Share

ตลาดหมู่บ้านอี้ซาน

last update publish date: 2026-08-10 00:44:19

เมื่อมีเงินแล้ว เหยาซูหนี่ว์ก็รู้สึกเหมือนกับเป็นพยัคฆ์ติดปีก..

นางตัดสินใจเดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน เผื่อว่าจะพอหาของกินราคาย่อมเยาว์ได้บ้าง แล้วนางก็อยากจะหาลู่ทางทำมาหากินด้วยซะเลย

นางจะนั่งงอมืองอเท้าต่อไปไม่ได้ เมื่อท้องหิว อะไรที่ทำได้นางต้องรีบทำก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอดตาย

เงินก้อนทองในถุงที่ได้มาอย่างไม่คาดคิด ถึงแม้จะมากโขอยู่ แต่นางก็มีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายมากด้วยเหมือนกัน

ไหนจะเรื่องซ่อมแซมหลังคาจวน หรือจะบูรณะให้จวนหลังเก่าโทรมนี้อยู่ได้จริงๆ นางอาจจะต้องใช้เงินจำนวนที่มากกว่านี้

อีกทั้งนางยังมีบุรุษหน้าตาดี ที่ต้องดูแลเพิ่มอีกหนึ่งคน

ถึงเขาจะดูดุร้าย แต่กลับโยนเงินก้อนทองมาให้นางง่ายๆ ดังนั้นนางต้องดูแลผู้มีพระคุณคนนี้ให้ดีๆ

เมื่อนึกถึงหน้าตาที่แสนอัปลักษณ์ของตัวเอง นางก็จับผ้าคลุมหน้าให้กระชับกับใบหน้ายิ่งขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่มิดชิดพอ

สุดท้ายนางก็เข้าไปหยิบหมวกปีกกว้างในรถม้า ที่มีผ้าโปร่งบางล้อมรอบเอามาสวมทับอีกชั้น

หน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้ อย่าให้ใครเห็นจะดีที่สุด

เพราะลำพังแค่นางมองหน้าตัวเอง ยังอกสั่นขวัญแขวนจนแทบจะช็อคตายคาที่

ครั้งแรกที่นางเห็นใบหน้าใหม่ของตัวเอง ยังตกใจจนสลบไปเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับคนอื่น ที่พอเห็นหน้านางแล้วจะไม่โกยแนบวิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิต

เดี๋ยวกับการแค่ไปหาซื้อของกินธรรมดา จะกลายเป็นการทำให้คนตกใจจนเกินไป

หมู่บ้านอี้ซานที่นางเพิ่งจะขับรถม้าเข้ามา ( ถึงมันจะไม่ใช่ม้าแต่เป็นลาก็เถอะ )

นางก็พอจะเห็นผู้คนหนาตาอยู่บ้าง เพราะเป็นหมู่บ้านติดชายแดนที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติเข้าๆออกๆเพื่อมาค้าขาย

อย่างน้อยก็ไม่ใช่หมู่บ้านไกลปืนเที่ยง ที่แร้นแค้นไม่มีอะไรเลย ถ้าเป็นไม่อย่างนั้นนางคงต้องอดตายจริงๆแน่

พอเดินเลี้ยวออกมาจากตรอกที่บ้านบรรพบุรุษสกุลเหยาตั้งอยู่ ก็เข้าสู่ถนนที่เป็นเส้นทางค้าขายที่มีผู้คนขวักไขว่มากมายจนนางตกใจ

ในตรอกที่นางเพิ่งจะเดินออกมา กลับเปลี่ยวร้างจนเหมือนกับป่าช้า ผิดกับถนนด้านนอกนี้ ที่ราวกับเปิดประตูโดราเอม่อนข้ามมาอีกโลกหนึ่ง

นางอยากจะร้องว่า..อิหยังวะ ?!

แต่ก็ดูจะไม่เข้ากับสถานการณ์โดยรอบที่เหมือนกับเมืองจีนโบราณแบบนี้

นางควรจะร้องว่า.. อั้ยหย๋า! เกิดอะไรขึ้นกับข้าเหยาซูหนี่ว์ผู้นี้เล่า

นี่ต่างหากถึงจะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่นางเป็นอยู่

นางเดินออกจากตรอกเล็ก สอดส่ายสายตาหาของกินที่ราคาไม่สูงมาก และถือโอกาสสำรวจสภาพตลาดไปด้วยเสียเลย

ร้านค้าข้างทางขายของหลากหลาย มีทั้งของกินของใช้และก็ของกระจุกกระจิกเต็มไปหมด

บนถนนก็มีพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงขายของกันแน่นขนัด บางแผงก็ตั้งเป็นโต๊ะ บางแผงก็ปูผ้าวางกับพื้นง่ายๆ

ผู้คนเดินเบียดเสียดมากมาย เพราะเป็นเวลาบ่ายคล้อยที่แดดไม่แรง อากาศกำลังเย็นสบาย

นางเล็งไปที่แผงขายเนื้อย่างใกล้ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ มีคนมุงรอซื้อหลายคน แถมเจ้าของร้านก็ดูท่าทางกระฉับกระเฉงอัธยาศัยดี ส่งเสียงเรียกลูกค้าไม่หยุด

“เร่เข้ามา เร่เข้ามา เนื้อย่างหอมอร่อย ราคาเบาๆขอร้าบ..”

ราคาเบาๆ..

นางได้ยินเช่นนั้นก็รีบไปยืนต่อแถวทันที

หมู่บ้านชายแดนแบบนี้ ราคาค่าอาหารคงจะไม่แพงเหมือนในเมืองใหญ่แน่

นางกินแต่ซาลาเปาแข็งๆมาตลอดทาง เมื่อครู่ก็กินขนมปังเนยเข้าไปอีก ร่างกายของนางโหยหาโปรตีนมาหล่อเลี้ยงจนจะไม่ไหวแล้ว

กลิ่นเนื้อย่างร้านนี้ ช่างหอมจนทำให้นางน้ำลายสอไปหมด อีกทั้งนางมีเงินแล้ว คราวนี้คงจะได้ลิ้มรสเนื้อบ้างซะที

แต่พอถึงคิวนาง นางก็ชี้นิ้วเรียวไปที่เนื้อย่างชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่ที่อยู่ในตระแกรงย่าง แล้วบอกพ่อค้าว่า

“ข้าเอาชิ้นนี้”

พ่อค้าหยิบเนื้อร้อนๆขึ้นมาด้วยมือเปล่าที่มันย่อง จัดการห่อใส่ใบไม้ให้อย่างคล่องแคล่ว แล้วแบมือบอกนางว่า

“สิบอีแปะ”

“!!!!!”

เท่าไหร่นะ !!

นางที่กำลังจะล้วงหยิบเงินในถุง ต้องเหลือกตามองไปที่พ่อค้าเนื้อย่างอีกครั้ง แล้วถามว่า

“เจ้าว่าเท่าไหร่นะ !”

“สิบอีแปะ แม่นาง”

เนื่อย่างชิ้นเล็กๆแค่นี้ ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกินครึ่งชั่ง แต่คิดราคาเท่ากับขาแกะทั้งขา นี่มันจะเกินไปหรือเปล่า

ไหนว่าราคาเบาๆ

ราคาโขกจนถุงเงินเบาเลยน่ะสิ !

“จ่ายมาเร็วๆสิแม่นาง ข้ามีลูกค้าอีกหลายคนที่จะซื้อนะ”

พอค้าเนื้อเอ่ยเร่ง จนนางต้องหันไปมองคนข้างหลังที่ยืนแถวต่อจากนางด้วยใบหน้าหงุดหงิด ที่นางไม่ไปเสียที

สายตาหลายคู่ที่กดดันมา ทำให้นางต้องฝืนทำหน้าด้านหน้าทนที่สุด แล้วเอ่ยถามพ่อค้าเนื้อย่างว่า

“ข้ามีสองอีแปะ พอจะซื้อเนื้อชิ้นไหนได้บ้าง”

พ่อค้าเนื้อขมวดคิ้ว แล้วหันไปหยิบเศษเนื้อบางๆเล็กๆ ข้างตระแกรงสามสี่ชิ้นเอาห่อใส่ใบไม้ลวกๆให้ใหม่ แล้วยื่นส่งให้นางอย่างกระแทกกระทั้น

“สองอีแปะ จ่ายมาไวๆ”

นางชี้ไปที่เศษเนื้ออีกชิ้น ที่หล่นอยู่ด้านข้างหมือนเป็นส่วนที่กำลังจะทิ้ง แล้วบอกว่า

“รวมใส่ห่อให้ด้วย ข้าจะลองเอาไปชิมก่อน”

เมื่อต้องเจอพ่อค้าขายของแบบหน้าเลือดใส่ นางก็ต้องเคี่ยวกลับให้ถึงที่สุดเช่นกัน

นางหยิบเงินสองอีแปะจ่ายออกไปอย่างจำใจ นี่เป็นบทเรียนสอนให้รู้ว่า คราวหน้าคราวหลังจะซื้ออะไร นางควรเช็คราคาให้ดีเสียก่อน

นางรับเนื้อย่างแล้วเดินเลี่ยงออกมาหาที่ลับตาคนเพื่อกินอาหาร เมื่อเจอตรอกแคบๆด้านข้างก็พาตัวเองเข้าไปทันที

พอมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร รอบด้านเงียบสงบดี นางก็ยืนพิงกำแพงบ้านของชาวบ้านที่เป็นร้านค้าละแวกนั้น ทำการถอดหมวกปีกกว้างที่มีผ้าคลุมล้อมรอบออก

แล้วขยับเพียงชายผ้าคลุมหน้าเล็กน้อย เพื่อสิ่งชิ้นเนื้อย่างร้อนๆเข้าปากทันที

รสชาติเนื้อ ที่ถึงจะเป็นแค่เศษเนื้อ แต่กับนางที่ไม่ได้กินของสดแบบนี้มานาน ทำให้รู้สึกว่าตุ่มรับรสในปากมันพากันร้องระงมถึงความอร่อยจนน้ำตาแทบจะไหลลงมา

เนื้ออะไรเนี่ย ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้

นางหยิบอีกชิ้นส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เคี้ยวหนุบหนับจนเกินจะห้ามใจ

ถึงแม้นางจะมีเงินก้อนทองเต็มถุง แต่ประสบการณ์จากการเดินทางที่ยากลำบาก การที่ต้องเดินทางเพียงลำพังโดยแทบจะไม่มีเงินติดตัวเลย ทำให้นางรู้ซึ้งว่า..

เงินนั้นสำคัญเท่าไร

ถ้าหากนางมีเงิน

คืนนั้น..นางคงไม่ไปอาศัยนอนในอารามร้างตอนฝนตกหนัก แล้วถูกชายชั่วฉุดลากไปข่มขืน

ความสิ้นหวัง ความหวาดกลัวที่ต้องเผชิญอย่างเดียวดาย นางยังจำได้ว่า ร้องไห้เสียน้ำตามากมายจนจิตใจแทบแหลกสลายหนักหนาสาหัสแค่ไหน

นางล้วงมือลงไปที่อกเสื้อ หยิบหยกสลักสีขาวที่ถูกแกะสลักเป็นตราสัญลักษณ์อย่างงดงามออกมาดู

ชายชั่วที่พร่าพรหมจรรย์ของนางไป ได้ยัดหยกขาวนี้ใส่มือของนางเอาไว้

จนใกล้รุ่งเมื่อเขาหลับไป นางก็คว้าผ้าผ่อนแล้วรีบหนีซมซานออกมา แล้วกำหยกติดมือออกมาด้วยโดยไม่รู้ตัว

เหยาซูหนี่ว์เก็บของต่างหน้า ที่ตอกย้ำให้นางเจ็บปวดกลับลงไปที่อกเสื้ออีกครั้ง

ท้ายที่สุด ถ้าจะมีชีวิตที่ฝันไว้ นางก็ต้องพึ่งพาตัวเองจริงๆเท่านั้น

 

**********

คติสอนหญิงของเหยาซูหนี่ว์

จะสู้กับคนชั่ว เราก็ต้องชั่วกว่า

อิอิ By ไรริล

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   รักนิรันดร์ ตอนจบ

    แสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   ข้าก็เป็นเซียน

    หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   ปรากฏกาย

    แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   เพราะเขาคือคนที่ข้ารัก

    เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   บุญหนุนนำ หรือ นรกลงทัณฑ์

    ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   จอมปิศาจ

    สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status