Masuk9
“จางลี่ เธอน่ะมาอยู่ที่นี่นานแล้วยัง”
“สองสามเดือนเห็นจะได้ ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน”
“งั้นเหรอ คือว่าฉันก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อน ฉันมาหาเธอตลอดได้ไหม”
“ได้สิ ใครห้าม แล้วนายจะหน้าแดงทำไม”
“ปะเปล่า ไม่มีอะไร ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ”
“พิลึกคน”
สำหรับจางลี่แล้วเธอไม่รู้ว่าแค่พูดคุยกันทำไมต้องหน้าแดงด้วย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วโดยส่วนตัว จางลี่ในตอนนี้ไม่แลมองผู้ชายคนไหนเป็นคนพิเศษ ต่อให้เข้ามาดีแค่ไหนก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของจางลี่หรอกนะ
“เอาล่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ ถ้าว่าแล้วเดี๋ยวฉันมาหาใหม่”
“อืม เอาแตงโมไปกินด้วยสิ เดี๋ยวฉันใส่ถุงให้”
ไห่เทาไม่ทันจะได้พูด จางลี่ก็ลุกจากแคร่พร้อมถาดแตงโมเข้าไปในบ้านก่อนจะเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับแตงโมที่อยู่ในถุงหิ้ว
“นี่แตงโม เอาไปกินด้วย”
“ขอบคุณ งั้นฉันไปก่อนนะ”
“อืม”
หลังจากไห่เทากลับไป จางลี่ก็นั่งเล่นอยู่ที่แคร่เหมือนอย่างเคย แต่เธอไม่ได้นั่งอยู่เฉยหรอกนะ เธอนำวัตถุดิบออกมาจากมิติเพื่อทำของขายเตรียมเอาไว้ขายในวันพรุ่งนี้
(อีกแล้วเหรอ)
บริเวณใต้ต้นไม้ห่างออกไปไกลหลายเมตรที่อยู่ในระยะสายตามองเห็น มีมนุษย์ป้าสองตัวยืนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานปาก
“นี่เจียง เธอรู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะขายตัวด้วยนะ”
“จริงเหรอเหนียง แต่ว่าเธอมีสามีแล้วนะ”
“นั่นสิ เธอทำได้ยังไง ถ้าสามีรู้ว่าเธอขายตัวจะเป็นยังไงกันนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
จางลี่ได้ยินในสิ่งที่พวกเขานินทาพูดคุยกันทั้งหมด เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอยู่ห่างกันตั้งไกลแต่ได้ยินเสียงชัดเจนอย่างกับพวกมนุษย์ป้ามาพูดข้างหูของเธอ ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกหลังจากที่เธอมีมิติส่วนตัว
(ถ้าพวกมึงนินทากูเมื่อไหร่ เจอตีนกูเมื่อนั้น)
ครั้งนี้จางลี่เอาจริง โดยส่วนตัวแล้วเธอเกลียดคนประเภทที่ชอบนินทาว่าร้ายชาวบ้านเป็นที่สุด ถ้าหากนินทาในความเป็นจริง เธอจะไม่อะไรเลย แต่ถ้าหากใส่ร้ายป้ายสีกันโดยที่ไม่ใช่ความจริงแล้วล่ะก็ จางลี่คนนี้ยอมรับไม่ได้
“นี่เหนียง เมื่อกี้นี้ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านจางลี่ด้วยนะ”
“ฉันก็เห็นเหมือนกัน แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน”
“ได้ยินว่าเป็นช่างซ่อมแซมบ้านน่ะ แต่ฉันเองก็ไม่รู้จักชื่อหรอก”
“งั้นเหรอ พวกเขาคงไม่ได้มากินกันหรอกนะ”
“มันก็ไม่แน่หรอกนะเธอ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
ทุกอย่างที่พูดมานี้ทำให้จางลี่ต้องวางมือลงจากการเตรียมของขายในวันพรุ่งนี้ เธอทำไม่ไหวกับสิ่งที่มนุษย์ป้าพวกนี้หยิบยกเรื่องของเธอเอาไปพูดให้เสียหายและเสียชื่อเสียง
(กูไม่ทน)
.
.
.
สิ่งที่จะทำคนหนึ่งคนโกรธนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แล้ววิธีที่ทำให้ได้ผลมากที่สุดก็คือนินทากันซึ่งหน้าเหมือนพวกมนุษย์ป้าสองตัวที่กำลังพูดคุยนินทาว่าร้ายใส่สีให้กับจางลี่ พวกเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจางลี่ได้ยินทั้งหมด
(กูไม่ทน กูจะไม่ทนอีกแล้ว)
จางลี่วางมือจากการเตรียมของขายในวันพรุ่งนี้ เธอมุ่งหน้าตรงไปยังพวกมนุษย์ป้าสองตัวโดยที่ไม่ให้พวกเขารู้ตัว
!?
ขณะที่มนุษย์ป้าสองตัวกำลังนินทาจางลี่อย่างสนุกปากอยู่นั้นพวกเขาก็ถูกมือปริศนาที่มาพร้อมกับน้ำหมักเนื้อแดดเดียวทาเข้าไปที่ใบหน้าสวยพร้อมกันทั้งสองคน
เพียะ!
เพียะ!
หลังจากทาน้ำหมักให้มนุษย์ป้า จางลี่ก็ใช้ฝ่ามือเรียวบางตบเข้าไปที่ใบหน้าอย่างเต็มแรง ถึงมือเรียวบางจะดูไม่มีเรี่ยวแรง แต่ความรุนแรงที่ตบใบหน้าพวกชอบนินทานั้นมันแรงมาก แรงขนาดเท่าผู้ชายตบผู้หญิง
มนุษย์ป้าเจียงและเหนียงไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นถูกตบ แรงตบของจางลี่ทำให้มนุษย์ป้าสองตัวล้มลมกับพื้นอย่างเสียท่า
“อีจางลี่ มึงตบพวกกูทำไม”
เจียงถามกลับจางลี่
“แล้วมันจะทำไม ใครบอกให้พวกมึงมานินทากูก่อน”
“พูดอะไรของมึง กูไปนินทามึงตอนไหน”
“จนป่านนี้แล้วพวกมึงยังกล้าปฏิเสธอยู่อีกเหรอ สงสัยโดนตบคนละทีมันคงยังไม่พอสินะ”
จางลี่ใช้โอกาสที่มนุษย์ป้าสองตัวยังไม่ฟื้นตัว เธอเข้าไปจิกหัวตบซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง ไม่ใช่แค่เจียงที่โดน แต่เหนียงเองก็โดนตบหนักเช่นกัน
เจียงและเหนียงไม่สามารถตอบโต้จางลี่ได้เลย แต่พวกเธอก็พยายามสวนกลับจางลี่ แต่น่าเสียดายที่ฝ่ามือไปไม่ถึงใบหน้าสวยของจางลี่
การทะเลาะของทั้งสองฝ่ายเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น จางลี่ไม่ปล่อยให้มนุษย์ป้าสองตัวได้หยุดพักเลย ทางด้านเจียงและเหนียงเองก็ไม่ยอมให้จางลี่เล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว พวกเธอเองก็ช่วยกันจับแขนขาของจางลี่เพื่อให้จางลี่นั้นไม่สามารถทำอะไรได้ พอได้ช่วยกันสองคนพวกเขาก็สามารถใช้ฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าสวยของจางลี่ได้ ไม่ใช่แค่นั้น พวกเธอยังจิกหัวจางลี่แล้วรุมทำร่างกาย แต่จางลี่ก็ไม่ยอมให้พวกมนุษย์ป้าทำอะไรได้ง่าย เธอจึงเปลี่ยนจากใช้มือตบมาเป็นใช้หมัดอัดเข้าไปที่ใบหน้าจนทำให้เจียงหน้าหงายแล้วล้มลงกับพื้น ส่วนเหนียงก็โดนเตะจนล้มคุกเข่าก่อนจะโดนหมัดของจางลี่อัดเต็มแรงเช่นกัน
“โอ๊ย!”
“โอ๊ย! เจ็บจัง”
สองมนุษย์ป้าร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ถึงพวกเขาจะตอบโต้จางลี่ได้ แต่จางลี่ก็ไม่ได้เจ็บตัวมากมายอะไรนัก
“เจ็บงั้นเหรอ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
…
ดูเหมือนว่าจางลี่จะเหนื่อยแล้วหลับไปแค่นั้น ส่วนทางด้านซินเทียร์และคนรับใช้สองคนหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ลุงหนานที่เข้ามาทีหลังก็พอจะเดาได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำให้คุณลุงวัยกลางคนต้องกุมขมับ “ให้ตายสิ เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักโตกันเลยนะ” “ขอโทษครับลุงหนาน ผมขอโทษที่เรื่องมันเป็นแบบนี้” “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าลุงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน แต่อย่าได้มีเรื่องกันอีกล่ะ เข้าใจไหม” “เข้าใจแล้วครับ” . . . หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะตบตีกันระหว่างจางลี่และซินเทียร์ก็ผ่านมาได้หนึ่งเดือนเต็ม แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา จางลี่ก็ได้ไหว้วานให้ไห่เทาทำเรื่องบางอย่างขึ้นโดยการปล่อยข่าวลือว่าซินเทียร์นั้นมีชู้กับชายหนุ่มร่ำรวยคนหนึ่งในเมืองเสฉวน ทำไมถึงทำแบบนั้น ก่อนหน้านี้จางลี่ได้ให้ไห่เทาไปสืบเรื่องของซินเทียร์ แล้วไห่เทาบังเอิญไปเห็นซินเทียร์กำลังเดินควงแขนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มคนที่ว่าก็เป็นผู้ติดต่อธุรกิจกับเธอรวมไปถึงสามีของเธอด้วย แล้วข่าวลือนี้ก็ทำให้ความจริงของซินเทียร์ถูกเปิดเ
30 เพียะ! เพียะ! เพียะ! จางลี่รัวฝ่ามืออรหันต์ใส่ซินเทียร์และคนรับใช้ของเธอ นี่ไม่ใช่สามรุมหนึ่งแต่เป็นหนึ่งรุมสาม ต่อให้มีคนเยอะกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ ซินเทียร์และคนรับใช้กลายเป็นกระสอบทรายโดยปริยาย “กูจะไม่หยุดจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง อีห่ารากซินเทียร์! อีเปรตซินเทียร์!” ไม่มีใครหยุดจางลี่เอาไว้ได้ นอกเสียจากลุงหนานจะมาเห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ขอร้องกันไม่ได้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าลุงหนานจะกลับมาเมื่อไหร่ จางลี่ก็เลยมันมืออย่างที่เห็น ชาวบ้านที่เข้ามาดูเรื่องทะเลาะของจางลี่ไม่มีใครเข้าไปห้าม พวกเขาตกใจและอึ้งในสิ่งที่เห็น แม้แต่มู่เฉินที่เจ็บตัวอยู่ก็ตกใจไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะเป็นคนแบบนี้ ที่ผ่านมาจางลี่นั้นอ่อนแอไม่กล้าเผชิญหน้ากับใคร เธอเป็นคนขี้เกรงกลัว สั่งให้ทำอะไรเธอก็ยอมทำทุกอย่าง พอมาเห็นภาพเบื้องหน้าตอนนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน “นี่คือจางลี่ในตอนนี้เหรอ” มู่เฉินพูดด้วยความอึ้ง “ใช่ เธอเป็นแบบนี้แหละ แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดไป” ไห่เทาพูดตอบมู่เฉินไปตามความจริ
29 “มู่เฉิน” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจางลี่เป็นฝีมือของซินเทียร์ทั้งหมด ก่อนหน้านี้ก็เรื่องของพ่อแม่ของจางลี่ ซินเทียร์พาพวกเขามาหาจางลี่ แล้วก็เรื่องนี้ด้วย เธอพามู่เฉินซึ่งเป็นสามีของจางลี่มาด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ซินเทียร์ต้องการให้มันเป็น เธอทำไปเพื่อไม่ให้จางลี่ได้มีชีวิตอันสงบสุข (อีเปรตเอ๊ย!) ถึงแม้ว่าจะเจอกับสามีอย่างมู่เฉินที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีเธอก็ไม่ได้รู้เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว สีหน้าที่ดูเกรงกลัวอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่เธอแสดงสีหน้าด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เธอแค้นมู่เฉินและแค้นซินเทียร์ ทำให้ไห่เทาที่เห็นอย่างนั้นเข้าใจผิดไป “จางลี่ กูตามหามึงมานานแสนนาน ไม่คิดเลยว่ามึงจะมาอยู่ที่นี่” “มู่เฉิน มึงตามหากูเหรอ มึงทำเพื่ออะไร กูกับมึงไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไปแล้ว” “มึงกล้าปากดีกับกูเหรอ” “ก็มึงทำร้ายกูก่อน แล้วกูก็ไม่คิดที่จะกลับไปหามึงด้วย” “อีนี่!” ไห่เทาเห็นว่ามู่เฉินจะเดินเข้ามาทำร้ายจางลี่ เขาก็เลยมายืนขวางเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้จางลี่ได้รับ
28 “เหอะ ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีนี้เพื่อตัดครอบครัวออก ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ว่า แค่นี้มันยังน้อยไปนะจางลี่ ฉันยังมีอะไรสนุกเตรียมเอาไว้ให้เธออีกเยอะ” ซินเทียร์ที่พูดบ่นอยู่ตอนนี้ เธอเองก็เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าสวนส้มของจางลี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เรื่องที่ซินเทียร์บอกที่อยู่ของจางลี่ให้จางเหม่ยและจางหมิ่นซึ่งเป็นพ่อแม่ของเธอได้รู้นั้นก็เป็นแผนของซินเทียร์เพื่อที่จะทำให้จางลี่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหา ซินเทียร์เองก็ไม่คิดว่าจางลี่จะกล้าต่อต้านพวกเขา แถมยังใช้คำพูดที่ไม่สมกับเป็นลูกที่เกิดมาโดยพวกเขา “ฉันรับรองได้เลยว่า ครั้งต่อไปเธอจะต้องไม่มีความสุขไปตลอดกาล ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับพร้อมคนรับใช้หญิงสาวสองคน . . . เมืองเหอหนาน หญิงสาวร่างบางพร้อมกับคนรับใช้เป็นหญิงสาวสองคนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งเพื่อมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเธอไม่ได้รู้จักผู้ชายเจ้าของบ้านเป็นการส่วนตัว แต่ที่พวกเธออยากมาพบกับชายหนุ่มคนนี้ก็เพื่อต้องการทำบางอย่างซึ่งเป็นผลประโ
27 นี่ไม่ใช่การประจานตนเอง แต่เป็นความอัดอั้นที่สะสมมานานของหญิงสาวร่างบางที่ต้องต่อสู้เพื่อตนเองมีชีวิตรอดจนมาถึงตอนนี้ จางลี่ได้พูดทุกอย่างออกมาทั้งหมดให้คนที่อยู่ในสวนส้มรับรู้เอาไว้ พวกลูกจ้าง พ่อค้าแม่ค้าและพวกชาวบ้านไม่มีใครนินทาว่าร้ายจางลี่เลย ทุกคนมีแต่ความเห็นอกเห็นใจที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องพบเจอเรื่องบัดซบเฉกเช่นนี้ “จางลี่ เธอไม่ผิดหรอก คนที่ผิดน่ะก็คือคนพวกนี้ต่างหาก อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลยนะ พวกเราเอาใจช่วย” “ใช่แล้ว เธอเก่งมากเลยนะที่ผ่านเรื่องนี้มาได้ เธอเก่งที่สุด” “หนูไม่ต้องคิดมากนะจางลี่ สู้ๆนะ” “จางลี่ เธอเป็นคนดี ไม่ใช่คนเลว” “เธอเป็นผู้หญิงที่แกร่งมาก พวกเราเห็นมากับตาแล้ว” “พยายามเข้านะจางลี่ พวกเราคอยเอาใจช่วย” นี่เป็นเสียงของคนที่กรูกันเข้ามาดู พวกเขารู้จักจางลี่เป็นอย่างดี เพราะจางลี่มีชื่อเสียงและมีความสามารถคนหนึ่ง เธอเป็นที่น่านับถือของชาวบ้านละแวกนี้กันทุกคน แม้แต่ศัตรูก่อนหน้านี้อย่างมนุษย์ป้าเจียงและเหนียงก็ยังนับถือจางลี่กันเลย จางเหม่ยและจางหมิ่นถึงกับพูดไม่ออกว่าลูก
26 “ฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขที่สุดเลย เห็นหน้าอีจางลี่เวลาที่มันหงุดหงิดแล้วน่าสมเพชที่สุดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ซินเทียร์ที่อยู่ภายในบ้านของสามี เธอมีความสุขที่ได้เห็นความทุกข์ของจางลี่ ซึ่งเธอเองก็อยู่ดูโดยไม่ให้จางลี่รู้เห็น เรื่องที่พ่อแม่ของจางลี่ได้รับเงินห้าพันหยวนเธอก็รู้เช่นกัน “ฉันไม่ต้องทำอะไรให้เสียเวลา ฉันก็แค่รอดูความฉิบหายของมันก็พอ แต่แค่นี้มันยังน้อยไป นี่พวกเธอ” “คะ” “ฉันมีเรื่องจะให้พวกเธอไปทำอีกเรื่องให้ฉันหน่อย” “เรื่องอะไรเหรอคะ” ซินเทียร์ได้วานให้คนรับใช้หญิงสาวสองคนไปทำกัน ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ “เข้าใจแล้วนะ” “เข้าใจแล้วค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่ง หญิงสาวคนรับใช้ทั้งสองก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นภายในบ้านไปทันที “ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้แหละจางลี่ ชีวิตของเธอจะต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ท่าทางจะมีความสุขมาก มีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น นี่แหละตัวจริงของซินเทียร์ที่แม้แต่สามีวัยกลางคนก็ยังไม่เคยได้เห็น







