Home / รักโบราณ / เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ / ตอนที่ 2 ความอยุติธรรมในเรือนสกุลจาง

Share

ตอนที่ 2 ความอยุติธรรมในเรือนสกุลจาง

last update Last Updated: 2025-12-03 15:43:34

จื่อเหยานอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียงขนาดใหญ่พิเศษในห้องนอนของนาง โดยมีฮูหยินใหญ่จาง นายท่านจางหรือจางตงจื่อบิดานาง รวมทั้งรั่วเหรินและฮูหยินรองนามเสิ่นจิงหยูมารดารั่วเหรินคอยเฝ้ารอฟังผลการตรวจของหมอที่เรียกมารักษาอาการของจื่อเหยา

            “ท่านหมอบุตรสาวของข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยถามท่านหมอที่ตรวจอาการจื่อเหยาเสร็จก็หันกลับมาด้วยสีหน้าท่าทางไม่สู้ดีนัก

            “คุณหนูใหญ่จางอยู่ในสภาพร่างที่แทบจะสิ้นลมหายใจไปแล้ว ยามนี้ทำได้เพียงรอให้สวรรค์เมตตาแล้วล่ะ” ท่านหมอเอ่ยพร้อมส่ายศีรษะน้อยๆ

            “หมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยถามอย่างร้อนใจ

            “ด้วยน้ำหนักและขนาดตัวของนางล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง แม้นภายนอกดูเหมือนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ความจริงภายในได้รับผลกระทบเสียหายอีกทั้งศีรษะยังแตกด้วย ข้าคาดว่า..” ท่านหมอเอ่ยค้างเอาไว้ พร้อมทำสีหน้าท่าทางหนักใจ

            “คาดว่าอันใดกันเจ้าคะ”

            “เอาเป็นว่าข้าได้ทำแผลให้แล้ว และจะให้ยาช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต รักษาอาการบาดเจ็บภายในให้นางดื่ม หากนางผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปได้ก็ถือว่านางรอดพ้นจากอันตรายและความตายมาได้แล้วล่ะ” ท่านหมอเอ่ย จากนั้นก็ก้มหน้าจดเทียบยาที่จะนำมาปรุงให้แก่จื่อเหยา

            “ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยสีหน้าน้ำเสียงเศร้าสร้อย

            “อืม ยามนี้ก็ขึ้นอยู่กับสวรรค์เบื้องบนแล้วล่ะ ข้าขอตัวไปจัดยาให้นางก่อนก็แล้วกัน” ท่านหมอกล่าวพร้อมตั้งท่าลุกออกไป

            “อาเจียว ตามไปช่วยท่านหมอ”

            “เจ้าค่ะฮูหยิน”

            “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดเหยาเอ๋อจึงได้อยู่ในสภาพเช่นนี้เล่า” นายท่านจางเอ่ยถามหลังจากท่านหมอออกจากห้องไปแล้ว

            “พี่จื่อเหยาลื่นล้มเจ้าค่ะ ข้าบังเอิญไปพบเจอเข้าพอดี” รั่วเหรินรีบชิงตอบก่อนใคร

            “ลื่นล้มงั้นเหรอ นั่นสินะ ตัวใหญ่ถึงเพียงนั้นจึงได้อาการสาหัสนัก” นายท่านจางเอ่ยพร้อมส่ายศีรษะไปมา นึกดูถูกดูแคลนบุตรสาวที่มีรูปร่างอวบท้วม หน้าตาก็อัปลักษณ์เต็มไปด้วยสิวฝ้าไม่เหมาะสมที่จะเป็นคุณหนูใหญ่แห่งเรือนสกุลจางเลยแม้นแต่น้อย

            “รั่วเหริน เจ้าแน่ใจงั้นเหรอว่าเหยาเอ๋อลูกข้าลื่นล้มลงไปเองจริงๆ” ฮูหยินใหญ่จางถามย้ำอย่างไม่เชื่อคำกล่าวของรั่วเหริน

            “ฮูหยินใหญ่..เหตุใดจึงถามเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ ข้าบอกแล้วยังไงล่ะว่าพี่จื่อเหยาลื่นล้มลงไปเองจริงๆ เหตุใดท่านจึงไม่ยอมเชื่อข้าเล่า ฮึ ฮึก ฮึก” รั่วเหรินตอบพร้อมตีหน้าเศร้า แสร้งทำเป็นเสียใจร้องไห้สะอึกสะอื้นทำตัวน่าสงสารราวกับถูกรังแกขึ้นมาทันที

            “ฮูหยินใหญ่ เหรินเอ๋อบอกแล้วไงเจ้าคะว่าจื่อเหยาล้มลงไปเอง เหตุใดท่านจึงมาซักไซ้บุตรสาวข้าราวกับว่านางเป็นคนทำร้ายจื่อเหยาเช่นนั้นเล่า” ฮูหยินรองจางเข้าไปปลอบโยนบุตรสาวพร้อมโต้ตอบกลับมา

            “นั่นสิเจียอี เหรินเอ๋อก็บอกเจ้าแล้วอย่างไรเล่าว่าเหยาเอ๋อลื่นล้มลงไปเอง น้ำหนักและขนาดตัวนางมากถึงเพียงนั้นไม่ระมัดระวังล้มลงไปบาดเจ็บสาหัสก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดนี่” นายท่านจางเอ่ยสนับสนุนคำกล่าวของฮูหยินรองและบุตรสาวคนเล็กอีกแรง

            “ท่านพี่..นี่ท่านคิดว่าจื่อเหยาไม่ระมัดระวังถึงเพียงนั้นเลยงั้นหรือเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยย้อนถามสามีกลับไป

            “มันก็เกิดขึ้นได้มิใช่รึ จื่อเหยาใช่ว่าจะเป็นกุลสตรีมีกิริยามารยาทเรียบร้อย รู้จักระมัดระวังตัวเองเสียหน่อย ยังเคยเดินชนกระถางต้นไม้ของข้าตกแตกไปหลายใบเลยด้วย” นายท่านจางยังคงไม่เข้าข้างความคิดเห็นของภรรยาเอก จนสองแม่ลูกบ้านรองถึงกับหันไปสบตาและลอบยิ้มขำให้กับคำกล่าวของเขากันเลยทีเดียว ฮูหยินใหญ่จางได้แต่กำมือแน่นมองผู้เป็นสามีด้วยความเสียใจที่ตลอดมาเขามักจะเข้าข้างสองแม่ลูกบ้านรองอยู่เสมอ

            ‘เมื่อแรกที่นางซึ่งเป็นถึงบุตรีของเสนาบดีกรมคลังยอมจากเมืองหลวงแต่งให้กับสกุลจางซึ่งเป็นพ่อค้าและพบรักกันยามที่จางตงจื่อเดินทางไปทำการค้าขายที่เมืองหลวง ยามนั้นพวกเขาต่างก็รักใคร่กันดี ตงจื่อเองก็ดูแลเอาอกเอาใจนางอย่างเสมอต้นเสมอปลาย หากแต่เมื่อครั้งเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของตงจื่อที่เมืองเสียนโจว เขากลับได้พบเจอเสิ่นจิงหยูบุตรสาวพ่อค้าขายเต้าฮวยในตลาดซึ่งย้ายมาจากต่างเมืองและเกิดชอบพอนางเข้า ทั้งสองลักลอบเป็นชู้กันจนให้กับเนิดรั่วเหรินขึ้นมา หลังจากนั้นตงจื่อจึงรับจิงหยูเข้ามาเป็นฮูหยินรองในเรือน

            นับจากนั้นมาตงจื่อก็เปลี่ยนไป เอาอกเอาใจรักใคร่อยู่กับจิงหยูและบุตรสาวคนรองที่เอ่ยอ้างว่าอายุน้อยกว่าจื่อเหยา ส่วนจื่อเหยาบุตรสาวนางนั้นเมื่อแรกที่ถือกำเนิดขึ้นมาก็ได้รับความรักความเอาใจใส่จากบิดาเหมือนเช่นครอบครัวอื่นทั่วไป แต่เมื่อเด็กทั้งสองเติบโตขึ้นรั่วเหรินรู้จักเอาอกเอาใจออดอ้อนผู้เป็นบิดา ต่างจากจื่อเหยาที่ไม่ชอบออดอ้อนเอาใจผู้ใด ทำให้ตงจื่อรักใคร่เอ็นดูบุตรสาวคนรองมากกว่านาง 

            นับวันจื่อเหยาก็ยิ่งถูกหมางเมิน เนื่องจากนางไม่รู้จักประจบประแจงผู้ใด ออดอ้อนเอาอกเอาใจใครไม่เป็น อีกทั้งยิ่งโตร่างกายก็อ้วนท้วนสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้ตงจื่อบิดานางมองว่านางเกียจคร้าน วันๆเอาแต่กินนอนหรือไม่ก็ออกไปเที่ยวเล่นใช้สอยเงินทอง ส่วนหนึ่งก็ฟังตามคำยุแยงของสองแม่ลูกบ้านรอง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนางตามอกตามใจจื่อเหยามากเกินไปจนนางเติบโตขึ้นมากลายเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจและไม่เคยยอมให้ใครมาก่อน ทั้งยังดื้อรั้นและมักจะโดนสองแม่ลูกปั่นหัวให้มีเรื่องมีราวกันมาตลอดเป็นที่ขัดอกขัดใจของนายท่านจางยิ่งนัก

            ที่สำคัญทุกครั้งที่มีเรื่องจื่อเหยาก็โดนกล่าวหาว่าเป็นคนผิดอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งโดยทั่วไปทุกคนก็เห็นเช่นนั้น แต่หารู้ไม่ว่าทุกอย่างเกิดจากการจงใจปั่นหัวยั่วยุให้บุตรสาวนางก่อเรื่องขึ้นมาอย่างโง่งมนั่นเอง’ คิดแล้วฮูหยินใหญ่จางก็ปวดใจที่บุตรสาวเก็บกลั้นอารมณ์ไม่อยู่และถูกปั่นหัวให้กลายเป็นคนร้ายกาจเช่นนั้น

            “ท่านพี่ ท่านไม่เคยมองเหยาเอ๋อในแง่ดีเลยจริงๆ แต่ในเรื่องนี้ข้ามีสิ่งที่จะถามรั่วเหรินบุตรีแสนรักของท่านเสียหน่อย” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะหันหน้าไปหารั่วเหริน

            “ฮูหยินใหญ่ ท่านมีอันใดจะเอ่ยกับเหรินเอ๋องั้นหรือเจ้าคะ” ฮูหยินรองถามหยั่งเชิงออกไป

            “เหตุใดรั่วเหรินจึงให้สาวใช้ในเรือนไปแจ้งซูเจียวคนสนิทของเหยาเอ๋อว่านางอยากกินขนมกุ้ยฮวาร้านดังและสั่งให้ไปซื้อมา ปล่อยให้จื่อเหยารออยู่เพียงลำพังในสวนหลังเรือนเล่า” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยถามในสิ่งที่ให้ซูเจียวไปสอบถามมาว่าแท้จริงแล้วคนที่สั่งนางไปซื้อขนมกุ้ยฮวาเป็นผู้ใดกันแน่ และก็ได้คำตอบตามที่คาดเอาไว้ว่าเป็นรั่วเหรินนั่นเอง

            “เอ่อ นั่นก็เพราะข้าได้ยินว่าพี่จื่อเหยาอยากทานขนมกุ้ยฮวาเมื่อวาน วันนี้ข้าจึงให้สาวใช้ไปแจ้งแก่ซูเจียวนะเจ้าค่ะ” รั่วเหรินตอบ

            “เหรินเอ๋อลูกแม่เจ้าช่างเป็นคนดีมีน้ำใจจริงๆ” ฮูหยินรองจางเอ่ยชื่นชมบุตรสาว

            “นั่นสิ เหรินเอ๋อมีน้ำใจเช่นนี้แล้ว เจ้าถามนางเรื่องนี้ไปทำไมงั้นหรือเจียอี” นายท่านจางถามฮูหยินใหญ่กลับไป

            “ที่ข้าถาม เพราะไม่รู้ว่าเหตุใดกำไลหยกเลือดนกที่ท่านพ่อของข้าส่งมาให้จากเมืองหลวงเพื่อส่งต่อให้แก่เหยาเอ๋อเมื่อหลายเดือนก่อน อยู่ดีๆจึงไปสวมอยู่บนข้อมือของรั่วเหรินได้ ก่อนหน้านี้เหยาเอ๋อเก็บใส่กล่องไม้เอาไว้ในห้องนอนไม่ได้นำมาสวมใส่เพราะเกรงว่าจะทำมันเสียหาย หากแต่วันนี้ยามเหยาเอ๋อออกมานั่งเล่นในสวนหลังเรือน ขณะที่ซูเจียวออกไปซื้อขนมกุ้ยฮวาเพราะคิดว่าเหยาเอ๋อสั่ง กำไลหยกเลือดนกกลับมาอยู่บนข้อมือรั่วเหรินแล้ว” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยตามความจริงที่เห็นกันอยู่ เพราะหลักฐานคือกำไลหยกเลือดนกบนข้อมือรั่วเหรินนั่นเอง

‘ก่อนหน้านี้นางพอจะรู้มาบ้างว่ารั่วเหรินลอบขโมยข้าวของเครื่องประดับจากจื่อเหยาบุตรสาวนางไปบ่อยๆ แต่บุตรสาวนางกลับไม่คิดใส่ใจในรายละเอียดอะไรเลย ทำให้นางไม่สามารถช่วยเหลือติดตามเอาคืนมาได้ทั้งหมด จนกระทั่งมาถึงเรื่องกำไลหยกเลือดนกอันล้ำค่านี่แหละ’ ฮูหยินใหญ่จางคิดอย่างอดรู้สึกหงุดหงิดใจในตัวบุตรสาวไม่ได้เช่นกัน

            ‘เหยาเอ๋อบุตรสาวนางเป็นเด็กสาวที่ไม่ระมัดระวังตัวเอง ทั้งยังไม่รู้จักจดจำข้าวของทรัพย์สินส่วนตัวจึงถูกผู้อื่นเอาเปรียบได้โดยง่าย นางผู้เป็นมารดาพยายามช่วยสอดส่องดูแลให้ มีบ้างที่จับได้คาหนังคาเขาแต่รั่วเหรินมักจะอ้างว่าแค่หยิบยืมไปใส่เล่นเท่านั้นเดี๋ยวก็คืน พอจื่อเหยาไม่พอใจโต้ตอบกลับไปก็มักจะใช้อารมณ์รุนแรงเข้าตบตีทำร้ายรั่วเหริน จนนายท่านจางดุด่าบุตรสาวคนโตว่าเป็นคนใจแคบ เจ้าอารมณ์ เครื่องประดับบางชิ้นนางสวมใส่ไม่ได้เนื่องจากอ้วนท้วนเกินไป สมควรยกให้รั่วเหรินจะได้ไม่เสียของ ซึ่งเป็นเหตุผลเข้าข้างกันที่แสนลำเอียง ไร้ยางอายและหน้าด้านหน้าทนยิ่งนัก’ ฮูหยินใหญ่จางคิดถึงเรื่องคับแค้นใจมากมายที่ผ่านมา

            “อะ..เอ่อ กำไลหยกเลือดนกนี้ ข้าเห็นว่ามันสวยดีและพี่จื่อเหยาเองก็คงใส่ไม่ได้ เลยขอยืมมาสวมดูเท่านั้น เดี๋ยวก็คืนให้เจ้าค่ะ” รั่วเหรินใช้เหตุผลเดิมมากล่าวอ้าง

            “เจ้าเรียกว่าการให้คนไปหยิบฉวยเอาของผู้อื่นมาสวมใส่โดยที่เจ้าของเขาไม่รู้เห็นด้วยเป็นการหยิบยืมกันงั้นเหรอ ช่างไร้ยางอายสิ้นดี ข้าว่าที่เหยาเอ๋อล้มลงจนเป็นเช่นนี้เพราะเห็นว่าเจ้าขโมยกำไลหยกของนางไปสวมใส่โดยไม่ได้รับอนุญาต พอนางจะเอาคืนเลยมีเรื่องกันกับเจ้า จากนั้นเจ้าก็ถือโอกาสทำร้ายนางน่ะสิ” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ยในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นราวกับตาเห็นทำเอารั่วเหรินตกใจไปชั่วขณะ

            “มะ ไม่ใช่นะเจ้าคะ ข้าไม่ได้ทำร้ายพี่จื่อเหยาจริงๆเจ้าค่ะ” รั่วเหรินปฏิเสธเสียงแข็ง

            “นั่นสิเจ้าคะฮูหยินใหญ่ เหรินเอ๋อจะไปทำร้ายจื่อเหยาพี่สาวตนเองได้อย่างไรกัน อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่มีใครร่วมรู้เห็นด้วย ท่านจะมากล่าวหาเหรินเอ๋อเยี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน ใช่ไหมเจ้าคะท่านพี่” ฮูหยินรองจางโต้เถียงแทนบุตรสาว พร้อมหันไปขอเสียงสนับสนุนจากนายท่านจาง

            “นั่นสิเจียอี เจ้ากล่าวหาเหรินเอ๋อโดยไม่มีหลักฐานเช่นนี้ไม่ถูกต้องจริงๆนั่นแหละ” นายท่านจางไม่ทำให้ฮูหยินรองและรั่วเหรินผิดหวังจริงๆ แต่กลับทำให้ฮูหยินใหญ่เจ็บแค้น เศร้าเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนใจนางยามนี้เริ่มจะชาชินเสียแล้ว

            ‘ตงจื่อท่านเปลี่ยนไปมากจริงๆ ใจร้ายใจดำยิ่งนัก หากเหยาเอ๋อฟื้นขึ้นมาได้ ข้าจะไม่ปล่อยให้ลูกต้องทนทุกข์ทรมาน อยู่รับความไม่เป็นธรรมในเรือนสกุลจางเช่นนี้อีกต่อไป’ ฮูหยินใหญ่คิดอย่างเจ็บปวดจับจ้องมองไปที่นายท่านจางที่ไม่รู้สึกรู้สาอันใดทั้งสิ้น ปล่อยให้สองแม่ลูกบ้านรองยิ้มเยาะเย้ยถากถางนาง หัวเราะขบขันกันอย่างสะใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนพิเศษ 2 : สนุกสนานครื้นเครง 2/2

    “เจ้าค่ะท่านพ่อ ชาวเมืองที่ตั้งใจจริงพร้อมกับมีเงินลงทุนทรัพย์สินเพียงพอข้าก็จะพิจารณาตามสภาพความเป็นอยู่และที่ดินของพวกเขา จากนั้นก็แบ่งปันต้นกล้า รวมทั้งสัตว์ในฟาร์มของเราให้พวกเขานำไปเลี้ยงดู บางครอบครัวก็ประสบความสำเร็จแม้นจะเลี้ยงได้ไม่มากเหมือนกับเราแต่ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเยอะทีเดียวเจ้าค่ะ” จื่อเหยาตอบกลับไป “ช่างดียิ่งนัก เสี่ยวหยางเจ้านี่โชคดีมีวาสนาแล้วนะที่ได้เมียอย่างเหยาเอ๋อ ดูแลนางให้ดีๆล่ะ” นายท่านหานหันไปกำชับบุตรชาย “ถึงท่านพ่อไม่บอกข้าก็ดูแลและเอาใจใส่เหยาเหยาเป็นอย่างดีอยู่แล้วขอรับ ข้าก็รักของข้านะ” ลี่หยางไม่พูดเปล่าเอื้อมมือไปคว้าตัวภรรยาเข้ามากอดและหอมแก้มนางต่อหน้าทุกคนเสียอย่างงั้น เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงมีความสุขได้รอบด้านเลยทีเดียว “เหยาเหยา การได้พบเจอเจ้าเป็นวาสนาอันสูงสุดของข้าจริงๆ ขอบใจนะที่เจ้ายอมรับข้า ให้โอกาสข้าได้เป็นคู่หมั้น เป็นคนรัก เป็นสามีและเป็นบิดาของเสี่ยวเยว่กับซินเอ๋อ” ลี่หยางเอ่ยพร้อมโอบกอดฮูหยินรักเอาไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่นมองดูอาณาเขตของสวนพืชผักผลไม้ที่ขยายกว้างออกไป ร

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนพิเศษ 2 : สนุกสนานครื้นเครง 1/2

    ผ่านไปราวเจ็ดปีหลังแต่งงาน จื่อเหยากับลี่หยางก็มีบุตรชายบุตรสาวอายุ 6 ขวบกับ 5 ขวบไล่เลี่ยกันนามว่าจางผู่เยว่กับจางเข่อซิน นับว่ามีบุตรหัวปีท้ายปีเลยทีเดียว ก่อนที่จื่อเหยาจะขอหยุดควบคุมด้วยยาสมุนไพรพักการมีบุตรเอาไว้ ทางด้านซูเจียวกับจางหลงเองตอนนี้ก็มีบุตรชายนามว่าเยว่ลี่จิ่นอายุได้ 5 ขวบแล้วเช่นกัน ทำให้เมื่อสองบ้านมารวมตัวทั้งครอบครัวซุนและครอบครัวหาน มีเด็กๆสามคนรวมกับเด็กในเรือนบุตรชายบุตรสาวของชาวเมืองในละแวกนั้นที่มาทำงานให้จื่อเหยาในเรือนวิ่งเล่นกันไปมาดูสนุกสนานครึกครื้นเลยทีเดียว “เห็นหลานชายหลานสาวเติบโตแข็งแรงมีความสุขเช่นนี้ ข้าก็ดีใจจริงๆ” หานฮูหยินเอ่ยกับนายหญิงซุนสหายรัก “นั่นสิ เห็นแล้วก็อดปลื้มใจไม่ได้ เจ้าตัวป้อมสามคนนั่นทั้งน่ารักน่าเอ็นดู เฉลียวฉลาดยิ่งนัก เข้าไปเรียนที่สถานศึกษาไม่เท่าไหร่ก็เป็นที่รักเอ็นดูของเหล่าบรรดาอาจารย์ ซึ่งต่างชื่นชมให้ข้าฟังทุกครั้งที่ได้เจอ” นายหญิงซุนเอ่ยอย่างปลาบปลื้มใจ เพราะนางมีหลานชายหลานสาวถึงสามคนแล้ว “อืม จริงสินะ ว่าแต่เย็นนี้เหยาเอ๋อจะทำอะไรให้พวกเราทานน่ะ” หานฮูหยินวกกลับเข้าเร

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนพิเศษ 1 : ครอบครัวใหญ่

    หลังจากจื่อเหยาแต่งงานกับลี่หยางได้ไม่นานหานฮูหยินก็ยกภัตตาคารเยียนโจวที่มีชื่อเสียงให้จื่อเหยาบริหารจัดการ เพราะเชื่อว่านางต้องทำให้ภัตตาคารแห่งนี้เติบโตก้าวหน้าเป็นอย่างดีแน่ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อจื่อเหยานำกลยุทธ์มากมายทางการค้า การบริการ ฝึกอบรมพนักงานอย่างที่นางใช้กับเหลาสุราเจียงหลินและโรงเตี๊ยมซ่างเสินรวมทั้งกิจการร้านค้าอื่นๆมาใช้ที่นี่ จื่อเหยาจัดรายการอาหารตามฤดูกาล มีการจัดลดราคาพิเศษตามเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลโคมไฟ, เทศกาลชีซี(เทศกาลแห่งความรัก), เทศกาลลี่เซี่ย(วันย่างเข้าสู่ฤดูร้อน) หรือไม่ก็จัดส่วนลดค่าอาหารให้ลูกค้า เช่น หากใช้จ่ายในภัตตาคารมากกว่า 10 ตำลึงเงิน จะได้ลดราคาค่าอาหารสามส่วนหรือเลือกที่จะใช้ส่วนลดในครั้งต่อไปโดยมีแผ่นป้ายลดราคาให้โดยเฉพาะอีกทั้งจื่อเหยายังปรับเปลี่ยนภัตตาคารเยียนโจวให้กลายเป็นหอสำราญที่มีการร่ายรำหลากหลายรูปแบบมาแสดงให้แขกผู้มาเยือนได้ชื่นชมไปพร้อมกับการลิ้มรสอาหารชั้นเลิศด้วย ไม่ก็จัดให้มีการแสดงบรรเลงดนตรี เครื่องสายชนิดอื่นๆผลัดเปลี่ยนหม

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนที่ 29 ความสุขที่แท้จริง

    หลังจากนั้นไม่นานนักจื่อเหยากับนายหญิงซุนก็ได้ข่าวมาว่านายท่านจางยอมขายเรือนสกุลจางรวมทั้งทรัพย์สินกิจการที่ดินทั้งหมดในเมืองเสียนโจวเพื่อชดใช้หนี้สิน ไม่ให้ตนเองต้องติดคุกโดนลงโทษเนื่องจากมีผู้เสียหายยื่นฟ้องร้องเอาผิดเขามากมายจากนั้นนายท่านจางก็ตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองเสียนโจวไปพร้อมกับเงินที่เหลืออยู่ในมืออีกจำนวนหนึ่งซึ่งจื่อเหยาคิดว่าคงมากพอให้เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหากไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อใช้เงินมือเติบเหมือนแต่ก่อน“ในที่สุดนายท่านจางก็ตัดสินใจทำอะไรที่ถูกต้องเหมาะสมสักครั้งสินะ”จื่อเหยาเอ่ยกับลี่หยางขณะนั่งสนทนากันในเรือนหอ ซึ่งลี่หยางสร้างขึ้นไม่ห่างออกไปจากเรือนบ้านสวนของนางนักเพื่อจื่อเหยากับท่านแม่ของนางโดยเฉพาะ โดยได้รับความเห็นชอบจากนายท่านและหานฮูหยินเช่นกัน“อืม ก็คงงั้นล่ะ อีกอย่างเขาคงทนอยู่ที่เมืองเสียนโจวไม่ได้อีกต่อไปเพราะคำครหานินทา เล่าลือกันทั้งเรื่องของสองแม่ลูกตัวร้ายรวมทั้งความอ่อนแอไร้ความสามารถของเขาที่ทำความเสียหายเดือดร้อนให้ผู้อื่นมากมาย รวมทั้งเรื่องที่พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกรวมหัวกันทำร้ายรังแกเจ้ากับท่า

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนที่ 28 ทำตัวเป็นสามีและบิดาที่ดี

    หลังจากจบเรื่องกับเรือนสกุลจางนายหญิงซุนกับจื่อเหยาก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบตามปกติต่อไป โดยยามนี้จื่อเหยาเองก็ได้ฤกษ์แต่งงานกับลี่หยางแล้วในอีกสองเดือนข้างหน้าซึ่งเป็นช่วงต้นปี เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิอันงดงาม ดอกเหมยบานสะพรั่ง วันนี้จื่อเหยาอยู่ที่เรือนบ้านสวนคอยดูแลโรงเพาะชำเห็ดซึ่งจื่อเหยานำออกมาจากมิติพิเศษเป็นพวกหมัวกู(เห็ดแชมปิญอง) , จินเจินกู(เห็ดเข็มทอง) , ผิงกู(เห็ดนางรม) , หงสี่กู(เห็ดโคนญี่ปุ่น) รวมทั้งเห็ดป่าอย่างเช่นเห็ดจีจง, เห็ดซงหยง, เห็ดหูหนูขาวและเห็ดอื่นๆอีกมากมาย โดยมีลี่หยางมาเป็นลูกมือช่วยนางด้วยอีกคน “เห็ดพวกนี้แปลกประหลาดมากทีเดียว นับว่าเป็นของล้ำค่าหายากที่เจ้าเสาะหามาอีกแล้วสินะ” ลี่หยางเอ่ยเมื่อเห็นเห็ดรูปร่างหน้าตาแปลกๆหลายชนิดในโรงเพาะชำซึ่งจื่อเหยาเคยนำมาทำอาหารให้เขาได้ลิ้มลองและมันก็อร่อยมากด้วย “ใช่เจ้าค่ะ แต่เราเพาะเล

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนที่ 27 รับชะตากรรมที่ทำเอาไว้

    หลังจากได้หลักฐานพร้อมพยานรู้เห็นเป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้วจื่อเหยาลี่หยางและคนอื่นๆก็บุกเข้าไปในกระท่อมร้างทันที ทำเอาสองแม่ลูกตัวร้ายกับโจรอีกสองคนถึงกับตกใจ ตะลีตะลานทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว “จางฮูหยิน รั่วเหรินไม่คิดเลยนะว่าพวกเจ้าจะทำเรื่องชั่วช้าซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไร้จิตสำนึกเช่นนี้”จื่อเหยากล่าวกับสองแม่ลูกซึ่งถูกควบคุมตัวเอาไว้พร้อมกับโจรอีกสองคน “จื่อเหยา เจ้าพูดอันใดน่ะ ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่องด้วยเลย” จางฮูหยินเอ่ยปฏิเสธไม่ยอมรับผิด “นั่นสิ จื่อเหยา เจ้าจะมาหาเรื่องใส่ความอะไรข้ากับท่านแม่อีก พี่ลี่หยางดูสิเจ้าคะ พี่จื่อเหยามาหาเรื่องข้าอีกแล้ว” รั่วเหรินเองก็เสแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อ ใส่ร้ายจื่อเหยาทำตัวน่าสงสารอย่างไร้ยางอายเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด&

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status