FAZER LOGIN“ขอบพระทัยเพคะ” เสิ่นอันหรานส่งบัญชีให้ “หม่อมฉันนำบัญชีช่วงสิบวันที่ผ่านมาให้พ
บ่อน้ำเก่าแห่งนั้นไม่ได้ใช้สำหรับดื่มมาหลายปีแล้ว แต่ยังเก็บไว้สำหรับงานซักล้างและรดต้นไม้ ปากบ่อสูงเพียงระดับเข่า ขอบหินมีตะไคร่น้ำขึ้นเพราะฝนเมื่อคืนขันทีสองคนช่วยกันดึงร่างหญิงสาวขึ้นมาทันทีที่ใบหน้าซีดขาวปรากฏพ้นน้ำ คนผู้หนึ่งก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ“ซูเยว่!” ชื่อของนางทำให้ทุกคนรอบบ่อนิ่งงันซูเยว่คือเจ้าหน้าที่หญิงซึ่งมีหน้าที่คัดสำเนาบัญชีเบี้ยหวัดชุดที่ชิงหลัวเพิ่งพบความผิดพลาดเมื่อไม่กี่วันก่อน นางเป็นคนเดียวกับที่เคยยืนยันว่า หลังส่งบัญชีแล้วไม่ได้กลับไปแตะเอกสารอีกและเช้าวันนี้ นางกลายเป็นศพอยู่ในบ่อน้ำ ข่าวถูกส่งถึงตำหนักคุนหนิงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามชิงหลัวเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าซีดผิดปกติ “ฮองเฮาเพคะ เกิดเรื่องแล้ว”หลินเวยวางพู่กัน “อะไร”“ซูเยว่ตายแล้วเพคะ”มือของหลินเวยหยุดทันที “ซูเยว่?”“เจ้าหน้าที่หญิงที่คัดบัญชีชุดนั้นเพคะ”หลินเวยลุกขึ้น “ตายอย่างไร”“ตกบ่อน้ำด้านหลังสำนักบัญชี ทุกคน
“มีร่องรอยหรือไม่” หลินเวยถาม“ตรงนี้หมึกเข้มกว่าบรรทัดอื่นเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ”ชิงหลัวรีบมอง “หมายความว่าแก้จริง?”“มีความเป็นไปได้สูง”เฉินอวี้ตอบ “อาจใช้วิธีขูดผิวหมึกเดิมออกบางส่วนแล้วเขียนทับใหม่ คนที่ทำมือเบามาก”“แล้ววงหมึกของชิงหลัว?”“น่าจะใช้กระดาษชื้นแตะออกตอนหมึกยังไม่แห้งสนิท หรือใช้สารบางอย่างลดสี”หลินเวยมองสมุด “ทำได้เร็วแค่ไหน”“ถ้าชำนาญ ไม่ถึงหนึ่งเค่อพ่ะย่ะค่ะ”นั่นหมายความว่าคนทำไม่ต้องขโมยสมุดออกไป เพียงนั่งอยู่กับมันไม่กี่นาที“ตรวจว่าใครเข้าออกทั้งหมดและอย่าให้ข่าวออกไป”“รับพระบัญชา”ชิงหลัวลังเล “ฮองเฮาเพคะ เรื่องนี้ควรบอกอันเฟยหรือไม่”คำถามทำให้ห้องเงียบ บัญชีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอันเฟย ตามปกติควรแจ้งนางทันทีแต่ถ้ามีคนกำลังปกปิดอะไรอยู่ การบอกทุกคนเร็วเกินไปอาจทำให้ผู้ลงมือรู้ตัวหลินเวยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ยังไม่
ชิงหลัวเริ่มจริงจังขึ้น สองจุดยังไม่มากแต่บัญชีของอันเฟยที่ผ่านมาแทบไม่เคยมีความผิดพลาดเช่นนี้ นางเรียกเจ้าหน้าที่บัญชีหญิงเข้ามา“เจ้าเป็นคนทำสำเนาเล่มนี้หรือไม่”“เพคะ”“ตรวจยอดก่อนส่งแล้ว?”“ตรวจแล้วเพคะ”“ใครตรวจต่อ”“พระสนมอันเฟยเพคะ หลังจากนั้นผู้ดูแลคลังลงชื่อ แล้วจึงส่งมาตำหนักคุนหนิง”“ระหว่างทางมีใครจับเอกสารหรือไม่”เจ้าหน้าที่คิด “น่าจะมีนางกำนัลนำมาส่งเพคะ แต่เอกสารอยู่ในกล่องปิดผนึก”ชิงหลัวพยักหน้า “เอาบัญชีต้นฉบับจากคลังมาให้ข้า”“เพคะ”ไม่นานต้นฉบับก็มาถึง ชิงหลัวเปิดหาเหอไฉเหริน ตัวเลขในต้นฉบับคือ สามตำลึงหกเฉียน ตรงกับใบประเมิน นางจึงกลับไปดูบัญชีสำเนาที่อยู่ตรงหน้า สามตำลึงแปดเฉียน“เขียนผิดตอนคัดลอก?” นางกำนัลเสนอชิงหลัวพยักหน้า เป็นไปได้ จากนั้นตรวจถ่าน ต้นฉบับระบุยอดคงเหลือห้ากระสอบ สำเนาระบุสี่ อีกครั้งเป็
“ขอบพระทัยเพคะ” เสิ่นอันหรานส่งบัญชีให้ “หม่อมฉันนำบัญชีช่วงสิบวันที่ผ่านมาให้พระองค์ตรวจเพคะ”หลินเวยรับมา “ยังไม่ถึงกำหนดส่ง”“เพคะ แต่หม่อมฉันพบว่าหลิวไฉเหรินยังต้องใช้ยาบำรุงอีกระยะ หากเบิกตามบัญชีปกติอาจไม่พอ จึงทำคำร้องพิเศษไว้แล้ว”นางยื่นเอกสารอีกแผ่น ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบ ไม่มีการหยิบยาไปให้หลิวไฉเหรินเอง ไม่มีการใช้บุญคุณช่วยชีวิตเป็นเหตุข้ามกฎหลินเวยอ่าน “เจ้าสามารถบอกนางให้ยื่นคำร้องเองก็ได้”“นางยังอ่อนแรงเพคะ หม่อมฉันจึงให้คนอธิบายขั้นตอนแก่สาวใช้ของนาง แล้วให้พวกนางทำเรื่องตามปกติ หม่อมฉันเพียงนำมาส่งพร้อมบัญชี”ถูกต้องอีกแล้ว หลินเวยเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้า อันเฟยนั่งหลังตรง สีหน้าสงบ ดวงตาอ่อนโยน ไม่มีความกระวนกระวายแม้แต่น้อย“ช่วงนี้เหนื่อยหรือไม่”“ไม่เพคะ” คำถามที่ไม่เกี่ยวกับงานทำให้อันเฟยชะงักเล็กน้อย“งานมากขึ้นกว่าเดิม”“จริงเพคะ แต่ยังรับไหว”“มีใครทำให
บ่ายวันหนึ่ง หลินเวยนำบัญชีประจำเดือนของฝ่ายในไปยังตำหนักเฉียนชิง เยี่ยนจิ่งเฉินเพิ่งเสร็จจากการประชุมกับเสนาบดี เมื่อเห็นนางเดินเข้ามาพร้อมเอกสารหลายเล่มก็ถอนพระทัย“เราจำได้ว่าเคยบอกเจ้าให้พัก”หลินเวยวางบัญชีลงบนโต๊ะ “หม่อมฉันก็พักเพคะ”“เมื่อไร”“เมื่อคืน”“นอนกี่ชั่วยาม”หลินเวยหยุดคิด “เรื่องนั้นไม่สำคัญเพคะ”ฮ่องเต้มองนางอย่างรู้ทัน “แสดงว่าน้อย”“ฝ่าบาทก็ไม่ได้นอนมากกว่าหม่อมฉัน”“ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเจ้า”“แต่หม่อมฉันกำลังพูดถึงฝ่าบาท”“ทุกครั้งที่เถียงกับเจ้า เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้ากับดัก” เยี่ยนจิ่งเฉินส่ายพระพักตร์“เพราะฝ่าบาททรงรู้ว่าหม่อมฉันพูดถูกเพคะ”พระองค์หัวเราะ ก่อนดึงบัญชีเล่มบนสุดไปเปิด “นี่อะไร”“บัญชีเบี้ยหวัดที่อันเฟยดูแลเพคะ”เยี่ยนจิ่งเฉินพลิกดู ทุกหน้าเรียบร้อย ยอดต้นเดือน ยอดเบิก
“อย่าแตะตัวก่อน ดูว่าเขาพบใคร”“รับพระบัญชา”อันเฟยลุกขึ้น “ถ้าไม่มีเรื่องอื่น หม่อมฉันทูลลาเพคะ”หลินเวยมองนาง “เดี๋ยว”อันเฟยหยุด “เพคะ”“เจ้าจำชื่อคนในบัญชีได้มากขนาดนี้?”“หม่อมฉันอาจไม่มีความสามารถด้านอื่นมากนัก แต่เรื่องตัวเลขกับชื่อคนจำค่อนข้างแม่นเพคะ” อันเฟยยิ้ม“เรื่องนี้มีประโยชน์”“หม่อมฉันเพียงบังเอิญพบ”หลินเวยส่ายหน้า “อย่าถ่อมตัวจนทุกอย่างกลายเป็นความบังเอิญ”อันเฟยก้มหน้า “เพคะ”หลังนางออกไป ชิงหลัวมองเอกสาร“อันเฟยช่วยเราอีกแล้วนะเพคะ”“ใช่” หลินเวยตอบ “และครั้งนี้เส้นทางน่าสนใจ”สองวันต่อมา เฉินอวี้กลับมาพร้อมผลการติดตาม ซ่งจื้อไม่ได้พบกุ้ยจงเหยา ไม่ได้พบกุ้ยเยว่หรง แต่ทุกวันที่สิบห้าของเดือน เขาจะไปยังโรงน้ำชาแห่งหนึ่งทางใต้ของเมือง และคนที่มาพบเขาเป็นอดีตเสมียนกองเสบียงชายแดนตะวันตกชายผู้นั้นเ







