Share

เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา
เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา
Author: ประดับดิน

ตอนที่ 1 เกิดแต่กับข้า

last update Last Updated: 2025-12-07 20:59:42

ตอนที่ 1 เกิดแต่กับข้า

ชิงเหยาหรือในชาตินี้  มู่หว่านเหยา กำลังทบทวนเรื่องราว

          นางเกิดใหม่ในร่างนี้ได้มาสองสามวันแล้ว 

          ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนที่จะเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวผู้นี้  นางเกิดอุบัติเหตุวิญญาณถูกส่งไปปรโลกทันที  คำตัดสินของเบื้องบนบอกว่านางมีกรรมดีมากกว่ากรรมชั่ว

...เกิดใหม่ชาตินี้จะได้เสพสุขเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นในระดับปานกลาง  ก็ดีนับว่าไม่ลำบากนัก

          ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งลืมอดีต

          จังหวะนั้นเอง…มีแรงอาภาพลันปะทุขึ้นกลางอากาศ เสียงลมหมุนวนกรีดผ่านจนฝุ่นปลิวว่อน

มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นกลางแสงเรืองรอง

อาภาเวทสาดส่องทั่วท้องฟ้า ราวกับทุกสรรพสิ่งรอบตัวต่างหลบเร้นให้เพียงเขาอยู่ในศูนย์กลางแห่งพลังนั้น

เรือนกายสูงสง่าราวสลักจากหยกขาว เครื่องแต่งกายเป็นอาภรณ์สีดำขลับปักดิ้นเงินลายเมฆเคลื่อนไหวช้า ๆ ตามแรงเวท  เส้นผมยาวสีดำขลับปลิวไหวกลางลม มัดไว้หลวม ๆ ด้วยแถบผ้าไหมขาว

ผิวของเขาขาวเนียนประหนึ่งน้ำแข็งที่หลอมละลายใต้แสงจันทร์ ดวงตาคมลึกเฉกเช่นดวงดาวในรัตติกาล  เพียงสบตาครั้งเดียว ก็คล้ายจะมองทะลุถึงจิตวิญญาณของผู้คน

ความงามของเขา...ไม่อาจเรียกได้ว่า “หล่อเหลา”

เพราะคำว่านั้นดูต่ำเกินไป

มันคือความงามเหนือมนุษย์ เยือกเย็น ลึกล้ำและอันตราย

เขายกฝ่ามือขึ้นช้า ๆ

พลังเวทสีทองพลันแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นมหาสมุทร โอบล้อมอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลมระคนแรงสั่นสะเทือน

เมื่อฝ่ามือฟาดออกไปเบื้องหน้า

แสงสว่างจ้าราวอัสนีบาตฟาดฟันลงมา

พลังนั้นมิใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนจะรับมือได้เลยแม้แต่น้อย...สะบัดผ่านพื้นจนทุกสิ่งสั่นสะเทือน

ชิงเหยามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง  น้ำแกงในมือสั่นไหว  กระชอนออกจนเกือบหมด  จากนั้นนางก็พยายามยื่นจอกไปหายายเมิ่งที่อยู่ใกล้เตาไฟ หวังให้ช่วยตักน้ำแกงใหม่ให้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูด

สีหน้าของทุกคนในเรือนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ผู้คุ้มแถวด้านข้างเห็นว่าน้ำแกงในชามของหว่านเหยาหมดแล้ว ก็เข้าใจว่านางดื่มจนหมดจึงเร่งให้เดินต่อ

“อย่าชักช้า ไปได้แล้ว!”

เสียงห้าวของผู้คุมดังขึ้นพร้อมแรงผลักเบา ๆ จากด้านหลัง

หว่านเหยาพยายามจะอธิบาย “ข้ายังไม่ได้ดื่ม—”

แต่เสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงโกลาหลรอบข้าง ไม่มีใครหันมาฟัง

จู่ ๆ พลังสายหนึ่งแล่นแหวกอากาศมาด้วยความเร็วราวสายฟ้า ฟาดตรงมายังร่างของนาง

แรงปะทะรุนแรง  “อ๊ะ—!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่อาจตั้งตัวได้

ร่างของหว่านเหยาถูกแรงเวทมหาศาลซัดกระเด็นออกจากทางเดิน ก่อนจะตกทะลุขอบหน้าผาลงไปยังแม่น้ำเหลืองเบื้องล่าง

สายน้ำสีทองหม่นกลืนร่างของนางหายไปในพริบตา —

ก่อนเวลาที่ฟ้ากำหนดไว้...

สติของนางดับวูบลงท่ามกลางเสียงคลื่นซัดกระหน่ำ

เงาแสงสุดท้ายที่เห็น คือผิวน้ำสีทองของแม่น้ำเหลืองพลันกลืนร่างของนางหายไปในความมืด

เมื่อได้สติอีกครั้ง กลับพบว่าร่างกายของนางนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า

กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง

“นี่...ข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ” นางพึมพำเบา ๆ พลางยกมือขึ้นดู เห็นปลายนิ้วเรียวยาวแต่ผิวซีดขาว ราวกับมิใช่มือของตนเอง

ไม่นานจึงเข้าใจ 

นางได้เกิดใหม่ในร่างของ มู่หว่านเหยา  บุตรสาวของขุนนางต้องโทษ ผู้เคยมีชีวิตสูงศักดิ์อยู่ในตระกูลใหญ่ แต่หลังบิดาถูกลงโทษและทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด นางจึงถูกขายเข้าหอนางโลมอย่างไร้ทางเลือก

ชายชาวนาผู้หนึ่งชื่อ หานเจ๋อ ใช้เงินทั้งหมดที่มีเพื่อไถ่ตัวนางออกมา  นางซอกซ้ำทั้งกายและใจร่างกายทนแทบไม่ไหว

ช่วงที่ยังนอนซมป่วย นางได้ยินเสียงคนพูดอยู่ไม่ไกล

ว่าตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหนือ...ตระกูลซ่ง ได้สูญเสียหลานสาวไปหลังคลอดไม่นาน

หัวใจของนางกระตุกวูบ หลานสาวแห่งตระกูลซ่ง?

“นั่นคงไม่ใช่ร่างที่ข้ามาเกิดใหม่...หรอกใช่หรือไม่?”

ส่วนร่างของสตรีผู้นี้...

ที่ควรสิ้นลมหายใจกลับไม่ตาย

 — เพราะมีวิญญาณของนางมาอยู่แทน

“เกิดแต่กับข้าจริง ๆ...ความผิดพลาดเช่นนี้”

เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา ทั้งไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

เสียงประตูไม้ดังแผ่วเบา แอ๊ด...

มู่หว่านเหยาหันไปตามเสียง เห็นหานเจ๋อผลักบานประตูเข้ามา

แสงแดดยามสายส่องลอดช่องไม้เข้ามาตกบนร่างของเขา ใบหน้าที่อบอุ่นนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย

“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”

เขาเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความใส่ใจ

บุรุษตรงหน้า...คือสามีของร่างนี้

ผู้ที่มอบทั้งความรัก ความมั่นคง และความซื่อสัตย์ให้มู่หว่านเหยามาโดยตลอด

ทว่า...สำหรับนางแล้ว  ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ในใจกลับมิได้อบอุ่นเช่นเขาเลย

ชิงเหยาในร่างของมู่หว่านเหยา รู้สึกสะท้อนในใจอย่างบอกไม่ถูก

ต่อให้หานเจ๋อจะดีกว่านี้อีกสักเพียงใด...

สุดท้าย สตรีที่มีใจให้บุรุษอื่นอยู่ก่อนแล้ว ก็ยากจะตอบแทนความรักนั้นได้อย่างแท้จริง

ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในใจ แต่สิ่งที่นางเอ่ยออกมาได้ มีเพียงคำสั้น ๆ แผ่วเบา  “ขอบคุณ”

ริมฝีปากยกยิ้มบางคล้ายจะปลอบเขา แต่ดวงตากลับซ่อนความเศร้าไว้ลึก ๆ  นางไม่อาจพูดสิ่งที่อยู่ในใจได้  เพราะถ้อยคำนั้น จะทำร้ายชายตรงหน้าเกินไป

“ข้าดีขึ้นแล้ว”

เพียงคำพูดสั้น ๆ ของนาง พร้อมรอยยิ้มอ่อนจางนั้น กลับทำให้แววตาของหานเจ๋อเปล่งประกายขึ้นมาทันที หญิงสาวไม่เย็นชาเช่นเคย

“ข้าเอามื้อกลางวันมาให้เจ้า...”

เสียงของหานเจ๋อแผ่วนุ่มแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย

มู่หว่านเหยาหลบตาลง เอ่ยตอบเบา ๆ “ขอบคุณท่านยิ่งนัก”

หานเจ๋อยังคงยิ้มหน้าบาน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ

“ได้ดูแลเจ้า ข้าก็ปลื้มใจนัก อย่าได้เอ่ยคำขอบคุณเลย”

มู่หว่านเหยาเพียงลอบถอนหายใจในใจ นางลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ ตักโจ๊กหอมกรุ่นตรงหน้าขึ้นกินอย่างเงียบงัน

ไอร้อนจากชามโจ๊กแผ่วคลุ้ง แต่ความอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจซึมเข้าสู่หัวใจของหว่านเหยาคนเดิมได้เลย 

ทว่าหว่านเหยาคนใหม่กลับครุ่นคิดอยู่ในใจ

บุรุษผู้นี้...จะเป็นคนของนางจริง ๆ ได้ไหมนะ

เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นในเรือนเล็ก

เมื่อกินเสร็จ หานเจ๋อก็รีบเก็บถ้วยชามไปเอง ไม่ยอมให้นางแตะต้องสิ่งใด แม้แต่น้อย

ขณะกำลังจะออกจากเรือน เขาหันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้าจะขึ้นเขาไปสักหน่อย อาจกลับค่ำ โจ๊กยังเหลือในหม้อ หากเจ้าหิวก็ไปตักกินได้เลย”

มู่หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นมองเพียงชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ

“ข้ารู้แล้ว...ข้าดูแลตัวเองได้ ท่านไม่ต้องห่วง”

หานเจ๋อพยักหน้าเบา ๆ รอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า

“อืม เช่นนั้นข้าไปก่อน”

ร่างของเขาค่อย ๆ เดินลับออกไปกลางแสงแดดยามสาย

ประตูไม้ปิดลงช้า ๆ เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านผืนทุ่ง

วันนี้อาการของหว่านเหยาดีขึ้นมา พอกินเสร็จนางก็ลุกขึ้นออกมาจากเรือน ล้างจานด้วยตนเองพลางเดินไปรอบๆ

เรือนหลังนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร

เดิมทีหานเจ๋ออาศัยอยู่กับครอบครัวในหมู่บ้าน แต่เพราะยืนกรานจะขอแต่งกับนาง พี่ชายจึงเป็นผู้เอ่ยขอให้บิดามารดาแยกเรือนให้

หานเจ๋อได้รับที่นาเป็นส่วนแบ่งหนึ่งหมู่ เขาจึงนำมาสร้างเรือนหลังเล็กขึ้นด้วยแรงของตนเอง

เอาเข้าจริง...หากจะเรียกว่า “กระท่อม” ก็คงเหมาะสมกว่า “เรือน” เสียด้วยซ้ำ

มู่หว่านเหยาขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว

เพียงเริ่มต้นชีวิตใหม่...ก็ช่างรันทดนัก

นางอุตส่าห์ทำความดีมาทั้งชีวิต คิดว่าจะมีวันที่ดีบ้าง  แต่กลับต้องลืมตาขึ้นมาเผชิญเคราะห์กรรมในร่างของสตรีเช่นนี้อีก

ช่างมันเถอะ...ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข แค่ดำเนินชีวิตให้ดี อย่างน้อย นางยังมีความรู้ติดตัวมาเต็มหัว

“ความรู้ก็ยังอยู่กับเรา…ก็ดีกว่ามือเปล่าเป็นไหน ๆ”

นางพูดกับตัวเองพลางยืดแขนยืดขา สูดอากาศสดชื่นเข้าปอด  “พักกายให้มีกำลังเสียก่อน...”  นางพึมพำกับตนเองเบา ๆ ก่อนทอดสายตาออกไปยังทุ่งกว้างที่ทอดยาวสุดสายตา

เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว...นางก็ต้องเริ่มลงมือทำมาหากินด้วยตนเองบ้าง  จะอยู่ให้ผู้อื่นเลี้ยงดูไปชั่วชีวิตได้อย่างไร

ชีวิตใหม่ทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้ม

อย่าเพิ่งท้อ…เอาใจชิลโหมดไว้ก่อนแล้วกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 48 สร้างเรือนใหม่

    ตอนที่ 48 สร้างเรือนใหม่ความเคลื่อนไหวแผ่วเบาภายในเรือนแม้ไร้เสียงเอ่ยชัด แต่ก็ไม่อาจเล็ดรอดสายตาและหูของผู้ที่อยู่ใกล้ชิงอี้ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางเรือนริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่ปนความเข้าใจนางหันไปมองชิงอิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆชิงอิงหลุบตาลงเล็กน้อย แก้มระเรื่อขึ้นอย่างไม่ต้องอธิบาย “ข้าไปเตรียมถังน้ำอุ่นก่อน” เสียงนางต่ำและราบเรียบ ราวกับเป็นเรื่องปกติชิงอี้พยักหน้ารับอย่างไม่ซักถาม “ไปเถอะ…ข้าจะเตรียมมื้อเย็นเอง”ทั้งสองแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนไม่มีสายตาสอดรู้สอดเห็นผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามบานประตูเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบาหานเจ๋อเดินออกมา สีหน้าเรียบนิ่งขรึมกว่าปกติแต่แววตายังหลงเหลือความร้อนระอุที่ยังไม่จางเสื้อผ้าดูออกว่าถูกจัดให้เรียบร้อยขึ้นอย่างเร่งรีบชิงอิงที่รออยู่แล้วรีบยกถังน้ำอุ่นเข้ามา ในมืออีกข้างมีผ้าผืนหนึ่งพับอย่างเรียบร้อยนางหลุบตาลง ไม่มองซักถามสิ่งใดเพียงก้าวเข้าไปใกล้อย่างรู้หน้าที่หานเจ๋อรับถังน้ำไว้ ก่อนจะเอื้อมมือรับผ้าจากนางเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงต่ำและสุภาพ“ขอบใจนะ” ชิงอิงย่อคารวะเบา ๆ ก่อนจะถอยออกมาหานเจ๋อยก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 47 เบา ๆ

    ตอนที่ 47 เบา ๆหานเจ๋อชะงักไปเล็กน้อยสายตาเผลอเหลือบไปทางประตูเรือน ราวกับยังไม่ลืมว่าข้างนอกมีผู้คนรออยู่ “หว่านเหยา…ตอนนี้ข้างนอกยังมีคนอีกมาก”ทั้งที่พูดเอง ทว่าหานเจ๋อกลับรู้สึกอยากตบปากตัวเองหว่านเหยาหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นนุ่มละมุนไม่ใช่เสียงเยาะ หากเป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยและใกล้ชิด“ท่าน…ปฏิเสธข้าหรือ”คำถามนั้นไม่กดดันแต่กลับทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวหานเจ๋อยิ้มเขิน ยกมือขึ้นเกาศีรษะเล็กน้อยเหมือนพยายามเปลี่ยนเรื่องหนีความร้อนที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมา“ตอนนี้…พวกเรามีเงินเท่าไรหรือ”หว่านเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจือแววขบขัน“นี่เพราะความต้องการของท่าน”“ท่านถึงกับถามถึงเงินในกระเป๋าข้าเชียวหรือ”หานเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ แต่แววตากลับจริงจังขึ้น“ข้าเพียงคิดว่า…พวกเราน่าจะสร้างเรือนเล็ก ๆ แยกออกไปสักหน่อยก่อน”“มีเงินมากขึ้นเมื่อไร ค่อยสร้างใหม่ก็ยังไม่สาย”หว่านเหยาพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย“ได้สิ…”นางขยับเข้าใกล้เขาอีกนิด น้ำเสียงอ่อนลง ราวกับกระซิบ“แต่ทำเบา ๆ ก็น่าจะได้…ไม่ใช่หรือ”การขยับตัวของหว่านเหยาทำให้เสื้อคลายลงเล็กน้อ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 46 ชัดเจน

    ตอนที่ 46 ชัดเจนความคิดนับร้อยในหัวของหว่านเหยาพลุ่งพล่านขึ้น นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของนางจะตอบส่งเดชไม่ได้พลันนึกถึงเรื่องที่นางไม่อาจมองดูดวงชะตาของตนเองได้จึงได้แต่เลือกคาดเดาจากหานเจ๋อแทนเมื่อคำตอบผุดขึ้นในใจ หว่านเหยาจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบา“ท่านล้อข้าแล้ว…ข้ามีหรือจะกล้าพูดเท็จต่อหน้าท่าน”เล่อซินเลิกคิ้ว “ข้าหาได้ล้อเล่น”“ท่านได้โปรดให้ข้าได้ชี้แจง”เล่อซินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ได้...เจ้าพูดมา”หว่านเหยาลอบถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชัดเจน “ข้าไม่อาจดูดวงชะตาของท่านได้”“ทว่าสามารถดูดวงชะตาของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงท่าน”“เพียงเท่านั้น…ก็พอจะคาดเดาสถานที่ หรืออนาคตของท่านได้บางส่วนเจ้าค่ะ..”แม้จะไม่ชัดเจนแต่น่าจะพอคาดเดาได้ นัยน์ตาของเล่อซินสว่างวาบขึ้นทันที “ความคิดนี้ดี” นางไม่ลังเล ยื่นมือไปด้านข้าง ผลักนางกำนัลที่ยืนอยู่ใกล้เข้ามาหนึ่งก้าว“เจ้าตรวจดวงชะตาของนาง”หว่านเหยายิ้มแห้ง ๆ เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ“วันนี้ข้าต้องขออภัยท่านจริง ๆ”“ข้าถูกพลังสะท้อนกลับ ดวงตาพล่ามัวยิ่งนัก ไม่อาจตรวจดวงชะตาต่อได้”เล่อซินหรี่ตามอง “เช่นนั้น…เจ้าจะบอก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 45 เจิดจ้า

    ตอนที่ 45 เจิดจ้าและแน่นอน—เล่อซินย่อมได้ลำดับมาคนที่แปดเมื่อก้าวเข้ามาในลานเรือน นางก็ปรายตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ปิดบัง เรือนไม้หลังเล็ก พื้นดินยังไม่เสมอ ศาลาที่กำลังก่อสร้างก็ยังเห็นโครงข้าวของเรียบง่าย ซอมซ่อกว่าที่นางคาดไว้มากนักก็แค่นี้หรือ…เล่อซินนั่งลงตรงตำแหน่งที่จัดไว้สายตายังคงไล่มองทุกมุมอย่างพินิจในใจอดคิดไม่ได้—หากนางมีตาทิพย์จริง หากมองเห็นเส้นวาสนาได้ดังที่ลือกันเหตุใดไม่เรียกเงินแพง ๆ ไปเลยสิบตำลึงจากข้าร้อยตำลึงจากคหบดีพันตำลึงจากผู้สิ้นหวังในเมืองหลวงเพียงไม่กี่เดือน ก็คงสร้างเรือนใหม่ได้แล้วใหญ่โต สะอาดตา ไม่ต้องนั่งอยู่ในที่เช่นนี้เล่อซินขยับตัวเล็กน้อยริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แฝงความดูแคลนหรือว่าที่แท้…ก็แค่รู้จักหลอกคนได้เงินไม่มากพอจะย้ายตัวเองออกจากความซอมซ่อนี้ขณะนั้นเอง—เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านในเรือนหว่านเหยาเดินออกมา ท่าทีไม่เร่งไม่ช้าสายตาสงบเย็นราวกับไม่รับรู้สายตาประเมินที่จับจ้องอยู่เล่อซินชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ เพราะความงดงามของหญิงสาวเป็นความงามที่สงบนิ่ง ราวกับผิวน้ำยามไร้ลมและกลิ่นอายของสตรีผู้นี

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 44 น่าสนใจ

    ตอนที่ 44 น่าสนใจบนชั้นสองของร้านน้ำชา กลิ่นใบชาหอมอ่อนลอยคลุ้งม่านไม้ไผ่โปร่งรับแสงอาทิตย์ยามบ่าย สตรีงดงามสามสี่คนกำลังนั่งล้อมโต๊ะ สนทนากันด้วยน้ำเสียงเบาแต่แฝงความตื่นเต้นสตรีในชุดเหลืองอ่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนเอ่ยถามอย่างสนใจ“นี่…หลิงอี้ ญาติผู้น้องของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”หลิงอี้ยิ้มบาง แววตาผ่อนคลายกว่าหลายวันก่อน “ดีขึ้นมากแล้ว แม่หมอมู่มาทำพิธีต่อชะตาเพียงสองวัน อาการก็เปลี่ยนไปเห็นได้ชัด”“เมื่อวานยังลืมตาแทบไม่ขึ้น วันนี้กลับพูดคุยได้แล้ว”สตรีอีกคนโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย “เช่นนั้น…ข้าว่าพรุ่งนี้จะไปหานางอีกครั้ง”หลิงอี้ถอนหายใจแผ่ว “ท่านแม่ข้าหาว่าข้าเหลวไหล”“ความจริงแล้ว ท่านอาข้าก็ไม่ได้เชื่อถือแม่หมอมู่นัก เพียงแต่ตอนนั้น…หมดหนทางจริง ๆ จึงต้องลองทำทุกวิถีทาง”นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบาลง “ใครจะไปรู้ ว่านี่จะเป็นการต่อดวงชะตา ชีวิตบุตรชายท่านอากลับมาได้จริง”สตรีชุดม่วงขมวดคิ้ว“อ่า…หากชื่อเสียงของแม่หมอมู่โด่งดังไปกว่านี้ พวกเราคงเข้าถึงนางได้ยากขึ้นกระมัง”หลิงอี้ส่ายหน้า“บิดาของข้ากล่าวว่า หากมีคนนำเรื่อง นางเป็นบุตรสาวของขุนนางต้องโทษ อาจจะ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 43 ถ่ายทอดลมปราณ

    ตอนที่ 43 ถ่ายทอดลมปราณไม่ถึงเวลาเที่ยง หว่านเหยาก็ตรวจดวงชะตาของผู้คนหมดลงพอดีนางเอนหลังเล็กน้อย คลายลมหายใจอย่างสบายชิงอิงเดินเข้ามาถาม“นายหญิงให้จัดโต๊ะเลยไหมเจ้าคะ”หว่านเหยาพยักหน้า “จัดตรงลานกว้างได้เลย”ชิงอี้และชิงอิง ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ กับกับข้าวง่าย ๆ ลอยอวลหว่านเหยาลุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ อ่อนโยนเป็นธรรมชาติ“ท่านแม่ ในเมื่ออยู่ด้วยกันตรงนี้แล้ว”“ก็ทานมื้อเที่ยงด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ”คำเชิญนั้นไม่ได้ประจบ ไม่ใช่การเอาใจเป็นเพียงคำชวนธรรมดา ราวกับเรื่องที่ควรเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหยางซื่อชะงักไปเล็กน้อยนางไม่ได้ตอบรับในทันที แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ นางลุกขึ้นซูหลิงส่งสายตาให้พี่สะใภ้ใหญ่อย่างงวยงง ก่อนจะลุกตามมารดาไปหว่านเหยาจึงหันไปบอกชิงอี้ต่อ “ไปตามนายท่านมากินข้าวเถอะ”ชิงอี้รับคำทันที“เจ้าค่ะ”หานเจ๋อก้าวเข้ามาในเรือน ก็เห็นว่าทุกคนนั่งรอกินข้าวอยู่ก่อนแล้วเขาชะงักเล็กน้อย บรรยากาศไม่ได้ตึงเครียดดังที่กังวลแต่ก็ไม่ถึงกับผ่อนคลาย—เป็นความเงียบที่แฝงความกระอักกระอ่วนอยู่บางเบาหานเจ๋อคารวะมารดา ก่อนจะนั่งลงข้างหว่านเหยาโดยไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status