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความลำบากใจ “ท่านหมอ” นางส่งถุงเงินให้ท่านหมอ “ความจริงคุณหนูของข้ามิได้ล้มป่วย เพียงแต่...เพียงแต่นางมีระดู”

นางคล้ายได้ยินเสียงขอบเตียงถูกบีบแตก ดังนั้นจึงส่งเสียงกระแอม หันไปมองเฉียนหยางที่หมุนตัวเดินออกไปจากห้องพร้อมปิดประตูตามหลัง เงาของอีกฝ่ายเดินไปเฝ้าอยู่ข้างหน้า บอกชัดว่าเขาจะไม่ยุ่งกับการเล่นสนุกของนาง

“นางเพิ่งมีระดูดังนั้นจึงไม่อยากขายหน้าต่อหน้าผู้คน ขอท่านหมอเข้าใจด้วย ข้าดูแลคุณหนูเองแต่รบกวนท่านหมอเมื่อออกไปแล้วบอกนายกองว่าคุณหนูของข้าเพียงเหนื่อยเกินไปจากการเดินทาง ท่านเข้าใจใช่หรือไม่เจ้าคะ คุณหนูของข้าค่อนข้าง...ขี้อาย เรื่องนี้...ลำบากใจที่จะให้ผู้อื่นล่วงรู้จริงๆ”

ท่านหมอพยักหน้ามีสีหน้าเข้าอกเข้าใจ “ไม่เป็นไรๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้” เขาโยนถุงเงินในมือเบาๆ น้ำหนักนั้นทำให้เขาพอใจยิ่ง “ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร เจ้าวางใจเถิดดูแลคุณหนูของเจ้าให้ดีก็พอ”

“เช่นนั้นข้าไปส่งท่านหมอกลับ”

“ไม่เป็นไรๆ ข้าไปเองได้เจ้าไม่ต้องไปส่ง คอยดูแลคุณหนูของเจ้าให้ดีก็พอ ให้นางดื่มน้ำแกงซานจากุ้ยจือ เป็นใช้ได้แล้ว”

“ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ”

ตอนท่านหมอจากไปเป็นตอนเดียวกันกับที่เสี่ยวเอ้อนำอาหารเข้ามาส่ง แน่นอนในนั้นยังมีโจ๊กถั่วแดงธัญพืช น้ำแกงเออเจียวไก่ดำ ชิงช่ายผัดน้ำมันงา กับชาเหมยกุยเพื่อลดความสงสัยหากท่านหมอปากมาก...

“พี่ใหญ่เฉียน” นางเรียกคนที่อยู่ด้านนอก หันมาอีกทีคนก็ออกไปแล้วพร้อมประตูที่ปิดสนิท

“เขาไม่หิวหรือไร ข้าตั้งใจจะชวนเขากินข้าวด้วยกัน” นางพึมพำ

หย่าเสียนก้าวลงจากเตียงด้วยใบหน้ามึนตึง เขากระชากชุดสีชมพูโยนไปส่งๆ เดินมานั่งลงที่โต๊ะทั้งที่สวมเพียงชุดสีขาวตัวในของเฉียนหยาง สีหน้าบ่งบอกว่าหากมีใครพูดอะไรบางทีความอดทนของเขาอาจหมดลง

เสี่ยวเหมยยืนตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว

“เอาละ...กินข้าวๆ เสี่ยวเหมยเจ้า...” หญิงสาวรู้ดีว่าไม่ควรล้อเล่นอีก นางหยิบตะเกียบจากนั้นเริ่มกินข้าว เสี่ยวเหมยปราดเข้ามาหมายปรนนิบัติ หญิงสาวตีหลังมืออีกฝ่าย “ไม่ใช่ ข้าจะให้เจ้ากินข้าว นั่งสิ”

เสี่ยวเหมยตัวแข็งทื่อ

“ยังมัวลังเลอะไร ต่างคนต่างหิวและเหนื่อย นั่งลง หยิบตะเกียบ”

เสี่ยวเหมยมองชายหนุ่ม นางหยิบตะเกียบจากนั้นคีบกับข้าวใส่ถ้วยสองสามอย่าง หมุนตัวเดินไปนั่งเงียบๆ ที่มุมห้อง

เยียนหมิงรุ่ยขมวดคิ้วมองตาม ทว่าต่อมาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงกินข้าวเงียบๆ เพราะนางเองก็หิวมาก!!!

ชายหนุ่มหิวมาก… เขาไม่เลือกแม้ว่าอาหารเหล่านี้แฝงนัยเพื่อสตรีที่มีระดูก็ตาม วันนี้ทั้งวันนับตั้งแต่ออกเดินทาง มื้อนี้นับเป็นอาหารมื้อแรกไม่รวมหมั่นโถวสองลูกระหว่างอุดอู้อยู่ในรถม้า ไม่อาจโผล่หน้าออกไปมองนอกม่านรถม้า

ทั้งสอง...กวาดทุกอย่างลงท้อง อาหารเกลี้ยงโต๊ะจึงพอนับว่าวันนี้อยู่รอดแล้วจริงๆ เขากินอิ่มก็ลุกขึ้นจากนั้นเดินไปที่เตียง ทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้อย่างเย็นชา ข้างหลังได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากนั้นตามมาด้วยเสียงลากเก้าอี้ยาวข้างหน้าต่าง เมื่อหันไปมองก็พบว่าสตรีนางนั้นลากเก้าอี้ยาวมาต่อกันเป็นเตียงนอน เห็นนางล้มตัวลงนอน มีสาวใช้คว้าเสื้อคลุมสีดำคลุมให้แทนผ้าห่ม “เอาละข้านอนแล้วเจ้าเองก็รีบพักผ่อนเถิด” นางบอกสาวใช้แล้ว...นางก็หลับไปจริงๆ แบบที่เขาคิดว่าได้ยินเสียงกรนเบาๆ ด้วย!!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.8 จบ

    นางหัวเราะ “แล้วสำเร็จหรือไม่”“สักสองไหได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“น้อยๆ หน่อย ข้ามีเพียงสองไหเท่านั้นเพราะการหมักซับซ้อน ปีหน้าไม่แน่ว่าจะได้มากกว่าสอง”“เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะมารับส่วนแบ่งของกระหม่อมแน่นอน สองไหอย่าลืมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ได้” นางตกลงเซียวจื่ออวี่ยิ้มเขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง “คำไหนคำนั้น!!”“คำไหนคำนั้น!!!” นางมองส่งแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไปด้วยรอยยิ้ม ในใจคลายความกังวลลงในทันที เรื่องในราชสำนักนางตระหนักดีว่าหาความสงบสุขนั้นยาก ยิ่งเป่ยโจวสงบสุขและรุ่งเรืองมากเพียงใด คนในเมืองหลวงก็จะยิ่งจับจ้องมากขึ้นเท่านั้นด้านหลังมีเสียงฝีเท้า “ท่านอ๋อง”“คนจากไปแล้วหรือ”“เพคะ”“ข้ามารับเจ้ากลับเรือน” เสวียนปั๋วหย่ายื่นมือมาให้นางจับ“ทรงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะว่าหม่อมฉันแอบออกมา”“ไม่มีเจ้าเคียงข้าข้าจะวางใจนอนหลับได้อย่างไร”นางยิ้ม “เช่นนั้นดึกมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ พรุ่งนี้ยังมีทหารใหม่ที่ต้องฝึก”“เจ้าเองก็อย่าหักโหม หากมีอาการแพ้จะต้องรีบพัก”“เพคะหม่อมฉันจะไม่หักโหม แล้วนี่ท่านพ่อส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เพคะ”“อืม หยวนซื่อโหวไม่ได้เขียนเป็นจดหมายเพราะเกรงจะถูกติดตาม เขาส่งคนมาเมื

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.7

    “แล้วเพราะอะไรทรงเกิดความขัดแย้งในพระทัย”“เพราะวันนั้น...อยู่ๆ เสด็จพ่อก็มีราชโองการบังคับให้รุ่ยรุ่ยเป็นเช่อเฟยของข้า นับตั้งแต่พบและนางพาข้าเข้ามาถึงเมืองหลวง ข้าไม่เคยบีบบังคับนาง ไม่เคยมีความคิดนั้น ในใจของข้าถึงขั้นเคยคิดที่จะช่วยนางก่อเรื่อง ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ข้าพร้อมจะช่วยนางเต็มที่ ข้าทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ แต่เพราะตัวข้าเองกลับทำให้นางต้องยอมจำนน”เซียวจื่ออวี่ถอนหายใจ“เจ้าอาจมองว่าข้าโง่งม เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ข้ากลับทำลายทุกอย่าง แต่ว่าเซียวจื่ออวี่ นางเป็นสตรีที่ข้ารัก ชั่วชีวิตข้าต้องการสิ่งเดียวและเป็นสิ่งแรก นั่นก็คือมีนางอยู่เคียงข้าง”“แล้วตอนนี้ท่านอ๋อง...มีความสุขหรือไม่”“ข้ามีความสุขมาก ข้ามีทุกอย่างที่ใจของข้าปรารถนาแล้วที่เป่ยโจว”“นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่กระหม่อมมาเพื่อฟังด้วยตัวเอง” เซียวจื่ออวี่ยิ้มตอนนั้นเองที่หม่าเหอขยับเดินเข้ามาใกล้ เขามองเสวียนปั๋วหย่าที่กระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาคนสนิทด้วยใบหน้ากังวลตอนนั้นเขาเองก็เคร่งเครียดเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เพียงแต่...หลังได้รับการบอกประโยคเดียว สีหน้าของเสวียนปั๋วหย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.6

    “ตื่นแล้ว” เขาประคองตัวลุกขึ้นนั่ง “เจ้าได้พักบ้างหรือไม่”“หม่อมฉันไม่เหนื่อย รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ”“เหมือนกำลังฝัน”นางหัวเราะขยับเข้าไปหาเขา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ดีขึ้นแล้วหรือยังเพคะ”เขากะพริบตา นางยื่นหน้าเข้าไปอีก จุมพิตนานอีกนิด “แล้วเช่นนี้...”“เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย”นางมองเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยังขยับเข้าไปอีก ครั้งนี้เขาตรึงศีรษะนางเอาไว้ จุมพิตกอดเกี่ยวเนิ่นนาน... ทั้งสองหอบหายใจตอนเขาปล่อย เสวียนปั๋วหย่ากอดนางพร้อมลูบหลังและเกยคางลงไปบนไหล่หญิงสาว “รุ่ยรุ่ย”“เพคะ”“ข้ารักเจ้า”นางยิ้ม “จะแข่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ”“วันนี้ข้าเป็นฝ่ายพูดก่อน” เขาโยกตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ กอดนางแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถึงไหลโจวแล้วจะต้องไหว้ฟ้าดินก่อนเป็นเรื่องแรก พวกเราแต่งงานตามประเพณีไหลโจวดีหรือไม่ กลับมาค่อยไหว้ฟ้าดินแบบต้าฉี”“แต่งงานสองครั้งหรือเพคะ”“ใช่แล้ว ครั้งเดียวจะไปพออะไร รู้หรือไม่ว่าข้าสิ้นหวังเพียงใด”นางยิ้มลูบหลังเขา “ดีขึ้นหรือยังเพคะ”“ดีขึ้นเล็กน้อย” นางกอดแน่นขึ้นอีกนิด “ดีขึ้นมาก”“กอดแน่นกว่านี้ก็เจ็บแล้วเพคะ แผลที่หลังยังไม่ดีขึ้นเลย” หญิงสาวดันตัวออ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.5

    นางมองเขาจากนั้นถอนหายใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดีไปหาท่านหรือไม่”“อืม ครั้งหนึ่งหลังโดนโบย ทำไมหรือ”“เขาพูดอะไรกับท่านหรือไม่”เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บอกว่าให้ข้าทำหน้าที่ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นเข้าจัดการให้แล้ว”นางพลันเข้าใจ...ที่แท้ท่านตาของนางก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ เพียงแต่...ไม่ใช่เป็นการขัดราชโองการหรือ?!ด้านนอกมีเสียงฝีเท้ามาหยุด “ท่านหญิงสวี่เยียน องค์ชายหก หากสนทนากันจบแล้วก็ออกมารับราชโองการเถิด”“ราชโองการ?!” นางเบิกตาทว่าก็เดินออกไปดู “กงกงเจ้าคะ องค์ชายหกทรง...”“ข้าลุกได้” เขาลุกได้แต่ก็ทุลักทุเลมาก“ด้วยเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ องค์ชายหกต้องเดินทางไปไกลถึงไหลโจวเพื่อทำหน้าที่ทูตแห่งไมตรี บัดนี้ท่านหญิงสวี่เยียนเองก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ด้วยนิสัยอันโอบอ้อมเฉลียวฉลาด หากเดินทางไปกับคณะทูตจะต้องทำประโยชน์ได้มากล้น แม้ยังไม่ได้พระราชสมรส แต่ทรงเมตตาแต่งตั้งท่านหญิงสวี่เยียนให้เป็นชายาองค์ชายหก มอบตราประจำตัวชายาองค์ชายหกทันที ขอให้ทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้าง ครองรักยืนยาวมั่นคง จบราชโองการ”เยียนหมิงรุ่ย...พูดไม่ออก นางรับราชโองการเสียงเบา ส่วนเสวียนปั๋วหย่ายื่นสองมือออก

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.4

    “ไม่ปิดห้องพักจะพอหรือ คนของเราทั้งขบวนก็เต็มโรงเตี๊ยมแล้ว”นางขมวดคิ้วเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่มาก มองโรงเก็บม้าด้านหลังที่มีม้าเรียงราย ด้านหลังคล้ายมีคนแต่ดูไม่เหมือนเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม “ศิษย์พี่สิบเจ็ด ไม่ใช่ว่าท่านหลอกข้า พวกท่านคิดจะลักพาตัวข้ากลับแดนเหนือหรือ ท่านบอกข้ามานะ นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวใช่หรือไม่”เขาถลึงตาให้นาง “เจ้าจินตนาการให้มันน้อยๆ หน่อย ราชโองการเลยนะ ข้าจะหาเรื่องเดือดร้อนให้บิดาเจ้าเลยหรือ อย่าลืมว่าเขายังเป็นท่านโหวอยู่ อีกอย่างเขาเองก็กำลังเดินทางไปไหลโจวหากไม่ระวังยังไงก็ยังถูกสั่งประหารได้อยู่ดี”ก็จริง...นางมองไปรอบๆ ยังไงก็ยังรู้สึกแปลก“ไปพักได้แล้ว เสี่ยวเหมยพานายของเจ้าไปห้องพัก”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเหมยเข้ามาประคองนางให้ออกเดิน “ไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวเหมยเจ้าว่ามันแปลกๆ หรือไม่”“แปลกตรงไหนเจ้าคะ”“ที่นี่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวจริงหรือ”“คุณหนูข้าน้อยเองก็เดินทางไม่บ่อยเหมือนท่าน อีกอย่างนายท่านเฟิงจะหลอกท่านทำไมเจ้าคะ”“ก็ถูกของเจ้า” นางเดินเข้าไปในห้อง ทว่ามารู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวเหมยปิดประตู “เจ้าทำอะไร!?”“คุณหนูท่านรอข้าน้อยในห้องนะ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.3

    นางมีของให้เก็บไม่มาก ในเมื่อฮ่องเต้เตรียมการให้นางแล้ว แถมยังให้นางออกเดินทางทันทีหลังรับราชโองการจบ “ข้าจะกลับพร้อมพี่รุ่ยรุ่ย ข้าเองก็ไม่มีของให้เก็บมากนัก ข้าปล่อยท่านเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ได้”“ข้าเองก็จะไปส่งข่าว” หงฉินรีบปราดออกไปจากจวน คิดว่าคงไปบอกท่านปู่ของนางเยียนหมิงรุ่ย...หลับตาน้ำตาหลั่งริน จนถึงที่สุดแล้วเสวียนปั๋วหย่าก็ยังช่วยนางจนถึงที่สุด แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่ต้องถูกลงโทษ ไม่โดนระลอกคลื่นซัดสาด ไม่ต้องทานทนกับความพิโรธของโอรสสวรรค์“อยากพบเขาเหลือเกิน...อย่างน้อยก็บอกลา แต่ว่า...” สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หญิงสาวยิ้มมองไปรอบๆ เรือน “ลาก่อน...เมืองหลวง”เพราะการออกเดินทางฉุกละหุกยิ่ง กว่าขบวนเดินทางจะออกมาถึงกำแพงเมืองหลวงก็ล่วงเข้ายามโหย่ว[1] ที่นั่น...ท่านตาอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาออกมาส่งนาง แม้แต่เจี่ยงฝูชางเองก็มา“ฉุกละหุกนักแต่ท่านตาก็มา ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอัครมหาเสนาบดีชราส่งขวดบางอย่างให้นางสองขวด “นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เจ้าเก็บเอาไว้ ส่วนนี่เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ในยามที่เจ้าเสียเลือดมาก ยานี่ล้ำค่ามากหาไม่ได้อีกแล้วในเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 2.2

    เขา...มองหญิงสาวที่นอนหงายกอดเสื้อคลุม ข้างๆ มีสาวใช้นั่งอยู่บนพื้นพิงหลังกับผนังหลับตาเยียนหมิงรุ่ยที่เขาเคยได้ยิน ดูไม่คล้ายกับตัวจริงที่เขาได้พบ ชื่อเสียงของนางลือกันว่าเป็นคนเอาแต่ใจร้ายกาจเพราะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก ในจวนนางอยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากรังแกใครก็ไม่มีใครกล้าห้าม กล้าดุด่าหรือตำหนิใ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.8

    ป้อมเป่ยอวี้เป็นเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ไม่ว่าผู้ใดจะเดินทางเข้าเมืองหลวงหากไม่ต้องการข้ามเขาสูงชัน ล้วนต้องเดินทางผ่านป้อมประตูนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ช่องเขาเป็นดังปราการ ป้อมเป่ยอวี้เต็มไปด้วยการตรวจตราที่เข้มงวด ขบวนเดินทางถูกตรวจสอบไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องลงจากรถม้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนย

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.7

    “ข้าขอสนทนากับพี่ใหญ่เฉียนสักครู่”เฉียนหยางรอจนทั้งสองเดินออกมาห่างจากกองไฟไกลพอสมควร “ท่านคิดจะทำอะไร”“หาพันธมิตร”“ดูก็รู้ว่าพวกเขาเป็นตัวปัญหา”“ไม่หรอกหากเรารู้จักใช้คน อีกอย่าง...” นางมองเขาด้วยท่าทีลังเล “ท่านคิดว่าจะช่วยคุ้มกันข้ากับเขาเข้าเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัยหรือไม่”“หมายความว่าอย่าง

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.6

    “งีบไปครู่หนึ่ง พวกเขาจากไปตอนย่ำรุ่ง ตอนนี้นับว่าพวกเราไม่ถูกจับตามองแล้ว”นางพยักหน้า “ท่านไปล้างหน้าสิ มื้อเช้าพร้อมแล้วอีกครู่พวกเราค่อยออกเดินทาง”คล้อยหลังเฉียนหยางเดินไปลำธารเพียงครู่ เยียนหมิงรุ่ยกลับได้ยินเสียงฝีเท้า... นางเหลือบมองไปยังริมลำธารพบว่าเฉียนหยางหายไปแล้ว หญิงสาวไม่ได้มองไปด้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status