เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!

เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!

last updateLast Updated : 2026-03-28
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 ratings. 3 reviews
54Chapters
7.8Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

รุ่ยรุ่ย หญิงสาวที่ตื่นขึ้นมายังโลกแห่งอดีต พร้อมแพรขาวยามสามฉื่อที่คอ ระหว่างเดินทางไปยังเมืองหลวง เพราะบังเอิญช่วยชายหนุ่มหน้าตาดีเอาไว้ พร้อมลอบช่วยให้เขากลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัย นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนทำให้แผนการของนางเกิดความเปลี่ยนแปลง เปิดฉากแรกในการกลับเมืองหลวง ในงานเลี้ยงหรูหรานางตบหน้าน้องสาวต่างมารดา ทวงชื่อเสียงที่ถูกอีกฝ่ายกับมารดาใส่ร้ายกลับคืนมา!!! จากนั้นตามมาด้วยการถอนหมั้นเอย ทวงสินเดิมเอย งานเดียวชื่อเสียงโด่งดังทั่วหล้าไม่เกินจริง!!! ใช่แล้ว...นางมิใช่สตรีที่เอาแต่โง่งมยอมให้ผู้อื่นหลอกอีกต่อไป เพราะคติประจำใจของนางในการกลับเมืองหลวงครั้งนี้ก็คือ ...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!!!

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1

ความตาย...คือจุดสิ้นสุดจริงหรือ

          มีใครที่ตายแล้วฟื้นจากนั้นกลับมาบอกต่อบ้าง แล้วเรื่องที่คนคนนั้นบอกเชื่อถือได้มากเพียงใด แล้วความตายที่คนคนนั้นกลับมาบอกต่อ มันคือความตายอันเป็นนิรันดร์ หรือเป็นเพียงแค่สติที่เลือนรางนำพาให้เกิดจินตนาการ

          ไม่มีใครบอกได้ว่าความตายเป็นยังไง คือจุดสิ้นสุดจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง จากนั้นจึงมีจุดเริ่มต้นของอีกส่งหนึ่งรออยู่ จากนั้นก็สิ้นสุดและเริ่มต้นอีกครั้ง เพียงแต่ระหว่างจุดสิ้นสุดหนึ่งไปยังจุดเริ่มต้นใหม่ มันเกิดการลบเลือนของความทรงจำ

          ใช่แล้ว ไม่มีใครบอกได้หรอกจนกว่าจะได้พานพบกับคำตอบด้วยตัวเอง

          ไม่รู้ว่าความตายของผู้อื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับเยียนหมิงรุ่ย มันคือการเริ่มต้นที่เหมือนเป็นจุดจบ ชีวิตที่เริ่มจากคนตัวคนเดียว ทำงานงกๆ ตอนเช้า ตกเย็นกลับบ้านนอนหลับเป็นตาย เช้ามาไปทำงาน จากนั้นชีวิตก็วนลูปเดิมๆ ไม่มีสีสันอะไรให้ตื่นเต้น

          มีอยู่วันหนึ่งลูปนั้นก็มีอันจบลง หลังขึ้นรถเมล์แล้วภาพตัดเพราะอุบัติเหตุ ลืมตาขึ้นมาอีกก็พบว่าตัวเองนอนหงายอยู่บนพื้นห้อง ไม่พอลำคอเจ็บร้าวมีผ้าขาวยาวสามฉื่อพันรอบ

          สำหรับคนอื่นอาจคิดว่านี่เป็นการยืมร่างคืนวิญญาณ หรือการเข้าสิงร่างของคนที่ไม่ใช่เจ้าของร่าง เป็นการตายแล้วฟื้น หรือการย้อนอดีต แต่กับเยียนหมิงรุ่ย นี่คือการกลับชาติมาเกิดใหม่โดยแท้!!!

การเกิดใหม่ของหญิงสาวมันฟังดูเหลือเชื่อ มากกว่าความน่าเหลือเชื่อก็คือ ความทรงจำล้วนอยู่ครบทั้งชาตินี้ ชาติที่แล้ว หรือแม้กระทั่งชาติหน้าที่เป็นยุคปัจจุบัน ใครๆ เขาก็บอกว่าความตายก็คือความว่างเปล่า แต่เยียนหมิงรุ่ยแตกต่างเพราะจากปัจจุบันย้อนสู่อดีต ความทรงจำที่มีล้วนอยู่ครบถ้วน!!!

นี่คือการเกิดใหม่ในร่างเดิม แถมยังเป็นร่างที่อยู่ในยุคอดีตที่ถูกรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เยียนหมิงรุ่ยที่ไม่สู้คนโดนข่มเหงสารพัดทว่าไม่เคยปริปาก ไม่เคยลุกขึ้นสู้ ตอนนี้ในร่างกลับมีเยียนหมิงรุ่ยจากยุคปัจจุบันที่ปากกัดตีนถีบ พร้อมบวกไม่ว่ากับใครและในสถานการณ์ใด!!!

โลกแห่งอดีตเอ๋ย...รุ่ยรุ่ยคนนี้มาแล้ว! ใครที่เคยทำอะไรเอาไว้กับนาง หวังว่าคนเหล่านั้นจะเตรียมพร้อมรับมือให้ดี!!!

“คุณหนู!!!” เสี่ยวเหมยวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าขาวซีด “ท่าน...”

นางหัวเราะเสียงเย็นปลดผ้าขาวออกจากลำคอ เงยหน้าขึ้นมองคานสูงในห้อง เก้าอี้ที่ล้มลง และลำคอที่เจ็บร้าว ไม่รู้ว่านี่เป็นโชคชะตาหรือสวรรค์เมตตาให้กลับมาแก้ไข ตอนนี้เยียนหมิงรุ่ยในยุคปัจจุบันสิ้นใจ แต่เยียนหมิงรุ่ยในยุคอดีตกลับรอดตายเพราะเงื่อนของผ้าขาวไม่แน่นพอ

เสี่ยวเหมยมองผู้เป็นนายราวกับมองคนแปลกหน้า “คุณหนูเจ้าคะ ท่านทำให้ข้าน้อยกลัว...”

นางลุกขึ้นยืนเดินไปรินชาอุ่นๆ จิบได้เพียงเล็กน้อยเพราะลำคอเจ็บร้าว “เจ้า...ไปฝนหมึก ข้าจะเขียนจดหมาย”

“จะ...จดหมายหรือเจ้าคะ?”

“ใช่แล้ว จดหมาย ข้าจะส่งจดหมายถึงท่านปู่”

“ตะ...แต่ว่าคุณหนู ท่าน...ท่านเคย... เคยบอกว่าจะไม่นับญาติกับชาวยุทธ์”

เยียนหมิงรุ่ยยิ้มเย็น “ใช่ข้าเคยพูด ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” มองไปรอบๆ เรือนที่เย็นเยียบ ความเงียบงันทำให้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวัง มองมือของตัวเองที่ขาวซีดนางหยิบพู่กันขึ้นมาจากนั้นเริ่มเขียนจดหมายถึงท่านปู่

เดิมที...บิดาของไม่ใช่ชนชั้นสูง ทั้งยังไม่ใช่ทายาทของขุนนาง หลังจากเคยช่วยอดีตฮ่องเต้เอาไว้ จากนั้นจึงได้เข้าร่วมกองทัพมีความดีความชอบ กระทั่งหลังจากแต่งงานกับมารดาที่เป็นบุตรสาวนอกสมรสของอัครมหาเสนาบดีแคว้นต้าฉี เพราะมีความรู้ความสามารถและมีความดีความชอบ ฮ่องเต้ทรงโปรดแต่งตั้งให้เขาหยวนซื่อโหว เป็นแม่ทัพที่มีกำลังพลรั้งอยู่ที่เมืองเป่ยโจว

บิดาของนาง...ย้ายเข้าเมืองหลวงต้าฉี เดิมทีนางควรย้ายตามไปเมื่อครึ่งเดือนที่แล้วทว่าเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน และเรื่องนี้ก็ทำให้นางถึงขั้นตัดสินใจพาดผ้าขาวยาวสามฉื่อขึ้นไปบนคาน...

มองออกไปข้างนอกบ่าวไพร่ในเรือนเดินสวนกันไปมา หากไม่สังเกตจะไม่รู้เลยว่ามีคนคุ้มกันเรือนนี้แน่นหนาเพียงใด คนนอกอาจเข้าใจว่าคนคุ้มกันเรือนนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของหญิงสาว เยียนหมิงรุ่ยเคยโง่งมและคิดเช่นนั้น กระทั่งตอนนี้จึงเข้าใจว่าตัวนางเองถูกกักบริเวณ!!!

“เจ้าทำเหมือนทุกวัน บอกพวกเขาว่าจะออกไปซื้อของกินให้ข้า บอกว่าข้าเบื่ออาหารไม่ยอมกินอะไร จากนั้นลอบส่งจดหมายสองฉบับนี้ออกไป ฉบับแรกส่งไปที่แดนเหนือให้ท่านปู่ ฉบับนี้ส่งไปที่...จวนว่าการ”

“จวนว่าการหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเหมยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Nattery
Nattery
สนุก แต่งดี ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-08-25 11:56:02
1
0
Boontong Kaesornpan
Boontong Kaesornpan
ดีอีกแล้ว นางเอก สู้คนมากกกกกก เฉียบ รักกันแบบละมุนตุ้น จบดี ไม่ยืด
2026-07-08 02:17:23
1
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้สนุกดีค่ะ ไม่ยืดเยื้อดี จบดี ดราม่าไม่เยอะ
2026-05-03 17:40:33
1
0
54 Chapters
บทที่ 1.1
ความตาย...คือจุดสิ้นสุดจริงหรือ มีใครที่ตายแล้วฟื้นจากนั้นกลับมาบอกต่อบ้าง แล้วเรื่องที่คนคนนั้นบอกเชื่อถือได้มากเพียงใด แล้วความตายที่คนคนนั้นกลับมาบอกต่อ มันคือความตายอันเป็นนิรันดร์ หรือเป็นเพียงแค่สติที่เลือนรางนำพาให้เกิดจินตนาการ ไม่มีใครบอกได้ว่าความตายเป็นยังไง คือจุดสิ้นสุดจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง จากนั้นจึงมีจุดเริ่มต้นของอีกส่งหนึ่งรออยู่ จากนั้นก็สิ้นสุดและเริ่มต้นอีกครั้ง เพียงแต่ระหว่างจุดสิ้นสุดหนึ่งไปยังจุดเริ่มต้นใหม่ มันเกิดการลบเลือนของความทรงจำ ใช่แล้ว ไม่มีใครบอกได้หรอกจนกว่าจะได้พานพบกับคำตอบด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าความตายของผู้อื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับเยียนหมิงรุ่ย มันคือการเริ่มต้นที่เหมือนเป็นจุดจบ ชีวิตที่เริ่มจากคนตัวคนเดียว ทำงานงกๆ ตอนเช้า ตกเย็นกลับบ้านนอนหลับเป็นตาย เช้ามาไปทำงาน จากนั้นชีวิตก็วนลูปเดิมๆ ไม่มีสีสันอะไรให้ตื่นเต้น มีอยู่วันหนึ่งลูปนั้นก็มีอันจบลง หลังขึ้นรถเมล์แล้วภาพตัดเพราะอุบัติเหตุ ลืมตาขึ้นมาอีกก็พบว่าตัวเองนอนหงายอยู่บนพื้นห้อง ไม่พอลำคอเจ็บร้าวมีผ้าขาวยาวสามฉื่อพันรอ
Read more
บทที่ 1.2
เยียนหมิงรุ่ยยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง “ระวังด้วยเล่าอย่าให้ผู้ใดสังเกตเห็น หากมีคนสะกดรอยก็รีบสลัดให้หลุด ระวังตัวด้วย”“จะ...เจ้าค่ะ”นางจิบชาจากนั้นลูบลงไปบนลำคอ เยียนหมิงรุ่ยคนก่อนอาจหัวอ่อนว่าง่ายและไม่สู้คน ทว่าหลังผ่านสมรภูมิจากยุคปัจจุบันมาแล้ว เยียนหมิงรุ่ยคนนี้กลับไม่มีอะไรให้ต้องกลัว!!“เมืองหลวง? จะน่ากลัวแค่ไหนกัน”ในเรือน...เย็นเยียบทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ ไม่มีถ่านไฟให้ความอบอุ่น ชาที่มีก็เป็นชาชั้นเลวกลิ่นอับแถมรสชาติขมฝาด เสื้อผ้าของนางถูกสับเปลี่ยน เครื่องประดับเหลือไม่กี่ชิ้น อาหารได้กินเพียงสองมื้อทั้งยังเป็นของเหลือที่เย็นชืดหลังเสี่ยวเหมยกลับมาก็ถูกพ่อบ้านเรียกไปลงโทษโดยไม่ทราบสาเหตุ หญิงสาวเดินออกไปจากตรงไปยังกลางลาน มองเสี่ยวเหมยที่ถูกโบยไปแล้วสามไม้ นางตวัดมือตบหน้าพ่อบ้าน “ข้ายังไม่ตายเจ้าที่เป็นพ่อบ้านกลับกล้าลงโทษคนของข้า?!”พ่อบ้านโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ เขาตวัดมือตบนางอย่างแรงจนนางเซล้มไปด้านข้าง และ...ละครฉากนั้นเองที่มือปราบของจวนว่าการเดินเข้ามาเห็น!!!“มือปราบเฉียนท่านมาได้อย่างไรขอรับ!” พ่อบ้านปราดเข้าไปประคองสองมือคำนับอีกฝ่าย“ข้าได้รับจดหมายร้องเรียนจา
Read more
บทที่ 1.3
เขาขมวดคิ้วแน่น “ดีร้ายอย่างไรข้าเองก็เป็นบิดาของบุตรสาวสามคน จะมีบิดาที่ปล่อยให้บุตรสาวตายไปต่อหน้าต่อตาจริงๆ หรือ ข้าน้อยยังคงไม่เชื่อ ท่านโหวเคยช่วยชีวิตข้าน้อยเอาไว้ เขาดูเป็นคนดีมีคุณธรรม แม้จะบอกว่าเพื่อชื่อเสียงของจวนโหว แม้จะบอกว่าคุณหนูใหญ่จะทำให้จวนโหวแปดเปื้อน แต่การสั่งให้บ่าวไพร่ในจวนละเลย สั่งให้บ่าวไพร่มอบแพรขาวสามฉื่อ...” เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขารู้จักจะทำเช่นนี้เหออวิ๋นลังเล “หรือ...จะเป็นฝีมือของโหวฮูหยิน?”เฉียนหยางเองก็คิดเช่นนั้น “ข้าน้อยเคยได้ยินมาว่าท่านโหวเคยหมั้นหมายกับนางมาก่อน เพียงแต่ตอนนั้นฝ่าบาททรงพระราชทานสมรส โหวฮูหยินตอนนั้นจึงกลายเป็นอนุจวนโหว หลังโหวฮูหยินคนก่อนที่เป็นมารดาของคุณหนูใหญ่สิ้นใจนางจึงได้ขยับขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก ตอนท่านโหวย้ายไปเพียงลำพังข้าน้อยก็เป็นว่าแปลก นางจะไม่อยากไปพร้อมท่านโหวได้อย่างไรทั้งที่อยู่ที่นี่นางก็วางตัวเป็นนายหญิงของจวนตั้งแต่วันแรกที่อดีตฮูหยินจวนโหวสิ้นใจด้วยซ้ำ เรื่องที่เกิดขึ้นจนทายชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยว่าอย่างไรก็น่าสงสัย”เหออวิ๋นเลิกคิ้ว “อะไรน่าสงสัย”“ข้าน้อยรู้มาว่าคุณหนูใหญ่หมั้นหมายกับคุณชายจวน
Read more
บทที่ 1.4
“แต่ข้าว่าจริงนะ อนุที่ว่าก็ฮูหยินท่านโหวคนปัจจุบันมิใช่หรือ ได้ยินมาว่านางรักกับท่านโหวมาก่อน แต่เพราะสมรสพระราชทานทำให้นางกลายเป็นอนุอย่างจำยอม ตอนนั้นมารดาของคุณหนูใหญ่สิ้นใจนางอาละวาดท่านโหวเพราะเลื่อนสตรีอื่นขึ้นมาแทนที่มารดา ตอนนั้นถึงขั้นเกิดเรื่องแท้งบุตร”“ได้ยินมาว่านางเอาแต่ใจร้ายกาจที่สุดแถมยังชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ข่าวว่าเสื้อผ้าของนางต้องตัดจากแพรพรรณพระราชทานเท่านั้น เครื่องประดับก็ต้องเป็นหยกบริสุทธิ์ แถมอาหารสามมื้อยังต้องทำสดใหม่หากส่งมาแล้วเย็นชืดนางก็สั่งลงโทษคนในเรือนครัวทันที ชุดของนางหากเกิดรอยเปื้อนเล็กน้อยนางจะสั่งให้คนนำไปทิ้งทันทีไม่ว่าจะแพงหรือสูงค่าเพียงใด แถมหลังจากนั้นไม่ว่าอยู่ที่ใดนางจะกลับไปอาบน้ำแล้วลงโทษสาวใช้”“จริงหรือ”“ข้าว่านางดูไม่เหมือนสตรีเช่นนั้น”“ไม่เหมือน?”“หากนางเป็นเช่นนั้น วันนี้คงรั้งอยู่ค้างแรมที่นี่ เดินทางต่อเกรงว่าคงพลบค่ำระหว่างทาง ถนนสายนี้ไม่มีที่พัก ไม่มีโรงเตี๊ยมจนกว่าจะถึงสามพันลี้ นางพักที่นี่มีคนทั้งป้อมคุ้มกัน มีอาหาร มีที่นอน แต่นี่นางบอกว่าไม่รบกวนนานนักแล้วจากไป อีกอย่าง...นางดูไม่เหมือนคุณหนูที่เอาแต่อยู่กับความสะดวกส
Read more
บทที่ 1.5
นางมองเขาจากนั้นส่ายหน้า “ข้าไม่ได้เสียใจ เพียงกำลังสังหรณ์ใจว่าชีวิตของสตรีชนชั้นสูงของแคว้นต้าฉี อาจไม่แตกต่างจากที่ข้าได้ยินมา”“แล้วคุณหนู... ท่านได้ยินเรื่องใดมาบ้างเล่า”“มากมายทีเดียว” นางถอนหายใจ หากกล่าวถึงอดีตเยียนหมิงรุ่ยไม่เก่งเรื่องออกงาน ขี้ขลาด ขี้อาย สนทนาไม่เก่ง หากกล่าวถึงยุคปัจจุบันประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ชัดเจน ชีวิตของสตรีในเรือนหลังล้วนแล้วแต่น่าเศร้า หากไม่ถูกใช้เป็นบันไดสู่อำนาจ ก็มักถูกใช้เป็นหมากในกระดานการเมือง ไม่มีสิทธิ์พูด ไม่เคยได้ตัดสินใจ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดเพื่อตัวเอง ยิ่งฐานะสูงส่งก็ยิ่งพ่วงมากับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องระวัง แต่ละก้าวที่เดิน แต่ละเรื่องที่ต้องตัดสินใจนาง...อาจอยู่อย่างสงบสุขในเป่ยโจว ปล่อยให้ชื่อเสียงฉาวโฉ่นั้นกลายเป็นเรื่องของคนอื่น ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนถูกกระทำนางยอมรับไม่ได้ ในใจคิดว่าอย่างไรก็ต้องสะสาง!!!การเดินทางอันยาวนานทว่าก็ไม่ได้เร่งรีบ ตลอดทางรวบรวมข่าวสาร สะสมเสบียง วางแผน รวมไปถึงสืบข่าวจากทั่วสารทิศ ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง เมืองอื่น กระทั่งเรื่องที่ชายแดนนางกับเฉียนหยางก็ยังรับรู้เฉียนหยางมอง
Read more
บทที่ 1.6
“งีบไปครู่หนึ่ง พวกเขาจากไปตอนย่ำรุ่ง ตอนนี้นับว่าพวกเราไม่ถูกจับตามองแล้ว”นางพยักหน้า “ท่านไปล้างหน้าสิ มื้อเช้าพร้อมแล้วอีกครู่พวกเราค่อยออกเดินทาง”คล้อยหลังเฉียนหยางเดินไปลำธารเพียงครู่ เยียนหมิงรุ่ยกลับได้ยินเสียงฝีเท้า... นางเหลือบมองไปยังริมลำธารพบว่าเฉียนหยางหายไปแล้ว หญิงสาวไม่ได้มองไปด้านหลังนางกุมมือเสี่ยวเหมยไม่ให้ตื่นตระหนก เพียงทำตัวตามปกตินั่งย่างแผ่นแป้งไปเงียบๆ กระทั่งเสียงของเฉียนหยางดังขึ้นไม่ไกล “ไปเสียตอนนี้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่”“เราไม่ได้คิดร้าย เพียง...มีข้อเสนอ”หญิงสาวลุกขึ้นหันไปมองผู้มาใหม่ เป็นชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาว ใบหน้าของเขาซีดขาวเล็กน้อย อีกคนสวมชุดสีน้ำเงินเข้มข้างเอวห้อยดาบโค้งพระจันทร์ สภาพของทั้งสองอิดโรยเหน็ดเหนื่อย“พี่ใหญ่เฉียน พวกเราก็...ให้การต้อนรับผู้มาเยือนสักหน่อยเถิด” นางกล่าวจากนั้นมองไปยังบุรุษสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะ “พวกท่านหิวหรือไม่ ข้ามีน้ำและอาหาร หากไม่รังเกียจก็เชิญเถิด” ยิ่งเข้ามาใกล้นางก็ยิ่งสังเกตเห็นถึงความแตกต่าง คนหนึ่งน่าจะเป็นคนคุ้มกัน อีกคนน่าจะเป็นนาย...บุรุษสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีข
Read more
บทที่ 1.7
“ข้าขอสนทนากับพี่ใหญ่เฉียนสักครู่”เฉียนหยางรอจนทั้งสองเดินออกมาห่างจากกองไฟไกลพอสมควร “ท่านคิดจะทำอะไร”“หาพันธมิตร”“ดูก็รู้ว่าพวกเขาเป็นตัวปัญหา”“ไม่หรอกหากเรารู้จักใช้คน อีกอย่าง...” นางมองเขาด้วยท่าทีลังเล “ท่านคิดว่าจะช่วยคุ้มกันข้ากับเขาเข้าเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัยหรือไม่”“หมายความว่าอย่างไรท่านกับเขา อีกคนเล่า”“อันตรายเกินไป ต้องให้แยกไปต่างหาก จะซ่อนคนก็ต้องซ่อนให้มิดชิด หากท่านเห็นด้วยข้า...นับว่าติดค้างท่านหนึ่งคำขอ ไม่ว่าบุกน้ำลุยไฟข้าสาบานจะทำให้ได้ ข้าไปเมืองหลวงครั้งนี้จะให้แน่ใจคงต้องหาคนหนุนหลังสักคนหนึ่ง ข้าดูเขาแล้วไม่เลวเลย”เฉียนหยางขมวดคิ้ว “เขา? รู้หรือว่าเขาเป็นใคร”นางส่ายหน้า “เดาได้ไม่ยาก แต่เราไม่รู้ตอนนี้จะดีที่สุด”“หากข้าตกลงคำขอนั้นอาจทำให้ท่านลำบากใจในภายหลัง”นางยิ้ม “ท่านเป็นบิดาของบุตรสาวสามคน ท่านไม่ทอดทิ้งข้าเพราะเห็นข้าแล้วพานให้นึกถึงบุตรสาวของตัวเอง คำขอนั้นไม่ว่าเป็นสิ่งใดข้าตกลง” นางมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้าย ดังนั้นนางจึงขอเดิมพันกับเฉียนหยางสักคราเฉียนหยางมองนางนานมาก “ได้”นางพยักหน้า “ที่เหลือให้ข้าจัดการเอง”“อืม”ทั้งสองเดินกลับมา
Read more
บทที่ 1.8
ป้อมเป่ยอวี้เป็นเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ไม่ว่าผู้ใดจะเดินทางเข้าเมืองหลวงหากไม่ต้องการข้ามเขาสูงชัน ล้วนต้องเดินทางผ่านป้อมประตูนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ช่องเขาเป็นดังปราการ ป้อมเป่ยอวี้เต็มไปด้วยการตรวจตราที่เข้มงวด ขบวนเดินทางถูกตรวจสอบไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องลงจากรถม้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนยันตัวตนเฉียนหยางขับรถม้าไปต่อแถวเช่นชาวบ้านคนอื่น เขาแสดงป้ายคำสั่ง นายกองคนแรกยอมให้เขาผ่าน ทว่าหัวหน้าที่ดูแลเวรยามกลับหยุดเขาเอาไว้ “ไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องลงจากรถม้าเพื่อให้ตรวจค้น ห้ามละเว้นแม้แต่คนเดียว”ม่านรถม้าพลันแง้มเปิด “หัวหน้านายกอง คุณหนูของข้าเดินทางรอนแรมมาจากทางเหนือ บัดนี้นางไม่ใคร่จะสบายต้องรีบพาไปหาท่านหมอเพื่อตรวจอาการ ท่านช่วยเปิดทางด้วยเถิด พวกเราจะพำนักที่นี่สักคืนหากจะตรวจค้น ก็ขอให้คุณหนูของข้าถึงมือท่านหมอก่อนได้หรือไม่” เสี่ยวเหมยกล่าวเสียงเบาหัวหน้านายกองผู้นั้นมองลอดเข้าไปยังม่านรถม้า เห็นสตรีนางหนึ่งนอนหนุนตักสาวใช้อีกคน เส้นผมยาวสยาย ใบหน้ากึ่งหนึ่งมีแถบผ้าพลิ้วบางปกปิด ดวงตาปิดสนิทเรียวคิ้วถูกผ้าผืนหนึ่งวางทาบ...นัยว่าก็เพื่อลดไข้เรือนกายที่นอนตะแคงมีเสื้อคลุ
Read more
บทที่ 2.1
ท่านหมอมาแล้ว... คนของหัวหน้านายกองผู้นั้นก็ยังเฝ้าอยู่ เยียนหมิงรุ่ยยอมให้ท่านหมอเข้ามาในห้อง ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงมองเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงเลือนรางยิ่งประตูถูกปิดตามหลังท่านหมอ หญิงสาวขยับเข้าไปจนใกล้หมอชรา “ท่านหมอ”“คุณหนูอาการแย่มากหรือ”“มิใช่เจ้าค่ะ เป็นเช่นนี้...” สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความลำบากใจ “ท่านหมอ” นางส่งถุงเงินให้ท่านหมอ “ความจริงคุณหนูของข้ามิได้ล้มป่วย เพียงแต่...เพียงแต่นางมีระดู”นางคล้ายได้ยินเสียงขอบเตียงถูกบีบแตก ดังนั้นจึงส่งเสียงกระแอม หันไปมองเฉียนหยางที่หมุนตัวเดินออกไปจากห้องพร้อมปิดประตูตามหลัง เงาของอีกฝ่ายเดินไปเฝ้าอยู่ข้างหน้า บอกชัดว่าเขาจะไม่ยุ่งกับการเล่นสนุกของนาง“นางเพิ่งมีระดูดังนั้นจึงไม่อยากขายหน้าต่อหน้าผู้คน ขอท่านหมอเข้าใจด้วย ข้าดูแลคุณหนูเองแต่รบกวนท่านหมอเมื่อออกไปแล้วบอกนายกองว่าคุณหนูของข้าเพียงเหนื่อยเกินไปจากการเดินทาง ท่านเข้าใจใช่หรือไม่เจ้าคะ คุณหนูของข้าค่อนข้าง...ขี้อาย เรื่องนี้...ลำบากใจที่จะให้ผู้อื่นล่วงรู้จริงๆ”ท่านหมอพยักหน้ามีสีหน้าเข้าอกเข้าใจ “ไม่เป็นไรๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้” เขาโยนถุงเงินในมือเบาๆ น้ำหนักนั้นทำให
Read more
บทที่ 2.2
เขา...มองหญิงสาวที่นอนหงายกอดเสื้อคลุม ข้างๆ มีสาวใช้นั่งอยู่บนพื้นพิงหลังกับผนังหลับตาเยียนหมิงรุ่ยที่เขาเคยได้ยิน ดูไม่คล้ายกับตัวจริงที่เขาได้พบ ชื่อเสียงของนางลือกันว่าเป็นคนเอาแต่ใจร้ายกาจเพราะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก ในจวนนางอยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากรังแกใครก็ไม่มีใครกล้าห้าม กล้าดุด่าหรือตำหนิในรถม้าที่นั่งมานางเอาแต่อ่านตำราประมวลกฎหมาย เยียนหมิงรุ่ย...เขามองนางนิ่งอย่างใช้ความคิด สตรีเฉลียวฉลาด มองทุกอย่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น สนุกกับทุกอย่างตรงหน้าราวกับทุกเรื่องทำให้นางเพลิดเพลิน ทว่าเขาตระหนักดีว่าแผนการของนางเป็นขั้นตอน ไม่ได้เพียงวางแผนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อจวนตัวอันที่จริงเขาไม่เคยรู้ว่าบุตรสาวของหยวนซื่อโหวจะเฉลียวฉลาดและคาดเดาได้ยากถึงเพียงนี้ ไม่เคยมีใครรู้ บางทีแม้แต่บิดาของนางเองก็คงคาดไม่ถึงเช่นกันได้ยินมาว่านางหนีออกจากจวนไปกับคนรักเพราะไม่อยากแต่งให้กั๋วกงซื่อจื่อ ทำลายชื่อเสียงตัวเองไม่พอ ยังทำลายชื่อเสียงของบิดาไปด้วย หนีตามคนรักไม่สำเร็จจึงประท้วงด้วยการไม่ยอมติดตามบิดาเข้าเมืองหลวง หรือว่า...สิ่งที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้ล้วนเชื่อถือไม่ได้??กลางดึกคืนนั้น..
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status