LOGINหลินเวยตอบเสียงหนักแน่น “ใช่...และผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด”
นางหันไปสบพระเนต
“ฮองเฮาทรงมอบโอกาสให้หม่อมฉันมากเพคะ” เสิ่นอันหรานไม่ได้แสดงปฏิกิริยา“เรารู้” ไทเฮายกชา “อันผิน อันเฟย อันกุ้ยเฟย ขึ้นเร็วทีเดียว”“หม่อมฉันโชคดีเพคะ”“อย่าพูดคำที่เจ้าเองก็ไม่เชื่อ เจ้าคิดจริงหรือว่าตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้เพราะโชค” ไทเฮาวางถ้วยเสิ่นอันหรานเงียบเล็กน้อย “ไม่ทั้งหมดเพคะ”“ดี คนที่รู้ว่าตัวเองเก่งยังน่าสนใจกว่าคนที่เก่งแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้” ไทเฮามองนาง“แต่คนที่คิดว่าตัวเองเก่งเกินไปก็มักตายเร็วเพคะ” เสิ่นอันหรานยิ้ม“เจ้ารู้เรื่องนี้ด้วย?”“เห็นตัวอย่างมาไม่น้อยเพคะ”ไทเฮาเลิกพระขนง อดีตสนมชั้นสูงหลายคนล้มลงต่อหน้าต่อตาเสิ่นอันหรานจริง ซูเฟย อดีตกุ้ยเฟย เต๋อเฟย เจาอี๋ เหม่ยเหริน ทุกคนเคยมีอำนาจมากกว่านางและทุกคนต่างคิดว่าตนแข็งแกร่งพอแต่วันนี้คนที่ยังอยู่กลับเป็นสนมตัวเล็กที่ไม่มีใครสนใจในตอนแรกไทเฮาถาม “ตอนพวกนางแย่งกัน เจ้าทำอะไร”“อยู่เงียบ ๆ เพคะ&rdq
หลินเวยยังคงยืนยันหลักเดิม ความสงสัยไม่ใช่หลักฐาน แม้แต่ตอนนี้ที่อันกุ้ยเฟยได้รับอำนาจมากขึ้น นางก็จะไม่เปลี่ยนกฎเพื่อจัดการอีกฝ่ายชิงหลัวมองรายงาน “ถ้านางเกี่ยวจริง พระองค์จะเสียใจหรือไม่เพคะที่เป็นคนเสนอให้นางขึ้นเป็นกุ้ยเฟย”“เสียใจคงมีแต่ไม่เสียใจที่ให้โอกาส” หลินเวยคิดเล็กน้อย“เหตุใดเพคะ”“เพราะตอนข้าให้ นางสมควรได้รับ ถ้าวันหนึ่งนางใช้สิ่งที่ได้ไปทำผิด ความผิดนั้นเกิดในวันนั้น ไม่ได้ทำให้ความยุติธรรมที่ข้ามอบให้วันนี้กลายเป็นความผิด” หลินเวยตอบชิงหลัวพยักหน้าหลินเวยปิดรายงาน “คนเราต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองเลือก รวมถึงข้า รวมถึงอันกุ้ยเฟย”ทั้งสองตำหนักจึงยังสว่างอยู่ในคืนเดียวกัน ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตามหาความจริง ส่วนผู้หญิงอีกคนกำลังพยายามหนีจากความจริงในใจตนเองยามดึกผ่านไป เสิ่นอันหรานยังไม่หลับ นางลองกลับไปนอนอีกครั้ง แต่ไม่นานก็ลุกขึ้น พยายามอ่านหนังสือ อ่านไม่รู้เรื่อง พยายามตรวจบัญชี ตัวเลขกลับผ่านตาโดยไม่เข้าหัว สุดท้ายจึงกลับมายืนตรงหน้าต่างอีกครั้ง
“หากมีคำเช่นนี้หลุดออกไป คนอื่นไม่สนหรอกว่าใครเป็นคนเริ่ม พวกเขาจะพูดเพียงว่าอันกุ้ยเฟยคิดอยากเป็นฮองเฮา” อันกุ้ยเฟยกล่าวช้า ๆสาวใช้หน้าซีดเพียงประโยคเดียวก็เพียงพอให้เข้าใจความร้ายแรง “หม่อมฉันผิดไปแล้วจริง ๆ เพคะ”“ลุกขึ้น”สาวใช้ค่อย ๆ ลุก“ออกไปเถิด”“เพคะ”เมื่อประตูปิดลง เสิ่นอันหรานจึงเหลืออยู่คนเดียว นางหันกลับไปมองกระจก ทุกอย่างเงียบ แต่สองคำเมื่อครู่กลับไม่ยอมหายไปจากความคิด ฮองเฮา“ไร้สาระ” เสิ่นอันหรานหลับตา นางพูดกับตัวเองหลินเวยเป็นฮองเฮา เป็นภรรยาที่ฮ่องเต้ทรงรัก มีอำนาจในวังหลัง มีสิทธิ์ร่วมตรวจระบบราชสำนัก มีขุนนางจำนวนมากยอมรับ มีชิงหลัว มีเฉินอวี้ มีคนของตำหนักคุนหนิง และที่สำคัญที่สุด หลินเวยไม่ได้เป็นฮองเฮาที่อ่อนแอจนใครสามารถผลักลงได้ง่าย ๆนางเพิ่งทำลายเครือข่ายของไทเฮา โค่นราชครูเกา ทำให้ตระกูลกุ้ยสูญเสียอำนาจ จัดการสนมที่เคยคิดว่าสามารถเหยียบนางได้ทีละคน ผู้หญิงเช่นนั้นไม่ใช่คนที่ใครควรคิดแทนที่ เสิ่นอันหรา
เสิ่นอันหรานเรียกทุกฝ่ายมาสอบ ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็รู้ว่าใครโกหก นางไม่ได้ลงโทษรุนแรง เพียงตัดเบี้ยเลี้ยงบางส่วน ให้ขอโทษ และย้ายเวรชั่วคราว เมื่อเรื่องจบ เจ้าหน้าที่หญิงทั้งหมดคุกเข่า“อันกุ้ยเฟยทรงตัดสินอย่างยุติธรรมเพคะ”คำพูดธรรมดาแต่กลับทำให้เสิ่นอันหรานรู้สึกบางอย่าง เมื่อก่อน หากนางเห็นความไม่ยุติธรรม นางทำได้เพียงจำ หากไม่เกี่ยวกับตน ก็ไม่ควรพูด หากคนทำผิดมีตำแหน่งสูงกว่า ยิ่งต้องเงียบแต่วันนี้เพียงนางพูดหนึ่งประโยค ทุกคนต้องทำตาม ไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องรอให้ใครเห็นด้วย เพียงเพราะนางมีอำนาจอยู่ในขอบเขตนั้น“ลุกขึ้น”“ขอบพระทัยเพคะ”ทุกคนถอยออกไปเสิ่นอันหรานนั่งอยู่คนเดียวครู่หนึ่ง นางมองตราประจำตำแหน่งที่วางอยู่บนโต๊ะ ของชิ้นนี้ไม่ได้ใหญ่แต่เพียงประทับลงบนเอกสาร คนจำนวนมากก็ต้องปฏิบัติตาม นี่หรือคืออำนาจ มันง่ายกว่าที่นางคิด และหวานกว่าที่นางเคยจินตนาการในเวลาเดียวกัน หลินเวยก็ได้รับรายงานทุกอย่างเพราะตามกฎ งานที่อันกุ้ยเฟยตัดสินจะมีสำเนาส่งตำหนักคุนหนิงชิงหลัววางเอกสารลง “สามวั
สาวใช้ไม่กล้าหัวเราะต่อเพราะนางรู้ว่าผู้เป็นนายพูดถูก คนจำนวนมากที่กำลังรออยู่นอกตำหนัก ไม่เคยคิดจะมาหาอันผินในอดีตตอนเสิ่นอันหรานเป็นเพียงสนมตำแหน่งเล็ก หากเดินผ่าน คนเหล่านี้บางคนเพียงค้อมศีรษะตามมารยาท บางคนแทบไม่มอง เมื่อขึ้นเป็นอันเฟย ท่าทีเริ่มเปลี่ยน มีคนทักทายมากขึ้น มีคนเริ่มส่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ มีคนเริ่มเรียกนางไปปรึกษา แต่หลังราชโองการแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟย ทุกอย่างกลับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง คนที่เคยไม่เห็นนาง วันนี้กลับรอหน้าตำหนักเกือบครึ่งชั่วยามเพียงเพื่อถวายพระพรเสิ่นอันหรานวางพู่กัน “ให้คนที่มีเรื่องงานเข้ามาก่อน”“เพคะ”“ส่วนคนแสดงความยินดี ถ้ามีของกำนัลให้ลงบัญชีทั้งหมด”“รับไว้หรือไม่เพคะ”“ของตามธรรมเนียมและมูลค่าไม่เกินกำหนดรับได้”“ถ้าเกิน?”“ส่งคืน แล้วเขียนชื่อผู้ส่งไว้ด้วย”“เขียนไว้ด้วยหรือเพคะ” สาวใช้ชะงัก“แน่นอน คนที่กล้าส่งของเกินกฎให้กุ้ยเฟยคนใหม่ในสามวันแรก น่าสนใจไม่ใช่หรือ” เสิ
เสิ่นอันหรานรับฟัง“วันนั้นต่างหากที่ข้าจะดูว่าเจ้าเหมาะกับตำแหน่งนี้จริงหรือไม่”“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ”“ตำแหน่งกุ้ยเฟยทำให้เจ้ามีหน้าที่มากขึ้น ไม่ใช่ทำให้กฎน้อยลง”“เพคะ”“เจ้าจะช่วยดูแลเบี้ยหวัด เครื่องใช้ งานซ่อมตำหนักระดับทั่วไป และรับคำร้องเบื้องต้นจากสนมชั้นต่ำ เรื่องลงโทษหนักต้องส่งคุนหนิง เรื่องเงินเกินขอบเขตต้องมีผู้ร่วมลงนาม ไม่มีสิทธิ์แต่งตั้งหรือย้ายเจ้าหน้าที่สำคัญโดยลำพัง บัญชีทุกเดือนต้องส่งสำเนามาและข้าจะสุ่มตรวจงานของเจ้าเหมือนเดิม”อันกุ้ยเฟยยิ้ม “หม่อมฉันคงต้องดีใจเสียแล้วเพคะ”“เรื่องอะไร”“ถึงได้เป็นกุ้ยเฟย พระองค์ก็ยังคิดจะตรวจบัญชีของหม่อมฉัน”“ต่อให้วันหนึ่งเจ้าเป็นอะไรสูงกว่านี้ ถ้าอยู่ในระบบของข้า ข้าก็ตรวจ” หลินเวยยิ้มมุมปากคำพูดนั้นทำให้ห้องเงียบไปเสี้ยวหนึ่ง สูงกว่ากุ้ยเฟย ในวังหลังเหลือตำแหน่งอะไรอีก? ไม่มีใครพูดแต่อันกุ้ยเฟยรู้คำตอบนางจึงยิ้มอย่างเหมาะสม “หม่อมฉั







