Share

ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติ

last update Last Updated: 2026-01-13 21:03:31

ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติ

เมื่อ หยางเฟย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเครื่องแบบองครักษ์เต็มยศ ความหล่อเหลาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว!

ชุดเกราะหนังสีดำขลิบเงินขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างผ่าเผย เอวสอบรับกับเข็มขัดเส้นหนาที่คาดดาบประจำกายเอาไว้ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและแววตาที่มุ่งมั่นทำเอา เยว่ซิน แทบจะละสายตาไม่ได้

(อื้มหืม... งานดีพรีเมียม! ถึงสามีจะเย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็ง แต่อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตา ส่งอาหารตาชั้นเลิศมาให้เชยชมอยู่ใกล้ๆ แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของหยางเฟยวันละนิด จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที!)

ภายในรถม้าคันหรูที่ประทับตราจวนอ๋อง เยว่ซินละสายตาจากองครักษ์หนุ่มที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้า หันมาถามสาวใช้คนสนิท

"ชิงเหอ ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ชุดในตู้มัน... เอิ่ม... ลิเก... เอ้ย! มันฉูดฉาดไปหน่อย ข้าอยากได้ที่มันเรียบหรูดูแพง เจ้ามีร้านแนะนำไหม?"

ชิงเหอนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

ในใจของนางคิดถึงร้านผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงตอนนี้ "หออาภรณ์สกุลหลิน" ของ หลินเวย... อดีตพี่สะใภ้ของพระชายานั่นเอง

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้น... ยิ่งกว่าไฟกับน้ำมัน!

ในอดีต พระชายาเยว่ซินเป็นคนบีบบังคับยุแยงให้พี่ชายใหญ่ของตนหย่าขาดกับหลินเวย เพียงเพราะไม่ชอบหน้าและเห็นว่าตระกูลหลินตกต่ำลง การพานางไปที่นั่นอาจเหมือนพาเสือไปบุกถ้ำสิงโต

(แต่พระชายาเปลี่ยนไปแล้ว แถมยังดูเป็นผู้ใหญ่และใจดีขึ้นมาก บางที... อาจจะไม่เกิดเรื่องก็ได้)

"เอ่อ... ถ้าเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดตอนนี้ ก็ต้องเป็น 'หออาภรณ์สกุลหลิน' เพคะ" ชิงเหอตัดสินใจบอก "ผ้าที่นั่นงดงามและทันสมัยที่สุดในเมืองหลวงแล้วเพคะ"

"สกุลหลินเหรอ? ดี! งั้นไปร้านนั้นแหละ!" เยว่ซินตอบรับอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง

รถม้าแล่นมาจอดที่หน้าร้านขายผ้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราและมีสไตล์ ผู้คนเดินเข้าออกขวักไขว่ ทันทีที่เยว่ซินก้าวเท้าลงจากรถม้าและเดินเข้าไปในร้าน บรรยากาศภายในร้านก็เงียบกริบลงไปชั่วขณะ ลูกค้าหลายคนจำนางได้และรีบหลบตา แต่เยว่ซินไม่สนใจ เธอเดินตรงเข้าไปสัมผัสเนื้อผ้าไหมที่วางโชว์อยู่

ลวดลายการปักที่แปลกตา การจับคู่สีที่ดูโมเดิร์นผิดยุคสมัย และคัตติ้งที่ดูทะมัดทะแมง

"ว้าว..."

เยว่ซินลูบไล้ผืนผ้าสีพาสเทลอย่างทึ่งๆ เผลอหลุดปากอุทานออกมาด้วยความชื่นชมในภาษาที่คุ้นเคย

"Beautiful..."

เสียงพึมพำนั้นแผ่วเบา แต่กลับลอยไปเข้าหูของสตรีร่างระหงผู้หนึ่งที่กำลังเดินตรงเข้ามา

หลินเวย เจ้าของร้านสาวสวยที่เตรียมใจมารับมือกับ "อดีตน้องสะใภ้ตัวแสบ" ที่คงจะมาหาเรื่องพังร้านเหมือนเคย นางสูดหายใจลึก เตรียมจะเอ่ยปากไล่ แต่ทว่า... หูของนางกลับจับใจความคำประหลาดเมื่อครู่ได้ชัดเจน

เท้าของหลินเวยชะงักกึก นางจ้องมองแผ่นหลังของเยว่ซินด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปเสียงสั่น

"เมื่อกี้... ท่านพูดว่าอะไรนะเพคะ? ...บิว-ตี้-ฟูล?"

นางออกเสียงคำนั้นอย่างชัดเจน "อย่างนั้นหรือ... ที่แปลว่า สวย?"

เยว่ซินหันขวับกลับมาทันทีจนคอแทบเคล็ด!

ดวงตาของทั้งสองสบกัน

"คุณ... รู้จักคำนี้ด้วยเหรอ?" เยว่ซินถามออกไป เป็นประโยคภาษาจีนสำเนียงปัจจุบันที่ไม่ได้ดัดจริตเป็นชาววัง

หลินเวยเบิกตากว้าง มือไม้เริ่มสั่น นางมองซ้ายมองขวา ก่อนจะมองหน้าเยว่ซินอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เยว่ซินเห็นอาการอึ้งกิมกี่นั้น สัญชาตญาณบางอย่างมันบอก... ต้องทดสอบ!

เธอสูดหายใจลึก แล้วโพล่งคำรหัสลับระดับชาติของคนยุค 2025 ออกไป

"ไอโฟน!"

หลินเวยสะดุ้งเฮือก ก่อนจะตอบกลับมาโดยอัตโนมัติราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้

"ซัมซุง!"

ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่ไปชั่วขณะ วินาทีต่อมา ดวงตาของทั้งสองก็เบิกโพลงแทบถลน

"โอ้ว... มาย... ก็อต!!"

ทั้งคู่ตะโกนออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ท่ามกลางความงุนงงของชิงเหอ องครักษ์หยางเฟย และลูกค้าทั้งร้านที่มองดูพระชายากับเจ้าของร้านยืนจ้องตากันราวกับเห็นผี!

หลินเวยไม่รอช้า นางรีบคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเยว่ซินอย่างถือวิสาสะ แววตาตื่นเต้นจนปิดไม่มิด

"เชิญพระชายาทางนี้เพคะ! หม่อมฉันมี... เอ้อ... 'ผ้าลายลิมิเต็ด' ที่ห้องรับรองพิเศษต้องให้ท่านดูเดี๋ยวนี้!"

"ดะ... เดี๋ยวเพคะคุณหนูหลิน!" ชิงเหอร้องเสียงหลง รีบก้าวเท้าจะตามเข้าไปด้วยความเป็นห่วง "บ่าวขอเข้าไปด้วย..."

ในใจของสาวใช้และเหล่าผู้ติดตามต่างคิดไปในทางเดียวกันว่า 'แย่แล้ว! ต้องเกิดศึกตบตีแน่ๆ อดีตพี่สะใภ้ลากพระชายาไปเชือดนิ่มๆ ในห้องปิดตายรึเปล่า!'

เยว่ซินหันกลับมามองหน้าบ่าวคนสนิทที่หน้าซีดเผือด แล้วส่งยิ้มกว้างที่ดู 'มีเลศนัย' ไปให้

"ไม่ต้องตามมา ห้ามใครเข้ามาทั้งนั้น!" เยว่ซินสั่งเสียงเด็ดขาด "ข้ากับคุณหนูหลินมีเรื่องต้องคุยกัน เฝ้าหน้าประตูไว้!"

ปัง!

ประตูห้องรับรองพิเศษถูกปิดลงและลงกลอนทันที

ทันทีที่เสียงกลอนประตูดัง 'กริ๊ก' บรรยากาศความเป็นเจ้าขุนมูลนายก็มลายหายไปสิ้น

"เธอมาที่นี่ได้ยังไง!" / "คุณมาที่นี่ได้ยังไง!"

ทั้งสองคนตะโกนถามออกมาพร้อมกัน แล้วก็ชี้หน้ากันเองก่อนจะหลุดขำออกมา

"โอเคๆ ใจเย็นๆ นะ"

หลินเวย ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางทิ้งตัวลงนั่งแหมะบนเก้าอี้ไม้ตัวงามอย่างหมดมาดกุลสตรีผู้เพียบพร้อม ขาข้างหนึ่งเกือบจะยกขึ้นมาไขว่ห้างด้วยความเคยชิน

"เมื่อกี้ตื่นเต้นไปหน่อย... ว่าแต่..." หลินเวยจ้องหน้าคู่สนทนาด้วยแววตาเป็นประกายแบบคนเจอพวกเดียวกัน

"...เธอชื่ออะไร? หมายถึงชื่อจริงๆ ในโลกนู้นน่ะ?"

เยว่ซิน ยิ้มกว้าง เดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ถือตัวเช่นกัน

"ฉันชื่อ 'พิมพ์'" เยว่ซินแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงฉะฉานที่ไม่ได้ดัดจริต "เป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะแพทย์แผนจีน... แล้วพี่สาวล่ะ?"

"'แพรว' จ้ะ" หลินเวยตอบกลับทันควัน ยักคิ้วให้อย่างเท่ๆ "อาชีพหลักคือ แฟชั่นดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า"

"โห! ดีไซเนอร์!" เยว่ซินตาโต "มิน่าล่ะ ชุดร้านพี่ถึงได้สวยและคัตติ้งเนี๊ยบขนาดนี้... ที่แท้ก็มืออาชีพมาเอง!"

"แล้วเธอมาที่นี่ได้ยังไง?"

"ฉัน... แค่นอนหลับ คือฉันเรียนหนักมาก ทำวิทยานิพนธ์เรื่องสมุนไพร แล้วก็เผลอหลับไปบนเตียงที่หอพัก พอตื่นขึ้นมา... ก็มาโผล่บนเตียงของยัยพระชายานี่แหละ แล้วคุณล่ะพี่สาว?"

หลินเวยทำหน้าเซ็งสุดขีด "ของเธอยังดี ของฉันนี่สิซวยซ้ำซ้อน ฉันไปว่ายน้ำที่ฟิตเนส กำลังกระโดดพุ่งลงสระสวยๆ เลยนะ กะว่าจะว่ายคลายเครียด... ตูมเดียว! โผล่ขึ้นมาอีกที สำลักน้ำแทบตาย ดันมาโผล่กลางสระบัวในจวนแม่ทัพเฉยเลย!"

"โห..." เยว่ซินอ้าปากค้าง "วาร์ปมาทางน้ำเหรอเนี่ย"

"แล้วเราจะทำยังไงกันดี" เยว่ซินถามด้วยน้ำเสียงกังวล เริ่มมีความหวังริบหรี่

"ดูเหมือนเจ๊... เอ้ย พี่สาว น่าจะอายุมากกว่าฉัน แล้วก็น่าจะอยู่ที่นี่มาก่อน พี่พอจะรู้วิธีกลับบ้านไหม?"

หลินเวยส่ายหน้าช้าๆ แววตาหม่นลง "ไม่มีเลย... ฉันอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้ว พยายามหาทางกลับทุกวิธี  ทั้งไปไหว้พระ ทั้งลองหาประวัติศาสตร์ หรือลองศึกษาพวกเรื่องเหนือธรรมชาติ... คว้าน้ำเหลว ฉันเลยต้องกัดฟันสร้างตัว เปิดร้านขายผ้านี่ไง"

เยว่ซินไหล่ตก ถอนหายใจยาวเหยียด "3 ปีเลยเหรอ... งั้นแสดงว่าเราคงตายไปแล้วจริงๆ สินะ อาจจะตายแล้วมาเกิดใหม่ในร่างนี้... หรือไม่ก็จักรวาลคู่ขนานอะไรสักอย่าง"

บรรยากาศเริ่มเงียบลงด้วยความหดหู่ แต่แล้วเยว่ซินก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เธอมองหน้าหลินเวยอย่างกล้าๆ กลัวๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการ

    บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการดวงตาหงส์ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะขาดผึงลงไปทุกขณะลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเยว่ซินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา(ชิบหายแล้ว... อาการตาขวาง หายใจแรง ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้...)เยว่ซินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว(มันไม่ใช่พิษธรรมดาแน่ๆ แต่นี่มัน... ยาปลุกกำหนัด! แถมยังแรงชนิดช้างสารยังล้ม!)"เยว่... ซิน..."สุรเสียงทุ้มต่ำครางเรียกนามของนางอย่างยากลำบาก ทว่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโถมกายลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่ม"อย่านะ!"เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ริมฝีปากที่ร้อนดั่งถ่านไฟของเขาพลาดเป้า เฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปประทับลงที่ซอกคอขาวผ่องแทน สัมผัสเปียกชื้นและรุนแรงทำให้ขนกายของนางลุกชันนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทั้งทุบทั้งผลักแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งปานกำแพงเหล็ก"ตั้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรัก

    ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรักเยว่ซินกลับมาถึงเรือนพักด้วยจิตใจที่เบิกบานและเบาสบายกว่าทุกครั้ง การได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่ "คนแปลกหน้า" เพียงลำพังในโลกต่างมิตินี้ ทำให้ความหวาดกลัวและความเหงาลึกๆ ในใจเบาบางลงไปมาก(ป่านนี้พ่อกับแม่ แล้วก็เฮีย จะเป็นยังไงบ้างนะ...)ความคิดถึงครอบครัวในโลกปัจจุบันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง พวกเขาคงกำลังร้องไห้เสียใจ หรือกำลังวุ่นวายกับการจัดการร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ... แค่คิดน้ำตาก็พาลจะซึมแต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในโลกนี้เธอก็มีครอบครัวเหมือนกัน(จะว่าไป... ฉันยังไม่เคยเจอ 'ท่านแม่ทัพเยว่' พ่อของร่างนี้เลยนี่นา)ในความทรงจำเดิม ท่านแม่ทัพรักและตามใจลูกสาวคนนี้มาก จนเสียผู้เสียคน แต่เยว่ซินคนใหม่กลับรู้สึกว่า เธอควรจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และศึกษานิสัยใจคอไว้ เวลาต้องออกงานสังคมหรือเจอกันข้างนอก จะได้ไม่ทำตัวเปิ่นๆ ให้ใครจับได้"พระชายาเพคะ น้ำอุ่นเตรียมพร้อมแล้วเพคะ ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบอย่างที่ท่านชอบด้วย" ชิงเหอเดินมารายงานเสียงใส"ขอบใจมาก"เยว่ซินปลดเปลื้องอาภรณ์รุ่มร่ามออก แล้วก้าวลงไปแช่ในถังไม้ใบใหญ่ที่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน

    ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน"พี่หลิน..." เยว่ซินเรียกสรรพนามแบบคนกันเอง "คือฉันถามจริงๆ นะ เพราะดูเหมือนพี่จะรู้จักเจ้าของร่างนี้ดี ยัย 'เยว่ซิน' คนเดิมเนี่ย... ร้ายกาจมากไหม?"หลินเวยเลิกคิ้ว "ถามว่าร้ายไหมเหรอ? หึ..." นางหัวเราะในลำคอ "เรียกว่า นรกส่งมาเกิด ยังน้อยไป วีรกรรมนางยาวเป็นหางว่าว แต่ที่แสบที่สุดคือเรื่องที่ทำกับฉันนี่แหละ นางวางแผนใส่ร้ายว่าฉันคบชู้ แล้วจัดฉากให้พี่ชายของนางมาเจอ ฉันเกือบโดนสั่งตายเพราะแผนนางนะยะ!"เยว่ซินหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปลกๆ ด้วยความรู้สึกผิดแทนเจ้าของร่าง"เฮ้ย! จริงดิ! พี่... ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ถึงฉันจะไม่ใช่คนทำ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนี้ ฉันรู้สึกผิดชะมัดเลย... นี่ฉันเป็นศัตรูของเพื่อนร่วมชะตากรรมเหรอเนี่ย"หลินเวยเห็นท่าทางสำนึกผิดจนตัวลีบของเยว่ซินแล้วก็อดขำไม่ได้ นางโบกมือปัดๆ"โอ๊ย ช่างมันเถอะ! ไม่ต้องขอโทษหรอก เธอไม่ใช่ยัยนั่นสักหน่อย อีกอย่างนะ..."หลินเวยยักไหล่ ทำหน้าเอือมระอา"ถึงไม่มีแผนการของยัยเยว่ซิน ยังไงฉันกับอีตาแม่ทัพบ้านั่นก็ไปกันไม่รอดอยู่ดี""อ้าว ทำไมล่ะ? พี่ชายเจ้าของร่างนี้... แม่ทัพเยว่เฉิน เขาไม่ดีเหรอ?""ดีไหมน่

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติ

    ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติเมื่อ หยางเฟย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเครื่องแบบองครักษ์เต็มยศ ความหล่อเหลาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว!ชุดเกราะหนังสีดำขลิบเงินขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างผ่าเผย เอวสอบรับกับเข็มขัดเส้นหนาที่คาดดาบประจำกายเอาไว้ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและแววตาที่มุ่งมั่นทำเอา เยว่ซิน แทบจะละสายตาไม่ได้(อื้มหืม... งานดีพรีเมียม! ถึงสามีจะเย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็ง แต่อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตา ส่งอาหารตาชั้นเลิศมาให้เชยชมอยู่ใกล้ๆ แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของหยางเฟยวันละนิด จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที!)ภายในรถม้าคันหรูที่ประทับตราจวนอ๋อง เยว่ซินละสายตาจากองครักษ์หนุ่มที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้า หันมาถามสาวใช้คนสนิท"ชิงเหอ ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ชุดในตู้มัน... เอิ่ม... ลิเก... เอ้ย! มันฉูดฉาดไปหน่อย ข้าอยากได้ที่มันเรียบหรูดูแพง เจ้ามีร้านแนะนำไหม?"ชิงเหอนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดในใจของนางคิดถึงร้านผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงตอนนี้ "หออาภรณ์สกุลหลิน" ของ หลินเวย... อดีตพี่สะใภ้ของพระชายานั่นเองแต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้น... ยิ่งกว่าไฟกับน้

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

    ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดีหลังจากเดินหนีออกมาจากท่านอ๋องจอมเก๊กได้สักพัก ความหงุดหงิดก็เริ่มคลายลง เยว่ซินสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อความเจ็บปวดที่หัวใจสงบลง สมองอันชาญฉลาดแบบนักธุรกิจสาวก็เริ่มทำงานทันที"ชิงเหอ" เยว่ซินหันไปกระซิบถามบ่าวคนสนิทที่เดินตามต้อยๆ "ข้าถามอะไรหน่อยสิ""เพคะพระชายา?""ข้า... เอ้ย 'เรา' น่ะ มีเงินไหม? มีเยอะเท่าไหร่? แล้วสินเดิมที่ข้าแต่งเข้ามาล่ะ อยู่ที่ไหน?"ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ"โธ่ พระชายา ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ? ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่ สินเดิมที่ท่านขนมาตอนแต่งงานน่ะ ยาวเหยียดเป็นสิบๆ ลี้! หีบทองคำ หีบผ้าไหม หีบเครื่องประดับ มีเต็มห้องคลังจนแทบจะล้นออกมา ท่านรวยยิ่งกว่าคลังหลวงบางเมืองเสียอีกนะเพคะ!""จริงดิ!"เยว่ซินเผลออุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า(เยี่ยม! รวย! สวย! แล้วจะไปง้อผู้ชายพรรค์นั้นทำไม! ในเมื่อมีทุนรอนขนาดนี้ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้สบายๆ หรือจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจต่อยอดก็ยังได้!)"งั้นวันนี้อากาศดี" เยว่ซิน

  • เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม   ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

    ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบได้สำหรับ เยว่ซิน ที่เคยชินกับการเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหรือหน้าจอมือถือ การใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ไร้ซึ่งเครื่องบอกเวลาที่แม่นยำช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดพิลึก ที่นี่ไม่มีเข็มวินาที ไม่มีตัวเลขดิจิทัล มีเพียงการกะเกณฑ์จากแสงอาทิตย์และเสียงบอกเวลาจากหอระฆังไกลลิบ"ชิงเหอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว?""ทูลพระชายา ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) เจ้าค่ะ""แล้วตอนนี้ล่ะ?""ยามอู่ (11.00-13.00 น.) เจ้าค่ะ"สาวใช้คนสนิทอย่าง ชิงเหอ กลายเป็นนาฬิกาเดินได้ส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย เยว่ซินต้องคอยหันไปถามนางอยู่ตลอดเวลาเพื่อประเมินกิจวัตรประจำวันของตัวเองนับตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมา นี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วหนึ่งอาทิตย์ที่เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของสามีผู้สูงศักดิ์ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้หายเงียบไปราวกับตายจากกัน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเยว่ซิน"ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแหละดี จะได้ไม่ต้องปวดใจ" เธอบ่นพึมพำขณะเดินทอดน่องออกมาสูดอากาศที่สวนหลังเรือนทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับดูประหลาดพิกลทุกย่างก้าวที่เยว่ซินเยื้องย่างผ่าน เหล่าบ่าวไพร่ ข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status