เข้าสู่ระบบ10
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์หลายคนไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่มีใครสนใจว่าทำไมเกิดเรื่องแบบนี้ พวกเขาสนใจเพียงแค่การกระทำของคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ตอนนี้ ใช่แล้ว ชาวบ้านในละแวกนี้กำลังดูจางลี่ตบตีมนุษย์ป้าอย่างเจียงและเหนียงอย่างมันมือ
“เป็นไงล่ะอีพวกห่า นินทาชาวบ้านชาวช่องกันดีนัก”
จางลี่ใช้ฝ่ามือกระหน่ำมนุษย์ป้าอย่างไร้ความปราณี เธอไม่สนใจว่าใครจะมองเธอยังไง ขอเพียงแค่ได้บรรเลงความสะใจแค่นี้ก็พอ
“จางลี่ ป้าขอโทษนะ ป้าจะไม่นินทาหนู
อีกแล้ว”“ป้าก็ด้วย ป้าจะไม่ทำอีกแล้ว”
เจียงและเหนียงที่ตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชต้องยกมือขึ้นมากราบขอโทษในสิ่งที่พวกเธอได้กระทำลงไป ใบหน้าและร่างกายของพวกเธอบอบช้ำไปทั้งตัว แต่จางลี่กลับไม่สนใจไยดี แล้วเธอก็กำลังคิดอยู่ว่าจะลงโทษพวกปากหมาปากนี้ยังไง
“มันสายไปแล้ว”
ขณะที่ฝ่ามือของจางลี่กำลังพุ่งตรงไปยังใบหน้าของเจียง ฝ่ามือของเธอก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือหนาใหญ่ แล้วคนที่เข้ามาหยุดมือเธอเอาไว้ก็คือไห่เทาที่กลับไปเมื่อครู่นี้เอง
“ไห่เทา ปล่อยฉันนะ”
“พอได้แล้วจางลี่ ถ้าเธอทำมากกว่านี้มันจะไม่ได้จบแค่ต่างคนต่างอยู่หรอกนะ”
เรื่องที่ไห่เทาพูดนั้นเขาหมายถึงหากเรื่องเกินเลยไปมากกว่านี้จางลี่อาจจะถูกเจ้าหน้าที่ทางการควบคุมตัวก็เป็นได้ ซึ่งหากใครถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ทางการนั้นจะต้องถูกบังคับใช้แรงงานที่ชายแดน แม้แต่เด็กกับผู้หญิงก็ไม่เว้น นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไห่เทาต้องเข้ามาห้าม
อันที่จริงไห่เทากลับไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาได้ยินชาวบ้านพูดคุยกันว่ามีชาวบ้านกำลังตบตีทะเลาะกันอยู่ ไห่เทาจึงกลับมาดู แต่ก็ไม่คิดว่าคนที่กำลังตบตีกันอยู่นั้นจะมีจางลี่อยู่ด้วย
จากคำพูดของไห่เทา ทำให้จางลี่คิดถึงเรื่องอนาคตของตนเองขึ้นมาทันที ทำให้เธอหยุดมือลงก่อนจะทิ้งคำพูดให้มนุษย์ป้าสองตัวเอาไว้
“พวกมึงจำเอาไว้นะ พวกมึงจะไปนินทาใครที่ไหนก็เรื่องของพวกมึง แต่อย่ามานินทาคนอย่างกูอีก เข้าใจไหม”
“ป้าเข้าใจแล้วจางลี่ ป้าจะไม่พูดนินทาว่าร้ายจางลี่อีกแล้ว”
“ป้าก็ด้วยคนนะ”
สิ้นเสียงคำพูดของมนุษย์ป้า จางลี่ก็เดินกลับเข้าบ้านไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง แถมยังปล่อยให้ไห่เทาอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งอย่างนั้นอีกด้วย แต่นั่นก็ทำให้มนุษย์ป้าอย่างเจียงและเหนียงสำนึกผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไป หลังจากนี้พวกเธอคงไม่กล้านินทาว่าร้ายชาวบ้านคนอื่นอีกแล้ว หากยังทำเช่นนั้นอยู่ก็คงจะถูกจางลี่จัดการอีกนั่นแหละ
.
.
.
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นจางลี่ก็รู้สึกว่าชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้นั้นแปลกไปอย่างที่เธอเห็น ชาวบ้านทุกคนที่เห็นจางลี่กำลังเดินไปจ่ายตลาดก็หันมองจางลี่แล้วซุบซิบกัน แล้วจางลี่ก็ได้ยินในสิ่งที่พวกชาวบ้านพูดคุยกันด้วย ประมาณว่าเธอคนนี้แหละที่จัดการกับป้าพวกนั้น
(พูดซุบซิบนินทากันแบบนี้ค่อยน่าฟัง)
จางลี่รู้สึกดีที่มีชาวบ้านชื่นชมในสิ่งที่เธอได้กระทำ ดีกว่ามองเธอเป็นคนใจร้ายเป็นคนไม่ดีในสายตา เท่ากับว่า จางลี่ในตอนนี้มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี แต่มันก็ทำให้เธอสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทองได้โดยการมีคนรู้จัก แล้วคนที่รู้จักเธอก็จะรู้ว่าเธอทำงานอะไร แล้วพอรู้ว่าเธอทำอะไร พวกชาวบ้านก็จะแห่กันเข้ามาอุดหนุนซื้อเนื้อแดดเดียวทอดกรอบของเธอ พอคิดถึงเรื่องผลกำไรมันก็ทำให้หญิงสาวร่างบางอย่างจางลี่อมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
วันนี้จางลี่มีเวลาว่างหลังจากขายของตอนเช้าเสร็จ เธออยากรู้ว่าช่วงนี้ตลาดเป็นยังไงกันบ้าง เธอจึงเดินมาตลาดเพื่อมาดูให้เห็นว่าเป็นอย่างไร
“ช่วงนี้ปลาดุกขายดีเหรอ เอาปลาดุกไปทำอะไรขายดีนะ”
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรจางลี่มักจะคิดถึงเรื่องผลกำไรเสมอ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เธอทำด้วยตนเองแล้วมีความสุขดีกว่านั่งอยู่เฉยไม่ทำห่าอะไรเลย
(จะว่าไปแล้วเราขุดบ่อปลาเอาไว้นี่นา)
ก่อนหน้านี้จางลี่จะจ้างชาวบ้านแถวบ้านขุนบ่อเลี้ยงปลาเอาไว้ แต่ตอนนี้เธอยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเลี้ยงปลาอะไรดี พอมาเห็นตลาดที่มีความนิยมปลาดุกเธอก็เลยคิดว่าจะเลี้ยงปลาดุกเอาไว้ขายด้วย
หลังจากจางลี่ไปสำรวจตลาดในเมือง เธอก็เดินทางไปยังฟาร์มเลี้ยงปลาที่ใหญ่ที่ในเมืองเพื่อไปดูพันธุ์ปลา แล้วเป็นอย่างที่ต้องการ มีพันธุ์ปลาดุกที่เธอต้องการด้วย
“ปล่อยในบ่อตรงนี้เลยค่ะคุณลุง”
เจ้าของฟาร์มไม่ได้มาด้วย แต่เขาส่งลูกจ้างตนเองมาจัดการปล่อยปลาในบ่อเลี้ยงปลาที่จางลี่จ้างชาวบ้านขุดบ่อเอาไว้
ปลาดุกหลายพันตัวถูกปล่อยลงบ่อเลี้ยงปลาหลังบ้าน
(อีกนานไหมนะที่มันจะเติบโต)
คงอีกนานแหละแม่คุณ
จางลี่คิดเอาไว้แล้วว่าเธอจะทำปลาดุกย่างเพิ่มในเมนูเข้าไป เธอจะใช้ซอสหมักสูตรพิเศษที่เพิ่มความอร่อยแบบที่พวกชาวบ้านไม่เคยลิ้มลองมาก่อน
!?
ในระหว่างที่กำลังดูปลาดุกในบ่อเลี้ยงปลาอยู่นั้น ไห่เทาก็โผล่หน้าออกมาให้จางลี่ได้เห็น ไห่เทาเดินเข้ามาจากข้างบ้านเช่าของจางลี่ ทำให้คนที่กำลังดูปลาดุกหลายพันตัวอย่างมีความสุขต้องสะดุ้งตื่นตัวขึ้นมาทันที
(มาอีกแล้วเหรอ อีตาคนนี้)
…
ดูเหมือนว่าจางลี่จะเหนื่อยแล้วหลับไปแค่นั้น ส่วนทางด้านซินเทียร์และคนรับใช้สองคนหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ลุงหนานที่เข้ามาทีหลังก็พอจะเดาได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำให้คุณลุงวัยกลางคนต้องกุมขมับ “ให้ตายสิ เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักโตกันเลยนะ” “ขอโทษครับลุงหนาน ผมขอโทษที่เรื่องมันเป็นแบบนี้” “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าลุงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน แต่อย่าได้มีเรื่องกันอีกล่ะ เข้าใจไหม” “เข้าใจแล้วครับ” . . . หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะตบตีกันระหว่างจางลี่และซินเทียร์ก็ผ่านมาได้หนึ่งเดือนเต็ม แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา จางลี่ก็ได้ไหว้วานให้ไห่เทาทำเรื่องบางอย่างขึ้นโดยการปล่อยข่าวลือว่าซินเทียร์นั้นมีชู้กับชายหนุ่มร่ำรวยคนหนึ่งในเมืองเสฉวน ทำไมถึงทำแบบนั้น ก่อนหน้านี้จางลี่ได้ให้ไห่เทาไปสืบเรื่องของซินเทียร์ แล้วไห่เทาบังเอิญไปเห็นซินเทียร์กำลังเดินควงแขนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มคนที่ว่าก็เป็นผู้ติดต่อธุรกิจกับเธอรวมไปถึงสามีของเธอด้วย แล้วข่าวลือนี้ก็ทำให้ความจริงของซินเทียร์ถูกเปิดเ
30 เพียะ! เพียะ! เพียะ! จางลี่รัวฝ่ามืออรหันต์ใส่ซินเทียร์และคนรับใช้ของเธอ นี่ไม่ใช่สามรุมหนึ่งแต่เป็นหนึ่งรุมสาม ต่อให้มีคนเยอะกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ ซินเทียร์และคนรับใช้กลายเป็นกระสอบทรายโดยปริยาย “กูจะไม่หยุดจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง อีห่ารากซินเทียร์! อีเปรตซินเทียร์!” ไม่มีใครหยุดจางลี่เอาไว้ได้ นอกเสียจากลุงหนานจะมาเห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ขอร้องกันไม่ได้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าลุงหนานจะกลับมาเมื่อไหร่ จางลี่ก็เลยมันมืออย่างที่เห็น ชาวบ้านที่เข้ามาดูเรื่องทะเลาะของจางลี่ไม่มีใครเข้าไปห้าม พวกเขาตกใจและอึ้งในสิ่งที่เห็น แม้แต่มู่เฉินที่เจ็บตัวอยู่ก็ตกใจไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะเป็นคนแบบนี้ ที่ผ่านมาจางลี่นั้นอ่อนแอไม่กล้าเผชิญหน้ากับใคร เธอเป็นคนขี้เกรงกลัว สั่งให้ทำอะไรเธอก็ยอมทำทุกอย่าง พอมาเห็นภาพเบื้องหน้าตอนนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน “นี่คือจางลี่ในตอนนี้เหรอ” มู่เฉินพูดด้วยความอึ้ง “ใช่ เธอเป็นแบบนี้แหละ แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดไป” ไห่เทาพูดตอบมู่เฉินไปตามความจริ
29 “มู่เฉิน” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจางลี่เป็นฝีมือของซินเทียร์ทั้งหมด ก่อนหน้านี้ก็เรื่องของพ่อแม่ของจางลี่ ซินเทียร์พาพวกเขามาหาจางลี่ แล้วก็เรื่องนี้ด้วย เธอพามู่เฉินซึ่งเป็นสามีของจางลี่มาด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ซินเทียร์ต้องการให้มันเป็น เธอทำไปเพื่อไม่ให้จางลี่ได้มีชีวิตอันสงบสุข (อีเปรตเอ๊ย!) ถึงแม้ว่าจะเจอกับสามีอย่างมู่เฉินที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีเธอก็ไม่ได้รู้เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว สีหน้าที่ดูเกรงกลัวอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่เธอแสดงสีหน้าด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เธอแค้นมู่เฉินและแค้นซินเทียร์ ทำให้ไห่เทาที่เห็นอย่างนั้นเข้าใจผิดไป “จางลี่ กูตามหามึงมานานแสนนาน ไม่คิดเลยว่ามึงจะมาอยู่ที่นี่” “มู่เฉิน มึงตามหากูเหรอ มึงทำเพื่ออะไร กูกับมึงไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไปแล้ว” “มึงกล้าปากดีกับกูเหรอ” “ก็มึงทำร้ายกูก่อน แล้วกูก็ไม่คิดที่จะกลับไปหามึงด้วย” “อีนี่!” ไห่เทาเห็นว่ามู่เฉินจะเดินเข้ามาทำร้ายจางลี่ เขาก็เลยมายืนขวางเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้จางลี่ได้รับ
28 “เหอะ ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีนี้เพื่อตัดครอบครัวออก ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ว่า แค่นี้มันยังน้อยไปนะจางลี่ ฉันยังมีอะไรสนุกเตรียมเอาไว้ให้เธออีกเยอะ” ซินเทียร์ที่พูดบ่นอยู่ตอนนี้ เธอเองก็เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าสวนส้มของจางลี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เรื่องที่ซินเทียร์บอกที่อยู่ของจางลี่ให้จางเหม่ยและจางหมิ่นซึ่งเป็นพ่อแม่ของเธอได้รู้นั้นก็เป็นแผนของซินเทียร์เพื่อที่จะทำให้จางลี่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหา ซินเทียร์เองก็ไม่คิดว่าจางลี่จะกล้าต่อต้านพวกเขา แถมยังใช้คำพูดที่ไม่สมกับเป็นลูกที่เกิดมาโดยพวกเขา “ฉันรับรองได้เลยว่า ครั้งต่อไปเธอจะต้องไม่มีความสุขไปตลอดกาล ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับพร้อมคนรับใช้หญิงสาวสองคน . . . เมืองเหอหนาน หญิงสาวร่างบางพร้อมกับคนรับใช้เป็นหญิงสาวสองคนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งเพื่อมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเธอไม่ได้รู้จักผู้ชายเจ้าของบ้านเป็นการส่วนตัว แต่ที่พวกเธออยากมาพบกับชายหนุ่มคนนี้ก็เพื่อต้องการทำบางอย่างซึ่งเป็นผลประโ
27 นี่ไม่ใช่การประจานตนเอง แต่เป็นความอัดอั้นที่สะสมมานานของหญิงสาวร่างบางที่ต้องต่อสู้เพื่อตนเองมีชีวิตรอดจนมาถึงตอนนี้ จางลี่ได้พูดทุกอย่างออกมาทั้งหมดให้คนที่อยู่ในสวนส้มรับรู้เอาไว้ พวกลูกจ้าง พ่อค้าแม่ค้าและพวกชาวบ้านไม่มีใครนินทาว่าร้ายจางลี่เลย ทุกคนมีแต่ความเห็นอกเห็นใจที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องพบเจอเรื่องบัดซบเฉกเช่นนี้ “จางลี่ เธอไม่ผิดหรอก คนที่ผิดน่ะก็คือคนพวกนี้ต่างหาก อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลยนะ พวกเราเอาใจช่วย” “ใช่แล้ว เธอเก่งมากเลยนะที่ผ่านเรื่องนี้มาได้ เธอเก่งที่สุด” “หนูไม่ต้องคิดมากนะจางลี่ สู้ๆนะ” “จางลี่ เธอเป็นคนดี ไม่ใช่คนเลว” “เธอเป็นผู้หญิงที่แกร่งมาก พวกเราเห็นมากับตาแล้ว” “พยายามเข้านะจางลี่ พวกเราคอยเอาใจช่วย” นี่เป็นเสียงของคนที่กรูกันเข้ามาดู พวกเขารู้จักจางลี่เป็นอย่างดี เพราะจางลี่มีชื่อเสียงและมีความสามารถคนหนึ่ง เธอเป็นที่น่านับถือของชาวบ้านละแวกนี้กันทุกคน แม้แต่ศัตรูก่อนหน้านี้อย่างมนุษย์ป้าเจียงและเหนียงก็ยังนับถือจางลี่กันเลย จางเหม่ยและจางหมิ่นถึงกับพูดไม่ออกว่าลูก
26 “ฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขที่สุดเลย เห็นหน้าอีจางลี่เวลาที่มันหงุดหงิดแล้วน่าสมเพชที่สุดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์ที่อยู่ภายในบ้านของสามี เธอมีความสุขที่ได้เห็นความทุกข์ของจางลี่ ซึ่งเธอเองก็อยู่ดูโดยไม่ให้จางลี่รู้เห็น เรื่องที่พ่อแม่ของจางลี่ได้รับเงินห้าพันหยวนเธอก็รู้เช่นกัน “ฉันไม่ต้องทำอะไรให้เสียเวลา ฉันก็แค่รอดูความฉิบหายของมันก็พอ แต่แค่นี้มันยังน้อยไป นี่พวกเธอ” “คะ” “ฉันมีเรื่องจะให้พวกเธอไปทำอีกเรื่องให้ฉันหน่อย” “เรื่องอะไรเหรอคะ” ซินเทียร์ได้วานให้คนรับใช้หญิงสาวสองคนไปทำกัน ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ “เข้าใจแล้วนะ” “เข้าใจแล้วค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่ง หญิงสาวคนรับใช้ทั้งสองก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นภายในบ้านไปทันที “ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้แหละจางลี่ ชีวิตของเธอจะต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ท่าทางจะมีความสุขมาก มีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น นี่แหละตัวจริงของซินเทียร์ที่แม้แต่สามีวัยกลางคนก็ยังไม่เคยได้เห็น







