Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 13:12:44

9

          “คุณทำแบบนั้นกับคนพวกนั้นเหรอครับ”

          “ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนทำเอง เจอแบบนั้นคงจะเงียบปากไปสักพัก”

          เรื่องที่ซินหยางกระทำลงไปนั้นทำให้เหอไท๋หัวเราะร่าเริงออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้เขาจะรู้สึกไม่ดีในสิ่งที่เธอทำลงไป แต่ที่ทำลงไปก็เพราะความโกรธที่โดนนินทาว่าร้าย แถมยังพูดจาปากหมาอีกด้วย เจอแบบนี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ อีพวกนี้มันต้องโดนตบฟันร่วงให้หมดทุกคน

          “แล้วที่ทำงานคุณเป็นยังไงบ้างคะ”

          “ก็ดีครับ แต่ช่วงนี้งานเยอะ วันนี้ผมก็เลยกลับค่ำน่ะครับ”

          “งั้นเหรอคะ มาค่ะ เดี๋ยวฉันนวดให้นะคะ”

          เหอไท๋หันหลังให้ซินหยางหวดหัวไหล่ให้ ระหว่างที่นวดอยู่ก็รู้สึกผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหายเป็นปลิดทิ้งก่อนจะนอนหลับตั้งแต่หัวค่ำ

          เช้าวันรุ่งขึ้น สองสามีภรรยาตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าวกินกัน วันนี้เหอไท๋ไม่ได้ออกไปทำงานเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดก็เลยพักผ่อนอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน ทั้งสองจึงใช้เวลาอยู่ด้วยกัน หาอะไรทำร่วมและหาอะไรกินด้วย ซึ่งแตกต่างจากชาวบ้านละแวกนี้ที่ไม่ค่อยอยู่ด้วยกันเพราะเรื่องงาน

          “ไม่ว่าเมื่อไหร่ กับข้าวที่คุณทำก็อร่อยเมื่อนั้น ไม่มีวันไหนที่ไม่อร่อย”

          “ถ้าอร่อยอย่างที่คุณพูดมา คุณต้องกินข้าวให้หมดนะ”

          “แน่นอนครับ”

          หลังกินมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองจึงออกมานั่งที่แคร่บริเวณหน้าบ้านอย่างสบายอารมณ์แล้วพูดคุยกันถึงปัญหามากมายที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของครอบครัวเหอไท๋และบ้านหลังนี้ เงื่อนไขที่ทางบ้านเหอไท๋ยอมตกลงออกจากบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่นเป็นสิ่งที่เหอไท๋คิดถูกแล้วที่ทำแบบนั้น ไม่ว่าเหอไท๋จะเป็นตายร้ายดียังไงพวกเขาก็ไม่ได้สนใจลูกในไส้คนนี้เลย ถึงบ้านหลังนี้จะกลายเป็นของเหอไท๋และภรรยาซินหยางมันก็ไม่ได้บ่งบอกการรับประกันว่าพวกเขาจะไม่มาทวงบ้านหลังนี้คืน เหอไท๋กังวลกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็ได้ซินหยางคอยให้กำลังใจก็เลยรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

          “คุณที่มาแทนที่ซินหยางคงจะไม่รู้เรื่องสินะครับ”

          “รู้ค่ะ ฉันรู้ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แล้ว ครอบครัวของฉันเองก็รังเกียจฉันถึงขนาดบังคับให้แต่งงานกับคุณเพื่อเอาเงินค่าสินสอด ซินหยางเธอคงผ่านอะไรมาเยอะ แต่ว่า ฉันก็เป็นฉัน ต่อจากนี้พวกเราก็มาพยายามกันนะคะ”

          “ขอบคุณนะครับ”

          แล้วในระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาบริเวณหน้าบ้าน มนุษย์ป้าข้างบ้าน 2 ตัว ที่โดนลูกมะม่วงอัดใส่หัวนั่นแหละ

          (ฉันคิดอยู่แล้วว่าอีพวกนี้จะต้องมาสักวัน แต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้)

          .

          .

          .

          ป้าหนิงและป้าเจียง มนุษย์ป้าพวกนี้ ที่ชอบนินทาว่าร้ายชาวบ้านคนอื่น ต่อหน้าทำเป็นดี ลับหลังแอบนินทากันให้สนุกปาก เป็นพวกที่เหอไท๋และซินหยางเกลียดที่สุด การที่พวกมันมาที่บ้านของเหอไท๋ แสดงว่าต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องมาหยุดยืนอยู่ตรงนี้ แล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องเมื่อวานนั่นแหละ

          “ป้าหนิง ป้าเจียง มีอะไรหรือเปล่าครับ”

          “มีสิ ถ้าไม่มีฉันจะมาที่นี่ทำไม”

          เหอไท๋สงสัยว่าทำไมพวกเขามาที่นี่ แต่พอถามตามมารยาทกลับได้คำตอบด้วยคำพูดกระแทกเสียงไม่พอใจอย่างรุนแรงของป้าหนิง เหอไท๋พอจะรู้แล้วว่าทำไมพวกป้าถึงได้หัวร้อนกันแต่เช้าสาย

          “ที่พวกฉันมาที่นี่ ก็เพราะมันมีต้นมะม่วง”

          “ต้นมะม่วง มันทำไมครับ”

          “เมื่อวานนี้ ตอนที่พวกฉันยืนคุยกันอยู่หน้าบ้าน มีใครบางคนปาลูกมะม่วงใส่หัวพวกฉัน”

          “หมายความว่ายังไงครับ หรือว่า ป้าหนิงสงสัยผมกับภรรยา”

          “ก็ใช่น่ะสิ”

          เป็นอย่างที่เหอไท๋และซินหยางพูดเอาไว้ ไม่ช้าก็เร็ว พวกมนุษย์ป้าจะต้องมาที่นี่ แต่ดูจากคำพูดคำจาที่พ่นออกมาอย่างไร้ความคิดนี้ หมายความว่า พวกมนุษย์ป้ายังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ

          “ป้าหนิง ป้าเจียง ใจเย็นกันก่อนนะครับ เมื่อวานผมออกไปทำงานตั้งแต่เช้า กลับมาก็ค่ำมืดแล้ว ผมจะไปทำแบบนั้นทำไมครับ อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่มีเหตุผลต้องทำอย่างที่ป้าหนิงพูดเลยนะครับ ทำแบบนั้นแล้วผมจะได้อะไรกันครับ”

          เหอไท๋รู้อยู่แล้วว่าภรรยาตนเองเป็นคนทำ แต่ใครมันจะไปบอกให้โง่กันล่ะ

          คำพูดของเหอไท๋นั้น ฟังดูมีเหตุผล ทำให้พวกมนุษย์ป้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า จำเป็นต้องพพูดคุยหารือกัน ประมาณว่า เอาไงดี ทำอะไรต่อจากนี้ดี

          แล้วในระหว่างที่ปรึกษาหารือกันอยู่นั้น แววตาของมนุษย์ป้าก็พุ่งตรงไปจับจ้องซินหยางภรรยาของเหอไท๋ด้วยความสงสัย

          “มีอะไรหรือเปล่าคะ ป้าหนิง ป้าเจียง”

          น้ำเสียงที่ฟังดูเป็นมิตรของซินหยาง ทำให้ผู้มาเยือนหายสงสัยทันที

          ร่างเล็กดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง แถมยังบอบบางขนาดนี้ คงไม่มีทางปาลูกมะม่วงได้หรอก พวกมนุษย์ป้าที่มาเยือนถึงหน้าบ้านคงกำลังคิดแบบนั้น

          “ไม่มีอะไร พวกฉันขอตัวกลับก่อน แล้วจะมาใหม่”

          ป้าหนิงพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินกลับโดยมีป้าเจียงเดินตามหลังกลับไปด้วย เห็นอย่างนั้นก็ทำให้สองสามีภรรยาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกไปที

          “กลับสักที”

          ซินหยางพูดบ่นออกมาให้สามีอย่างเหอไท๋ได้ยินก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรทำ อะไรที่ว่านี้ก็คือตำน้ำพริก

          ส่วนสามีอย่างเหอไท๋ก็ได้แต่มองภรรยากลับเข้าไปในห้องครัว เหอไท๋รู้ได้ทันทีว่าซินหยางภรรยาของตนนั้นกำลังโกรธอีพวกมนุษย์ป้าที่เข้ามาพูดจาใหญ่โตที่หน้าบ้าน

          การจะระบายความโกรธภายในใจนั้น มันจะต้องใช้ครกและสากกะเบือเป็นตัวช่วยในการระบายความโกรธออกมา ซึ่งเป็นกรณีของซินหยางเท่านั้นที่ใช้วิธีนี้โดยการลงแรงตำน้ำพริก

          (อีพวกเวรตะไล กูอยากเอาน้ำพริกนรกยัดปากแม่งสักทีหนึ่ง แม่งเอ๊ย)

          …

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 43 จบ

    43 “ถ้ามาแล้วไม่พูดอะไรก็กลับกันไปได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อน” ภายในห้องผู้ป่วยส่วนตัวนี้มีอยู่ด้วยกันเท่านี้ เหอไท๋ ซินหยาง ลุงฉาง ป้าลี่หลิน แต่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามกาลเวลา ถึงมันจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่อยากพูดออกมาตามความรู้สึกของเขา แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดขึ้นให้ทุกคนได้รับรู้กัน แล้วคนที่ว่านี้ก็คือเหอไท๋ “เรื่องเมื่อตอนนั้น ผมขอบคุณมากนะครับ ถ้าแม่ไม่ปกป้องผม ป่านนี้ผมคงจะ” “หยุดพูดเรื่องนี้จะได้ไหมฉันไม่อยากฟัง ที่จริงฉันไม่อยากช่วยแกหรอก แต่ร่างกายมันขยับไปเอง” ถึงจะพูดไม่สนใจไยดีสักนิดเดียว แต่เหอไท๋กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดเลย เขารู้สึกว่าตอนนั้นเธอเข้ามาช่วย

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 42

    42 “แม่ ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ดื่มน้ำนี้ก่อน” เหอไท๋พยุงร่างของป้าลี่หลินเพื่อให้เธอดื่มน้ำที่ซินหยางเตรียมเอาไว้ให้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่น้ำที่ได้รับมาจากซินหยางมันต้องไม่ใช่น้ำธรรมทั่วไปที่เห็น ป้าลี่หลินดื่มน้ำจนหมดขวด ร่างกายของเธอมีการตอบสนองต่อน้ำที่เธอดื่ม เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็ได้หยุดลง บาดแผลที่เกิดจากมีดปลายแหลมมันก็ได้สมานแผลเข้ากันจนหายสนิท ป้าลี่หลินพ้นขีดอันตรายทั้งอย่างนั้น แต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังหายใจอ่อนเพลียอยู่ แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปนั้นมันอาจจะกำลังออกฤทธิ์ก็เป็นได้ แต่โดยรวมแล้วร่างกายของเธอดีขึ้นมาก “ทำไมกัน ผมไม่เข้าใจ แม่ที่เกลียดผมขนาดนี้ถึงได้เข้ามาปกป้องผม” “นั่นสิ

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 41

    41 เบื้องหน้าของเหอกุ๋ยที่กำลังตัวสั่นและหวาดกลัวหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นหัวขโมยย่องเบา นอกจากเหอไท๋และซินหยางแล้ว ก็มีป้าลี่หลิน ลุงฉาง เปา ฟางอี้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของทางการด้วย พวกเขาที่ว่ามาทั้งหมดนี้ยืนอยู่ต่อหน้าเหอกุ๋ยในตอนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากนั้นก็คือพ่อและแม่ที่อยู่กับพวกเหอไท๋นั่นแหละ “พ่อ แม่ ทำไมถึงได้มาอยู่กับมันได้” “เหอไท๋เป็นคนบอกฉันเองน่ะ” “งั้นเหรอ สุดท้ายก็ทิ้งผมไปแล้วเข้าข้างมันน่ะเหรอ ทั้งที่ผมเป็นลูกแท้ๆ ของแม่นะ” “หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย ไอ้ลูกชั่ว” คำด่าของคนเป็นแม่ถึงกับทำให้เหอกุ๋ยทำตัวไม่ถูก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 40

    40 ทำไมเหอไท๋ถึงเรียกโจรย่องเบาว่า ไอ้น้องชายโง่ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เขารู้อะไรเกี่ยวกับโจรคนนี้ แล้วสิ่งที่เหอไท๋พูดออกมา ซินหยางที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็รู้อยู่แล้วด้วย การเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าของบ้านกับหัวขโมยกระจอกจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ “น้องชาย พูดบ้าอะไรของแกวะ” ถึงแม้จะสวนกลับด้วยคำพูดที่ข่มอีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นเครือ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายอย่างเหอไท๋นั้นรู้อยู่แล้วว่าโจรกระจอกตรงหน้าเป็นใคร หัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขานี้เกิดความกังวลและกลัว ไม่ว่าจะพูดอะไรมาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังสั่นและกลัวอย่างสุดขีด “แกยังพูดแบบนี้อยู่อีกนะ เหอกุ๋ย ปิดบังใบหน้าไปก็ไม่มีปร

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 39

    39 “เหอไท๋ นายได้ยินเรื่องโจรงัดบ้านของผู้สำเร็จราชการหรือเปล่า” “อ่า ฉันได้ยินมาจากพวกชาวบ้านที่มาซื้อกับข้าวเมื่อเช้าน่ะ เห็นว่ามันเอาเงินและของมีค่าไปหมดเลย ให้ตายสิ ทำไมมันชั่วอะไรอย่างนี้” “พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ที่ผ่านมาแถวนี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องนี้มาก่อน ฉันคิดว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนี้แหละ” “นั่นสินะ ฉันเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เพราะมันรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน อีกอย่างหนึ่ง มันสามารถงัดประตูหลังบ้านเข้าไปได้โดยที่ไม่มีใครได้ยินอีกด้วย มันจะเก่งเกินไปแล้ว” เหอไท๋และเปา ทั้งสองคนกำลังทำงานอยู่ในสวน แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องหัวขโมยงัดบ้านแล้วเอาทรัพย์สินเงินทองไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องที่ทั้งสองต้องเข้าไป

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 38

    38 “เปา นายช่วยเอาผักและปลาดุกไปส่งให้ลุงโจวที่ตลาดทีนะ” “ได้เลยเพื่อน” เหอไท๋ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนคนสำคัญของเปาและเป็นนายจ้างก็ได้แบ่งหน้าที่การงานให้เปาโดยการขนส่งวัตถุดิบไปให้พ่อค้าแม่ค้าที่สั่งวัตถุดิบเป็นประจำทุกวัน ส่วนทางด้านซินหยางก็ดูจะสนิทกับฟางอี้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดร้านเป็นกิจจะลักษณะ แต่ตอนเช้าฟางอี้ก็จะมาช่วยซินหยางขายกับข้าว ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของเธอ เรียกได้ว่าพวกเธอทั้งสองดูจะเข้าขากันมากกว่าที่คิดเอาไว้ “ซินหยาง วันนี้จะทำเมนูอะไรเพิ่มอีกไหม” “วันนี้เหรอ ฉันคิดว่าจะทำแกงกะทิปลาดุกน่ะ แต่ฉันยังไม่เคยทำด้วยสิ” “เดี๋ยวฉั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status