Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-24 14:00:06

แต่วันนี้...เหตุใดคุณหนูถึงนำผลไม้ช้ำๆ ไปเยี่ยมคนป่วย

“คุณหนูเจ้าคะ” ชิงเยว่เอ่ยอย่างลังเล

“เอาไปเพียงเท่านี้จริงๆ หรือเจ้าคะ”

“ทำไมหรือ”

“ปกติท่านมักจะให้คนเตรียมของดีๆ ไปให้นาง”

“เช่นนั้นหรือ” ซูหนิงเอ๋อแค่นหัวเราะ นั่นสินะ นางช่างโง่เขลาจริงๆ สกุลเย่รับใช้สกุลซูมาหลายชั่วอายุคน บิดาของเย่เหม่ยหลิงยังเป็นเพียงผู้ดูแลกิจการส่วนหนึ่งของสกุลซู บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ เงินที่พวกเขาใช้ แม้กระทั่งตำแหน่งที่ได้รับล้วนมีสกุลซูอยู่เบื้องหลัง

แต่ชาติก่อน นางกลับมองเย่เหม่ยหลิงเป็นเพื่อนสนิท ตนจึงมอบให้นางทุกอย่าง แม้กระทั่ง...บุรุษที่ตนเองกำลังจะแต่งงานด้วยก็ยังถูกแบ่งให้เพื่อนสนิท

“ไม่จำเป็น” ซูหนิงเอ๋อลุกขึ้น

“วันนี้ข้าไปเยี่ยมคนป่วย ไม่ได้ไปส่งของกำนัล”

“เจ้าค่ะ” ไม่นานนัก รถม้าของสกุลซูก็เคลื่อนออกจากจวน ตลอดทาง ซูหนิงเอ๋อนั่งหลับตา แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพในอดีต เย่เหม่ยหลิงในชุดสีแดงกู้เหวินเฉิงยืนอยู่ข้างนาง มือของทั้งสองคนจับกันแน่น ในขณะที่ซูหนิงเอ๋อกำลังนอนรอความตายอยู่บนพื้น

‘จากนี้ไป คนที่ข้าจะแต่งเป็นภรรยาคือเย่เหม่ยหลิงเพียงผู้เดียว’

คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวตอนนั้นนางโง่เหลือเกิน โง่จนไม่เคยสังเกต ว่าเหตุใดเย่เหม่ยหลิงถึงรู้เรื่องของกู้เหวินเฉิงมากกว่านาง เหตุใดเวลาที่กู้เหวินเฉิงมาหา นางมักหาโอกาสอยู่ใกล้เขาเสมอ เหตุใดทุกครั้งที่นางทะเลาะกับกู้เหวินเฉิง...คนที่รีบเข้ามาปลอบนางคือเย่เหม่ยหลิงและสุดท้าย นางก็มักถูกเกลี้ยกล่อมให้เป็นฝ่ายยอมเขาก่อน

คิดดูแล้ว...เย่เหม่ยหลิงคงหัวเราะเยาะนางอยู่ในใจมาตลอด

“คุณหนู” เสียงชิงเยว่ดังขึ้น

“ถึงแล้วเจ้าค่ะ” ซูหนิงเอ๋อลืมตา รถม้าหยุดอยู่หน้าจวนหลังหนึ่ง จวนไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่ก็ดูสะอาดเรียบร้อย นี่คือเรือนที่สกุลซูมอบให้สกุลเย่อาศัยแม้แต่ที่ดินผืนนี้...ก็เป็นของสกุลซู ซูหนิงเอ๋อก้าวลงจากรถม้าบ่าวรับใช้หน้าประตูเห็นนางก็รีบคุกเข่าลงทันที

“คารวะคุณหนูซู!”

“คุณหนูเย่ของพวกเจ้าอยู่ที่ใด”

“เอ่อ...” บ่าวรับใช้ผู้นั้นชะงัก

“อยู่ในเรือนเจ้าค่ะ”

“นำทางไป”

“แต่คุณหนูเย่กำลังพักผ่อน...” ซูหนิงเอ๋อหันกลับไปมองเพียงแววตานิ่งๆ ของนางก็ทำให้บ่าวรับใช้หน้าซีด

“ข้ามาเยี่ยมคนป่วย” น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเย็น

“หรือสกุลเย่ไม่ยินดีต้อนรับข้า”

“มะ...ไม่ใช่เจ้าค่ะ!”

“เช่นนั้นก็นำทาง”

“เจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้รีบเดินนำหน้า ซูหนิงเอ๋อเดินตามเข้าไปแต่ยิ่งเดินลึกเข้าไป นางก็ยิ่งขมวดคิ้ว บอกว่าป่วยแต่เสียงหัวเราะดังมาจากเรือนด้านในไม่เพียงเท่านั้นกลิ่นหอมของอาหารยังลอยออกมา คนป่วยที่ใดมีเรี่ยวแรงจัดโต๊ะอาหารเช่นนี้

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง บ่าวรับใช้ที่นำทางมาก็หน้าเสียทันทีเพราะภายในห้อง...เย่เหม่ยหลิงกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะ แต่งกายด้วยชุดใหม่สีชมพูอ่อน ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างงดงามไม่มีท่าทางของคนป่วยแม้แต่น้อย ตรงข้ามกับนาง...ยังมีบุรุษคนหนึ่งนั่งอยู่

และเมื่อซูหนิงเอ๋อเห็นใบหน้านั้น มือของนางก็กำแน่น กู้เหวินเฉิงช่างบังเอิญเสียจริง เมื่อครู่เขายังนั่งอยู่ที่จวนของนางแต่ตอนนี้กลับมานั่งร่วมโต๊ะกับเย่เหม่ยหลิงถึงที่นี่แล้ว ชิงเยว่เองก็ตกตะลึง

“คุณชายกู้?” เย่เหม่ยหลิงสะดุ้ง เมื่อหันมาเห็นซูหนิงเอ๋อ สีหน้าของนางก็ซีดลงทันที

“พะ...พี่หนิงเอ๋อ?” กู้เหวินเฉิงลุกขึ้น สีหน้าของเขาดูไม่เป็นธรรมชาติ

“หนิงเอ๋อ เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่” ซูหนิงเอ๋อมองทั้งสองคนสลับกันก่อนจะยิ้ม

“ข้าควรถามพวกท่านมากกว่าว่า เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่พร้อมกัน” เย่เหม่ยหลิงรีบลุกขึ้น

“พี่หนิงเอ๋อ อย่าเข้าใจผิดนะเจ้าคะ!”

“เข้าใจผิด?”

“ข้า...ข้าเพียงไม่สบาย คุณชายกู้บังเอิญผ่านมา จึงแวะมาเยี่ยมข้าเท่านั้น” ซูหนิงเอ๋อหันไปมองอาหารเต็มโต๊ะ

“ไม่สบาย?” เย่เหม่ยหลิงชะงัก

“เจ้าค่ะ”

“ป่วยเป็นอะไร”

“ข้า...”

“ปวดศีรษะหรือ”

“ใช่เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเหตุใดจึงแต่งหน้าหนาเสียจนคนปวดศีรษะเห็นแล้วยังต้องปวดเพิ่ม” ทั้งห้องเงียบกริบ ชิงเยว่รีบก้มหน้าลงแต่ไหล่กลับสั่นเล็กน้อย เย่เหม่ยหลิงกัดริมฝีปาก

“พี่หนิงเอ๋อ...”

“ไม่ต้องเรียกข้าเช่นนั้น” น้ำเสียงของซูหนิงเอ๋อเปลี่ยนเป็นเย็นชา รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่เหม่ยหลิงพลันแข็งค้าง

“พี่หนิงเอ๋อ ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ”

“ข้าเป็นอะไรหรือ?” ซูหนิงเอ๋อเดินเข้าไป สายตาของนางมองสำรวจเรือนอย่างช้าๆ ผ้าไหมที่แขวนอยู่ แจกันล้ำค่า แม้แต่โต๊ะไม้แดงตัวนี้...นางจำได้ว่าตนเองเป็นคนสั่งทำและส่งมาให้เย่เหม่ยหลิง ตอนนั้นนางกลัวว่าเพื่อนรักจะใช้ชีวิตอย่างลำบาก

แต่วันนี้...ทุกสิ่งทุกอย่างกลับทำให้นางรู้สึกขยะแขยง

“ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้” ซูหนิงเอ๋อเอ่ยขึ้น

“ว่าเรือนหลังนี้งดงามดี” เย่เหม่ยหลิงยิ้มอย่างโล่งใจ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเปลี่ยนชะตาเป็นพระชายาท่านอ๋อง   บทพิเศษ 27

    “เรื่องอื่นข้ายอมเจ้าได้ แต่เรื่องนี้ไม่มีทาง”“หากหม่อมฉันอยากเดินเล่นในสวนล่ะเพคะ?”“ข้าจะไปกับเจ้า”“หากหม่อมฉันอยากกินขนมตอนกลางคืน?”“ข้าจะให้ห้องครัวทำให้”“หากหม่อมฉันอยากกินของที่ห้องครัวไม่มี?”“ข้าจะให้คนออกไปหามา” นางจ้องเขา ก่อนหัวเราะจนไหล่สั่น“ท่านอ๋อง ทรงตามใจหม่อมฉันถึงเพียงนี้ ระวังลูกคนนี้จะเอาแต่ใจเหมือนพระองค์นะเพคะ” เซียวเฉิงเย่ยกคิ้ว“หากเหมือนข้า อย่างน้อยก็ต้องรู้จักปกป้องคนที่ตนรัก” เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนก้มลงแนบหน้าผากกับหน้าผากของนาง“แต่หากเหมือนเจ้า ก็คงฉลาดจนทำให้ข้าปวดหัวตั้งแต่ยังพูดไม่ได้” ซูหนิงเอ๋อยกมือทุบอกเขาเบาๆ ขณะที่เสียงหัวเราะของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันนอกหน้าต่าง แสงตะวันสุดท้ายของวันค่อยๆ ลับหายไป ทว่าภายในเรือนกลับสว่างไสวด้วยโคมไฟและความสุขที่ไม่มีสิ่งใดมาพรากไปได้ง่ายๆ อีกแล้วคืนนั้น หลังจากซูหนิงเอ๋อหลับไปแล้ว เซียวเฉิงเย่ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง เขามองใบหน้าสงบของภรรยา ก่อนค่อยๆ วางฝ่ามือลงบนหน้าท้องของนางอย่างแผ่วเบา“เจ้าตัวเล็ก...” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่แม้แต่ตนเองยังไม่คุ้นเคย“พ่อไม่รู้ว่าเจ้าจะเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง แต่พ่อสัญญาว

  • เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเปลี่ยนชะตาเป็นพระชายาท่านอ๋อง   บทพิเศษ 26

    เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน ฤดูร้อนค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นท้อในจวนอ๋องผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งก้าน ทว่าภายในเรือนกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นเช้าวันหนึ่ง ซูหนิงเอ๋อตื่นขึ้นมาพร้อมอาการคลื่นไส้ นางเพิ่งจิบชาร้อนไปได้ไม่กี่คำก็ต้องรีบวางถ้วยลง ชิงเยว่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้ามาประคอง“พระชายา ทรงเป็นอะไรไปเพคะ? หรือเมื่อคืนทรงพักผ่อนไม่เพียงพอ?”“ข้าเองก็ไม่รู้ ช่วงนี้ข้าเหนื่อยง่าย ทั้งยังไม่ค่อยอยากอาหาร” ชิงเยว่ขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาของนางพลันเบิกกว้าง“พระชายา...ประจำเดือนของพระองค์คราวนี้มาหรือยังเพคะ?” ซูหนิงเอ๋อชะงักไปทันที นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ส่ายหน้าชิงเยวยกมือปิดปาก แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“เช่นนั้นหม่อมฉันจะรีบไปเชิญท่านหมอเดี๋ยวนี้เพคะ!”“ชิงเยว่ อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป บางทีอาจเป็นเพียงเพราะช่วงนี้ข้าพักผ่อนไม่พอเท่านั้น” ถึงจะกล่าวเช่นนั้น แต่เมื่ออยู่ตามลำพัง ซูหนิงเอ๋อกลับอดยกมือขึ้นแตะหน้าท้องของตนเองไม่ได้ ความคิดหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจเป็นไปได้หรือไม่...ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หมอประจำจวนก็เดินทางมาถึง เขาตรวจชีพจรให้นางอย่างละเอียด ก่อ

  • เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเปลี่ยนชะตาเป็นพระชายาท่านอ๋อง   บทพิเศษ 25

    สามวันหลังจากเหตุการณ์ในศาลาร้าง จวนอ๋องเซียวเฉิงเย่ก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าความสงบครานี้มิได้เกิดจากการที่ทุกคนลืมเรื่องราวที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะคนที่คิดก่อการร้ายถูกจับกุมจนหมดสิ้นจากการสอบสวน ชายชุดเทามีนามว่าเย่ฉางเฟิง เป็นผู้ที่ยังคงภักดีต่อเศษซากอำนาจของตระกูลเย่ที่ถูกเนรเทศ เขาลอบเข้ามาในเมืองหลวงหลายเดือนก่อนเพื่อวางแผนกำจัดเซียวเฉิงเย่ โดยเชื่อว่าหากท่านอ๋องสิ้นพระชนม์ กองกำลังที่อยู่ภายใต้อำนาจของเขาจะต้องแตกกระจาย และความลับเกี่ยวกับคดีเก่าของตระกูลเย่จะถูกฝังไปตลอดกาลส่วนหลินเยว่หรู แม้จะมิใช่ผู้วางแผนทั้งหมด แต่นางก็รู้เห็นและยินยอมช่วยเหลือ เพราะความทะเยอทะยานและความริษยาบังตาท้ายที่สุด นางถูกส่งตัวไปยังศาลหลวงเพื่อรับโทษตามความผิดที่ตนก่อ ส่วนเย่ฉางเฟิงและผู้สมรู้ร่วมคิดถูกสอบสวนขยายผลต่อไป หลักฐานที่รวบรวมได้ทำให้คดีเก่าซึ่งถูกปิดบังมานานเริ่มปรากฏแสงสว่าง เซียวเฉิงเย่จึงไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเงาของผู้ที่คิดสังหารตนเองอีกต่อไปเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย เขากลับมาที่เรือนของซูหนิงเอ๋อในยามเย็นเช่นเคยนางกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อ อ่านบัญชีรายรับรายจ่ายของจว

  • เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเปลี่ยนชะตาเป็นพระชายาท่านอ๋อง   บทพิเศษ 24

    ชายชุดเทาก้าวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่ง“พรุ่งนี้เจ้าจงหาข้ออ้างไปพบเซียวเฉิงเย่ อ้างว่าเจ้ารู้สึกไม่สบายใจที่พระชายาซูหมดสติ และต้องการช่วยสืบหาคนร้าย เมื่อเขาเห็นว่าเจ้าเป็นประโยชน์ บางทีเขาอาจลดความระแวงลงบ้าง” หลินเยว่หรูหัวเราะอย่างขมขื่น“ท่านคิดว่าท่านอ๋องจะเชื่อข้าหรือ? วันนี้ข้าเพิ่งปรากฏตัวในสวน พระชายาซูก็หมดสติทันที ต่อให้ข้าไม่ใช่คนลงมือ คนทั้งจวนก็คงสงสัยข้าไปแล้ว”“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องทำให้พวกเขาเชื่อว่าเจ้าเองก็เป็นเหยื่อ!” ชายชุดเทากดเสียงต่ำลง ก่อนยื่นมือออกมาตรงหน้านาง“เอาของที่ข้าให้เจ้าออกมา” หลินเยว่หรูชะงัก มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำห่อผ้าแน่นขึ้น“ท่านจะเอาคืนหรือ?”“ข้าต้องตรวจสอบบางอย่าง”“ไม่!” นางปฏิเสธทันที ก่อนจะรู้ตัวว่าตนตอบเร็วเกินไป จึงรีบผ่อนน้ำเสียง“ข้าหมายถึง...ของชิ้นนี้สำคัญต่อแผนการของเราไม่ใช่หรือ หากท่านเอาคืนไป แล้วข้าจะทำอย่างไรต่อ?” แววตาของชายชุดเทาเปลี่ยนเป็นเย็นชา“หลินเยว่หรู เจ้าคิดว่าตนเองยังมีสิทธิ์ต่อรองกับข้าอีกหรือ?”“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”“ถ้าเช่นนั้นก็เอามา!” เขายื่นมือเข้าคว้าแขนเ

  • เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเปลี่ยนชะตาเป็นพระชายาท่านอ๋อง   บทพิเศษ 23

    ค่ำคืนมาเยือนอย่างเงียบงัน ภายในจวนอ๋อง แสงโคมตามระเบียงค่อยๆ ดับลงทีละดวง เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมหน้าประตูเรือนรับรองและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้เป็นระยะหลินเยว่หรูนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นางเปลี่ยนเป็นชุดสีเข้มเรียบง่าย เส้นผมเกล้าไว้อย่างหลวมๆ บนโต๊ะมีเพียงปิ่นไม้หนึ่งอันกับถ้วยชาที่ยังไม่ได้แตะต้อง นางมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองแดง หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก พระชายาซูหมดสติไปแล้วจริงหรือหากเซียวเฉิงเย่รู้ว่านางเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่อให้เขาเคยมีไมตรีต่อนางมากเพียงใด ก็คงไม่มีวันปล่อยนางไปง่ายๆแต่หากนางไม่ไปพบชายชุดเทา อีกฝ่ายย่อมคิดว่านางกำลังทรยศต่อข้อตกลงหลินเยว่หรูหลุบตาลง มือลูบห่อผ้าที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัวในที่สุด นางก็ลุกขึ้น เปิดประตูออกไปอย่างระมัดระวัง“คุณหนูจะไปไหนเจ้าคะ?” สาวใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกเอ่ยถามด้วยความสงสัย หลินเยว่หรูชะงักเพียงชั่วอึดใจ ก่อนตอบเสียงเรียบ“ข้านอนไม่หลับ อยากออกไปเดินรับลมสักครู่ เจ้าไม่ต้องตามมา”“แต่ว่า...”“ข้าบอกว่าไม่ต้องตามมา!” น้ำเสียงที่แข็งกร้าวทำให้สาวใช้ก้มหน้าลงทันที หลินเยว่หรูไม่เสียเวลาพูดต่อ น

  • เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเปลี่ยนชะตาเป็นพระชายาท่านอ๋อง   บทพิเศษ 22

    เมื่อถึงตำหนัก หมอหลวงก็รีบเข้ามาตรวจอาการทันที เซียวเฉิงเย่ยืนอยู่ข้างเตียง ไม่ยอมถอยห่างแม้แต่ก้าวเดียว ขณะที่ชิงเยว่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล ดวงตาแดงก่ำด้วยความกังวล ผ่านไปครู่ใหญ่ หมอหลวงจึงถอนเข็มเงินออกจากข้อมือของซูหนิงเอ๋อ ก่อนค้อมกายลงอย่างระมัดระวัง“ทูลท่านอ๋อง พระชายามีอาการคล้ายได้รับพิษพ่ะย่ะค่ะ แต่พิษยังไม่แสดงอาการรุนแรงนัก กระหม่อมจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมจึงจะระบุได้ว่าเป็นพิษชนิดใด”“พิษ?” เสียงของเซียวเฉิงเย่เย็นลงทันที“เจ้าหมายความว่ามีคนวางยานาง?” หมอหลวงก้มหน้าต่ำ“กระหม่อมยังไม่กล้ายืนยันพ่ะย่ะค่ะ แต่จากอาการในขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูง” ภายในห้องพลันเงียบงันเซียวเฉิงเย่กำหมัดแน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“ตรวจให้ละเอียดที่สุด หากต้องใช้ยาหรือสมุนไพรชนิดใด ให้ไปนำมาทันที ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด ข้าต้องการให้นางปลอดภัย”“กระหม่อมรับบัญชา!” หมอหลวงรีบถอยออกไปจัดยา เซียวเฉิงเย่นั่งลงข้างเตียง เอื้อมมือไปจับมือของซูหนิงเอ๋อไว้ ปลายนิ้วของนางเย็นกว่าปกติ เขาจึงประคองมือทั้งสองข้างของนางไว้ในฝ่ามือตนเอง ราวกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดให้นาง“หนิง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status