Home / ระบบ / เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX! / บทที่ 5 เจ้าชายขี่ม้าขาวก็คือข้า!

Share

บทที่ 5 เจ้าชายขี่ม้าขาวก็คือข้า!

last update Last Updated: 2026-02-04 14:13:02

บทที่ 5

เจ้าชายขี่ม้าขาวก็คือข้า!

ตามหาอยู่นานสองนานกว่าเจมส์กับเฟลิกซ์จะหาม้าได้ ทั้งม้าเช่าและม้าซื้อในยามนี้ล้วนขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากอุบัติการณ์อันเดดที่เมืองซอเรนทานา ส่งผลให้มีทั้งนักผจญภัยเดินทางไปรับภารกิจกำจัดอันเดดเพื่อรับรางวัล ทั้งผู้ที่เดินทางลี้ภัยมาจากเมืองซอเรนทานาเข้าสู่เมืองหลวง ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการสัตว์พาหนะในการเดินทางกันทั้งนั้น

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย เจมส์ก็ติดอานบนหลังม้าอย่างแน่นหนา ระหว่างนั้นเขาจึงเพิ่งจะนึกบางอย่างที่สำคัญมากได้

เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาตามกรอบหน้า เจมส์เพิ่งจะคิดได้ว่าเขาขี่ม้าไม่เป็น! ตามจริงคือเขายังไม่มีใบขับขี่ด้วยซ้ำมานับประสาอะไรกับม้า สิ่งเดียวที่เขาขี่ได้อย่างถูกกฎหมายคือจักรยาน แต่นักผจญภัยบ้านไหนเขาขี่ม้าไม่เป็นกันเล่า! เจมส์หันไปหาเฟลิกซ์อย่างแข็งทื่อด้วยความประหม่าเต็มกลืน “เจ้าขี่ม้าเป็นหรือไม่?”

“ข้าน้อยไม่ได้ขี่ม้ามานานมากแล้ว แต่คิดว่ายังพอจะรื้อฟื้นได้อยู่ขอรับ” เฟลิกซ์ว่าพลางเหยียบโกลนกระโดดขึ้นหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่มีท่าทีอย่างผู้ที่ร้างการฝึกปรือเลยสักนิด

“โอ้ งั้นเหรอ งั้นก็ดี ๆ” เจมส์เหงื่อตกยิ่งกว่าเก่า เรื่องความสมเหตุผลตามพื้นเพตัวละครก็อีกเรื่อง แต่จะให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาไปบอกพระเอกตัวผอมกะหร่องได้อย่างไรว่าเขาขี่ม้าไม่เป็นขอซ้อนหลังหน่อย! ตอนซื้อม้าเขาก็ลืมคิดไปเลยด้วยซ้ำ คิดแต่ว่ามีสองคนก็ต้องม้าสองตัว หากเฟลิกซ์รู้เข้าต้องคิดว่าเขาเป็นลูกกระจ๊อกงอกง่อยไร้ประโยชน์เป็นแน่!

‘ระบบ! มีแพ็กเกจสอนขี่ม้าไหม?’

ตัวอักษรพิกเซลผุดขึ้นมาในอากาศ ‘เรียนนักผจญภัย แม้ระบบจะมีสกิลขับขี่สัตว์พาหนะขาย แต่ท่านไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งนี้’

เจมส์เลิกคิ้ว ‘หมายความว่ายังไง?’

‘ในเนื้อเรื่องได้วางประวัติคุณให้เป็นนักผจญภัยผู้มีประสบการณ์การผจญภัยมาก่อน หากเคยผจญภัยแล้วขี่ม้าไม่เป็นก็จะดูน่าสงสัยแย่’

‘ก็ใช่น่ะสิ เลยมาขอความช่วยเหลืออยู่นี่ไง’

‘ดังนั้น นักผจญภัยจึงเริ่มต้นด้วยเลเวลที่สูงกว่าคนทั่วไป พร้อมกับสกิลพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเดินทางติดตัวมาด้วย’

เจมส์ได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้น ‘เจ๋ง! ค่อยสมกับเป็นผู้มาเกิดใหม่ในเกมหน่อย มันต้องมีอะไรที่โกงกันบ้างล่ะน่า ขอดูสกิลได้ไหม?’

‘จัดให้ตามคำขอ’

ตัวอักษรพิกเซลสลายและรวมตัวกันใหม่เป็นหน้าต่างสกิล เจมส์กวาดตามองดูด้วยความตื่นเต้น แม้จะมีแต่สกิลพื้นฐานโง่ ๆ ที่ดูไม่ค่อยจะมีประโยชน์สักเท่าไร แต่เขาก็มีสิ่งที่ทำไม่เป็นในชีวิตจริงเพิ่มขึ้นมามากมาย

เจมส์ไล่อ่านทีละสกิล ‘สกิลก่อไฟเลเวลสอง สกิลทำอาหารป่าเลเวลหนึ่ง... นี่ไง! สกิลขับขี่สัตว์พาหนะเลเวลสาม ที่แท้ฉันก็เป็นเซียนขี่ม้า!’

เจมส์ยกยิ้มด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม กระโดดขึ้นหลังม้าเยี่ยงนักรบอาชาร้อยสนาม แล้วหันไปขยิบตาให้เฟลิกซ์เพื่อความครบรส “ออกเดินทางกันเถอะ”

ที่ตอบเขากลับมากลับเป็นระบบ ‘ค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้นสิบแต้ม’

‘หา แค่ขยิบตานี่นะ?’

‘ค่าพลังของนักกวีขึ้นอยู่กับค่าเสน่ห์เป็นหลัก หากนักผจญภัยทำตัวเหมาะสมกับบทบาทของตัวละคร คะแนนก็จะเพิ่มขึ้น’

รอยยิ้มชั่วร้ายแสยะบนใบหน้าของเจมส์ งานตอแหลสินะ ของถนัดเลย!

เจมส์เริ่มจะเสียใจที่เฟลิกซ์ขี่ม้าเป็น

ไม่ใช่เพราะขาดทักษะจนขี่ได้ย่ำแย่ แต่เป็นเพราะความโชคร้ายลึกล้ำสุดจะหยั่งถึงของเจ้าตัว เมื่อเดินทางนานเข้า เรื่องบังเอิญอย่างม้าสะดุดหิน นกบินตัดหน้าก็เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะหลังพ้นเขตตัวเมืองเข้าไปยังป่าก็ยิ่งแล้วใหญ่ ตั้งแต่เข้าไปในเขตป่าลึกได้ไม่ถึงนาที จู่ ๆ ทางที่โล่งว่างก็มีเถาวัลย์ร่วงลงมาพาดในตำแหน่งศีรษะของเฟลิกซ์ ยังดีที่เจ้าตัวพอมีไหวพริบอยู่บ้างจึงก้มหลบทันอย่างฉิวเฉียด เห็นทีตลอดชีวิตที่ผ่านมาคงจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาไม่น้อย

เพิ่งจะพักหายใจได้ไม่ทันไร ม้าของเฟลิกซ์ก็ร้องลั่นแล้วไถลตัวล้มลง เถาวัลย์แห่งความโชคร้ายจากข้างบนทำอะไรไม่ได้ก็ย้ายไปขึงพาดบนพื้นเกี่ยวขาของม้าให้ล้มลงแทน

“เฟลิกซ์!”

เจมส์รีบหักเลี้ยวม้ากลับหลังฉับพลัน ต้องขอบคุณสกิลขับขี่สัตว์พาหนะเลเวลสามที่ทำให้เขาควบคุมม้าได้ดั่งมืออาชีพขนาดนี้ แต่เขาไม่มีเวลาชื่นชมความเก่งกาจของตัวเอง ร่างของเฟลิกซ์กำลังร่วงหล่น จากท่านี้อย่างไรศีรษะก็ต้องกระแทกพื้น ไม่พอยังโดนม้าล้มทับต่ออีก ดับอนาถอย่างไม่ต้องสงสัย

ชั่วความคิด เจมส์คว้าตัวของเฟลิกซ์ไว้ทัน แต่เขากลับดึงเฟลิกซ์ขึ้นมาบนหลังม้าตัวที่เขาขี่อยู่ไม่ได้เพราะเท้าของเด็กหนุ่มติดแน่นอยู่กับโกลน เจมส์เอื้อมมืออีกข้างคว้าด้ามพิณไปตีโกลนที่ติดกับเท้าของเฟลิกซ์จนมันหัก จึงสามารถดึงตัวเฟลิกซ์ขึ้นม้าของตัวเองได้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่ม้าตัวที่เฟลิกซ์ขี่มาจะล้มครืน

เฟลิกซ์ตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นตกใจ เขามองจุดที่เกือบจะเป็นหลุมฝังร่างของเขาด้วยนัยน์ตาสั่นเครือ เจ้าม้ายังคงดิ้นรนจะลุกขึ้นจากเถาวัลย์เลื้อยพันเกี่ยวขาทั้งสี่ เจมส์ผู้ยังไม่หยุดใจหายใจคว่ำรีบควบคุมม้าให้เดินห่างออกไปด้วยกลัวว่าจะโดนลูกหลงจากการดิ้นพยศของม้าตัวที่ล้มลง

“เป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เจมส์จับใบหน้าของเฟลิกซ์ให้เงยขึ้นมาแล้วกดให้ก้มลงเพื่อตรวจดูทั่วศีรษะว่ามีส่วนใดได้รับบาดเจ็บหรือไม่ สองตากวาดมองทั่วร่างผอมบางว่ามีส่วนใดแตกหักหรือมีบาดแผลเลือดไหลที่ใด ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับโกลนที่ยังติดอยู่กับเท้าของเฟลิกซ์ เขายกเท้าของอีกฝ่ายขึ้นมาถอดแงะอยู่นานกว่ามันจะหลุดออก “เศษเหล็กเส็งเคร็ง!”

“ท ท่านเจมส์ ข้าน้อยจะไปช่วยม้า”

เฟลิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงลีบเล็ก เจ้าเด็กนี่คงยังไม่หายกลัว เจมส์หันไปตอบ แต่ใบหน้าของเขากลับเกือบชนเข้ากับใบหน้างดงามของอีกฝ่าย เจมส์ชะงักไปชั่วขณะ เฟลิกซ์เบือนหน้าแดงก่ำหนีเขาจึงได้สติ เจมส์เพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังโอบรอบตัวของเฟลิกซ์ไว้อย่างแน่นหนาจนเด็กหนุ่มแทบจะถูกกลืนหายเข้าไปในผ้าคลุมของเขาอยู่แล้ว มือยังคาอยู่ในท่ายกขาของพระเอกข้างหนึ่งขึ้นสูงเพื่อนำโกลนออกอีก

เป็นท่าที่...ดูอย่างไรก็คิดดีไม่ได้!

เจมส์รีบปล่อยตัวเฟลิกซ์แล้วเกาหลังคอเก้อเขิน “เอ่อ...คือ เอาสิ”

เฟลิกซ์กลับมาขยับตัวได้ในที่สุดก็รีบกระโดดลงจากหลังม้า แต่เขากลับถูกเจมส์คว้าเสื้อคลุมไว้อีกครั้ง “ท่านเจมส์?”

“อย่าลงไป ดูนั่น”

เฟลิกซ์มองตามเจมส์ไปทางม้าตัวที่สะดุดเถาวัลย์ล้มลง เถาวัลย์เส้นหนาหนักมากกว่าเก่าเลื้อยออกมาจากความมืดพันเกี่ยวลามขึ้นมาจากขาทั้งสี่จนไปถึงลำตัวของม้าผู้เคราะห์ร้าย เมื่อจับเหยื่อได้อย่างมั่นคงแล้ว พืชกินเนื้อที่ซ่อนอยู่ในเงามืดจึงได้เผยประกายคมเขี้ยวแหลมคมออกมา

“ไม่นะ!” เฟลิกซ์จะพุ่งตัวลงไปช่วยเจ้าสิ่งมีชีวิตผู้น่าสงสาร แต่คนข้างหลังกลับไม่ยอมให้เขาได้ทำตามใจ

“เราช่วยมันไม่ทันแล้ว!” เจมส์ร้องเตือนสติอย่างนิ่งขรึม แม้ในใจจะตะโกนด่าว่าจะลงไปตายกับม้าด้วยหรือไงก็ตาม

ม้าตัวโตเต็มวัยกรีดร้องไปตามทาง มันถูกลากเข้าไปในโพรงปากแห่งความมืดมิด เขี้ยวเรียงตัวนับร้อยงับลงมา กัดกินม้าทั้งตัวในคำเดียว

“โธ่ เจ้าม้า ต้องมาตายเพราะโชคร้ายของข้าแท้ ๆ” เฟลิกซ์ร้องเสียงเบาอย่างสลดหดหู่

“ไปเถอะ” เจมส์ไม่ได้ปลอบใจอะไร เพราะเขาผู้ผจญความโชคร้ายนานัปการของเฟลิกซ์เองก็เห็นด้วยกับความคิดของอีกฝ่าย เขาดึงสายบังเหียนบังคับให้ม้าออกตัว

‘ช่วยเฟลิกซ์จากเถาวัลย์กินเนื้อได้สำเร็จ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงโปรโมชันผู้เล่นใหม่ แต้มโชคดีบวกห้าร้อย!’

ตัวอักษรพิกเซลประกาศออกมาพร้อมกับเอฟเฟกต์พลุแสดงความยินดี เจมส์ไม่ได้ตอบกลับไป เขาเพิ่งจะรู้ซึ้งถึงความร้ายแรงแห่งโชคร้ายของเฟลิกซ์ ครั้งนี้เป็นม้าที่ตายแทนพวกเขา แต่ครั้งหน้าอาจจะไม่มีตัวตายตัวแทนอีก เข้าต้องตั้งสติให้มั่น

การเดินทางเต็มไปด้วยความเงียบเหงา เฟลิกซ์หดหู่กับการจากไปของม้าที่ตนเพิ่งขี่มาได้ไม่ถึงครึ่งวัน ส่วนเจมส์ก็ตั้งสมาธิสอดส่องอันตรายรูปแบบใหม่ที่จะมาคร่าชีวิตพวกเขา

“ท่านเจมส์ เหตุใดท่านจึงเข้าร่วมการเดินทางกับข้าน้อยหรือขอรับ?” เฟลิกซ์ที่นั่งซึมซ้อนอยู่ข้างหน้าทำลายความเงียบระหว่างทาง

เจมส์แอบเคลือบแคลงในคำถามของเฟลิกซ์เล็กน้อย เจ้าหนุ่มนี่จะอยากรู้ไปทำไม คงไม่ได้คิดจะทดสอบเขาหรอกนะ “หากช่วยเจ้าทำภารกิจสำเร็จ ข้าจะได้ขอพรกับโหรหลวงหนึ่งอย่างน่ะ”

แม้เจมส์ไม่ได้อยากปิดบังถึงขนาดนั้น แต่การจะอธิบายความเป็นมานั้นยุ่งยากเกินไป เจมส์จึงเลี่ยงตอบให้ดูธรรมดาที่สุด

 “เช่นนั้นหรือขอรับ”

เฟลิกซ์เพียงแค่ตอบกลับมาสั้น ๆ สร้างความสงสัยให้กับเจมส์มากกว่าเก่า

“มีอะไรงั้นหรือ?”

เฟลิกซ์เงียบไปสักพักจึงพูดขึ้นมา “หากท่านไม่อยากร่วมทางกับข้าน้อยเมื่อไร ท่านสามารถจากไปได้ทันที ข้าน้อยรับรองว่าจะไม่รายงานเรื่องนี้กับทางการอย่างแน่นอนขอรับ”

ม้าชะลอตามการเหม่อของผู้ควบคุม จู่ ๆ พระเอกที่ควบตำแหน่งโฮสต์ผูกชีวิตก็ออกปากไล่เขาอย่างไร้สาเหตุ “ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?”

“ท่านดูเถอะขอรับ ความโชคร้ายของข้าน้อยนั้นไม่สามารถหยุดยั้งได้ อยู่ใกล้ข้าน้อยรังแต่จะโดนลูกหลง ข้าน้อยไม่อยากทำร้ายคนอื่น แต่เรื่องนี้...ข้าน้อยควบคุมไม่ได้จริง ๆ”

หยดน้ำปลิวมากระทบใบหน้าของเจมส์ แม้เขาจะไม่เห็นหน้าของเฟลิกซ์ที่นั่งก้มหน้าอยู่ด้านหน้า แต่เขาก็รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายผ่านน้ำหยดนี้ได้ เจมส์รู้สึกแย่ไปกับอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้เขาเองก็โทษทุกปัญหาที่พบไปกับความโชคร้ายของพระเอกหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย ทั้งวันก็เอาแต่จดจ่อกับการยับยั้งเหตุร้ายต่าง ๆ โดยไม่ทันได้สังเกตจิตใจของเฟลิกซ์ผู้เป็นเหยื่อแห่งโชคชะตาโดยตรงเลย

อย่างไรก็เป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง เจ้าเด็กนี่แบกรับอะไรมามากมาย เรื่องราวในอดีตที่เกมไม่เปิดเผยเจมส์นั้นไม่รับรู้ แต่ดูจากความดวงกุดและสภาพความเป็นอยู่ของเฟลิกซ์กับมารดาคงจะผ่านอะไรมาไม่น้อย

เจมส์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นที่สุดในชีวิต ความจริงใจที่เปล่งออกมีมากจนตัวเขาเองยังประหลาดใจ เวลานี้เขารู้สึกราวกับมีรัศมีเฉิดฉายส่องออกมาจากผิวกาย ดั่งเขาเป็นพระเจ้าผู้มาโปรดมวลมนุษย์ ดั่งเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิง

“ข้าไม่ไปไหนแน่นอน อย่าได้ห่วงไป ข้าจะปกป้องเจ้าจากโชคร้ายเหล่านั้นเอง”

 ‘ค่าเสน่ห์เพิ่มสิบแต้ม’

ทั้งสองมาถึงเมืองซอเรนทานาในที่สุด ระหว่างทางพบเจอปัญหาบ้างเล็กน้อย เช่น ก็อบลินดักปล้น เกวียนล้มขวางทางสัญจร ฝูงค้างคาวดูดเลือดไล่กวด ไปจนถึงเต่าคลานตัดเส้นทางจราจร แต่พวกเขาก็ผ่านทุกเหตุการณ์มาได้อย่างหวุดหวิด ต้องขอบคุณเจ้าม้าที่ดูจะเสียขวัญจากการเห็นเพื่อนโดนเถาวัลย์กินไปจึงวิ่งด้วยกำลังสามร้อยแรงม้า พุ่งฝ่าทะลุทุกอันตรายไปได้อย่างงดงาม

เมืองซอเรนทานาเวลานี้บรรยากาศอึมครึมราวกับป็นเเมืองที่เพิ่งผ่านสงครามมาก็ไม่ปาน กลิ่นอายแห่งความตายน่าสะอิดสะเอียนลอยโชยอยู่ทุกหนแห่ง หมอกควันสีทะมึนทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัว ร้านรวงตามรายทางร้างผู้ซื้อขาย ผู้คนต่างก็คลุมผ้า ปิดจมูกป้องกันไอหมอกเหล่านั้นจนดูหน้าดูตาไม่ออกสักคน ประชากรตามท้องถนนที่เป็นคนท้องถิ่นเบาบางยิ่งกว่านักผจญภัยกับทหารของทางการเสียอีก

เจมส์พยุงเฟลิกซ์ลงจากหลังม้า “ยังไงก็หาที่พักกันก่อนเถอะ จะได้ถามข้อมูลจากชาวเมืองด้วย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ โชคดีจึงได้พบพาน

    ตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ดันเจียนชั้นสามนั้น...

    ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัส (2/2)

    ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   ตอนพิเศษ ผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัส (1/2)

    ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   บทที่ 71 ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไป

    บทที่ 71ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไปวีรบุรุษผู้ปราบมหาเวทวายร้ายฟื้นขึ้นมาทั้งที พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ขึ้น และยังเป็นการถือโอกาสเชิญผู้คนที่เฝ้ารอการกลับมาของเฟลิกซ์มาพบปะให้หายห่วงในคราเดียวท้องพระโรงใหม่ถูกตกแต่งอย่างเลิศหรูตระการตา อาหารเลิศรสถูกจัดเรียงบนโต๊ะรับรอง ที่มุมหนึ่งอันเคยเป็นมุมจิบน้ำชาจัดวางอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำเฉพาะกิจเนื่องจากมีมังกรมาร่วมสังสรรค์ถึงสามตน ถัดจากสัตว์วิเศษทั้งสามก็เป็นราชวงศ์รวมถึงเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ที่มากับมังกรแดง ครั้งนี้ แม้แต่มหาเวทกอนโดลอนผู้อยู่ในระหว่างการนั่งเรือสายลมท่องไปทั่วโลกยังให้เกียรติมาร่วมงานด้วย ด้านนอกพระราชวังก็มีการจัดงานเลี้ยงให้ชาวบ้านทั่วไปมาดื่มกินเพื่อร่วมแสดงความยินดี เรียกได้ว่าเป็นงานฉลองครั้งใหญ่ของอาณาจักรราวกับเปิดศักราชใหม่เลยทีเดียว“เจ้าอายุถึงเกณฑ์แล้วแต่ก็เพิ่งจะหายดี ดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย” เจมส์แย่งแก้วไปจากมือเฟลิกซ์แล้วยกซดดื่มสุราน้ำผึ้งสามสิบฤดูหนาวแสนอร่อยเองจนหมดเฟลิกซ์มองเขาก็หัวเราะออกมา “หากเอลดรอนมาด้วยต้องพูดว่า ‘เจ้าแค่อยากดื่มของอร่อยเยอะ ๆ เลยไปแ

  • เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!   บทที่ 70 ‘การเดินทาง’ ของข้า (2/2)

    “จ เจมส์ จะทำอะไรน่ะขอรับ?!”จู่ ๆ เจมส์ก็ปลดกระดุมเสื้อของเฟลิกซ์ออกทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเจมส์กลับทำสีหน้างงงวย เหมือนเขาไม่ได้เพิ่งทำอะไรผิดแปลกไป “ก็ถอดเสื้อเจ้าไง”“ท่าน…ท่านจะถอดเสื้อข้าทำไม หยุดเลยนะขอรับ!” เฟลิกซ์ผู้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านได้แต่กลิ้งหนีไปมาบนเตียงพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ“หา? จะได้เช็ดตัวให้เจ้าเหมือนอย่างเคยไง” เจมส์จับเจ้าปลาน้อยผู้ดิ้นรนอย่างน่าขบขันกลับขึ้นเขียงมาถอดเกล็ดต่อ“ม เหมือนอย่างเคย? อย่าบอกนะ…”เจมส์จับใบหน้าน้อยที่แดงเป็นลูกแอปเปิลให้นิ่งได้แล้วก็นึกอยากแกล้งคนขึ้นมา ช่วยไม่ได้ ก็ใบหน้าที่มีสีสันของเฟลิกซ์มันน่ามันเขี้ยวจนเขาอดใจไม่ไหวนี่เจมส์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จงใจกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด นิ้วลากไล้ไปปลดกระดุมเสื้อตัวบางของเฟลิกซ์ต่ออย่างเชื่องช้า “ทุก ๆ วัน ข้าจะเปลื้องเสื้อผ้าของเจ้า”เสื้อตัวบางลู่ลงจากลาดไหล่มน ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดลูบไปตามเรียวคอขาวเนียน “เช็ดตัวให้เจ้า”ผ้าอุ่นลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ อีกมือของเจมส์ก็เลื่อนไปเกี่ยวนิ้วเข้ากับขอบกางเกงของเฟลิกซ์ เขาโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างใบหูแดงซ่าน “จนหมดทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ”ความร้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status