เข้าสู่ระบบ“อย่าแตะตัวก่อน ดูว่าเขาพบใคร”
“รับพระบัญชา”
อันเฟยลุกขึ้น
“ขอบพระทัยเพคะ” เสิ่นอันหรานส่งบัญชีให้ “หม่อมฉันนำบัญชีช่วงสิบวันที่ผ่านมาให้พระองค์ตรวจเพคะ”หลินเวยรับมา “ยังไม่ถึงกำหนดส่ง”“เพคะ แต่หม่อมฉันพบว่าหลิวไฉเหรินยังต้องใช้ยาบำรุงอีกระยะ หากเบิกตามบัญชีปกติอาจไม่พอ จึงทำคำร้องพิเศษไว้แล้ว”นางยื่นเอกสารอีกแผ่น ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบ ไม่มีการหยิบยาไปให้หลิวไฉเหรินเอง ไม่มีการใช้บุญคุณช่วยชีวิตเป็นเหตุข้ามกฎหลินเวยอ่าน “เจ้าสามารถบอกนางให้ยื่นคำร้องเองก็ได้”“นางยังอ่อนแรงเพคะ หม่อมฉันจึงให้คนอธิบายขั้นตอนแก่สาวใช้ของนาง แล้วให้พวกนางทำเรื่องตามปกติ หม่อมฉันเพียงนำมาส่งพร้อมบัญชี”ถูกต้องอีกแล้ว หลินเวยเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้า อันเฟยนั่งหลังตรง สีหน้าสงบ ดวงตาอ่อนโยน ไม่มีความกระวนกระวายแม้แต่น้อย“ช่วงนี้เหนื่อยหรือไม่”“ไม่เพคะ” คำถามที่ไม่เกี่ยวกับงานทำให้อันเฟยชะงักเล็กน้อย“งานมากขึ้นกว่าเดิม”“จริงเพคะ แต่ยังรับไหว”“มีใครทำให
บ่ายวันหนึ่ง หลินเวยนำบัญชีประจำเดือนของฝ่ายในไปยังตำหนักเฉียนชิง เยี่ยนจิ่งเฉินเพิ่งเสร็จจากการประชุมกับเสนาบดี เมื่อเห็นนางเดินเข้ามาพร้อมเอกสารหลายเล่มก็ถอนพระทัย“เราจำได้ว่าเคยบอกเจ้าให้พัก”หลินเวยวางบัญชีลงบนโต๊ะ “หม่อมฉันก็พักเพคะ”“เมื่อไร”“เมื่อคืน”“นอนกี่ชั่วยาม”หลินเวยหยุดคิด “เรื่องนั้นไม่สำคัญเพคะ”ฮ่องเต้มองนางอย่างรู้ทัน “แสดงว่าน้อย”“ฝ่าบาทก็ไม่ได้นอนมากกว่าหม่อมฉัน”“ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเจ้า”“แต่หม่อมฉันกำลังพูดถึงฝ่าบาท”“ทุกครั้งที่เถียงกับเจ้า เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้ากับดัก” เยี่ยนจิ่งเฉินส่ายพระพักตร์“เพราะฝ่าบาททรงรู้ว่าหม่อมฉันพูดถูกเพคะ”พระองค์หัวเราะ ก่อนดึงบัญชีเล่มบนสุดไปเปิด “นี่อะไร”“บัญชีเบี้ยหวัดที่อันเฟยดูแลเพคะ”เยี่ยนจิ่งเฉินพลิกดู ทุกหน้าเรียบร้อย ยอดต้นเดือน ยอดเบิก
“อย่าแตะตัวก่อน ดูว่าเขาพบใคร”“รับพระบัญชา”อันเฟยลุกขึ้น “ถ้าไม่มีเรื่องอื่น หม่อมฉันทูลลาเพคะ”หลินเวยมองนาง “เดี๋ยว”อันเฟยหยุด “เพคะ”“เจ้าจำชื่อคนในบัญชีได้มากขนาดนี้?”“หม่อมฉันอาจไม่มีความสามารถด้านอื่นมากนัก แต่เรื่องตัวเลขกับชื่อคนจำค่อนข้างแม่นเพคะ” อันเฟยยิ้ม“เรื่องนี้มีประโยชน์”“หม่อมฉันเพียงบังเอิญพบ”หลินเวยส่ายหน้า “อย่าถ่อมตัวจนทุกอย่างกลายเป็นความบังเอิญ”อันเฟยก้มหน้า “เพคะ”หลังนางออกไป ชิงหลัวมองเอกสาร“อันเฟยช่วยเราอีกแล้วนะเพคะ”“ใช่” หลินเวยตอบ “และครั้งนี้เส้นทางน่าสนใจ”สองวันต่อมา เฉินอวี้กลับมาพร้อมผลการติดตาม ซ่งจื้อไม่ได้พบกุ้ยจงเหยา ไม่ได้พบกุ้ยเยว่หรง แต่ทุกวันที่สิบห้าของเดือน เขาจะไปยังโรงน้ำชาแห่งหนึ่งทางใต้ของเมือง และคนที่มาพบเขาเป็นอดีตเสมียนกองเสบียงชายแดนตะวันตกชายผู้นั้นเ
คนสองหน้าสามวันหลังจากคนของกุ้ยจงเหยาเข้าพบอันเฟย ข้อความฉบับแรกก็ถูกส่งออกจากวังหลัง ไม่มีจดหมาย ไม่มีตราประทับ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงตัวเลขสี่ชุดเขียนอยู่บนกระดาษสำหรับห่อเครื่องหอมซึ่งถูกส่งออกจากพระราชวังพร้อมของเก่าที่ต้องนำไปกำจัดตามปกติคนทั่วไปเห็นคงคิดว่าเป็นตัวเลขบัญชีไร้ความหมาย แต่เมื่อกระดาษแผ่นนั้นไปถึงมือจ้าวเหิง เขากลับนำออกจากกองขยะทันที ก่อนส่งต่อไปยังจวนกุ้ยผ่านช่องทางที่เตรียมไว้คืนนั้น กุ้ยจงเหยาได้รับข้อมูลชิ้นแรกจากอันเฟย เขานั่งอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง บนโต๊ะมีรายงานเรื่องการทดลองระบบเสบียงชายแดน ข้างกันคือกระดาษแผ่นเล็กจากวังจ้าวเหิงยืนอยู่ด้านหน้า “พระสนมส่งมาสี่เรื่องขอรับ”“พูด”“เรื่องแรก สำนักตรวจการยังตรวจเงินหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นตำลึงต่อ แต่ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมถึงท่านแม่ทัพโดยตรง”กุ้ยจงเหยาไม่เปลี่ยนสีหน้า “เรื่องที่สอง?”“ฮองเฮาสั่งให้ตรวจร้านค้าซึ่งปล่อยเงินกู้แก่ครอบครัวขุนนางทั้งหมด โดยเน้นความสัมพันธ์มากกว่าตัวเงิน&r
“ข้อมูลอะไร”“เรื่องของฮองเฮา”อันเฟยหัวเราะเบา ๆ “ในที่สุดก็พูดเสียที”“แม่ทัพไม่ได้ต้องการให้พระสนมทำร้ายฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ อย่างน้อยตอนนี้”คำตอบนั้นตรงจนเกือบหยาบ เสิ่นอันหรานกลับชอบมากกว่าคำโกหก“เขาอยากรู้อะไร”“ฮองเฮากำลังตรวจใคร เฉินอวี้กำลังตามเส้นทางใด ตำหนักคุนหนิงสงสัยแม่ทัพกุ้ยมากเพียงใด เรื่องเงินจากตะวันตกตรวจไปถึงไหน รวมถึงฮองเฮากำลังวางแผนอะไรต่อ”อันเฟยยิ้ม “ข้อมูลเหล่านั้นมีค่ามากกว่าสามหมื่นตำลึง”“เงินเป็นเพียงจุดเริ่มต้นพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วสิ่งที่เหลือ?”“คน” จ้าวเหิงตอบ “ความสัมพันธ์และวันหนึ่ง หากพระสนมต้องการก้าวสูงขึ้น ตระกูลกุ้ยสามารถทำให้ขุนนางบางส่วนเห็นว่าพระสนมเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น”เสิ่นอันหรานนิ่ง “ตำแหน่งใด”จ้าวเหิงไม่ตอบตรง ๆ “ตำแหน่งที่สูงกว่าอันเฟย”คำตอบนี้ฉลาดเพราะยังไม่ผูกมัดว่าคืออะไรอันเฟยลุกขึ้น
คนของกุ้ยจงเหยาหลังได้รับหน้าที่ดูแลเบี้ยหวัดของสนมตำแหน่งต่ำ อันเฟยใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็จัดการงานทั้งหมดจนเข้าที่ นางไม่ได้เปลี่ยนคนของคลัง ไม่ได้แต่งตั้งคนสนิทของตนเข้าไปแทน ไม่ได้ขอเพิ่มอำนาจ ทุกการเบิกจ่ายยังคงใช้ระบบเดิมของหลินเวย ต้องมีกุญแจสองดอกเปิดคลังพร้อมกัน ต้องมีลายมือชื่อของผู้เบิก ผู้จ่าย และผู้ตรวจ รวมถึงมีสำเนาบัญชีส่งไปยังตำหนักคุนหนิงทุกสิ้นเดือนอันเฟยทำตามกฎทุกข้อ ยิ่งกว่านั้น นางยังตรวจพบความผิดพลาดเล็ก ๆ หลายจุดก่อนที่สำนักบัญชีจะพบเสียอีก เบี้ยหวัดของเป่าหลินคนหนึ่งถูกลงจำนวนผ้าฝ้ายผิดไปสองพับ ถ่านของตำหนักชิงเหอถูกบันทึกซ้ำ เงินค่าซ่อมหลังคาตำหนักเล็กแห่งหนึ่งถูกส่งช้ากว่ากำหนดสามวัน เรื่องเหล่านี้ไม่มีเรื่องใดใหญ่พอจะเป็นคดี แต่เมื่ออันเฟยแก้ไขทั้งหมดอย่างรวดเร็ว คนในวังหลังก็ยิ่งเชื่อว่านางเหมาะสมกับหน้าที่ใหม่รายงานทุกฉบับที่ส่งถึงตำหนักคุนหนิงสะอาดเรียบร้อย ไม่มีเงินหายแม้แต่ตำลึงเดียว หลินเวยอ่านบัญชีแล้วพยักหน้า“นางทำได้ดีกว่าที่คิด”ชิงหลัวหัวเราะ “หม่อมฉันเริ่มคิดแล้วเพคะว่าต่







