แชร์

ตอนที่ 6 ฝูงนกที่โผบิน

ผู้เขียน: MACARONI/1Millionmilesaway
last update วันที่เผยแพร่: 2025-04-24 10:00:00

เช้าวันหนึ่ง

เซี่ยฟานนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในเรือนทาส เขามองไปด้านบนเพราะได้ยินเสียงจิ๊บ จิ๊บ ดังระงมอยู่พักหนึ่ง

แม่นกคาบอาหารบินโฉบลงมาที่รัง แล้วค่อย ๆ ป้อนลูกนกแต่ละตัวอย่างใจเย็น เซี่ยฟานปีนขึ้นไปดูที่รังของพวกมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เขาคอยเฝ้ามองดูนกฝูงนี้ตั้งแต่นั้นมา เห็นความรักที่แม่นกคอยปกป้อง หาอาหาร ให้ความอบอุ่นแก่ลูกนก นับเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ก่อเกิดในใจของเซี่ยฟาน

จนกระทั่งถึงวันที่ลูกนกต้องหัดบิน แม่นกคอยช่วยให้ลูกนกเหล่านั้นขยับปีก สอนให้ลูกนกโผบิน ในที่สุด ลูกนกในรังก็เริ่มสยายปีกบินขึ้นฟ้า

สายตาของเซี่ยฟานมองตามด้วยความตื่นเต้น นกฝูงนี้โผบินอย่างอิสระบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ใจของเซี่ยฟานเบิกบาน เขาคอยเฝ้ามองหาทางที่เขาจะเป็นดั่งนกพวกนี้

“ท่านลุง ข้าอยากบิน แบบนกพวกนั้น” เซี่ยฟานพูดกับหานโจว พลางชี้ไปบนท้องฟ้า

“เจ้าไม่ใช่นกเสียหน่อย ปีกก็ไม่มี” หานโจวคิดว่าเซี่ยฟานพูดไปเรื่อย นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่เซี่ยฟานพยายามบอกคือการเป็นอิสระจากที่แห่งนี้

“สักวันข้าจะบินออกไปไกล ๆ” เสียงของเซี่ยฟานพึมพำ ยิ้มแย้ม มีความหวัง

อาทิตย์ต่อมา

เซี่ยเวยซื้อตัวทาสพี่น้องชายหญิงมาสองคน เพราะฮูหยินอยากได้คนมาช่วยงานเพิ่ม เขาเลือกทั้งสองมาอย่างส่ง ๆ แล้วไม่ได้ใส่ใจมากนัก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฮูหยิน

ส่วนใหญ่แล้วคนเป็นน้องชายก็ได้ทำงานดูแลสวน ความสะอาดบริเวณบ้าน ส่วนคนเป็นพี่ นางก็คอยรับใช้ฮูหยินตามหน้าที่

เดิมทีทั้งสองเป็นลูกชาวบ้านที่ครอบครัวยากจน ไม่มีที่ไปจนถูกจับมาขายในตลาดมืด แต่ทั้งสองเป็นคนที่ใฝ่เรียน แม้จะไม่มีเงินแต่อาศัยครูพักลักจำ สติปัญญาค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง

เซี่ยฟานเห็นสองพี่น้องแล้วรู้สึกได้ว่าทั้งคู่คอยดูแล ปกป้องกัน ดูอบอุ่น แม้จะรู้สึกเหงาไปบ้าง แต่ยังมีหานโจวที่พอจะเทียบเคียงได้

เขาไม่ได้สนิทสนมกับทั้งสองคนมากนัก เพราะไม่คุ้นชินกับการเข้าหาผู้คน จึงรับรู้เรื่องราวพวกเขาอยู่ห่าง ๆ

สองพี่น้องนั้นอายุมากกว่าเซี่ยฟานสี่ห้าปี พวกเขารู้ว่าต้องทำเช่นไรถึงจะออกไปจากที่แห่งนี้ได้ ทั้งคู่คอยเก็บอัฐที่ได้จากการทำงาน ไปซ่อนเอาไว้ในมุมหนึ่งของห้อง สักวันจะเอาไว้ใช้ไถ่ถอนตัวเองจากการเป็นทาส

วันเวลาผ่านไปเพียงแค่ปีเดียวคนเป็นพี่สาวที่หน้าตามอมแมมก็กลายเป็นสาวงาม และนั่นก็ทำให้เซี่ยเวยที่กำลังเบื่อ ๆ เริ่มมาวอแวกับนาง

น้องชายของนางที่อายุไล่เลี่ยกัน ไม่ยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องตัวพี่สาว จึงคอยมาเป็นก้างขวางเซี่ยเวย แล้วก็จบลงด้วยการดื่มยาแก้ช้ำในพร้อมรักษาบาดแผล

“อาฟาน ไปดูเขาหน่อยเถิด” หานโจวสั่งเขาแล้วยื่นถ้วยยาให้

“ขอรับ” เซี่ยฟานพยักหน้ารับถ้วยยาแล้วเดินตรงไปหาเขา

จากนั้น ค่อย ๆ ป้อนยาให้เขาดื่มทีละนิด ๆ เพราะอาการบาดเจ็บของเขาค่อนข้างมากทีเดียว

“เป็นอย่างไร” เซี่ยฟานถามเขา

“เจ็บ” คำตอบสั้น ๆ และสีหน้ามุ่งมั่นของคนเป็นน้องทำให้เซี่ยฟานนึกสงสัย

แล้ววันหนึ่ง เซี่ยฟานก็ได้เห็นว่าสีหน้าแบบนั้นหมายความว่าอะไร

คนเป็นน้องชายพูดว่าเขาเก็บอัฐได้มากพอที่จะให้พี่สาวได้ไถ่ถอนตัวเองแล้ว

“ท่านพี่ วันพรุ่งนี้ รีบนำอัฐไปเถิด อย่าได้ทนกับความทุกข์ที่นี่เลย” เขาพูดกับพี่สาว

“แต่ว่าข้าเป็นห่วงเจ้า” นางลูบหัวน้องชายด้วยความเอ็นดู

“ข้าจะรีบตามท่านพี่ไป ไม่ต้องห่วงข้านักหรอก” เขาจับมือของนาง กุมมือทั้งสองข้างเอาไว้ สายตามองเห็นทางที่จะทำให้พี่สาวหลุดพ้นจากเงื้อมมือคนโฉด

รุ่งเช้าวันต่อมา

คนเป็นน้องวิ่งวุ่นไปทั่วเรือน สีหน้าวิตกกังวล ก้มมองหาอะไรบางอย่าง

"ท่านพี่ หายไปแล้ว” เขามองหน้านางสีหน้าสิ้นหวัง “มันหายไปแล้ว”

พี่สาวของเขารับรู้ได้ถึงความเสียใจ กอดปลอบอยู่พักใหญ่

“ค่อย ๆ เก็บอีกสักปีเถิด ข้าทนไหว” นางพยายามเข้มแข็งเพื่อไม่ให้น้องชายต้องเป็นห่วง

แต่คำว่าทนไหวของนางนั้นไม่ทันได้ผ่านพ้นคืนนี้ไปด้วยซ้ำ เซี่ยเวยมาหานางที่เรือน ถือสุรามาด้วยขวดหนึ่ง สายตาดุร้าย อารมณ์พลุ่งพล่าน แต่แล้วก็ต้องมาสะดุดเจอคนเป็นน้องนั่งอยู่ด้านหน้าห้อง

เซี่ยเวยปาไหสุราไปที่เขาโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว เสียงไหสุราตกกระทบพื้นจนคนเป็นพี่ต้องรีบวิ่งออกมาดู จากนั้นทั้งสามคนก็ชุลมุนกันอยู่พักใหญ่

และแล้ว คนเป็นพี่ก็หยิบท่อนไม้ใหญ่ฟาดไปทั่วของเซี่ยเวยทีเผลอจนสลบไปในทันที

“ท่านพี่ อยู่ไม่ได้แล้ว รีบหนีกันดีกว่า” คนเป็นน้องจับข้อมือของนางไว้แน่น แล้วทั้งสองคนก็รีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต

ทว่า เซี่ยเวยนั้นตายยาก เขาสะลึมสะลือตะโกนเรียกคนใช้เสียงดังลั่น ให้รีบออกตามหาสองพี่น้องกลับมาให้ได้

หลังจากพากันหนีอยู่ทั้งคืน พวกเขาก็ไปไหนไม่รอด ถูกจับกลับมาที่จวนสกุลเซี่ย แขนขาถูกมัดเอาไว้ นั่งคุกเข่าด้านหน้าเรือน

เซี่ยเวยมองสองพี่น้องอย่างเลือดเย็น นานมากแล้วที่มีคนกล้าทำกับเขาเช่นนี้

“บังอาจนัก เป็นแค่ทาส แต่กล้าทำร้ายเจ้านาย” เซี่ยเวยเดินมาตบที่หน้าของคนทั้งสอง เสียงเพียะดังขึ้นอยู่สามสี่ครั้ง

“อย่าทำร้ายพี่ข้า” เขายังคงปกป้องนาง แม้ว่าสภาพของตัวเองจะไม่แตกต่างเท่าใดนัก

“เฮอะ คิดจะเก็บอัฐไถ่ถอนตัวเองอย่างนั้นรึ ฝันลม ๆ แล้ง ๆ เสียจริง” เขาจ้องหน้าคนเป็นน้อง

“อัฐที่หายไป หรือว่าเจ้า...” เขากำลังจะพูดว่า เจ้าเอาไป แต่เซี่ยเวยบีบปากของเขาเอาไว้ ไม่ให้พูดสิ่งใดออกมา

“ข้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ พี่สาวเจ้า ไม่ใช่ข้อยกเว้น” เสียงเยือกเย็นของเขาทำให้ใจทั้งสองสั่นสะท้าน

“ข้าไม่ยอม!” พี่สาวโพล่งออกมา มองหน้าเขา

“คนที่มีสิทธิ์เลือกคือข้า ไม่ใช่เจ้า” เซี่ยเวยพูดจบก็สั่งให้คนใช้เอาน้องชายไปโบยจนกว่าเขาจะสั่งให้หยุด เสร็จแล้วก็ลากคนเป็นพี่สาวเข้าห้องในทันที

เสียงของคนน้องดังเพราะความเจ็บปวดจากการโดนท่อนไม้ทุบด้านนอกเรือน ส่วนด้านในเรือนก็มีเสียงร้องไห้ กรีดร้องของคนเป็นพี่ดังออกมา

ครั้นเซี่ยเวยพอใจมากแล้วก็ออกมาข้างนอกห้องอย่างอารณ์ดี แล้วสั่งให้หยุดโบยคนเป็นน้องชาย

เซี่ยฟานที่เห็นว่าทั้งสองคนไม่สามารถหนีไปไหนได้ ก็เริ่มคิดแล้วว่า เขาก็คงไม่มีทางหนีเช่นกัน ชะรอยอาจจะต้องอยู่ที่จวนแห่งนี้ไปตลอดชีวิต

คืนนั้นพี่สาวที่รวบรวมสติกลับมาได้แล้วก็แอบออกไปดูอาการของน้องชาย นางเห็นสภาพนั้นแล้วทำใจไม่ได้ น้ำตาไหลด้วยความสงสารและเจ็บปวด

“ท่านพี่ รีบหนีไป ไม่ต้องห่วงข้า” เขาพยายามพูดกับนางด้วยความยากลำบาก ราวกับว่าคำพูดนี้เป็นคำสั่งเสียของเขา ไม่ทันที่พี่สาวจะได้ตอบอะไรออกไป ดวงตาของเขาค่อย ๆ ปิดลงหมดลมหายใจต่อหน้าต่อตาของนาง

“ไม่นะ เจ้าอย่าทิ้งข้าไป ลืมตามองพี่เถิด อย่าทิ้งข้าไปเช่นนี้สิ” นางคร่ำครวญกอดร่างเขาอยู่พักหนึ่ง นึกถึงคำพูดของน้องชาย อย่างน้อยก็ต้องทำให้คำสั่งเสียของเขาเป็นจริง แล้วพูดว่า “สักวัน ข้าจะกลับมารับเจ้า รอพี่สักหน่อยเถิดนะ”

จากนั้นนางก็รีบฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนหลับใหลหนีไป

“เซี่ยเวย สักวันข้าจะมาเอาคืนเจ้าอย่าสาสม” นางพูดด้วยความคับแค้นใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 12 เกิดใหม่อีกกี่ครา วานวาสนาผูกกันไม่เสื่อมคลาย (จบ) 2/2

    “ข้าพร้อมก็ได้ เจ้าอย่าร้องไห้นะ” เหลียนเฟินผุดลุกขึ้นโอบกอดรอบคอคนตรงหน้ากระซิบแผ่วเบา “ข้าอยากให้เจ้าหลั่งในกายข้าอีก เมื่อครู่มันไหลออกมาหมดแล้ว”รอยยิ้มมุมปากปรากฏบนใบหน้าที่มีน้ำตา พลันกระซิบเรียกอย่างอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า เหลียนเฟินของข้า”เช้าอีกเจ็ดวันต่อมาเสี่ยวหยุนพาเหลียนเฟินเข้าไปเดินเที่ยวเล่นที่ข้างในตลาดเหมือนอย่างเคย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ฟูเหริน ท่านจำได้หรือไม่ว่าวันนี้สำคัญอย่างไร”“…” เหลียนเฟินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแต่จำไม่ได้จึงส่ายหน้า“วันที่ท่านเจอข้ากำลังถูกเด็กที่โตกว่าทำร้ายอย่างไรเล่า ท่านซื้ออาหารให้ข้ากินด้วยนะ” แม้วันวานช่วงเยาว์วัยที่ผ่านมาจะเจ็บปวดแต่กลับนึกถึงได้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะเวลานี้มีคนรักอยู่ข้างกาย“อืม…” เหลียนเฟินจำได้เป็นอย่างดี “เจ้าเอาแต่อ้อนวอนให้ข้าพาเจ้ากลับมาที่บ้านด้วย ไม่กลัวหรืออย่างไรว่าข้าจะจับเจ้าไปกิน”เสี่ยวหยุนหัวเราะร่า “เวลานั้น ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าอยากอยู่กับท่าน ข้าเหมือนได้เจอแสงสว่างในชีวิต”“อย่างนั้นหรือ” เขาเพิ่งรู้ว่าเด็กน้อยในวันวานคิดอย่างไรตอนที่เจอเขาครั้งแรก“เวลานี้ ท่านยังเป็นแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นแก่ข้า

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 12 เกิดใหม่อีกกี่ครา วานวาสนาผูกกันไม่เสื่อมคลาย (จบ) 1/2

    สามเดือนต่อมาเช้าวันหนึ่งเสี่ยวหยุนมองเหลียนเฟินที่กำลังนอนหลับใหลในอ้อมกอดของเขา สายตาเต็มไปด้วยความรักท่วมท้นในใจก่อนจะพึมพำร่ายอาคมอย่างหนึ่งขึ้นมาพลันกรีดปลายนิ้วจนได้เลือดหยดหนึ่งหลอมรวมกับลูกกลมสีฟ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้เป็นวิชาที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาได้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเสี่ยวหยุนตั้งชื่ออาคมนั้นว่า “พันธะวิญญาณ” อาคมที่สามารถผูกวิญญาณของพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันในทุก ๆ ชาติ ไม่ว่าเหลียนเฟินจะเกิดเป็นผู้ใด อยู่ที่ไหน เขาจะรู้ได้ในทันที นับต่อจากนี้ไม่มีพรากจากลมหายใจของร่างบางในอ้อมกอดสัมผัสแผ่นอกกว้างของเขาเตือนสติให้รู้ตัว ล้มเลิกความคิดเช่นนั้น เสี่ยวหยุนยิ้มมุมปากพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบีบอาคมนั้นให้แตกสลายไปริมฝีปากจุมพิตหน้าผากเรียกเหลียนเฟินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า”“อืม…” เหลียนเฟินยังคงงัวเงียพลันได้รับจุมพิตที่แก้ม โลมเลียลงลำคอ สัมผัสเรียวลิ้นร้อนชื้นดูดเม้มก่อนจะถูกใครบางคนคร่อมร่างกายท่อนบนเอาไว้“ฟูเหริน ท่านยังไม่ตื่นอีกหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเหมือนอย่างเคยเสี่ยวหยุนยิ้มกว้างแล้วมุดเข้าไปข้างในผ้าห่ม เริ่มเกลี่ยล

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 11 ความรู้สึกที่โหยหา(NC) 2/2

    “ฟูเหริน หากท่านหลับไป ข้าก็จะไม่ได้ยินเสียงท่านน่ะสิ” เสี่ยวหยุนเพิ่งคิดได้จึงถอนตัวออกมาชั่วขณะแล้วหมุนตัวเหลียนเฟินให้หันหน้ามาหาพลางอุ้มยืนขึ้นก่อนจะสอดใส่ส่วนขึงขังของตัวเองเข้าไปใหม่ “ฟูเหริน อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก”ครั้นถูกอุ้มลอยพื้น ขาสองข้างอ้ากว้างพาดบนท่อนแขนแกร่งของเสี่ยวหยุน จากที่จะหลับเมื่อครู่ก็ตื่นเต็มตารู้ตัวแล้วว่าคืนนี้คงไม่อาจหนีพ้นคนดื้อจนกว่าเขาจะพอใจ“เจ้าอย่าเดิน…” เหลียนเฟินโอบกอดคออีกฝ่ายเอาไว้เพราะกลัวตกแต่เสี่ยวหยุนกลับไม่ยอมหยุด “มันโดนตรงนั้น อือ… เจ้าจะออกไปไหนเสี่ยวหยุน” เขาถามทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเปิดประตูออกกว้าง“อากาศยามค่ำคืนดียิ่งนัก ข้าจะพาท่านเดินเล่น” ทุกย่างก้าวทำให้ส่วนชูชันผลุบเข้าผลุบออกจนเหลียนเฟินครางกระเส่าไปด้วย “ข้าง… ข้างนอกไม่ได้นะ” ใบหน้าของเขาแดงขึ้นกว่าเดิมไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายจึงเล่นอะไรเช่นนี้ คิดในใจว่าผู้ใดเขาเดินเล่นกันอย่างนี้ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ ข้างล่างแนบแน่นติดกันไม่มีช่องว่าง อีกทั้งกลิ่นกามารมณ์ยังโอบฟุ้งรอบตัวเสี่ยวหยุนกระซิบบอก “ข้าร่ายอาคมปิดเรือน ไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าเราสองคนกำลังร่วมรักกัน”“ถึงอย่างน

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 11 ความรู้สึกที่โหยหา(NC) 1/2

    เหลียนเฟินนอนนิ่งบนแผ่นอกของเขา ส่วนล่างกระตุกบีบแก่นกายที่ค้างอยู่ราวกับเชิญชวนจึงถูกพลิกตัวเป็นฝ่ายนอนใต้ร่างพลางโดนเสี่ยวหยุนจับขาสองข้างยกขึ้นแล้วขย่มสะโพกเป็นจังหวะ“ข้าเพิ่งจะ…อ๊ะ...” เหลียนเฟินไม่ทันได้พูดอะไรก็ต้องเม้มปากตัวเองอีกครั้ง มือสองข้างจับหมอนที่วางอยู่ ขยำจนผ้ายับยู่ยี่ ลมหายใจร้อนหอบถี่ ฟังแล้วยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายเกิดความต้องการอย่างยิ่งยวดแก่นกายที่ครูดเข้าออกเร่งขึ้นอย่างเร่าร้อนจนน้ำที่ปล่อยเอาไว้เมื่อครู่กระเซ็นเปรอะเปื้อน คนกระทำยิ้มมุมปากชอบใจยิ่งนักที่ได้เห็นร่องรอยของเขาบนตัวคนรัก เมื่อโพรงเนื้อโอบรอบจนมิดแน่นขนัดยิ่งเสียวซ่านจนตาเหลือกลอย “อือ… เหลียนเฟิน” ในใจวนเวียนแต่คำว่า อีกนิด ข้าขออีกนิดในขณะที่คนใต้ร่างแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ พึมพำแผ่วเบา “ข้าไม่ไหวแล้ว… อย่าเพิ่งขยับ”“จะให้ข้าหยุดจริงหรือ” เขาเอ่ยถามแต่ส่วนลับยังคงกระทุ้งเข้า ๆ ออก ๆ บดเบียดภายใน หยอกล้อเหลียนเฟินเพราะอยากเห็นสีหน้าแดงระเรื่อ สุขสม พลันวางขาทั้งสองข้างลงแล้วพลิกตัวเหลียนเฟินให้นอนคว่ำในพริบตาก่อนจะยกสะโพกเขาขึ้นเสี่ยวหยุนสอดใส่ส่วนล่างเข้าไปช่องทางหลังอีกครั้งจนท้องน้อยสัมผัส

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 10 ความรักเอ่อล้น (NC) 2/2

    “ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าเสียเวลามามาก จากนี้ไปข้าจะชดใช้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างจนกว่าฟูเหรินจะพึงพอใจ” มือไม้สองข้างของเขาง่วนอยู่กับการถอดเสื้อผ้าให้คนตรงหน้าพลางกวาดสายตามองเรือนร่างไร้อาภรณ์ปิดบัง“ชดใช้… แบบใดหรือ” เหลียนเฟินยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเปลื้องผ้าเขาแล้วบอกว่าจะชดใช้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง“เริ่มจากคืนนี้ ข้าจะทำหน้าที่สามีของท่าน” เสี่ยวหยุนถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกบ้าง “แล้ววันพรุ่งนี้ ข้าจะหุงหาอาหาร ปัดกวาดเช็ดถู ดูแลปกป้องท่าน”“เจ้าก็ทำเช่นนั้นทุกวันไม่ใช่หรือ ข้าพึงพอใจแล้ว” เหลียนเฟินยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “ข้าอยากรู้ว่าเจ้าอยู่กับข้าแล้วมีความสุขหรือไม่”“สิ่งที่ข้าชอบที่สุดคือการได้อยู่กับท่าน ฟูเหริน” เขาวางมือข้างหนึ่งลงบนหน้าท้องเรียบของเหลียนเฟินแผ่วเบา “ข้าดีใจยิ่งนักที่ครานี้ได้เป็นสามีของท่าน ได้เป็นคนที่ท่านรักเสียที”“ฟูจวิน อย่าบอกนะว่าจะร้องไห้อีกแล้ว” เขารีบพุ่งตัวขึ้นมาจับแก้มสองข้างของเสี่ยวหยุนเพราะไม่อยากเห็นน้ำตา “ทำอย่างไรดีจึงจะปลอบใจเจ้าได้”เหลียนเฟินครุ่นคิดอย่างนักพลางดันตัวให้อีกฝ่ายนอนราบกับเตียงแล้วขึ้นคร่อมด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่เคยทำ

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 10 ความรักเอ่อล้น (NC) 1/2

    เหลียนเฟินโอบแขนรอบคอของเสี่ยวหยุนกดแรงโน้มตัวเขาลงมาหา จ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตาพลันยิ้มอ่อนโยน เอ่ยกระซิบยืนยันความรู้สึกของตัวเอง “ข้ารักเจ้า”คนได้ฟังคำรักน้ำตาไหลเอ่อไม่อาจกั้นด้วยความรู้สึกผิดระคนกับความรู้สึกอื่น ๆ ในใจ แม้รู้ตัวว่าไม่สมควรมายืนอยู่ข้างเขาแต่เวลานี้ก็ไม่อาจขยับกายหรือเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายได้เลยเขารักเหลียนเฟิน ผู้เป็นฟูเหรินของเขาและไม่อยากถูกพรากจากอีกแล้ว ทั้งยังดีใจเพราะใบหน้าที่มองเขาในเวลานี้ไม่ใช่ใบหน้าของคนที่เกลียดชังเขาจนต้องจ่อปลายกระบี่เข้าหาราวกับแค้นเคืองกันมาเนิ่นนาน“เสี่ยวหยุน” เสียงเรียกหาอ่อนหวานจับใจ “ยังคงจำได้อยู่ใช่หรือไม่ว่าเวลานี้เจ้าคือฟูจวินของข้า”“…” เขาพยักหน้าเล็กน้อย เม้มปากแน่นแล้วกอดเหลียนเฟินเอาไว้ ครั้นสะสางความหลัง ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างพลันคลี่คลาย ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีกต่อไปหวังซีซวนและพรรคพวกแวะมาหาพวกเขาเหมือนอย่างเคย สังเกตได้ว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองคนดูอึมครึมเล็กน้อย ดวงตาเสี่ยวหยุนบวมช้ำปรากฏเด่นชัดจนอดถามไม่ได้“ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าข้าชอบทำให้เขาร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง” เหลียนเฟินพูดออกมาเหมือนรู

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 1 เรียกข้าว่าฟูจวินได้หรือไม่

    สายลมเอื่อยพัดยอดดอกหญ้าสีขาวพลิ้วไหวลู่เอนไปทางซ้าย ดวงตาของเสี่ยวหยุนจ้องมองภาพของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ยามได้เห็นคนในใจมักจะยิ้มแย้มโดยไม่รู้ตัวหากแต่ครานี้กลับชะงักงันเพราะใบหน้าที่คุ้นเคยเหมือนเยาว์วัยลงไปหลายปี ทั้งสีหน้า แววตาที่เศร้าสร้อยทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกิน เสี่ยวหยุ

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 44 ผิดสัญญา

    ขณะที่สำนักตระกูลหวังและพรรคบุปผาทมิฬกำลังต่อสู้แลกคมกระบี่กัน หวังเยี่ยนหลงก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 40 อย่างน้อย

    เรือนบุปผาของจ้งซูหนี่ว์ ซือหยางนำสำรับอาหารและยามาให้นางเพื่อรักษา

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 37 สลักความทรงจำ

    หลายวันต่อมา สตรีที่อยู่ในเรือนดอกโบตั๋นเรียกชายลึกลับเข้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status