LOGINสุดท้ายแล้วเธอทำอย่างไรได้ เธอไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากพาเขากลับบ้าน ตามเส้นทางที่หลวงพ่อชี้ให้ในตอนแรก เท้าที่ก้าวไปไร้จุดหมาย ซ้ำยังเดินลำบากนักเพราะต้องแบกร่างที่โตเท่าควายป่า ยิ่งกลิ่นอโรม่าหมักพันปียิ่งทำเธอปวดหัวจนแทบอาเจียน
“นี่หมักหมมมากี่ชาติเนี่ย เหม็นมากแม่เอ๊ย”
ตัวโตเป็นควายเลย สภาพเหมือนหลุดมาจากบ่อขยะสักที่ ความสกปรกบนตัวเขาบดบังหน้าตาที่แท้จริงสุด ๆ เธอมองไม่ออกเลยว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร มีทั้งดินทั้งโคนหมักกันเป็นก้อนเชียว มีผัวทั้งทีขอแบบดี ๆ กว่านี้ได้ไหม…
“ยะ อย่าไป อย่าไป” เขาก็เอาแต่พึมพำน้ำตาคลอ สภาพคือหดหู่และน่าสงสารจนเธอต้องเบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองต่อ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องทำใจหันกลับมาคุยกับเขาอยู่ดี
“นายรู้ไหมว่าสเปคหนุ่มที่ฉันชอบน่ะอันดับแรกไม่ใช่นายแล้วหนึ่ง ฉันชอบคนสะอาด แต่นายนี่ห่างไกลมาก”
ห่างไกลแบบสุด ๆ สเปคเธอต้องขาวตี๋เหมือนคนอาบน้ำวันละสิบรอบ แต่นี่อะไร? สภาพคือดื้อสบู่มาก!
“อย่าไป~” เขาเอาแต่พูดพร่ำคำเดิมจนน่ารำคาญ
“เออ รู้แล้วน่า พูดแต่คำเดิมนายเป็นบ้าหรือไง?”
เออ ก็เขาเป็นบ้าจริง ๆ นี่นา… ก็เขาเป็นคนสติไม่ดี เลยมีสภาพเช่นนี้ เอาไงล่ะทีนี้ เธอก็ไม่รู้เรื่องราวจู่ ๆ ก็มาโผล่ที่นี่ จะเอาชีวิตรอดต่อไปยังไง ลำพังตัวคนเดียวก็ว่าหนักหนาแล้ว นี่ยังต้องมาดูแลผัวที่สติไม่สมประกอบแบบนี้อีก
“เฮ้อ~~” เสียงถอนหายใจอย่างคนเหนื่อยหน่าย เธอเดินอย่างยากลำบากพลางคิดไปต่าง ๆ นา ๆ
เมื่อมาถึงคลองที่ไกลจากหมู่บ้าน ตามทางที่พระบอกกันว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านของคนทั้งคู่ เธอมองเห็นจากไกล ๆ แล้ว แต่พอเห็นคลองข้างทางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ปล่อยก่อนได้ไหมฉันเดินลำบากนะ” เธอผลักเขาออกห่างเล็กน้อย ทว่าไอ้บ้านี่กลับไม่ยอมโดยง่าย
“…” เขาส่ายหน้าไปมา ดวงตาคู่นั้นเคล้าไปด้วยหยดน้ำสีใสดูอ้อนวอนน่าสงสาร แต่ไม่ใช่สำหรับเธอแน่นอน
“โอ้ย!! ใจร่ม ๆ ไว้” หญิงสาวกัดฟันแน่น ข่มกลั้นอารมณ์ขั้นสุด เธอไม่เคยต้องมาอดทนอะไรขนาดนี้มาก่อน เธอน่ะขึ้นชื่อว่าใจร้อนยิ่งกว่าน้ำเดือดอีกจะบอกให้ แล้วทำไมเธอต้องมาทนกับอะไรแบบนี้ด้วย!
“นายยืนนิ่ง ๆ นะ” เธอพยายามใจเย็น และลองเอามือลูบแขนเขาเบา ๆ ได้ผล… เขาทำตามที่เธอบอก ค่อย ๆ ขยับออกห่างเธอทีละหน่อย พอให้มีช่องว่างให้เล็กน้อย
“อะ แบบนี้แหละดีเลย เชื่อฟังฉันหน่อยสิ การที่นายจะมากอดฉันตลอดเวลาแบบนี้มันลำบากมากรู้ไหม?” มือเรียวยกขึ้นลูบผมที่แข็งเหมือนไม้กวาดทางมะพร้าวนั่นอย่างเบามือ ท่าทีที่อ่อนโยนนี้ทำเอาอีกคนเคลิบเคลิ้มตาม
เธอไม่รู้ว่าเขาเข้าใจไหม แต่ช่างหัวเขาสิ ถีบซะ!!
บาทาที่ยันโครมเข้าเต็ม ๆ แบบไม่ยั้ง ตู้ม!!! เกิดเป็นเสียงดังพร้อมกับน้ำที่สาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง นั่นเพราะว่าไม่ใช่แค่หนึ่งคนที่ตกลงไปในน้ำน่ะสิ!
“อย่าไป! อึก! อย่า!!”
“จะไปยังไงฟ่ะ! แกลากฉันลงน้ำด้วยไอ้บ้าเอ๊ย!!”
เธอโมโหจนเลือดขึ้นหน้า! ตะกายตัวขึ้นจากน้ำที่ลึกเพียงอกเพื่อยืนให้มั่นคง ก่อนจะระบายโทสะที่สุมอกลงใส่เขาเต็มเหนี่ยว!
“ฉันจะซักนายให้เป็นผ้าเลย!!”
เธอจับเขาขยี้ถู ๆ ไปมา ทำซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งหลายหน เธอทำแบบนี้เพราะทนเหม็นไม่ไหวจริง ๆ เหม็นจนปวดหัว ตั้งใจว่าแค่จะถีบเขาลงให้น้ำล้างสักหน่อย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอก็ต้องโดนลากลงมาด้วย ไหน ๆ แล้วก็อาบให้เลยเป็นไง
คนตัวโตมีท่าทีสั่นกลัว เธอจึงยอมเบามือลง เมื่อเขารับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่านี่ไม่ใช่การต้องการฆาตกรรมเขาก็เลิกดิ้นรน และเกาะไหล่สองข้างสาวเจ้าไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอนั้นจะหลุดหายไปอีกหน
พอถูบนเสร็จมันก็ต้องถูล่าง แต่พอเลื่อนต่ำลงไปหน่อยมือก็ไม่ทันระวังให้ดี ไปสัมผัสเข้ากับบางสิ่งบางอย่างเข้า… “อะ อะไรอะ?”
ตอนแรกนึกว่าเป็นปลาหรือไม่ก็ขา แต่พอสัมผัสดี ๆ ก็รู้ว่านี่มันเป็นเอ็นไม่มีกระดูก! นี่เป็นของจริงแน่นะ? ขนาดยังไม่แข็งตัวยังใหญ่ขนาดนี้นะเนี่ย เอิ่ม… จะผื่นขึ้นไหมนะ? โดนจู๋ผู้ชายเข้า เชอรี่กลัว~
“อะ อาบน้ำ! ถ้านายไม่อาบอย่ามาใกล้ฉันอีก” เธอแกล้งพูดไปงั้นเพื่อกลบเกลื่อน
“…” เขาไม่โต้ตอบหนำซ้ำยังไม่ขัดขืน หากเป็นคนสติดีหน่อยก็คงโวยวายที่โดนล่วงเกินแบบนั้น แต่เธอไม่ได้ตั้งใจนี่นา มันเป็นอุบัติเหตุที่เลี่ยงไม่ได้สักหน่อย
สุดท้ายเธอก็ต้องเป็นฝ่ายขัดถูให้เขาจนสะอาดสะอ้าน เมื่อคราบโคลนและดินหลุดไปจากผิวเนื้อของชายหนุ่ม สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏแก่สายตาเธออีกครั้ง
พออาบน้ำเสร็จเขาหล่อมากจริง ๆ จริงอย่างที่เขาบอกอะนะ ผู้ชายตอนอาบน้ำเสร็จเหมือนอีกคนหนึ่งเลย หล่อสะอาดมาก
เขาทำเธออึ้งไปชั่วครู่ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากชื่นชมเขาอยู่สักพักใหญ่ เอาจริง ๆ อย่างน้อย ๆ มีผัวทั้งทีก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรขนาดนั้นหรอก เสียอย่างเดียวคือเป็นบ้าเนี่ยแหละ เสียดายของมาก ของดีขนาดนี้มาอยู่กับคนบ้าซะงั้น
“ขึ้นมาได้แล้ว เสร็จแล้ว” เธอเอ่ยเสียงเรียบ พาเขาขึ้นจากน้ำและเดินลากเขาไปยังบ้านหลังที่อยู่ท้ายสุด พอมาถึงใต้ถุนบ้านก็เห็นเสื้อผ้าห้อยอยู่พอดี จึงไม่รอช้าที่จะไปหยิบมา
“ฉันจะเปลี่ยนชุด นายไปนั่งอยู่ไกล ๆ หน่อย” จะให้เธอแก้ผ้าต่อหน้าเขาหรือไง เธอไม่ได้รู้จักกับเขาซะหน่อย นี่กะจะดูเธอไม่ให้คลาดสายตาหรือไง ถ้าเขาเป็นขนาดนั้นล่ะก็…
“…” ทว่าเขากลับเอาแต่ส่ายหน้าไปมา
อือ เป็นขนาดนั้นจริง ๆ นั่นแหละ เธอไม่มีคำจะบรรยายความหน้ามึนของเขาแล้ว
“นายกลัวอะไรฮะ คนจะเปลี่ยนเสื้อผ้านะ นายเองก็ต้องเปลี่ยน หรือว่านายกลัวฉันหนี”
“อือ อือ” ครั้งนี้เขาพยักหน้า ก็ไม่ได้บ้าจนพูดจาไม่รู้เรื่องนี่เนอะ
ไม่มีทางเลือกให้เธอแล้ว… ตอนนี้เครียดจนปวดหัวหนัก หากยกเท้าขึ้นมาวางบนหน้าผากได้เธอทำไปแล้ว เชื่อได้เลย…
“งั้นช่วยหลับตาก็ได้อะ ถ้ากลัวหนีก็… อะ ๆ จับไว้”
เห็นเขาเหมือนจะร้องไห้ก็สงสารนี่นา ให้เขาจับไว้เพื่อความสบายใจก็แล้วกัน
เมื่อหลับตาเข้าสู่ความเงียบและความมืด จู่ ๆ ร่างของหญิงสาวใบหน้างดงามก็ปรากฏขึ้น เธอผู้นั้นกำลังถือบางสิ่งบางอย่างไว้แน่น มือยังสั่น ๆ คล้ายกับกำลังหวาดหวั่นกับบางสิ่ง ทว่าแววตากลับดุดันยิ่งนัก ช่างไม่เหมือนคนกำลังกลัว…“มึงจะกล้าเอายานี่ให้ไอ้เมฆผัวมึงกินจริงหรือ?”“กล้าจ้ะ ฉันกล้า ฉันเชื่อพ่อหมอกาแก้วจ้ะ” นะนั่นมันเธอเหรอ! แล้วผีตนนั้นนี่ ก็ว่าทำไมถึงดูคุ้นชินกันนัก ที่แท้ก็เคยสมคบคิดกันนี่เอง!“ฉันขอแค่ให้เขารักฉัน หลงฉัน ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรฉันก็ทำได้ทั้งนั้น”นี่ความรักมันบังตาเธอจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเลยเหรอ! ถึงเธอไม่ทำแบบนี้เขาก็รักเธออยู่แล้ว แต่เธอกลับ…บ้าบอจริง ๆ!!เธอวิ่งตามร่างนั้นไปในความฝัน ไปดูทุกอย่างที่เจ้าของร่างนั้นทำไว้ ไม่แปลกใจเลยที่ไม้เคยบอกว่าเขาเคยเกลียดเคยหมางเมินกับชบาในร่างเดิม นั่นเพราะนิสัยหวังได้เช่นนี้เอง เธอเห็นทุกอย่าง เห็นทั้งความผิดของเธอและเขา เห็นและรับรู้ทุกอย่างภายในห้วงฝันนั้นความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาทำเอาเธอหายใจลำบาก ลำคอตีบตันสะอื้นไห้ราวกับจะขา
“อย่ามาหลอกคนแก่ให้ดีใจเก้อเชียว”เขาแกล้งพูดหยอกล้อสาวเจ้า เขาเชื่อแววตาของเธอ เชื่อว่าเธอจะไม่ทิ้งเขาไปไหนแน่นอน มือที่สั่นเทาด้วยความดีใจระคนตื่นเต้นยกขึ้นประคองใบหน้าสวยหวานชวนมอง แม้จะมอมแมมเหมือนเจ้าเด็กน้อย ทว่ากลับไม่ได้ทำให้ความงามของคนตรงหน้าลดน้อยลงได้เลยสักนิด“ใครจะหลอกลงเล่า ฉันพูดจริงนะ” เธอไม่คิดจะหลอกเขาอยู่แล้ว หากไม่ใช่เขาแล้ว ก็ย่อมไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้แน่นอน“งั้นมึงช่วยบอกให้กูมั่นใจหน่อยสิว่า…”“ฉันรักพ่อหมอเมฆ รักพ่อหมอเมฆที่สุด^^”คำบอกรักนั่นล้วนมาจากใจจริง ความสุขพุ่งพล่านจากก้นบึ้งของหัวใจ มากล้นจนไม่สามารถกักเก็บจนแสดงผ่านสีหน้า แววตาส่งผ่านความรู้สึกแสนฟูฟ่อง เมื่อความรักก่อเกิดความรู้สึกกลมกล่อมก็หมุนวนในลมหายใจของคนทั้งสอง“ดี ดี” เขาเขินจนใบหน้าแดงแจ๋ลามไปจนถึงใบหู ยิ้มกว้างจนแก้มแทบแตก แทบระงับความดีใจนี้ไม่อยู่ คล้ายกับว่าตัวนั้นกำลังลอยขึ้นอย่างไรอย่างนั้น“ทีนี้มั่นใจได้หรือยังจ๊ะ” หญิงสาวแกล้งเอียงคอถามชายหนุ่มตรงหน้า
“ฮือ ฮือ” เธอก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นนานสองนาน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าร้องไปกี่ชั่วโมงแล้ว ในใจปวดหนึบจนทนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ราวกับจะขาดใจตายเป็นหนที่สอง จนกระทั่งมีเสียง ๆ หนึ่งดังเข้ามาในหู เรียกให้เธออยากเงยหน้าขึ้นมามอง“เอ๋~ นั่นใครมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้กัน?”“ฮึก~ ปะ เป็นผีเหมือนกันเหรอ?” เธอเงยหน้าถามด้วยความสงสัย คนที่เห็นผีด้วยกันได้อย่างมากก็ต้องเป็นเพื่อนผีด้วยกันแหละน่า ถ้าอย่างนั้นก็นับว่าโชคดีหน่อยที่พอจะมีคนให้ระบายความขุ่นเคืองในใจตอนนี้“กรี๊ดดดดด นี่มันผีอีชบานี่!” สาวเจ้าผู้นั้นเพียงแค่เห็นว่าคนที่เงยหน้าขึ้นมานั้นเป็นใครถึงกับกรีดร้องลั่น วิ่งกระเจิดกระเจิงราวกับคนโดนผีหลอกแน่ะ แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นเรียกเธอว่าชบานี่!“หา!!!” เสียงร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อเธอสำรวจร่างกายของตนก็พบว่าเธออยู่ในชุดผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าสีฟ้า! สำรวจรอบกายมีหนองน้ำ ไม่รอช้าเธอรีบวิ่งไปชะโงกดูเงาของตนในน้ำทันทีด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด“ทะ ทำไมกลับมาอยู่ในร่าง
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้ารูปไข่ นี่คือรอยยิ้มที่เขาปรารถนาจะได้เห็นอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ เขาควรดีใจที่ได้มอบชีวิตที่เธอต้องการสิ คนที่เขารักที่สุดไม่เหมาะสมกับความเศร้าโศกเลยสักนิด เธอต้องมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุดในโลกต่างหาก“อีกสองวันกูจะช่วยทำพิธีให้”รอยยิ้มที่มาจากความจริงใจ ในเมื่อความรักของคนทั้งสองไม่มีทางเดินร่วมกันได้ อย่างน้อย ๆ แล้วก็ถือว่าได้มีเรื่องดี ๆ มากมายให้จดจำ เธอจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในใจเขา แม้ถึงเวลาต้องจากก็ไม่เสียดายวันเวลาที่ผ่านมาเลยสักนิด“ขอบคุณนะ นายเก่งมาก ๆ เลย ฉันสัญญานะว่าจะไม่ลืมบุญคุณนายเด็ดขาด”เธอเอ่ยคำขอบคุณชายตรงหน้า เธอจะจดจำเขาให้ดี เขามีบุญคุณที่ช่วยเธอไว้ก็หลายหน มีความทรงจำมากมาย มอบความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปก็ย่อมต้องไปขอโทษนะ แต่เราคงมีวาสนากันเท่านี้จริง ๆ“ไม่เป็นไร กูเต็มใจ หากมึงไม่รู้สึกว่าอยากจดจำ ก็อย่าได้ฝืนเลย”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย เขาพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้สุด
“บุญกุศลนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศให้แด่มะขามลูกรัก และเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า”หยาดน้ำที่อุทิศให้แก่บุคคลที่กล่าวถึง…“ดีขึ้นบ้างหรือไม่?”“ก็พอได้”ตอนนี้สภาพจิตใจของเธอก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ วันนี้เธอก็ได้มาทำบุญให้มะขามกับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายแล้ว ก็พลอยให้รู้สึกโล่งใจมาสักหน่อย หลังจากเรื่องราวทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้ว ชีวิตก็เริ่มกลับเข้าสู่โหมดเดิมอีกครั้ง แต่ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นกลับเป็นความรู้สึกของตัวเธอเองในระหว่างทางกลับทั้งคู่ก็คุยกันไปตลอดทาง… “เรื่องของผีตัวนั้น กับนายเกี่ยวข้องกันงั้นเหรอ?”“ก็… ก็คงต้องเกี่ยวกัน” เขายอมรับตรง ๆ แท้จริงแล้วก้มีส่วนเกี่ยวกันอยู่มากเลยทีเดียว ในเมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปิดบัง“อืม” เธอพยักหน้า“มึงอยากฟังหรือไม่”“ถ้าอยากเล่าก็เล่ามาเถอะ”“มันเป็นหมอผีเช่นเดียวกับกู เพียงแต่มันเอาวิชาที่ร่ำเรียนมาไปหากินในทางมิควร แรกเริ่มชาว
ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุดกลับมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น!“มึง!”เป็นเขา…เป็นเสียงร้องคำรามดุจเจ้าป่า เมื่อผีร้ายนั้นเหยียบเข้าบ้าน ธรณีบ้านนั้นก็เปลี่ยนเป็นตาข่ายมนต์ทันที เขาตะกายตัวลุกขึ้น มือถือเทียนเดินพรวดพราดลงมาจากบ้านทันที ก่อนจะเปิดกระบอกไม้แกะสลักออกมา“นะ นี่คือสิ่งใดกัน!!” วิญญาณร้ายเมื่อเห็นร่างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อหมอเมฆเดินเข้ามาใกล้ก็เตรียมขยับหนี ทว่ากลับทำไม่ได้เสียแล้ว! มันสายเกินไปแล้ว“มึงคิดหรือว่ามึงจะเอาชนะกูได้” พ่อหมอเมฆยืนจังก้าเผชิญหน้ากับผีตนนั้นได้อย่างมั่นคง“มึง!”“กูเอาชีวิตมึงตอนเป็นคนต่ำช้าเช่นนั้นได้ ตอนมึงเป็นผีกูก็ลากมึงลงนรกได้เหมือนกัน”“ปล่อยกู!!”สิ้นประโยคที่พ่อหมอเมฆประกาศกร้าว วิญญาณร้ายนั้นถูกไฟจากเทียนแผดเผาจนอยู่ในสภาพน่าเกลียดน่ากลัว ช่างดูทุเรศตาจนไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป ก้อนดวงวิญญาณที่ดับสลายถูกดูดดึงเข้าไปในกระบอกไม้แกะสลัก เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยร่างของพ่อหมอเมฆก็ฟุบลงไปกองกับพื้นในทันที
เมื่อหมดหนทางว่าจะเอาอย่างไรต่อดีกับชีวิต ก็คงได้แต่ทำใจอยู่ไปซะก่อน พอตะวันตกดินก็ถึงเวลาเข้านอน หญิงสาวนอนมือก่ายหน้าผากพลันครุ่นคิดไปต่าง ๆ นา ๆ“ฉันต้องอยู่ที่นี่จริง ๆ เหรอเนี่ย”พูดแล้วน้ำตาจะไหล ที่นอนคือแข็งมาก ปวดหลังจัด ๆเธอไม่ได้ใช้ชีวิตที่เรียกว่าลำบากแบบนี้มานานมากแล้ว ที่บ้านก็ไม่มีอ
“นายได้ยินไหม? ฉันหิวจนจะตายอยู่แล้ว”เธอเพียงแค่บ่นไปเท่านั้น แต่กลับไม่รู้เลยว่าคำว่า ‘ตาย’ นั้นทำให้อีกคนหวาดกลัวมากแค่ไหน เสียงร้องไห้งอแงยกใหญ่ดังขึ้น ก่อนจะรีบอุ้มหญิงสาวไปไว้ใต้ต้นมะม่วง เธอที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถึงกับหน้าเหวอ! ใบหน้าสาวเจ้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาวสลับกันเพราะอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดเธอ
เขาเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อฟัง เขายอมหลับตาก็จริงอยู่ แต่มือกลับจับกลับเอวไว้มั่น คงกลัวเธอหนีไปอีก หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ช่างเถอะ ๆ ดูท่าแล้วเขาก็คงกลัวจริงนั่นแหละ“เฮ้อ~~~ จะกลัวฉันหนีอะไรขนาดนั้น เป็นเจ้ากรรมนายเวรหรือไง”เจ้ากรรมนายเวรจริง ๆ ก็อาจจะไม่ตามเท่าเขาก็ได้ รุ่นนี้ตามไม่พอ ติดหนึบยิ่งก
“พี่ให้พันดื่มเลยจ้ะสุดหล่อ”เสียงที่ฟังดูตื่นตาตื่นใจกับหนุ่มหล่อมากมายที่อยู่ตรงหน้า ทั้งมวลกล้ามสวยงามที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาน้ำลายสาววัยนี้ไหลเป็นทาง ตาเป็นประกายวาบไหวตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านี้“โห~ พี่นี่น่ารักที่สุดเลยครับ ผมจะบริการพี่ให้ดีที่สุดเลย”เด้งอีก เด้งอีก เอาให้เจ๊ชักลงตรงนี้เลยจ้ะพ่อ







