Mag-log inตอนพิเศษที่ [2]ปานผีเสื้อที่ถูกส่งต่อวันเวลาผันผ่านไปหลายปี เติ้งเซี่ยหนาน กั๋วกงซื่อจื่อผู้หล่อเหลาองอาจ และท่านหญิงหลินอวี้ ฉายายอดหมอหญิงผู้เก่งกาจ ก็ได้มีพยานรักตัวน้อย ๆ นามว่า เติ้งเยี่ยนหรันเติ้งเยี่ยนหรันในวัย 5 ขวบนั้น เป็นเด็กหญิงที่หน้าตางดงามจิ้มลิ้ม ถอดแบบมาจากมารดาราวกับพิมพ์เดียวกัน ซ้ำยังเฉลียวฉลาดเกินวัย เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกคนในจวน รวมถึงในวังหลวงที่มักจะถูกพระอัยยิกา (องค์หญิงใหญ่) และพระอัยกา (ฮ่องเต้) เรียกตัวเข้าไปกอดหอมอยู่เป็นประจำดูเผิน ๆ ชีวิตของคุณหนูน้อยจวนเติ้งกั๋วกงก็ดูสมบูรณ์และไร้ซึ่งปัญหาใด ๆทว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กน้อย แต่มันอยู่ที่ ‘รอยปาน’ ประจำตัวของนางต่างหาก!เติ้งเยี่ยนหรัน เกิดมาพร้อมกับรอยปานรูปผีเสื้อสีแดงระเรื่อที่ข้อมือด้านใน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับมารดาของนางราวกับจับวางและเนื่องจากเรื่องราวปาฏิหาริย์ในอดีต เกี่ยวกับปานผีเสื้อที่เสริมดวงชะตา นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่ผู้ที่ได้ครอบครองและใกล้ชิด เคยเป็นที่เลื่องลือและพิสูจน์ให้เห็นแล้วดังนั้น เมื่อบรรดาขุนนางและคหบดีชั้นสูงในเมืองหลวง ได้รับรู้เรื่องปานผีเสื้อที่สืบทอดมาถึงร
ตอนพิเศษที่ [1]อาจารย์ผู้ลึกลับ ‘นี่มันอะไรกันเนี่ย! ในยุคโบราณแบบนี้ มีคนที่หน้าตาสวยหล่อราวกับเทพเซียนเดินดินขนาดนี้เลยหรือ ทั้งศิษย์พี่หญิงที่งดงามล่มเมือง ไหนจะบุรุษร่างสูงข้างกายนางที่หล่อเหลาจนดาราไอดอลในยุคนางยังต้องชิดซ้าย นี่มันเบ้าหน้าฟ้าประทานชัด ๆ’หลังจากทักทายทำความรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ หลินซวงเยี่ยนก็หันไปผายมือ แนะนำบุรุษร่างสูงที่ยืนเงียบอยู่เคียงข้างให้อาจารย์ได้รู้จัก“ท่านอาจารย์นี่คือเติ้งเซี่ยหนาน สามีของข้าเองเจ้าค่ะ”จีจิ้งลูบเคราสีดอกเลาของตนเอง พยักหน้าหงึกหงักด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ แววตาของเขาทอดมองเติ้งเซี่ยหนานอย่างลึกซึ้งราวกับมองทะลุปรุโปร่ง“อืม ๆ ดี ๆ มาเถิดซื่อจื่อ พวกเราเข้าไปพูดคุยจิบชากันในเรือนดีกว่า ปล่อยให้เหล่าสตรีเขาคุยกันไป”เติ้งเซี่ยหนานค้อมศีรษะรับคำเชิญอย่างนอบน้อม พลางคิด อาจารย์ผู้นี้รู้ว่าเขาคือซื่อจื่อ ทั้งที่ภรรยาเขายังไม่ได้แนะนำเลย ไม่ธรรมดา ก่อนจะเดินตามหลังชายชราเข้าไปในเรือนทางด้านหลินซวงเยี่ยน เมื่ออยู่กันตามลำพังกับศิษย์น้อง นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย“อิงเล่อ วิชาที่อาจารย์สอนให้เจ้าเมื่อครู่นี้ คือวิชาอะไรหรือ เ
ตอนพิเศษที่ [1]อาจารย์ผู้ลึกลับ วันหนึ่งหลังจากที่หลินซวงเยี่ยนและเติ้งเซี่ยหนานเดินทางไปเยี่ยมเยียนไท่จื่อเฟยที่ตำหนักบูรพา และได้รับฟังข่าวดีเรื่องที่พระชายาทรงตั้งครรภ์มังกรได้สำเร็จสมความปรารถนา อันเป็นผลมาจากวิชาแพทย์และการฝังเข็มปรับสมดุลของหลินซวงเยี่ยน นางก็ได้รับของล้ำค่าจากผู้สูงศักดิ์กลับมามากมายขากลับหลินซวงเยี่ยนจึงเอ่ยชวนสามี ให้แวะไปไหว้พระและเยี่ยมเยียนท่านอาจารย์ที่อารามที่พบกันคราวก่อนเมื่อรถม้าเดินทางมาถึงหน้าอาราม ตลอดจนเข้าไปในอารามเดินหาจนทั่วก็ไม่พบวี่แววของผู้เป็นอาจารย์เลยแม้แต่น้อย หลินซวงเยี่ยนจึงจับจูงมือเติ้งเซี่ยหนาน พาลัดเลาะไปทางด้านหลังของอารามตามความเคยชินและสัญชาตญาณระหว่างทางเดินทะลุป่าไผ่ นางก็เริ่มเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีตให้สามีฟังอย่างละเอียด ว่าระหว่างนางและอาจารย์ผู้ลึกลับ ว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นกันแน่“ต้องย้อนไปตั้งแต่ตอนที่ข้ายังเป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นเลยเจ้าค่ะ” หลินซวงเยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำลึกความหลัง “ในตอนนั้นข้ามักจะถูกแม่บุญธรรมสั่งลงโทษให้ไปที่อารามอานชินที่อยู่นอกเมืองเพื่อขัดเกลาจิตใจอยู่เป็นประจำ”อารา
ตอนที่ [35]สามีของนางก็ต้องเป็นของนาง (ตอนจบ)สามวันผ่านไปหลังจากที่กั๋วกงซื่อจื่อเอาแต่เคี่ยวกรำ เอ๊ย ใช้เวลาพักผ่อนและกะหนุงกะหนิงอยู่กับภรรยาจนหนำใจ เขาก็ทำตามธรรมเนียม โดยพาหลินซวงเยี่ยนนั่งรถม้ากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ซึ่งก็คือ ตำหนักขององค์หญิงใหญ่ในวังหลวงการเยี่ยมบ้านเดิมครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนลิบลับ ทุกอย่างราบรื่น อบอุ่น และเต็มไปด้วยรอยยิ้มทว่าในช่วงบ่ายขากลับ เติ้งเซี่ยหนานกลับสั่งให้รถม้าเปลี่ยนเส้นทาง เขาไม่ได้พานางมุ่งหน้ากลับจวนเติ้งกั๋วกงในทันที แต่กลับพารถม้าไปจอดเทียบอยู่ที่หน้าร้านค้าทำเลทองแห่งหนึ่ง ในย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของเมืองหลวงหลินซวงเยี่ยนมองดูหน้าร้านที่ยังปิดปรับปรุงอยู่ด้วยความแปลกใจ “ท่านพี่ที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ”เติ้งเซี่ยหนานไม่ตอบ เขายิ้มกว้าง ก่อนจะจับมือนาง จูงเดินเข้าไปภายในร้านที่กว้างขวาง ทว่าด้านในยังคงว่างเปล่า ไม่มีสินค้าใด ๆ วางขาย“เจ้าเคยบอกข้าว่าเจ้ามีความฝันอยากจะเปิดโรงหมอเล็ก ๆ เป็นของตนเองมิใช่หรือ”เขาหันมาสบตากับนาง “ที่นี่คือพื้นที่ของเจ้า เจ้าสามารถเนรมิตและทำอะไรในสิ่งที่เจ้าต้องการได้อย่างเต็มที่เลย”หลินซวงเยี่ยน
ตอนที่ [34]สามีใหม่เร้าใจจริง ๆ งานอภิเษกสมรสครั้งใหม่ระหว่างท่านหญิงหลิงอวี้ พระธิดาเพียงพระองค์เดียวขององค์หญิงใหญ่ และกั๋วกงซื่อจื่อแห่งจวนเติ้งกั๋วกง ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติในอีกหนึ่งเดือนต่อมาครานี้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบและถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีทุกประการ ไม่มีคำดูถูก ไม่มีสายตาดูแคลน มีเพียงเสียงแสดงความยินดีที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวงเจ้าบ่าวในชุดมงคลสีแดงสดปักลายพยัคฆ์เหิน ควบม้าเหงื่อโลหิตมารับเจ้าสาวด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและเต็มใจอย่างยิ่งยวด แตกต่างจากงานแต่งครั้งแรกที่เขาไม่แม้แต่จะก้าวออกจากจวนอย่างลิบลับบรรยากาศในงานมงคลเต็มไปด้วยความชื่นมื่น อาจจะมีเพียงองค์หญิงใหญ่ผู้เป็นมารดาที่แอบน้ำตาซึมบ้าง เพราะเพิ่งจะได้พานพบและใช้เวลาอยู่ร่วมกับพระธิดาสุดที่รักเพียงแค่เดือนเดียว ก็ต้องส่งตัวนางเข้าหอเสียแล้วทว่าพระองค์ก็ทรงเข้าใจความลึกซึ้งระหว่างบุตรสาวและกั๋วกงซื่อจื่อเป็นอย่างดี จึงไม่อยากทำตัวเป็นแม่ยายจอมจู้จี้ให้พวกเขาต้องลำบากใจ อีกอย่างหลังแต่งงานกันแล้ว ทั้งคู่ก็ยังคงอาศัยอยู่ในเมืองหลวง หาได้ย้ายไปอยู่ที่ใดไกลเสียหน่อย
ตอนที่ [33]กิ่งไม้หัก ในอีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง ณ จวนตระกูลเย่ในห้องหนึ่งของบ้านศพที่แห้งกรังและเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าของเย่เจิ้งเคอเองก็ถูกค้นพบเช่นกันผู้ที่มาพบศพ คือเพื่อนบ้านที่ทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว จึงงัดประตูเข้ามาดู หลังจากที่ได้รับการไหว้วานจากเย่ต้านและเหลียงหรู ที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง ให้มาช่วยดูบุตรชายป่วยติดเตียงให้หน่อยอนิจจา ชีวิตของบัณฑิตหนุ่มผู้เคยวาดฝันจะสอบเป็นจ้วงหยวน บัดนี้กลับจบสิ้นลงอย่างน่าสมเพชยิ่งกว่าสุนัขข้างถนนเสียอีก ไม่รู้ว่าตระกูลเย่ไปทำกรรมหนาอะไรไว้ ถึงได้พบจุดจบเช่นนี้ส่วนองค์ชายสิบสองที่เคยบอกกับหลินซีเย่ว่าจะส่งคนมาจัดการเก็บกวาดศพและทำลายหลักฐานให้นั้น แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจหรือสั่งให้คนมาทำอะไรเลยแม้แต่น้อย เพียงปล่อยทิ้งร่างของเย่เจิ้งเคอให้นอนเน่าเปื่อยคาเตียงไว้แบบนั้น ด้านชะตากรรมของลู่หมิงเจานั้นก็ไม่ได้ดีไปกว่าเย่เจิ้งเคอเท่าใดนัก เพราะสุดท้ายเขาก็ตายด้วยโรคร้ายนอนตายข้างถนนเช่นกันเวรกรรมโดยแท้อีกด้านหนึ่ง ณ ตำหนักเย็นที่แสนอ้างว้างและมืดมิดในวังหลวงจ้าวกุ้ยเฟย อดีตสตรีผู้ทรงอำนาจ ที่ยังคงรับไม่ได้กับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของตระกู







