로그인หลินซูซินที่เดินตามร่างบุรุษใหญ่เงียบ ๆ ระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาใด ๆ ใจนางก็อยากชวนคุย แต่อีกใจนางก็กลัวเขาอยู่นิด ๆ
ระหว่างทางก็มีเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เดินตามทางบ้าง แต่นางไม่ได้สนใจ นางสนใจแต่แผ่นหลังที่ใหญ่และแน่นข้างหน้าต่างหาก
“ที่บ้านข้ามีท่านพ่อท่านแม่ครอบครัวเรามีกันแค่สามคน” หยางไห่ฉวนเอ่ยพูดคุยกับหลินซูซินเป็นครั้งแรก
“เอ่อ พี่ไห่ฉวนข้านั้นพอทราบมาบ้างท่านพ่อได้เอ่ยกับข้าก่อนที่จะมาเจ้าค่ะ” หลินซูซินตอบกลับไปอย่างเกร็ง ๆ
“ที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีที่ทางใดไม่มีงานใดให้เจ้าจะต้องทำ”
“พี่ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่มาอยู่บ้านพี่เฉย ๆ แน่ข้าจะช่วยงานในบ้านดูแลท่านพ่อท่านแม่ตอนที่พี่ไม่อยู่ได้ ข้าทำงานบ้านทำกับข้าวได้นะ” หลินซูซินเอ่ยอย่างตาโต
หยางไห่ฉวนฟังสตรีด้านหลังเอ่ยกับเขาราวกับสนิทสนมไม่ได้มีความเกร็งเหมือนช่วงแรก ๆ ที่พูดคุยกัน
“เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อท่านแม่ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง”
“เจ้าค่ะพี่ไห่ฉวน” หยางไห่ฉวนเขานั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงเดินเงียบ ๆ
“ถึงแล้วบ้านข้าอาจจะเล็กกว่าบ้านเจ้าอยู่มากโข”
“บ้านหลังใหญ่ใช่ว่าจะอยู่แล้วมีความสุขเสียหน่อย”
“เข้าบ้านกันเถอะ” เป็นหยางไห่ฉวนที่เอ่ยเพื่อทำลายความเงียบ อยู่ดี ๆ หลินซูซินก็เงียบไปทั้งที่เมื่อครู่ยังเอ่ยตอบเสียงใส
หยางไห่กับหยางไห่หลิงนั่งรอบุรุษชายและลูกสะใภ้มาถึงบ้านอย่างกังวลและห่วงใย
“ท่านพี่มากันแล้วอาไห่ฉวน” เป็นหยางไห่หลิงที่เอ่ยเสียงดังเมื่อเห็นว่าเป็นลูกชายเดินเข้ามาในบ้าน
“ไห่ฉวนเป็นเช่นไรบ้างและไหนล่ะหลินซูซิน” หยางไห่หลิงส่งสายตาถามบุตรชายด้วยความคาดหวังนางนั้นไม่เห็นลูกสะใภ้
หยางไห่ฉวนที่กำลังจะเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ แต่ก็มีร่างบางที่ซ่อนอยู่ที่ด้านหลังเขาชะโงกใบหน้ามาตอบก่อน
“คารวะท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะข้าหลินซูซินขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยเจ้าค่ะ” หลินซูซินเอ่ยตอบอย่างเสียงดังฟังชัด
หยางไห่หลิงหันหน้าไปมองสามีก็เป็นอันรู้กันลูกสะใภ้นางนั้นถูกใจนางมาก นิสัยน่ารักสักวันอาไห่ฉวนคงจะหลงไม่ช้าก็เร็ว
“ซูซินแม่ขอเรียกเจ้าเช่นนี้ก็แล้วกัน”
“ทั้งท่านพ่อท่านแม่จะเรียกข้าว่าอย่างไรก็ตามความสะดวกเจ้าค่ะข้าไม่ใช่คนเรื่องมาก”
“น่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง”
หยางไห่ฉวนมองดูมารดาที่ดึงลูกสะใภ้ไปครอง โดยลืมเขาที่ยืนอยู่ลานบ้านผู้เดียว นางคงจะถูกใจท่านแม่ยิ่งนักถึงได้ยิ้มแย้มเช่นนั้น
“อาไห่ฉวนพาน้องไปห้องสิแล้วไม่ต้องออกมากันนะ ค่อยออกมาพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน”
หลินซูซินเดินตามผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีหมาด ๆ พอนางเข้ามาในห้องก็ไม่ได้เล็กไม่ได้ใหญ่อยู่สองคนกำลังพอดี ในห้องสะอาดสะอ้านของจัดเป็นระบบระเบียบดีไม่สมกับบุรุษเลย
“พี่ไห่ฉวนท่านพ่อท่านแม่พี่ดูใจดีนะ” หลินซูซินที่เข้ามาในห้องได้สักพักแล้ว แต่ไม่ได้มีบทสนทนาใด นางจึงเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน
“ไม่กลัวข้าแล้ว รึ เมื่อก่อนข้าเจอเจ้าทีไรเจ้าก็กลัวข้ายังกระเจอผี”
“นั่นมันเมื่อก่อนตอนนี้ท่านเป็นสามีข้าแล้ว เหตุใดจะต้องกลัวสามีตัวเองด้วย” หลินซูซินเอ่ยคำว่าสามีอย่างไม่เขินอายคนนี้แหละที่พระเจ้าจะส่งมาให้เป็นสามีนาง
หยางไห่ฉวนที่ได้ยินคำว่าสามีหัวใจเขามันก็แปลก ๆ “ข้าแต่งเจ้าเพื่อรับผิดชอบเฉย ๆ” ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เขานั้นเอ่ยเช่นนี้ออกไป
“ใช่ข้ารู้ตอนนี้พี่อาจจะรับผิดชอบ แต่ต่อไปพี่อาจจะชอบก็ได้” หลินซูซินอาจน้อยใจนิด ๆ ตอนที่อีกฝ่ายบอกว่าแค่รับผิดชอบปากดีจริง ๆ
“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นสตรีนิสัยโผงผางเช่นนี้”
“ข้าชอบพูด”
“เจ้าพูดมากเกินไปสตรีพูดมากไม่ดี”
“ข้าไม่ใช่สตรีเรียบร้อยหรือแม่ดอกบัวขาว พี่ชอบสตรีเรียบร้อยรึ” หลินซูซินเอ่ยถามสเปกสาวของเจ้าคนปากดีตรงหน้า
“เจ้าเป็นเจ้าก็ดีอยู่แล้วไม่ต้องคิดเปลี่ยนแปลงอะไร”
“เช่นนั้นข้าจะคิดว่าพี่นั้นชอบข้าที่พูดมาก ๆ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“แม่เอาอาหารมาให้พวกเจ้าคงจะหิวแล้ว” หยางไห่หลิงได้ทำอาหารมงคลและเตรียมสุรามงคลไว้ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวหมาด ๆ
“ท่านแม่ลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ” หลินซูซินเป็นคนที่ลุกออกไปเปิดประตูให้หยางไห่หลิงเข้ามา
“เด็กคนนี้ช่างพูดเสียจริงอาไห่ฉวนจะได้ไม่เหงา เดี๋ยวแม่มารอสักครู่” หยางไห่หลิงเดินออกไปช่วยประคองสามีเข้ามาในห้องเพื่อที่จะอวยพรให้ลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยตนเอง
หลินซูซินที่เห็นท่านแม่ประคองท่านพ่อมานางจึงจะออกไปช่วย แต่ถูกเจ้าคนปากดีห้ามไว้เสียก่อน
“มานั่งนี่อย่าซน” หยางไห่ฉวนเอ่ยเตือนอย่างไม่จริงจัง
หลินซูซินเชื่อฟังนางกลับไปนั่งข้างหยางไห่ฉวนเช่นเดิม “ท่านพ่อลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ”
“ไม่ลำบากอะไรพ่ออยากมาอวยพรพวกเจ้าทั้งสองด้วยตัวเองวันนี้ วันมงคลของพวกเจ้าทั้งสองคน หลินซูซินพ่อกับแม่ต้องขออภัยที่ไม่ได้ไปเป็นคนสู่ขอเจ้าให้อาไห่ฉวน” หยางไห่เอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ข้าเข้าใจและท่านพ่อข้าก็ไม่ได้ถือสาอะไรเพราะรู้ว่าสุขภาพของพวกท่านนั้นไม่ค่อยแข็งแรงอีกทั้งท่านพ่อยืนและเดินนาน ๆ นั้นไม่ค่อยได้เจ้าค่ะ”
หยางไห่ซึ้งใจลูกสะใภ้ที่ไม่ได้คิดรังเกียจตนที่เหมือนคนพิการเข้าไปทุกที
หยางไห่ฉวนมองดูร่างบางพูดคุยกับท่านพ่อท่านแม่คุยไม่หยุดจนท่านทั้งสองนั้นไม่อยากจะออกไปจากห้องนี้จนเขานั้นจะต้องส่งสัญญาณเตือนเป็นใน ๆ
“เช่นนั้นแม่กับพ่อขอตัวก่อนดีกว่าเหมือนจะมีคนไม่พอใจ”
“เจ้าค่ะ” ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงบเหมือนเดิม
“มาทานอาหารเถอะเจ้าคงจะหิวมากแล้ว” หลินซูซินเพียงทานอาหารเงียบ ๆ นางไม่รู้จะชวนเขาคุยเรื่องอะไร ไม่เหมือนคุยกับท่านพ่อท่านแม่
2 ปี ต่อมาร้านขนมหวานตระกูลหยางหลินทำกำไรต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ตำลึงทอง บางเดือนก็เกิน 200 ตำลึงทอง ก็มีแต่ขั้นต่ำกำไรในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ตำลึงทอง“ลูกหลับแล้วหรือ”หยางไห่ฉวนที่พึ่งกลับจากโรงเตี๊ยมหลินซูซิน ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมที่เขาเป็นเจ้าของคนเดียว เพราะหลินซูซินนางไม่ขอร่วมด้วย เหตุผลก็อยากให้เขาได้ทำอะไรที่ต้องการอย่างเต็มที่ เงินทุกบาทที่นำมาทำโรงเตี๊ยมเป็นเงินที่ได้ส่วนแบ่งมาจากการทำงานกับหลินซูซินจากร้านขนมหวานเขาอยากให้หลินซูซินอยู่ในทุกความสำเร็จของเขาชื่อโรงเตี๊ยมจึงเป็นชื่อนางเพราะเขาคิดว่าชื่อนี้รุ่งเรืองที่สุดแล้ว“ท่านแม่หยางเอาไปนอนที่จวนแล้วเจ้าค่ะ” หลินซูซินก่อนที่จะคลอดลูกนางกับหยางไห่ฉวนได้ตัดสินใจซื้อจวนในเมือง เพราะอนาคตก็คงจะได้อยู่ในเมืองบ่อยขึ้น“วันนี้เข่อซิงร้องหาท่านพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ”หลังจากคลอดลูกหลินซูซินถูกผู้เป็นสามีออดอ้อนให้เรียกว่าท่านพี่ เพราะยามอยู่ข้างนอกผู้อื่นจะได้รู้ว่าแต่งงานมีภรรยาลูก 2 คนแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้หยางไห่ฉวนหล่อเหลาจนสตรีน้อยใหญ่ คุณหนูตระเล็กตระกูลใหญ่ต่างแวะเวียนเข้ามาที่ร้านซื้อขนมหวานเป็นเรื่องลอง เรื่องหลักคงเป็นการได้
หลังจากเหตุการณ์หน้าเวทนาในครั้งนั้นหยางไห่ฉวนก็ตั้งกฎขึ้นว่าไม่ให้หลินซูซินทำมากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะตั้งแต่วันนั้นนางก็ติดกลืนกินน้ำสวาทของเขา เคยพานางไปตรวจระยะครรภ์ในเมืองท่านหมอบอกว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในอาการแพ้ท้อง ซึ่งทุกคนแพ้อาจจะไม่เหมือนกันเปิดร้านขนมตระกูลหยางหลินตอนนี้ท้องของหลินซูซินเองก็เริ่มโตจนเห็นได้ชัดเจน จึงไม่สามารถที่จะทำงานอย่างเมื่อก่อนได้ ในวันเปิดร้านวันแรกก็จะมีครอบครัวและคนสนิทมาช่วย ๆ กันและก็มีลูกจ้างที่นางเปิดรับสมัครคัดเลือกแล้วได้มาสี่คนหลินซูซินไม่สามารถที่จะทำขนมได้เพราะต้องใช้แรงในการทำ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะนางได้เขียนสูตรขนมไว้แล้วที่เหลือก็ให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นคนทำก็จะเป็นคนในครอบครัวทั้งหมด เพราะเป็นสูตรลับที่ไม่ได้มีความลับอะไร เพียงแต่บอกว่าลับเพื่ออัพราคาก็เท่านั้นเองเห็นหลายร้านเขานิยมทำกันค่าเช่าเดือนละ 2 ตำลึงทอง หลินซูซินคิดว่านางจ่ายไว้ แต่ก็ต้องดูยอดขายรายวัน รายอาทิตย์ รายเดือน เป็นหลักร่วมด้วย“ขนมบัวลอยที่หน้าร้านขายหมดแล้วขอรับ” เป็นหนึ่งในลูกจ้างที่หลินซูซินเลือกเข้ามารายงานการขาย“หมดเร็วเสียจริงอย่างนั้นไปเรียกอากังมาช่
หลังจากที่บ้านใหม่ของหลินซูซินและหยางไห่ฉวนสร้างเสร็จ หลินซูซินนางก็ได้ขนของที่บ้านครอบครัวของนางมาอยู่ ตามข้อตกลงที่ท่านพ่อหลินต้องการ ความจริงไม่ต้องตอบตกลงตามข้อสัญญาก็ได้ เพราะหลินซูซินและหยางไห่ฉวนเองก็ตั้งใจที่จะปล่อยให้มีอยู่แล้ว“ท่านพ่อนี่ห้องของท่านพ่อเจ้าค่ะ”หลินห้านจินยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปในห้อง เพราะมันชั่งแตกต่างจากห้องที่บ้านเก่าเหลือเกินไม่มีอะไรที่คล้ายคลึงกันเลย ห้องที่นี่กว้างและใหญ่กว่าห้องที่บ้านเก่าเสียอีก“ท่านพ่อไม่เข้าห้องหรือเจ้าคะ”“ซูซินพ่อไม่กล้าเดินเข้าไปมันแปลกตาพิลึก” ภายในห้องที่กว้างใหญ่มีเตียงนอนตั้งอยู่มุมห้องตามที่เขาเคยเอ่ยบอกเพราะไม่ชอบเตียงที่อยู่กลางห้อง แต่ไอ้ม้านั่งนั่นมันแปลกตาพิลึกอีกแล้ว“เดี๋ยวลูกพาเดินเข้าไปเจ้าค่ะ ท่านพ่อเตียงของท่านช่างนิ่มนักและลูกได้สั่งทำโซฟาเอาไว้ให้ท่านพ่อนั่งเล่นด้วยเจ้าค่ะ”“ม้านั่งนั่นหรือคือโซฟา”“เจ้าค่ะแปลกตาหน่อยแต่นั่งสบายลูกสั่งมาจากชาวฝรั่งเจ้าค่ะ ท่านพ่อลองมานั่งดูก่อนเจ้าค่ะแล้วจะติดใจ” ท่านพ่อหลินก็ไม่ต่างจากท่านพ่อท่านแม่หยางที่ได้เห็นห้องของตนเองไม่กล้าที่จะเข้าไปในห้อง คงเพราะลักษณะที่แปลกตาจึ
“พี่ตงหยางหยุดก่อนเจ้าค่ะ ข้าอยากพักแล้วเจ้าค่ะ” จางลี่ที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักและสามีในขณะนี้“ขอโทษที่ก่อกวนเจ้าจนเกินไป แต่ขออีกครั้งแล้วขะ…พี่จะหยุดเจ้าจะได้พักผ่อน” ตงหยางที่ยิ่งได้ทำครั้งหนึ่งก็มีครั้งที่สองที่สามตามมา น้ำของเขาหลั่งแต่ละครั้งเยอะมากเพราะไม่ได้ปลดปล่อยมานานมากแล้วห้องหอต้าหานและฟางหรงที่กำลังทำเรื่องของคู่สามีภรรยาเป็นอันจะต้องหยุดฟังชั่วขณะว่าเสียงชวนมีอารมณ์ร่วมเช่นนี้ดังมาจากห้องท่านพ่อตงหยางใช่หรือไม่“พี่ต้าหานเสียงนั่นดังมาจากห้องของท่านพ่อเจ้าค่ะ”“พรุ่งนี้ก็รู้เองปล่อยผู้ใหญ่ไปเถอะมาต่อเรื่องของเราขดีกว่า พี่ยังไม่อิ่มเลยกินเจ้าไม่รู้เบื่อเลย” ต้าหานและฟางหรงไม่ได้สนใจที่มาของเสียงที่ได้ยิน เพราะคืนเข้าหอก็ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงคู่บ่าวสาวเท่านั้น คู่ท่านพ่อของเจ้าบ่าวก็แอบเข้าหอก่อนเช่นกันช่วงสายที่บ้านหลิงเหมือนทุกอย่างจะเป็นเรื่องใหญ่เมื่อจางหลีหมิ่นกับจินเย่วไปที่บ้านหลินเพื่อจะรับท่านแม่ไฉ่หงและท่านแม่จางลี่ แต่ที่บ้านหลินมีแต่ท่านแม่ไฉ่หงเท่านั้น และได้ทราบว่าเมื่อคืนได้รับสารไปสื่อความหมายผิดกันทั้งสองฝ่าย“เท่ากับว่าตอนนี
“ฝากดูแลฟางหรงนางด้วยนะต้าหาน”จางไฉ่หงเอ่ยฝากบุตรสาวเพียงคนเดียวของบ้านที่วันนี้จะต้องย้ายไปอยู่บ้านตระกูลหลิงแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะเกิดขึ้นเด็กสาวที่มีอุปนิสัยเป็นบุรุษกับได้แต่งสาวกับบุรุษที่เพียบพร้อมเช่นต้าหานที่มีอุปนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้วบุรุษที่เลี้ยงดูมาอย่างอ่อนโยน ใจดี มีเมตตา พูดจาไพเราะ เก่ง ขยัน และฉลาดถึงแม้เป็นบุรุษแต่ไม่ได้เก่งกาจด้านการล่าสัตว์ แต่ใครนิยามว่าบุรุษจะต้องเก่งด้านการล่ากัน ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตนเก่งทั้งนั้น 100 คน ล้วนมีความเก่งกาจที่แตกต่างกันออกไป“ท่านแม่เจ้าคะหยุดร้องไห้เถอะ ข้าจะร้องตามน่ะเจ้าคะ”ฟางหรงเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ วันนี้ทั้งท่านพ่อท่านแม่ของนางต่างร่ำไห้กันใหญ่ เพราะงานแต่งของนางแตกต่างจากของพี่ชายทั้งสองที่ต่างได้หลับนอนที่บ้านกันคนละคืนสองคืนแต่ของนางต่างออกไปเพราะเมื่อคืนคือคืนสุดท้ายที่นางได้นอนที่บ้าน เพราะคืนต่อ ๆ ไปนางจะเป็นคนในครอบครัวหลิงคนหนึ่ง การทำพิธีต่าง ๆ และการเข้าหอก็ด้วยจัดทำขึ้นที่บ้านหลิง“เจ้าต้าหานหากวันใดเจ้าทำฟางหรงเสียใจ…ข้า…พ่อคนนี้จะเอาลูกของข้าคืน”จางหลิวหยางเองก็หลั่งน้ำตาออกมาเอาเข้าจริงเป็นเขาเองที่ดี
วันนี้หลินซูซินนางเข้ามาในเมืองเพื่อรับป้ายชื่อร้านที่นางได้สั่งทำไว้ นางจะติดป้ายก่อนเพราะที่ร้านก็เสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว คนที่ผ่านไปผ่านมาจะได้รู้ว่าที่ร้านขายอะไร และการใช้ชื่อร้านขนมตระกูลหยางหลิน เพื่อจะเรียกลูกค้ารายเก่าด้วยให้รับรู้ว่านางได้ปักหลักขายตรงนี้ในชื่อร้านขนมตระกูลหยางหลิน“พักก่อนดีกว่าช่วงนี้เจ้าเป็นลมบ่อยเกินไปแล้วนะซูซิน”“ก็คงเพราะทำงานหนักเจ้าค่ะ เดี๋ยวพักก็หายดีเจ้าค่ะ”คงเพราะช่วงนี้งานรุมเร้านางไปหมดเสร็จจากงานแต่งหลินอ้ายถงนี่ก็ผ่านมาได้ 3 สัปดาห์ พรุ่งนี้พี่ต้าหานก็จะให้ท่านลุงตงหยางกับท่านพ่อหลินเป็นผู้ใหญ่ไปสู้ขอฟางหรงที่บ้านจาง นางจึงมีหน้าที่รับผิดชอบทำชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าวกับท่านแม่หหยางและหลินอ้ายถงช่วยกัน“ถ้ายังเป็นอีกพี่จะพาเจ้าไปโรงหมอ เป็นบ่อยเช่นนี้พี่ใจไม่ดีเลย” อาจจะเป็นเพราะทำงานหนัก แต่นางก็เป็นลมบ่อย ปวดเมื่อยตามตัว มีอาเจียนด้วยในบางวัน“เจ้าค่ะถ้าหากข้าไม่ดีขึ้นข้าจะไปหาหมอเจ้าค่ะ” หลินซูซินนางมาในเมืองกับหยางไห่ฉวนกันสองคน หลินอ้ายถงนางไม่ได้ตามมาด้วยเพราะต้องอยู่ช่วยงานท่านแม่หยางทำชุดเจ้าสาว“เดี๋ยวเจ้ารออยู่นี่ก่อนนะพี่จะไปซื้อโจ๊กหมูกับ
งานเทศกาลเริ่มขึ้นผู้คนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มแน่นเต็มเส้นทางเท้า ร้านค้าที่มาเช่าส่วนใหญ่จะขายเป็นของกินและของที่ระลึกเสียมากกว่า“แม่นางใช่ร้านที่เคยขายกุ้งย่างหรือเปล่าหน้าคุ้น ๆ”“ใช่เจ้าค่ะตอนมาขายบัวลอยแล้วเจ้าค่ะสนใจสักถ้วยไหมเจ้าค่ะ” หลินซูซินดีใจที่มีลูกค้าที่เคยซื้อกุ้งย่างที่นางเคยขายจ
หลินซูซินนางพยายามที่จะไม่คิดเรื่องนี้ในตอนนี้ หยางไห่ฉวนเองก็พยายามไม่ให้นางคิดมากเรื่องทุกอย่างย่อมมีทางออกที่ดีเสมอ“นอนเถอะอาบน้ำแล้วสดชื่นดีจัง”“พี่ไห่ฉวนพรุ่งนี้พี่ไปรับจินเย่วกับท่านน้ามาที่บ้านเราด้วยนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าจะจับกุ้งมาย่างเลี้ยงฉลองให้นางเจ้าค่ะ”“ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปจับมา
ตื่นเช้ามาหลินซูซินยังไม่ได้ออกไปข้างนอก เพราะหยางไห่ฉวนยังไม่ตื่นและตอนนี้ก็นอนกอดนางอยู่ไม่สามารถที่จะขยับตัวออกไปได้ เมื่อคืนอาจจะแปลกที่หยางไห่ฉวนเลยนอนดึกมากเพราะนอนไม่หลับ“หากตื่นแล้วก็ลุกได้แล้ว ข้าจะออกไปข้างนอก”“พี่อยากนอนต่อซูซินไม่สงสารพี่หรือเมื่อคืนกว่าพี่จะหลับได้นานอยู่นะ” ไม่ใช่เพ
หลังจากที่ไข่พะโล้สุกหลินซูซินก็เรียกทุกคนคนมากินข้าว เพราะท่านพ่อหลินบอกว่าวันนี้ยังไม่มีใครได้กินอะไรมา มื้อแรกก็คงจะเช้าตรู่นู้น ตอนนี้ก็เย็นแล้วคงจะหิวกันมากแล้ว“ไข่พะโล้หมูสามชั้นเจ้าค่ะ” หลินซูซินยกหม้อไข่พะโล้มาไว้ตรงกลาง นางจัดการตักใส่ถ้วยแจกจ่ายทุกคนบนโต๊ะ จะได้ซดน้ำ







