Short
ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ

ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ

โดย:  พีชชี่จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9บท
41views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ข้อตกลงระหว่างสองตระกูลบีบบังคับให้คู่หมั้นของฉัน มาร์โก คอร์วินี ต้องแต่งงานกับฉัน พ่อแม่ของฉันจากไปตั้งนานแล้ว ส่วนหัวใจของเขา…ไม่เคยมีที่ว่างให้ฉันเลย มันถูกครอบครองโดย อิซาเบลลา ฟัลโคเน่ เจ้าหญิงแห่งตระกูลคู่อริ ท้ายที่สุด มาร์โกกลืนกินอาณาจักรของครอบครัวฉันอย่างเงียบงัน และปล่อยให้ฉันร่วงหล่นท่ามกลางฝูงหมาป่าเพียงลำพัง เขาควงอิซาเบลลาไว้ข้างกาย ราวกับสมบัติล้ำค่าที่ช่วงชิงมาด้วยชัยชนะ ยี่สิบปีผ่านไป ฉันนอนอยู่บนเตียงแห่งวาระสุดท้าย ลูกชายของฉัน—เลือดเนื้อเชื้อไขของเรา— คือคนที่ถือถ้วยยาพิษในมือ เขาบอกว่าฉันไร้ประโยชน์ บอกว่าพ่อของเขาต้องการอำนาจจากตระกูลฟัลโคเน่ แล้วความมืดก็กลืนกินทุกสิ่ง แต่เมื่อฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันกลับมาแล้ว… กลับมายังวันที่ทำสัตย์สาบานด้วยเลือด ครั้งนี้ เพื่อปกป้องครอบครัวของฉัน ฉันจะไม่ลงชื่อตัวเองในพันธะนั้นอีก ฉันเซ็นชื่อของเธอแทน อิซาเบลลา ฟัลโคเน่ ส่วนฉัน…ฉันนำมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ติดตัว แล้วหายไปจากชีวิตของเขาอย่างเงียบงัน ครั้งนี้ ฉันจะไม่ยอมเป็นคนโง่ที่ยอมหลั่งเลือด เพื่อผู้ชายที่ไม่เคยเป็นของฉันอีกต่อไป.

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ชีวิตแต่งงานยี่สิบปีของฉันจบลงด้วยความตาย และคนที่ลงมือ…คือสามีของฉันเอง มาร์โก คอร์วินี รวมถึงลูกชายของเรา แน่นอน ก่อนหน้านั้นเขาได้กลืนกินอำนาจอาณาจักรของตระกูลฉันไปจนสิ้น ทั้งหมดก็เพื่อ อิซาเบลลา ฟัลโคเน่ เจ้าหญิงแห่งตระกูลคู่อริ

ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง..ฉันย้อนกลับมาแล้ว..

กลับมายังโบสถ์ ในวันที่ฉันทำสัตย์สาบานด้วยเลือดกับมาร์โก และเป็นวันที่สองหลังพิธีฝังศพพ่อแม่ของฉันด้วย

“ในนามของตระกูลโรมาโนและคอร์วินีเราขอเป็นสักขีพยานแห่งคำสาบานนี้ คำสาบานที่จะผูกสองอาณาจักรเข้าด้วยกันทั้งด้วยสายเลือด…และด้วยกฎหมาย”เสียงของบาทหลวงดังกังวานก้องไปทั่วมหาวิหารโฮลีเนมแห่งชิคาโก

คู่หมั้นของฉัน มาร์โก ยืนอยู่ข้างกาย

ในมือเขาถือกริชพิธีการ มรดกตกทอดของตระกูล

แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของโบสถ์

เหมือนครั้งก่อนทุกประการ

อิซาเบลลา ฟัลโคเน่ เธอสวมชุดผ้าไหมสีแดงเลือดหมู พร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะประดับอยู่บนริมฝีปาก

ฉันจำสร้อยคอไพลินเส้นนั้นได้

ชิ้นเด่นจากงานประมูลของโซเธอบีส์ ครั้งล่าสุด

ดูเหมือนมาร์โกจะไม่เคยลังเลเลย หากการทุ่มเงินจะทำให้อิซาเบลลามีความสุข

เธอรู้เต็มอกว่าเขารักเธอ

ส่วนฉัน เป็นได้เพียงเครื่องสังเวยบนแท่นบูชาแห่งอำนาจ

ความทรงจำจากชีวิตก่อนค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมา คมชัดราวคมมีดที่เฉือนหัวใจอย่างเชื่องช้า

คืนแต่งงานของฉัน.....ฉันนั่งรออยู่ในชุดนอนผ้าไหมตัวใหม่

รอทั้งคืน แต่มาร์โกไม่เคยปรากฏตัว

เขาไปปลอบโยนอิซาเบลลา ที่อ้างว่าหวาดหวั่นกับพิธีของเรา

“เธอเป็นแค่แขกนะ ซามารา แต่เธอคือคนในครอบครัว ครอบครัวต้องเข้าใจ”

คำพูดนั้น เขาใช้กล่อมฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดยี่สิบปี

และตลอดยี่สิบปีนั้นฉันต่อสู้ด้วยสิ่งเดียวที่มีอยู่:กองกำลังเก่าของพ่อ และอำนาจที่ฉันมีต่อกิจการของตระกูล

แต่เขาอดทนเหลือเกิน ดุจปลวกตัวหนึ่ง ที่ค่อย ๆ แทะกินเสาหลักชีวิตของฉันทีละชิ้น ทีละชิ้น อย่างเงียบงัน

ยี่สิบปีเต็มที่เขาค่อย ๆ ตัดฉันออกจากโลกภายนอก พรากอำนาจ พรากเสียง พรากทุกสิ่งที่เคยเป็นของฉัน แล้วเฝ้ารอ

เขารอ…รอจนกระทั่งลูกชายของเราเติบใหญ่ เติบโตพอจะก้าวขึ้นเป็นทายาทโดยชอบธรรม

ผู้มีสิทธิ์ครอบครองทุกอย่างแทนฉัน

และเมื่อฉันทำหน้าที่ของตนจนหมดสิ้น ฉันก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป

จนกระทั่งลูกชายยืนอยู่ข้างเตียงมรณะของฉัน ถ้วยยาพิษสั่นไหวอยู่ในมือเขา

“แม่ไม่มีประโยชน์แล้ว พ่อต้องการตระกูลฟัลโคเน่”

แล้วมาร์โกก็โน้มตัวลงมา ถ้อยคำสุดท้ายของเขาอ่อนโยน…แต่โหดร้ายยิ่งกว่าคมมีด

“เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันจะรักเครื่องมือได้ ซามารา เธอไร้เดียงสาเหลือเกิน”

เล็บของฉันจิกฝ่ามือตัวเอง ความเจ็บแหลมคมดึงฉันออกจากห้วงอดีต

ทำให้สติฉันนิ่งขึ้น เย็นลง และเฉียบคมกว่าเดิม

ตอนนี้เขากำลังจะเล่นเกมเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ฉันจะไม่เป็นหมากของใคร

“มาร์โก…” ฉันเอ่ยเรียบเบา

เขาหันมามองในที่สุด ละสายตาจากอิซาเบลลา

“อะไร?” น้ำเสียงห่างเหิน ราวกับฉันเป็นเพียงคนที่เขารำคาญ

“สัญญาเลือดนี่…คุณอ่านละเอียดแล้วหรือยัง?”

เขาขมวดคิ้ว “แน่นอน เธอคิดว่าฉันจะสะเพร่า?”

หัวใจฉันเหมือนร้าวเป็นเสี่ยง แม้ยืนต่อหน้าพระเจ้า

แม้อยู่หน้าแท่นบูชา น้ำเสียงของเขาก็ยังเย็นชาใส่ฉัน

“ฉันแค่อยากยืนยันชื่อเจ้าสาวเท่านั้น”

มาร์โกก้มมองเอกสาร พลางหัวเราะหยัน

“ซามารา โรมาโน จะเป็นใครได้อีก?”

แววตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนของเขา คือคำยืนยันเพียงอย่างเดียวที่ฉันต้องการ

จังหวะที่เขาหันไปพูดกับบาทหลวง ฉันขยับมืออย่างเงียบงัน

มือสั่นเล็กน้อย แต่ใจฉันมั่นคง

ฉันสลับเอกสารกับฉบับที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ

ความเปลี่ยนแปลงมีเพียงเล็กน้อย

แต่เมื่อเซ็นลงไปแล้ว มันจะกลายเป็นกฎหมายของตระกูล

ไม่มีวันหักล้างได้

มาร์โกต้องการอิซาเบลลา?

ฉันจะมอบเธอให้เอง

ปลายกริชจิ้มนิ้วฉันเบา ๆ หยดเลือดซึมออกมา หยดลงบนชื่อที่ฉันเขียนไว้

อิซาเบลลา ฟัลโคเน่

น้ำตาเอ่อคลอ ไม่ใช่เพราะบาดแผล

แต่เพราะในที่สุด ความทุกข์ยี่สิบปีของฉันกำลังสิ้นสุด

“คำสาบานเสร็จสิ้นแล้ว”

เสียงบาทหลวงดังก้องไกลราวหมอกบาง

มาร์โกพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ประกายชัยชนะวาบในดวงตา

เขาคิดว่าเขาคุมทุกอย่างได้ ไม่รู้เลยว่าเขาเพิ่งล่ามตัวเองไว้

กับผู้หญิงที่เขาปรารถนา

ส่วนฉัน…ในที่สุดก็ได้เป็นอิสระ

หลังพิธี แขกค่อย ๆ ทยอยกลับ

มาร์โกเดินตรงไปหาอิซาเบลลา กระซิบถ้อยคำหวานข้างหูเธอ

เธอหัวเราะเบา ๆ เสียงใสราวระฆัง แต่แฝงความเย้ยหยัน

ไม่มีใครมองมาทางฉัน เหมือนตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา

ฉันกลับคฤหาสน์โรมาโน เปิดตู้เซฟ

หยิบเอกสารกองทุนลับที่แม่ทิ้งไว้ ห้าสิบล้านดอลลาร์

ก่อนสิ้นลมหายใจ แม่เคยจับมือฉันแน่น

“ซามารา ถ้าวันหนึ่งลูกต้องหนี ใช้เงินนี้เริ่มต้นใหม่”

ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจ วันนี้ฉันเข้าใจแล้ว

แม่เองก็เคยเป็นเครื่องสังเวย ในชีวิตแต่งงานทางการเมือง

ความอดทนทั้งชีวิตของเธอ คือกุญแจที่ไขทางหนีให้ฉัน

ขณะที่ฉันหยิบพาสปอร์ต เสียงมาร์โกลอดผ่านประตูไม้โอ๊กเข้ามา

เขากำลังคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงอ่อนโยน…จนน่าแปลกใจ

“ไม่ต้องห่วง อิซาเบลลา คำสาบานเลือดก็แค่พิธี”

มือฉันหยุดนิ่ง “พอสัญญามีผล ฉันก็มีเหตุผลกำจัดเธออย่างถูกต้อง”

ลมหายใจฉันชะงัก ในชีวิตก่อน เขาระวังตัว

หวาดกลัวอำนาจของฉัน แต่ครั้งนี้

เขามองความเงียบของฉันเป็นความอ่อนแอ

ช่างโง่เขลา

“แน่ใจนะว่ายัยนั่นจะไม่สร้างปัญหา?”

เสียงหัวเราะของอิซาเบลลาคมใสราวแก้ว

เสียงของมาร์โกตอบกลับ อบอุ่นอย่างที่เขาไม่เคยมอบให้ฉัน

“ถ้าเธอกล้าก้าวพลาดแม้แต่คำเดียว…ฉันจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล”
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
9
บทที่ 1
ชีวิตแต่งงานยี่สิบปีของฉันจบลงด้วยความตาย และคนที่ลงมือ…คือสามีของฉันเอง มาร์โก คอร์วินี รวมถึงลูกชายของเรา แน่นอน ก่อนหน้านั้นเขาได้กลืนกินอำนาจอาณาจักรของตระกูลฉันไปจนสิ้น ทั้งหมดก็เพื่อ อิซาเบลลา ฟัลโคเน่ เจ้าหญิงแห่งตระกูลคู่อริฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง..ฉันย้อนกลับมาแล้ว..กลับมายังโบสถ์ ในวันที่ฉันทำสัตย์สาบานด้วยเลือดกับมาร์โก และเป็นวันที่สองหลังพิธีฝังศพพ่อแม่ของฉันด้วย“ในนามของตระกูลโรมาโนและคอร์วินีเราขอเป็นสักขีพยานแห่งคำสาบานนี้ คำสาบานที่จะผูกสองอาณาจักรเข้าด้วยกันทั้งด้วยสายเลือด…และด้วยกฎหมาย”เสียงของบาทหลวงดังกังวานก้องไปทั่วมหาวิหารโฮลีเนมแห่งชิคาโกคู่หมั้นของฉัน มาร์โก ยืนอยู่ข้างกายในมือเขาถือกริชพิธีการ มรดกตกทอดของตระกูลแต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของโบสถ์เหมือนครั้งก่อนทุกประการอิซาเบลลา ฟัลโคเน่ เธอสวมชุดผ้าไหมสีแดงเลือดหมู พร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะประดับอยู่บนริมฝีปากฉันจำสร้อยคอไพลินเส้นนั้นได้ชิ้นเด่นจากงานประมูลของโซเธอบีส์ ครั้งล่าสุดดูเหมือนมาร์โกจะไม่เคยลังเลเลย หากการทุ่มเงินจะทำให้อิซาเบลลามีความสุขเธอรู้เต็มอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ฉันหยุดยืนอยู่ตรงประตูห้องทำงานมาร์โกเพิ่งวางสาย สีเลือดบาง ๆ ยังระเรื่ออยู่บนใบหน้าจากน้ำเสียงอ่อนหวานที่เขาใช้คุยกับอิซาเบลลาแต่ทันทีที่สายตาเขามาปะทะกับฉัน ความอ่อนโยนนั้นก็ดับวูบเหลือเพียงความเย็นชาแข็งกระด้าง“ซามารา เธอมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงนั้นสุภาพพอควร แต่ห่างเหินราวกับฉันเป็นเพียงคนนอกหากเป็นเมื่อก่อน ฉันคงเจ็บจนพูดไม่ออก คงเฝ้าถามว่าเหตุใดเขาถึงเปลี่ยนไปมากเพียงนี้ทว่าตอนนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นกลับเงียบสงบอย่างประหลาด“นี่คือบ้านของฉัน มาร์โก” ฉันเอ่ยเรียบ ๆ “หรือคุณลืมไปแล้ว”คำพูดไม่ได้ดัง แต่ชัดเจนพอ ตราบใดที่กิจการตระกูลโรมาโนยังไม่ถูกเขากุมไว้ทั้งหมดคนที่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้… ยังเป็นฉันแววตาเขาวูบไหวเล็กน้อย“ฉันแค่หมายความว่า เธอควรเคาะประตู ฉันกำลังจัดการเรื่องสำคัญของครอบครัว”ฉันยิ้มบาง “เรื่องสำคัญ… อย่างเช่นวางแผนกำจัดฉันงั้นหรือ”เสียงฉันนิ่งจนแทบไร้อารมณ์ สีหน้าของเขาซีดลง“เธอได้ยินอะไร”“ได้ยินพอ ที่จะเข้าใจ”ฉันเดินไปยังตู้เครื่องดื่มของพ่อ หยิบแก้วขึ้นมา พลางรินของเหลวสีอำพันอย่างไม่เร่งรีบ“เป็นบทสนทนาน่าประทับใจทีเดียว”จังหวะนั้น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ในช่วงหลายวันต่อมา ฉันค่อย ๆ ทยอยขายของมีค่าของตัวเองอย่างเงียบๆกระเป๋ารุ่นพิเศษที่ผลิตเพียงไม่กี่ใบ สร้อยเพชรที่ส่องประกายราวหยาดดาวภาพวาดล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ ทุกชิ้นคือสิ่งที่แม่เลือกให้ด้วยความรักและตอนนี้ มันกลายเป็นบันไดขั้นแรกสู่เส้นทางหลบหนีของฉันฉันเคลื่อนย้ายเงินผ่านบัญชีธนาคารนอกประเทศ ก่อนจะฝากมันไว้ในบัญชีธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์อย่างรอบคอบมาร์โกไม่ระแคะระคายเลย เขากำลังวุ่นวายกับการจัดทริป “ฮันนีมูน” ให้ผู้หญิงอีกคนเช้าวันที่สาม เขามาเคาะประตูห้องฉัน“ซามารา ฉันอยากคุยด้วย” น้ำเสียงเขาอ่อนลงเล็กน้อยแต่ดวงตาของเขายังคงว่างเปล่า ไร้แววความรู้สึกใดๆเมื่อฉันเปิดประตู เขายื่นเช็คมาให้“นี่สำหรับเธอ” เขาเอ่ยพลางยื่นมันมาให้“แม้กองทุนจะถูกนำไปใช้แล้ว… แต่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้เธอไม่เหลืออะไรเลย”ฉันมองตัวเลขเงียบ ๆ หนึ่งล้านดอลลาร์ ค่าปลอบใจเล็กน้อยสำหรับมรดกห้าสิบล้านที่แม่ฝากไว้ด้วยชีวิตหากเป็นเมื่อก่อน ฉันคงซาบซึ้งจนใจอ่อนแต่ตอนนี้ ฉันเพียงยิ้มบาง “ขอบคุณนะคะ มาร์โก”ความนิ่งของฉันทำให้เขาดูไม่สบายใจ“ฉันจะพาอิซาเบลลาไปลาสเวกัส มีธุระของค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ฉันก็ได้เห็นสัญชาตญาณที่แท้จริงของมาร์โกเขาไม่ได้พุ่งมาทางฉัน เขาทิ้งตัวเข้าปกป้องอิซาเบลลา ใช้ร่างกายของตัวเองกำบังเธอราวกับพร้อมจะรับกระสุนทุกนัดแทนเธอ เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียวและในจังหวะเดียวกันนั้น เขาผลักฉันกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊กหนักอึ้งแผ่นหลังฉันกระแทกกับไม้แข็งอย่างแรง หนังสือร่วงกราวลงมาทับร่างฉันราวกับสายฝนมุมแหลมของเล่มหนึ่งบาดแขนฉันจนเปิดเป็นแผลยาวเลือดซึมกระจายบนแขนเสื้อไหมสีขาวของฉันเหมือนดอกไม้สีคล้ำที่บานอย่างน่าเกลียดความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกที่หัวใจถูกฉีกเป็นชิ้น ๆเมื่อเสียงปืนสงบลง มาร์โกไม่ได้หันมามองฉัน เขาก้มดูอิซาเบลลา ที่กำลังสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเขา“ที่รัก คุณโอเคไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” น้ำเสียงเขาสั่นปนความตื่นตระหนกและความห่วงใยอย่างสุดหัวใจ“มะ… ไม่” อิซาเบลลาสะอื้น “มาร์โก ฉันกลัวมาก”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่แล้ว” เขาจูบหน้าผากเธอเบา ๆ“ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายคุณ” ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายคุณคำนั้นคือแรงกระแทกสุดท้าย เศษเสี้ยวความหวังที่ฉันเคยมีต่อเขา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ฉันก้าวออกจากคฤหาสน์โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลยที่นั่นจบลงแล้ว สำหรับฉัน ทั้งความทรงจำ ทั้งความเจ็บปวดหกชั่วโมงต่อมา ฉันยืนอยู่ที่ทางออกสนามบินเมืองลอสแอนเจลิสแสงแดดแห่งแคลิฟอร์เนียส่องสว่าง อบอุ่น และอิสระต่างจากสีเทาเย็นชาของชิคาโก ราวกับเป็นคนละโลกฉันลากกระเป๋าเดินทางฝ่าฝูงชน แล้วปล่อยให้ตัวเองค่อย ๆ จางหายไปกับผู้คนรอบตัวครั้งนี้…คงไม่มีใครออกตามหาฉันอีกแล้วในความคิดของมาร์โก ฉันคงสิ้นลมหายใจไปนานแล้วสามเดือนแห่งความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละและในที่สุด หอศิลป์ของฉันก็เปิดต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการ“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ดิฉันขอต้อนรับทุกท่านสู่ค่ำคืนเปิดตัว ‘แกลเลอรี รีเบิร์ธ ค่ะ”ฉันยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์อันหรูหราในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ สายตามองทอดไปยังแขกระดับแนวหน้าของลอสแอนเจลิสที่มาร่วมงานผลงานทุกชิ้นบนผนังผ่านการคัดเลือกด้วยตัวฉันเองตั้งแต่งานร่วมสมัยที่ท้าทายกรอบเดิมของศิลปินหน้าใหม่ไปจนถึงผลงานชิ้นเอกทรงคุณค่าที่หาชมได้ยาก“ซามารา ที่นี่งดงามมากจริง ๆ” เจนนิเฟอร์ วอลช์ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ถือแก้วแชมเปญอย่างสง่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
"สุภาพบุรุษและภาพสตรี การประมูลค่ำคืนนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ”ฉันอยู่ในงานประมูลศิลปะแบบแบล็กไทภายในห้องบอลรูมโอ่อ่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในลอสแอนเจลิสแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายเหนือศีรษะ เสียงสนทนาแผ่วเบาผสานกับเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันอย่างนุ่มนวลฉันยกแก้วขึ้นจิบเบา ๆ พลางทักทายแขกเหรื่ออย่างเป็นกันเองในฐานะเจ้าของแกลเลอรีหน้าใหม่ ฉันจำเป็นต้องสร้างเครือข่าย สร้างความไว้วางใจ และทำให้ชื่อของฉันถูกจดจำ“มิสโรมาโน คุณคิดเห็นอย่างไรกับปิกัสโซ่คืนนี้” วิลเลียม มอร์แกน นักสะสมรายใหญ่เอ่ยถาม“เป็นผลงานชิ้นเอกอย่างไม่ต้องสงสัยค่ะ” ฉันตอบ พลางพินิจภาพวาดตรงหน้าอย่างละเอียด “แต่ฉันสนใจชิ้นนั้นมากกว่า…”“โอ้พระเจ้า นั่นซามารา โรมาโนใช่ไหม”เสียงแหลมคมตัดผ่านบทสนทนาของพวกเรา ฉันหันไปมองอิซาเบลลา ฟัลโคเนกำลังเดินตรงเข้ามาในชุดราตรีสีทองเปิดแผ่นหลัง ผ้าไหมแนบลำตัวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับส่วนโค้งของหน้าท้องเธอเด่นชัดใต้เนื้อผ้า อย่างน้อยก็สี่เดือนแล้วบรรดาสาวสังคมจากชิคาโกสองสามคนเดินตามหลังมา ดวงตาเป็นประกายราวกับกำลังรอชมละครฉากสำคัญ“อิซาเบลลา” ฉันพยักหน้าให้เล็กน้อย น้ำเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
“คุณโรมาโนคะ นิตยสาร นิตยสารศิลปะรายสัปดาห์ อยากทำบทความพิเศษเกี่ยวกับคุณค่ะ”สัปดาห์ก่อนคริสต์มาส แกลเลอรีของฉันกลายเป็นศูนย์กลางของวงการศิลปะในแอลเอภายในเวลาเพียงสี่เดือน ‘Rebirth’ ทำยอดขายทะลุยี่สิบล้านดอลลาร์ในที่สุดฉันก็พิสูจน์ได้แล้วว่า ฉันไม่ได้แค่เอาชีวิตรอดโดยไม่มีมาร์โก คอร์วินีฉันสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้“บอกพวกเขาว่าฉันว่างสัปดาห์หน้า” ฉันบอกซาราห์ขณะที่กำลังจัดตกแต่งสำหรับนิทรรศการคริสต์มาส ซาราห์ก็รีบวิ่งมาหาฉัน สีหน้าซีดเผือด“บอสคะ ข่าวร้ายค่ะ” เธอพูด “มาร์โก คอร์วินี มาถึงแอลเอเมื่อวานนี้”เครื่องประดับคริสตัลในมือฉันแทบจะหล่น“อะไรนะ?”“เขามากับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และเช็กอินเข้าพักที่โรงแรมเบเวอร์ลีฮิลส์” ซาราห์พูดต่อ “ได้ข่าวว่าตระกูลคอร์วินีกำลังมีปัญหาอย่างหนักที่ชิคาโก” หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงมาร์โกอยู่ที่แอลเอ กับอิซาเบลลา“ปัญหาอะไร?” ฉันถามซาราห์เปิดหน้าฟีดข่าวบนแท็บเล็ตให้ดู“เอฟบีไอบุกตรวจค้นทรัพย์สินสำคัญหลายแห่งของตระกูลคอร์วินีค่ะ ได้ข่าวว่ามีคนในหักหลัง”ฉันมองภาพใบหน้าตึงเครียดของมาร์โกบนหน้าจอ ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวในท้อง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
หลังจากมาร์โกออกไป ฉันพิงประตูไว้ รู้สึกอ่อนล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนชั่วขณะหนึ่ง ตอนที่เขาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ใจฉันเกือบจะอ่อนลงแต่แล้วฉันก็นึกถึงความเจ็บปวดในชีวิตก่อน สายตาเย็นชาของเขาในตอนที่ยื่นยาพิษให้ฉัน และความสงสารที่หลงเหลืออยู่ก็สลายหายไปทันที บาดแผลบางอย่าง ไม่มีวันให้อภัยได้เช้าวันต่อมา ฉันตัดสินใจบางอย่าง“ซาราห์ จองตั๋วไปปารีสให้ฉันที” ฉันบอกผู้ช่วย “ฉันต้องการวันหยุด”“ได้เลยค่ะบอส จะออกเดินทางเมื่อไหร่ดีคะ?”“เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”ฉันต้องออกจากแอลเอสักพักการมีอยู่ของมาร์โกทำให้อากาศเหมือนถูกวางยาพิษฉันอยากปล่อยตัวเองให้หลงไปในโถงทางเดินของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ อยากยืนอยู่ต่อหน้างานศิลปะที่เคยช่วยชีวิตฉันไว้ครั้งหนึ่ง อยากสูดอากาศที่ไม่ปนเปื้อนด้วยความทรงจำของเขาสองชั่วโมงต่อมา ซาราห์กลับมาพร้อมข่าวร้าย“บอสคะ เรื่องนี้แปลกมาก” เธอขมวดคิ้ว “เที่ยวบินส่วนตัวทั้งหมดไปยุโรปถูกยกเลิกค่ะ บอกว่า ‘มีปัญหาทางเทคนิค’”ท้องของฉันเหมือนร่วงวูบลงทันที“แล้วเที่ยวบินชั้นประหยัดละ?”“เหมือนกันค่ะ สนามบินแจ้งว่าระบบควบคุมการจราจรทางอากาศขัดข้อง” ซาราห์ส่ายหน้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
เช้าวันคริสต์มาส ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงคลื่นซัดฝั่งแผ่วเบาแสงอาทิตย์ส่องผ่านกระจกเข้ามา อบอุ่นและอ่อนโยนมันเป็นคริสต์มาสที่เงียบสงบที่สุดในรอบหลายปีของฉันไม่มีการเมืองในครอบครัว ไม่มีรอยยิ้มเสแสร้ง มีเพียงความสงบแท้จริงฉันเดินออกไปที่ระเบียง และพบว่าอาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้อย่างงดงามบนโต๊ะสตรอว์เบอร์รีสด ครัวซองต์อุ่น ๆ และกาแฟบลูเมาน์เทนหอมกรุ่นหนึ่งกา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณโรมาโน”แม่บ้านชื่อเอลีนา หญิงชาวอิตาเลียนวัยราวห้าสิบ ผู้สง่างาม เดินเข้ามาหา“คุณดันเต้สั่งให้เราเตรียมอาหารเช้าให้คุณค่ะ”“แล้วเขาอยู่ไหนคะ?” ฉันถาม“กำลังจัดการธุระด่วนบางอย่างค่ะ” เอลีนายิ้ม “เขาบอกว่าไม่อยากรบกวนคุณ อยากให้คุณได้นอนพักเต็มที่”ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นกลางอกของฉันมาร์โคในชีวิตก่อนของฉันไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของฉันเลย เขามักปลุกฉันกลางดึกด้วยข้ออ้างว่าเป็น “ธุระของครอบครัว” แต่ดันเต้…เขาปกป้องแม้กระทั่งเวลานอนของฉันช่วงบ่าย รถมาเซราตีสีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ดันเต้ก้าวลงจากรถ มือถือกล่องของขวัญหลายใบ“เมอร์รี่คริสต์มาส ซามารา” เขาพูด พลางยื่นของขวัญให้ฉันฉันเปิด
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status