LOGIN“ไอ้เซริว มึงใจเย็น ๆ ก่อน ปล่อยคุณหมอก่อนสิวะ”
เขาดึงเสื้อของคุณหมอห้องฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อถามอาการอย่างใจร้อน แม้แต่เพื่อนสนิททั้งสองคนของเกรซ ก็เห็นว่าเซริวใจร้อนจนน่าตกใจ
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้ว โชคดีที่ถูกชนไม่แรงมาก อาการบาดเจ็บมีแค่ศีรษะแตกและมีแผลที่หัวเข่ากับข้อศอก ตอนนี้ทำแผลให้เสร็จแล้ว กำลังจะส่งไปที่ห้องพักฟื้น รบกวนญาติผู้ป่วยไปทำประวัติคนไข้กับเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ”
“ได้ครับ ผมจัดการเอง”
“งั้นคุณวาสนา ผมฝากด้วยนะ”
“ค่ะคุณหมอ ญาติผู้ป่วยเชิญทางนี้เลยค่ะ”
“ครับ”
เซริวเดินตามเจ้าหน้าที่ไป เพื่อทำประวัติส่งตัวผู้ป่วยเข้าห้องพัก เขาถือกระเป๋าของเกรชไปด้วย ซึ่งในนั้นมีบัตรประชาชนและมือถือของเธออยู่ข้างใน เมื่อเสร็จแล้ว ทั้งหมดก็ตามไปที่ห้องพักของเกรซ ซึ่งคุณหมอแจ้งแล้วว่า เกรซคงจะฟื้นพรุ่งนี้ช่วงบ่าย ๆ เพราะตอนทำแผล หมอฉีดยาสลบให้เธอไป
“พวกนายกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“แต่ว่ามึงก็น่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเซริว นี่ก็จะเช้าแล้ว ถ้าเกรซตื่นมาเห็นมึงในสภาพนี้ กูว่าจะช็อกไปอีกรอบ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อเต้เป็นคนบอกให้เซริวกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วค่อยกลับมาใหม่ ทุกคนต่างก็อดนอน และตอนนี้ก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว แอลพิงโซฟาหลับไปงีบหนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะตกลงว่าจะกลับบ้านก่อน
“แต่ว่าไม่มีใครอยู่กับเกรซเลย กูเป็นห่วง”
“แต่มึงอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ที่นี่มีพยาบาลพิเศษดูแลอยู่ กูจัดการให้แล้ว มึงก็รีบกลับไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วรีบกลับมาก็ได้ มึงก็ยังไม่ได้นอนเลยนะ”
“นั่นสิคะพี่เซริว ตอนนี้เกรซก็ปลอดภัยแล้ว พี่กลับไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ตัวพี่เปื้อนเลือดขนาดนี้ ถ้าเกรซมันตื่นมาเห็น คงจะเจ็บปวดใจน่าดู”
ฝ้ายพูดออกมา เพื่อนของเซริวเห็นด้วย เขาจึงยอมกลับไปที่บ้าน ตามที่เพื่อนของเธอแนะนำ
“งั้นก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวกูไปส่งมึงเอง ส่วนน้อง ๆ กลับพร้อมกันเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะรุ่นพี่ เดี๋ยวพวกฉันกลับกันเองดีกว่า ไปกันเถอะฝ้าย”
“อ่อ ได้สิ เอ่อ… ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะ”
ฝ้ายรีบเดินตามแอลออกไป เธอไม่ค่อยพอใจเซริวและเพื่อน ๆ ของเขาเท่าไหร่ จึงไม่อยากกลับไปพร้อมกับพวกเขา
“ดูเหมือนว่าพวกเธอ จะไม่ชอบขี้หน้าพวกเราเลยนะว่ามั้ย”
“เป็นมึงจะชอบมั้ยล่ะ”
“อะไรวะ กูก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยนี่หว่าไอ้เต้”
“ช่างเถอะรีบพาไอ้เซริวกลับไปบ้านก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน กูเริ่มง่วงแล้วเนี่ย”
“เออ ๆ ไปเว้ยไอ้เซริว มึงอย่าทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแบบนั้น คนเจ็บไม่ใช่มึงนะเว้ยเพื่อน”
“แต่ทำไมกูเจ็บมากกว่าที่ควรจะรู้สึกซะอีกวะ นี่กูทำอะไรลงไปกันแน่”
เพื่อนสนิททั้งสองคนหันมามองหน้ากัน และตบไหล่ปลอบใจเซริวเบา ๆ
“ตอนนี้มึงรีบกลับไปจัดการตัวเองก่อนเถอะ แล้วรีบกลับมาง้อเธอดี ๆ กูว่าที่ผ่านมา พวกมึงก็รักกันดีไม่ใช่เหรอ มีเรื่องอะไรที่คุยกันไม่ได้ล่ะ”
“อืม กูรู้แล้ว”
ทั้งสามคนเดินออกมาจากห้องพัก เพื่อจะพาเซริวกลับไปอาบน้ำ
เก้าโมง
คู่กรณีที่เป็นฝ่ายขับรถชนเธอเข้ามาเยี่ยม หลังจากที่สอบถามที่แผนกประชาสัมพันธ์ พอดีกับที่เกรซเริ่มรู้สึกตัว และเริ่มดื่มน้ำจากพยาบาลที่มาดูแล เมื่อ “ธรรณ์” หนุ่มนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจปีสี่ เขาเป็นอีกคนที่หล่อเหลาไม่น้อย หนุ่มตี๋ตัวสูง แต่งตัวสะอาด น้ำเสียงสุภาพ แม้ว่าจะหล่อน้อยกว่าเซริว ที่เป็นลูกเสี้ยวไทย-ญี่ปุ่น แต่พอมองแบบนี้ ก็เริ่มรู้สึกคุ้นหน้าของเขา
“คุณฟื้นแล้ว ดีจังเลยนะครับ”
“คุณคือ…”
“สวัสดีครับ ผมชื่อธรรณ์ เรียนคณะบริหาร เอกการเงินระหว่างประเทศปีสี่ รุ่นพี่ของคุณ"
เกรซที่พึ่งงัวเงียตื่น หันมามองรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อ แต่เธอเห็เนคนหล่อมมามากแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับเขา
“อ้อ… ที่แท้ก็เป็นรุ่นพี่นี่เอง ว่าแต่รุ่นพี่มาทำไมเหรอคะ เข้าห้องผิดหรือเปล่า”
เธอถามเพราะยังเรียงละดับเหตุการณ์ไม่ถูก ธรรณ์ยิ้มก่อนจะตอบกลับไป ด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีระคนเอ็นดูรุ่นน้องสาว
"ขอโทษทีนะ ที่จริงแล้วพี่เป็นคนที่ขับรถชนน้องเมื่อคืนนี้ จะมาตั้งแต่เมื่อคืน แต่เคลียร์กับประกันนาน ก็เลยมาตอนนี้ เป็นยังไงบ้าง พี่ถามคุณหมอเจ้าของไข้มาแล้ว บอกว่าน้องแค่ได้รับบาดเจ็บภายนอก แต่พี่ยังไม่ค่อยวางใจ จึงขอให้คุณหมอช่วยทำซีทีสแกนให้อีกครั้ง ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะรับผิดชอบเต็มที่ อยากให้ทำอะไร หรืออยากตรวจยังไงบอกมาได้เลยนะครับ”
"อะไรนะคะ รุ่นพี่เป็นคน... ขับรถชนฉันเหรอคะ"
"ครับ ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะรับผิดชอบเต็มที่ มีอะไรก็บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ
เกรซฟังเขาพูดจนจบ และเริ่มจำเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ได้ แต่เธอจำได้ว่า หมือที่อบอุ่นที่มาประคองเธอเอาไว้ ก่าอนที่สติจะดับวูบไป มันคือเสียงของเซริว หรือเธออาจจะหวังมากเกินไปก็ได้ เพราะเท่าที่มองดูรอบ ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีคนอื่น นอกจากคนที่อ้างว่าเป็นคนที่ขับรถชนเธอ เมื่อเขาแสดงความรับผิดชอบเต็มที่ เกรซก็หันไปมองรอบ ๆ ห้อง เธอไม่แปลกใจเลยที่ตื่นมาแล้วจะไม่พบใคร
‘ยังจะคาดหวังอะไรอีกล่ะ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันจะได้ตัดใจได้ง่ายขึ้น’
เกรซหันไปมองรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อ ถ้าเธอจำไม่ผิด เขาน่าจะเคยเป็นเดือนคณะบริหารมาก่อน แต่เพราะคณะที่เขาเรียนอยู่ไกลกับเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้สนใจเขาเลย แต่ว่าในตอนนี้ เธอมองไม่เห็นใครนอกจากเขา จึงตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือคนแปลกหน้าเป็นครั้งแรก
“รุ่นพี่คะ ถ้าอยากรับผิดชอบฉันจริง ๆ ช่วยอะไรฉันอีกสักอย่างได้มั้ยคะ"
ตอนที่ 114 ไม่! ฉันไม่ยอม!มินเริ่มพูดจารุนแรง และเหมือนคนเสียสติไปทุกที เกรซได้แต่ส่ายศีรษะ และเดินเข้ามา มองดูเธอด้วยสายตาที่รู้สึกสมเพชเล็กน้อย“มันไม่เกี่ยวเลยว่าฉันจะทำอะไร หรือใครจะชอบใคร ทุกคนก็แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำร้ายคนอื่นได้ มันเกี่ยวกับตัวเธอเอง ที่สร้างปมขึ้นมา แล้วโทษคนอื่นว่าจะทำร้ายเธอ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็ไม่ได้มีใครคิดที่จะดูถูกเธอขนาดนั้น แต่เป็นเธอที่ดูถูกตัวเอง แล้วมาโทษคนอื่นว่าทำร้ายเธอ"“หุบปากนะ อย่าพูด! ห้ามพูด!”เบลนั่งกอดอกและมองหน้ามิน และใช้สายตาเหยียดหยามมองดูเธอ ซึ่งเป็นสายตาที่มินเกลียดที่สุด แค่ใช้สายตา ก็ทำให้มินที่นั่งนิ่ง เริ่มคลั่งออกมาทันที“มึงมองกูแบบนั้นทำไม มึงดูถูกกูเหรออีเวร! กูจะฆ่ามึง กูจะฆ่ามึง!!”“หยุดนะ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนอย่าขยับ!”สารวัตรคณิน พร้อมกับตำรวจอีกสามคน บุกเข้ามาในห้อง และล็อกตัวมินกับพี่ชายของเธอเอาไว้ เมฆถูกใส่กุญแจมือทันที แต่เขาไม่ได้ขัดขืน และยอมให้ตำรวจควบคุมตัว ส่วนมินที่ยังอาละวาดอยู่ ถูกตำรวจหญิงอีกคนเข้ารวบตัวและกดไว้ที่พื้น“อยู่เฉย ๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะใส่กุญแจมือ เพื่อให้คุณอยู่
ตอนที่ 113 อีนี่ก็โง่พอกันเกรซหันมามองเขาด้วยสีหน้าโกรธ ตาเขียวและพยายามสลัดมือออก แต่เซริวดึงเธอเข้ามาจนชิด เมื่อหันไปก็เห็นว่าเบลแอบนั่งขำอยู่ เขาจึงหันไปต่อว่า“ขำอะไรวะเบล เงียบไปเลย”“เงียบก็ได้ เอาไว้ไปคิดบัญชีทีเดียว”“ไอ้เบล!”“พอแล้ว ๆ จะฟังเขาทะเลาะกันต่อ”เกรซได้แต่สงสัย เมื่อเห็นว่าเซริวกับเบล ดูเหมือนว่าจะสนิทสนมกันมากกว่าที่เธอคิด แต่ว่า… กลับไม่ใช่ความสนิทอย่างชายหญิงที่ควรจะเป็น เมื่อหันไปมองที่กลุ่มคนตรงหน้า มินก็เริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง“ทำไมล่ะ ทีแบบนี้ทำไมไม่กล้าพูด เพราะพี่ขี้ขลาดแบบนี้ไง อีวีด้ามันถึงไม่รู้สักที ว่าพี่รู้สึกยังไงกับมัน”“พอได้แล้วมิน พี่ไม่เหมาะกับวีด้าหรอก อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย”“เหอะ! ก็จริงนั่นแหละ เพราะอีวีด้านี่ก็โง่พอกัน”“อะไรนะ ฉัน!”วีด้าปากสั่น เมื่อมินเริ่มหันมาคุยกับเธอ“เออ กูว่ามึงนั่นแหละวีด้า มึงเองก็หลงผู้ชายคนนี้หัวปักหัวปำ ไม่รู้ว่ามันมีดีอะไรนักหนา”“ฉัน….”“อ้อ! ลืมไปมึงไม่ได้รักเขา มึงรักเงินของเขาต่างหาก ไอ้ธรรณ์มันรวยนี่นา มึงก็แค่อยากเกาะคนรวย เพื่อจะให้ตัวเองสบาย พออีเกรซโผล่มา มึงก็เลยจ้องจะจัดการมัน”“แต่ฉันบอกไปแล้
ตอนที่ 112 ความจริงที่ซ่อนอยู่บีน่าหันมาถามมิน เธอรู้สึกโกรธจนตัวสั่น เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้น เหมือนกับถูกวางแผนมาก่อน โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าถูกหลอกใช้ เป็นเครื่องมือเข้าหาเซริว“ฮ่า ๆ ๆ บีน่า… มึงคิดจริง ๆ เหรอว่า สันดานของมึง จะอยากมีคนคบน่ะ”“อีมิน!”“ทำไม! กูพูดผิดตรงไหน นิสัยอย่างมึง ทั้งขี้โวยวาย อารมณ์ร้อน โลภมาก เห็นแก่ตัวแล้วยังหลงตัวเองอีก ก็สมน้ำหน้าแล้วที่มึงโดนหลอก ทั้งตอนที่กูยุให้มึงนอกใจเซริว จนนอกใจเซริวแล้วไปกับไอ้บ้านั่นจริง ๆ แต่มึงก็พลาดเองนะที่ไม่ป้องกัน ทำให้ท้องขึ้นมา พอมึงรู้ตัวว่าไอเวรนั่นไม่ได้รวยจริง ก็เลยนึกเสียดายเซริว แต่ว่าทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว เพราะว่าเขามีแฟนใหม่ไปแล้ว ส่วนมึงก็ต้องรีบไปทำแท้ง หลบความอายแล้วความโง่ของตัวเองยังไงล่ะ ฮ่า ๆ”“ทำไม….ทำไมกัน!”บีน่าหมดแรง เมื่อรู้ว่าทุกอย่างที่ผ่านมา เป็นแผนการของมิน ที่อยากจะเข้าหาเซริวเท่านั้น แต่มินก็ยังไม่เลิกราง่าย ๆ“ทำไมน่ะเหรอ ใครใช้ให้มึงได้เป็นแฟนเซริวก่อนกูล่ะ กูรักของกูมาตั้งนาน แต่ทุกครั้งที่มาเจอกู มึงก็เอาแต่อวดว่าเขาดีกับมึง คิดว่ากูอยากจะฟังนักเหรอ ใช่แล้วบีน่า เพราะความขี้อวดของมึง ทำใ
ตอนที่ 111 อยู่ห่าง ๆ ฉันเอาไว้มินนั่งนิ่ง เธอไม่หลบสายตาของเซริวแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งตอบเขากลับไป“ไม่มีหลักฐานที่จะมาพิสูจน์ จะมาพูดมั่ว ๆ ไม่ได้หรอกนะเซริว”มินตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ เพราะก่อนที่เธอจะมาที่นี่ เธอรู้ว่ารุ่นพี่ของเกรซ ยังไปตามให้ช่างแผนกไอทีกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เสียอยู่เลย เธอจึงมั่นใจว่า เซริวแค่สงสัย และจะพูดเพื่อให้เธอยอมรับ แต่เขาคงไม่มีหลักฐานแน่นอน“ว่ายังไงล่ะเซริว อย่าบอกนะว่าคิดจะใส่ร้ายฉันโดยที่ไม่มีหลักฐาน ฉันไม่ยอมรับหรอกนะบอกเอาไว้ก่อน”มินสบตากับเซริว ที่หรี่ตามองเธออย่างนึกรังเกียจ เขายืนมือกำหมัดแน่น นึกอยากจะชกเธอไปสักหมัด ก่อนจะรีบตั้งสติ พยายามกดอารมณ์โกรธลงไปและพูดต่อ“ฉันไม่เคยกล่าวหาใครลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานหรอกนะ ที่ฉันมาวันนี้ ก็เพื่อจะให้พวกเธอยอมรับผิด โดยไม่มีข้อแก้ตัว และถูกลงโทษให้สาสมกับความผิดที่เคยทำเอาไว้”“หึ! พูดไปพูดมาก็คือ อยากจะล่อให้พวกฉันยอมรับผิดเอง แล้วก็ทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยสาวงามสินะ แย่หน่อยนะที่สังคม เชื่อหลักฐานมากกว่าการใส่ความ”“เหรอ! ถ้าอย่างนั้นฉันจะพิสูจน์เองว่า ทั้งข้อมูลและหลักฐาน มันชัดเจนมากแค่ไหน"เซริวแสยะ
ตอนที่ 110 นี่มันเรื่องอะไรอีกล่ะเฮือก!!!ทุกสายตาหันไปมองหน้าประตู เมื่อ เบล รุ่นน้องคณะวิศวะ เดินมาพร้อมกับเพื่อนของเธอ เกรซถึงกับประหลาดใจ เพราะไม่คิดเลยว่าเบลจะมาที่นี่ในวันนี้ด้วย จนกระทั่งฝ้ายต้องหันมากระซิบเธอ“นี่มันเรื่องเชี่ยอะไรเนี่ย เธอมาได้ยังไงกันน่ะ”เกรซที่พึ่งจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอและธรรณ์ รีบตั้งสติเมื่อเห็นเบล รุ่นน้องของเซริว เดินเข้ามาในห้อง ตอนนี้เธอได้แต่นิ่งเงียบ เพราะยังไม่สามารถสรุปอะไรได้เลยสักอย่าง“นั่นสิ ทำไมเรื่องมันถึงได้อิรุงตุงนังขนาดนี้วะเกรซ กูงงไปหมดแล้ว ยังไม่ทันจบเรื่องของมึงกับพี่ธรรณ์ดีเลย นี่เรื่องอะไรอีกล่ะ”“กูก็ไม่รู้ ตอนนี้กูไม่รู้อะไรเลย ฟังไปก่อนเถอะ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”เกรซรำพึงออกมา เพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เบลเดินเข้ามาหาเซริว เขายกเก้าอี้มาให้เธอนั่ง ตอนนี้มินที่ยังยิ้มอยู่ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเบลเดินเข้ามา ก็เริ่มหุบยิ้มและหรี่ตามองทันที“เอาล่ะมิน… ตอนนี้คู่กรณีล่าสุดของเธออยู่ตรงหน้านี่แล้ว มีอะไรอยากจะพูดมั้ย”เซริวหันไปถามมิน เธอเริ่มนิ่ง และเริ่มลนลานเมื่อเบลปรากฏตัวขึ้น“คู่กรณีอะไรกัน อ
ตอนที่ 109 เธอบ้าไปแล้วเหรอ!บีน่าหันมาจะตบมิน เต้และเรนดึงเธอออกมา และแยกให้นั่งคนละฝั่ง เซริวเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ธรรณ์และตะคอกทันที“พอได้แล้ว! ถ้ายังไม่หยุดอีกละก็ ฉันจะเรียกตำรวจขึ้นมาแล้วนะ”“ว้าย! ตำรวจเหรอ!”เพื่อน ๆ ของวีด้าตกใจ เมื่อเซริวบอกว่า เขาเรียกตำรวจมา ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น ฝ้าย แอลและรุ่นพี่ในคระ วิ่งขึ้นมาหาเธอ“เกรซ! มึงเป็นอะไรหรือเปล่า”“ฝ้าย แอล! พวกมึงมาได้ยังไง”“เรื่องมันยาวน่ะ เดี๋ยวค่อยเล่า”กฤษหันมาบอกพวกเธอ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับเซริว“พี่คณิณรออยู่ข้างล่าง เขาบอกว่าถ้ามีอะไรก็เรียกได้เลย”“ขอบใจนายมากนะกฤษ”"ไม่เป็นไร ต่อได้เลย ฉันจะดูแลเกรซให้"กฤษเดินไปตบไหล่เซริว และเดินมาหาเกรซกับเพื่อน ๆ คนที่เหลือเริ่มกลัว เมื่อได้ยินว่า มีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง“เอาล่ะพูดถึงไหนแล้วนะ อ้อ! เรื่องที่มินให้พี่ชายของเธอมาทำร้ายเกรซ ตอนนี้เขาถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ส่วนมินและวีด้า พวกเธอเองก็ควรเตรียมตัวเอาไว้ด้วย ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด”“ไม่! … ธรรณ์อย่าทำกับฉันแบบนี้สิ ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายแบบนี้ ไม่คิดว่านายจะวิ่งเข้าไปช่วยเธอ แล้วบาดเจ็บหนักจนเข้าโร







