Share

ตอนที่ 2 เร่าร้อน

last update Dernière mise à jour: 2025-12-07 20:59:57

ตอนที่ 2 เร่าร้อน

แดดยามสายอาบไล้แนวป่าเป็นสีทอง

หานเจ๋อแบกตะกร้าหวายกลับจากป่า ในตะกร้านั้นมีไก่ป่าตัวหนึ่งดิ้นขลุกขลักอยู่ด้านใน

ชายหนุ่มเดินตามทางแคบที่คดเคี้ยวขึ้นเขา เสียงนกป่าขับขานประสานกับเสียงลมพัดใบไม้ไหวเป็นระยะ กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าใหม่อบอวลอยู่ในอากาศ

“ได้ตัวเดียวก็ยังดี... พอให้ทำน้ำแกงให้เหยาเหยาได้หลายมื้อ”

เขาพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าเปื้อนเหงื่อ  แต่ทางลาดชันเบื้องหน้ามีหินผุแทรกอยู่หลายแห่ง พื้นดินที่ชื้นทำให้ลื่นยิ่งนักขณะก้าวข้ามพงหญ้าเท้าของเขาเหยียบลงบนหินก้อนหนึ่งที่กลิ้งหลุดออกจากเนิน

“อ๊ะ!”

เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมร่างสูงที่เสียหลักเซถลา ตะกร้าหวายหล่นกลิ้งลงพื้น ไก่ป่ากระพือปีกหนีไปในพงหญ้า เขาทรุดลงนั่งทันที ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นจากข้อเท้าซ้ายจนขมวดคิ้วแน่น

“ไม่เป็นไร... แค่พลิกนิดหน่อย” เขาพึมพำกับตนเอง พลางพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แต่เพียงขยับเท้า ความปวดแสบปวดร้อนก็แล่นขึ้นจนต้องทรุดลงอีกครั้ง

เมื่อแดดเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มอาบยอดหญ้าเป็นประกาย หานเจ๋อจึงลากขาเดินกะเผลกกลับเรือนอย่างยากลำบาก

เหงื่อชุ่มไปทั้งแผ่นหลัง ทุกย่างก้าวเหมือนมีหนามแหลมทิ่มอยู่ที่ข้อเท้า แต่ในใจเขากลับคิดเพียงอย่างเดียว  ต้องกลับไปให้ถึงเรือนให้ได้

พอถึงเรือน หานเจ๋อไม่ทันได้พัก เขารีบจัดการกับไก่ป่าที่ได้มาทันที

มือที่เต็มไปด้วยรอยถลอกยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ลอกขน ล้างเลือด แล้วตั้งหม้อต้มน้ำแกงด้วยความตั้งใจ

หว่านเหยาได้ยินเสียงของหานเจ๋อจากครัวเรือนเล็ก แต่เพราะกำลังทำความสะอาดจึงยังไม่ได้ออกไปดู

ครู่ต่อมา กลิ่นน้ำแกงหอมกรุ่นลอยอบอวลทั่วเรือน

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง นางจึงหันไป เห็นเขาเดินออกมาพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย  ทว่าเดินกะเผลกอย่างเห็นได้ชัด

“เกิดอะไรขึ้นหรือ” นางขมวดคิ้วถาม

“ไม่มีอะไร...แค่หกล้มนิดหน่อย” เขายิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่สีหน้าเกร็งจากความเจ็บ

“ข้าดูหน่อย”

“อ่ะ ไม่ต้อง...เจ้าไปพักเถอะ เดี๋ยวน้ำแกงเสร็จข้าจะยกไปให้”

หว่านเหยายิ้มบาง ๆ อย่างจนใจ “พักอะไรกัน ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย ท่านนั่งลงเถอะ...ข้าจะดูแผลให้เอง”

หานเจ๋ออึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมทรุดตัวนั่งบนตั่งไม้

หญิงสาวคุกเข่าลงตรงหน้าอย่างเงียบงัน มือเรียวค่อย ๆ ดึงชายขากางเกงของเขาขึ้น 

หานเจ๋อไม่เคยได้รับการใส่ใจจากหว่านเหยาเช่นนี้มาก่อน

ชายหนุ่มตัวเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า

“ข้าไม่เป็นไร...เท้าแพลงเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เจ้าไม่ต้องห่วง”

แต่หว่านเหยาไม่ได้สนใจคำพูดนั้น นางแน่ใจว่าความรู้ที่มีติดตัวมาจากโลกเดิมย่อมเหนือกว่าคนในยุคนี้อยู่บ้าง

นางก้มลงพินิจดูข้อเท้าอีกครั้ง แล้วเอ่ยเรียบ ๆ

“ข้าจะกดจุด อาจจะเจ็บสักหน่อย แต่จะช่วยให้หายเร็วขึ้น”

หานเจ๋อไม่รู้หรอกว่าวิธีของนางจะได้ผลหรือไม่

แต่เพียงเพราะมันเป็นความห่วงใยจากนาง ต่อให้เจ็บกว่านี้เขาก็ยอมทน  “ข้าเชื่อเจ้า...ไม่ต้องกลัว ข้าไม่กลัวเจ็บ”

หว่านเหยาเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ ก่อนเริ่มกดนิ้วลงตามแนวเส้นเอ็น

แรงกดของนางแม่นยำและหนักเบาสลับกันเป็นจังหวะ

“อ๊า...”

“อ่ะ...”

“ซู๊ด...”

หานเจ๋อพยายามกลั้นเสียงไว้ แต่ก็ยังเล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย

เสียงทุ้มต่ำของเขาดังลอดออกไปนอกเรือน พาให้บรรดาชาวบ้านที่เพิ่งหาบฟ่อนฟางกลับจากนาได้ยินกันทั่ว

ชายชราคนหนึ่งหัวเราะหึ ๆ พลางเอ่ยกับเพื่อนข้างทาง

“เสียงของหานเจ๋อนั่นแหละ...ได้ภรรยางดงามทั้งที มีความสุขเสียจนเสียงดังไปถึงท้ายหมู่บ้านกระมัง ฮ่า ๆ ๆ”

อีกคนพยักหน้า หัวเราะคล้อยตาม

“ก็แน่ล่ะสิ ภรรยาเขาน่ะ สวยอย่างกับเทพธิดาเชียวล่ะ”

“มิน่าเล่า...ข้าถึงว่าหานเจ๋อนั่นหลงภรรยาจนเกินเยียวยาแล้ว”

“ข้าว่าหานเจ๋อตั้งใจปล่อยเสียงออกมาเยาะเย้ยพวกเราต่างหาก”

เสียงหัวเราะขบขันดังแว่วไปตามทางลม ปนกลิ่นหอมของรวงข้าวที่กำลังออกรวงใหม่

คำพูดของพวกเขาแฝงทั้งความเอ็นดูและความอิจฉาในคราวเดียว

เพราะแม้จะหัวเราะเย้าแหย่กันเพียงใด แต่ในใจลึก ๆ แล้ว พวกเขาเองก็ล้วนอยากมีภรรยาที่งดงามและอ่อนโยนเหมือนภรรยาของหานเจ๋อสักคนส่วนในเรือนเล็กกลางทุ่งนั้น

หานเจ๋อไม่รู้เลยว่าเสียงของตนกลายเป็นเรื่องขบขันของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไปแล้ว...

          เมื่อหว่านเหยาเสร็จจากการนวด

เส้นเอ็นที่ขึงตึงของหานเจ๋อก็ค่อย ๆ คลายลง

ความปวดร้าวเมื่อครู่ลดลงเหลือเพียงอาการตึงเล็กน้อย ชายหนุ่มลองขยับข้อเท้าช้า ๆ แล้วก็ต้องยิ้มเมื่อรู้สึกว่าสามารถขยับได้ดีขึ้น

“ดีขึ้นหรือไม่”

นางถามเสียงนุ่ม พลางเช็ดเหงื่อออกจากฝ่ามือตนเอง

“ดีขึ้นมากเลย ขอบใจเจ้ามากนะหว่านเหยา” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย

“อย่าเพิ่งขยับมากนัก เดี๋ยวจะตึงขึ้นอีก”

หว่านเหยากล่าวพลางลุกขึ้นยืน “นั่งพักตรงนี้เถอะ ข้าจะไปดูน้ำแกงไก่เอง”

“ไม่ต้อง ข้าทำเองได้—”

“นั่งพัก” เสียงของนางเด็ดขาดขึ้นเล็กน้อย ทำเอาหานเจ๋อได้แต่หัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย

หญิงสาวก้าวไปทางครัว กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นอบอวลอยู่ในอากาศเสียงไม้คนในหม้อดังแผ่ว ๆ สลับกับเสียงลมพัดผืนผ้าบนราวแกว่งเบา ๆ

หานเจ๋อมองแผ่นหลังของนางที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเย็นของยามบ่าย พลันรู้สึกว่าทุกความเหนื่อยล้าที่ผ่านมา...ดูจะคุ้มค่าทั้งหมดแล้ว

          ไม่นาน หว่านเหยาก็ยกชามซุปไก่ร้อน ๆ มาวางตรงหน้าเขา

กลิ่นหอมของขิงและสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็กกลางทุ่งนา

“ลองชิมดูสิ รสอาจไม่เข้มมากนัก ข้าใส่แต่ของที่มีในเรือน”

นางพูดพลางวางช้อนลงเบา ๆ

หานเจ๋อมองชามซุปตรงหน้า แล้วแหงนหน้าขึ้นสบตานางช้า ๆ

“แค่ได้กินฝีมือเจ้าก็ถือว่าวาสนาเกินพอแล้ว” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

เขาตักน้ำแกงขึ้นจิบ รสอ่อนแต่กลมกล่อม ความร้อนจากน้ำแกงซึมเข้าสู่ร่างกาย เช่นเดียวกับความอบอุ่นที่แผ่วผ่านหัวใจ

ชายหนุ่มวางช้อนลง พลันเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“ข้า...ดีใจมาก ที่ได้เห็นเจ้าห่วงข้าเช่นนี้”

น้ำเสียงนั้นเรียบง่าย ทว่าจริงใจจนหว่านเหยาลอบถอนหายใจ

บุรุษผู้นี้...เกินเยียวยาแล้วจริง ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 63 ผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 63 ผู้จัดการส่วนตัว“โอ้... สวรรค์เมตตายายแก่คนนี้แล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าพึมพำด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยเหมือนคนกำลังฝันหวาน “มันช่างเบาสบาย... เหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้นเลยลูกเอ๋ย”เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่ามีท่าทีมีความสุขและเคลิบเคลิ้มถึงเพียงนั้น ป้าสะใภ้ทั้งสองที่เคยลอบสบตาแสดงความไม่เชื่อถือในตอนแรกก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่พอหว่านเหยาค่อยๆ ถอนมือออกและซับเหงื่อบนหน้าผากเบาๆ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบขยับเข้าไปเกาะแขนนางทันที “หลานสะใภ้! ป้าเองก็ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมาหลายวันแล้ว ช่วยนวดให้ป้าสักนิดได้หรือไม่” “ป้าด้วย! ป้าปวดบ่าปวดหลังไปหมดแล้ว” ป้าสะใภ้รองรีบแทรกเข้ามาอย่างไม่ยอมน้อยหน้าหว่านเหยาแย้มรอยยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยอ่อน นางหันไปสบตาหยางซื่อครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบอย่างถ่อมตน “ต้องขออภัยป้าสะใภ้ทั้งสองจริงๆ เจ้าค่ะ วันนี้ข้าตั้งใจรวบรวมลมปราณทั้งหมดมาเพื่อทะลวงจุดให้ท่านยายโดยเฉพาะ ตอนนี้พลังในกายข้าเริ่มจะอ่อนแรงลงแล้ว หากฝืนทำต่อไปเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อตัวข้าและลมปราณที่ถ่ายทอดให้พวกท่านจะไม่บริบูรณ์เจ้าค่ะ”นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะประกาศเงื่อนไขที่ตกลงก

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 62 เคลิ้ม

    ตอนที่ 62 เคลิ้ม “โถ่... หน้าตาสะสวยราวกับภาพวาดเช่นนี้ กิริยาก็แช่มช้อยนัก หยางซื่อเอ๋ย เจ้าช่างวาสนาดีเหลือเกินที่ได้ลูกสะใภ้รูปโฉมถึงเพียงนี้”ป้าสะใภ้รองเอ่ยชมไม่ขาดปาก พลางลุกขึ้นขยับเข้ามาดูหน้าหว่านเหยาใกล้ๆ ด้วยความอัศจรรย์ใจหว่านเหยาแย้มรอยยิ้มละมุนอย่างพอเหมาะพอดี นางมิได้แสดงท่าทีลำพองใจในคำชมนั้น ทว่ากลับก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างสำรวมก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ป้าสะใภ้ชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หว่านเหยามิกล้ารับคำชมนั้นหรอกเจ้าค่ะ อันว่ารูปโฉมภายนอกนั้นเป็นเพียงสิ่งที่สวรรค์ประทานมาให้ หาใช่คุณงามความดีที่แท้จริงไม่ ความงดงามที่ยั่งยืนย่อมอยู่ที่การรู้จักหน้าที่และกตัญญูต่อผู้ใหญ่มากกว่าเจ้าค่ะ”คำกล่าวที่เปี่ยมไปด้วยความคิดความอ่านของนาง ทำเอาผู้อาวุโสทั้งสามถึงกับมองหน้ากันด้วยความทึ่ง แม้แต่หยางซื่อเองก็ยังรู้สึกอิ่มเอมใจจนหน้าบานยิ่งกว่าเดิม “วันนี้ที่ข้ามา...” หว่านเหยาเอ่ยต่อพลางหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าหยาง “ข้าตั้งใจจะมาใช้ความรู้เล็กน้อยที่มี ช่วยทะลวงลมปราณให้ท่านยายเจ้าค่ะ เห็นท่านแม่บ่นด้วยความห่วงใยอยู่บ่อยครั้งว่าท่านยายมักปวดเมื่อยเนื้อตัวจนนอ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 61 สะใภ้รองของข้า

    ตอนที่ 61 สะใภ้รองของข้า หว่านเหยาหันไปมองสาวใช้ทั้งสองที่ตั้งท่าจะขยับตามมา นางแย้มรอยยิ้มบางๆ พลางโบกมือห้ามเบาๆ “พวกเจ้าไม่ต้องตามไปหรอก อยู่ดูแลความเรียบร้อยที่เรือนเถิด ไปกันหลายคนนักจะดูวุ่นวายเปล่าๆ อีกอย่างข้าไปกับท่านแม่ย่อมไม่มีสิ่งใดน่ากังวล” ซูหลิง ที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ รีบขยับก้าวเข้ามาอาสาด้วยท่าทางกระตือรือร้นเอาใจ “พี่สะใภ้รองพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ! ให้พวกนางอยู่เฝ้าเรือนเถิด ส่วนท่านแม่กับพี่สะใภ้รอง ข้าจะเป็นคนดูแลเองเจ้าค่ะ” หยางซื่อปรายตามองบุตรสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดูแกมระอา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยค้านอันใด หว่านเหยาหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทีร่าเริงของซูหลิง ความสนิทสนมที่เพิ่มพูนขึ้นทำให้บรรยากาศในครอบครัวดูอบอุ่นขึ้นอย่างมาก“เช่นนั้นก็ฝากด้วยนะน้องสาว” หว่านเหยาเอ่ยเย้า ก่อนที่ทั้งสามคนจะเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สกุลหยางด้วยกัน เมื่อทั้งสามคนก้าวเข้าสู่หมู่บ้าน รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของ มู่หว่านเหยา ก็สะดุดสายตาผู้คนโดยรอบทันที แม้นางจะอยู่ในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายตามแบบฉบับหญิงสาวในชนบท ทว่าใบหน้าที่ง

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 60 ไปวันนี้

    ตอนที่ 60 ไปวันนี้หยางซื่อกวาดสายตามองไปรอบเรือน ราวกับเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม “แล้วนี่หานเจ๋อไม่อยู่เรือนหรือ ข้านึกว่าเขาช่วยช่างก่อสร้างอยู่แถวนี้”หว่านเหยาขยับมือที่นวดให้เบาลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบชวนให้คนฟังรู้สึกสบายใจ“ท่านพี่เข้าไปในเมืองเจ้าค่ะ เห็นว่าอยากจะไปสำนักคุ้มภัยหาอาจารย์สักคนเพื่อเล่าเรียนวรยุทธ์เพิ่มเติมสักหน่อย”หว่านเหยาจงใจเอ่ยเพียงเท่านี้ นางเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่ตนเองให้หานเจ๋อไปจ้างวานคนจากสำนักคุ้มภัยมาดูแลความปลอดภัยที่บ้าน เพราะเกรงว่าหากบอกความจริงไป หยางซื่อจะตกใจและกังวลจนเกินเหตุว่ามีภัยอันตรายใดกำลังเข้ามาหยางซื่อขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยิน “เรียนวรยุทธ์หรือ?”นางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความภาคภูมิใจ นางทอดถอนใจแล้วเอ่ยขึ้น“เรียนวรยุทธ์หรือ... อันที่จริงหานเจ๋อเขาก็พละกำลังมหาศาลมาแต่ไหนแต่ไร แรงชายกรรจ์ในหมู่บ้านนี้หาใครเทียบเขาได้ยาก หากได้อาจารย์ดีๆ ช่วยขัดเกลาวรยุทธ์ให้ มีหรือที่เขาจะทำได้ไม่ดี”นางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับแฝงความขมขื่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึ

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 59 ใช้ความรู้บ้าง

    ตอนที่ 59 ใช้ความรู้บ้าง หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาหยางซื่อ นางสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีที่ปนมากับความกลัวของผู้เป็นมารดาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีรวนกับความขี้เกียจในใจแต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงแย้มรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดออกมาหว่านเหยาเอ่ยเสียงแผ่ว“ข้าเข้าใจความกังวลของท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ”หยางซื่อเริ่มมีประกายตาแห่งความหวัง“แต่หากเจ้าใช้การ ถ่ายทอดลมปราณ เช่นที่ทำกับข้านี้...” หยางซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาเริ่มปรากฏประกายแห่งความหวัง“สิ่งนี้เป็นวิชาที่จับต้องได้ มีคุณมีประโยชน์เห็นกันคาตา ใครปวดเมื่อยล้าจากการตรากตรำทำนา เจ้าก็ช่วยบรรเทาให้เขาหายดี ใครเจ็บไข้ได้ป่วยลุกนั่งลำบาก เจ้าก็ใช้ลมปราณผลักดันให้เลือดลมเขาเดินสะดวก สิ่งเหล่านี้คือเมตตาธรรมและบุญกุศลที่สั่งสมได้จริง ต่อให้ใครใจมืดบอดเพียงใดก็มิอาจยกเรื่องนี้มาตำหนิเจ้าได้ เพราะมันคือการช่วยเหลือคนด้วยวิชาที่มองเห็นผลลัพธ์ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยที่รอคอยเพียงวาสนา”หยางซื่อขยับตัวตามแรงกดที่พอเหมาะพอดีของหว่านเหยา ความรู้สึกเบาสบายที่แผ่ซ่านไปตามแนวสันหลังทำให้นางยิ่งมั่นใจว่า นี่ต่างหากคือหนท

  • เกิดใหม่เป็นภรรยาโฉมงามของชาวนา   ตอนที่ 58 ทะลวงลมปราณ

    ตอนที่ 58 ทะลวงลมปราณชิงอี้ หันไปเห็นซูหลิงเข้าพอดี นางจำได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้คือแม่สามีของมู่หว่านเหยา จึงรีบละมือจากงานที่ทำอยู่แล้ววิ่งปราดเข้าไปแจ้งข่าวในเรือนทันทีเพียงครู่เดียว ประตูเรือนก็เปิดออก มู่หว่านเหยา ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ใบหน้าของนางดูผ่องใสและเปี่ยมด้วยเมตตา ไร้ซึ่งร่องรอยของความขุ่นเคืองจากเรื่องราวในอดีต นางรีบเดินตรงเข้ามาหาหยางซื่อโดยไม่รั้งรอ“ท่านแม่มาถึงแล้วหรือเจ้าคะ” หว่านเหยาเอ่ยทักทายเสียงหวาน พลางเข้าไปประคองแขนแม่สามีอย่างอ่อนน้อม “แดดข้างนอกร้อนนัก รีบเข้ามาพักจิบน้ำชาในร่มให้คลายร้อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”หยางซื่อ ที่เดิมทีตั้งท่าจะมาแบบไว้ตัวและเคร่งขรึม ถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อเผชิญกับการต้อนรับที่เปี่ยมด้วยความจริงใจเช่นนี้ นางทำได้เพียงเดินตามการประคองของลูกสะใภ้เข้าไปอย่างเสียไม่ได้ภายในศาลา ชิงอี้จัดเตรียมน้ำชาและของว่างเลิศรสไว้คอยท่าอยู่แล้ว หยางซื่อปรายตามองครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงจิบชาและหยิบของว่างขึ้นทานโดยไม่เอ่ยคำใดหว่านเหยาเห็นดังนั้นจึงไม่เอ่ยสิ่งใดให้เสียบรรยากาศ นางเพียงแย้มรอยยิ้มบางๆ แล้วกล่าวสมทบ“ท่านแม่พักผ่อนสักครู่ให้หายเหนื่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status