LOGIN“โธ่เว้ย! นี่เราต้องทนเห็นหน้ายัยเด็กนั่นทุกวันจริงๆ เหรอวะ”
วายุสบถลั่นรถสปอร์ตคันหรู อารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้นิ้วเรียวแกร่งกำพวงมาลัยแน่น ก่อนจะตัดสินใจกระแทกคันเร่งจนมิด เครื่องยนต์สมรรถนะสูงคำรามก้องไปตามท้องถนน เขาต้องการที่ระบายเพื่อดับความหงุดหงิดที่สะสมมาทั้งวันจากภาพลักษณ์แสนเชยของตรีอัปสร
ภายในห้องวีไอพีส่วนตัวของบาร์หรูที่ตกแต่งอย่างมีระดับ แสงไฟสลัวโทนส้มสลับม่วงสาดกระทบสร้างเงาตกกระทบบนเรือนร่างอวบอัดของ พิมพ์วดี จนดูเย้ายวนราวกับภาพวาดชั้นดี เธอมาในชุดเดรสเนื้อผ้าซาตินสีหวานที่ดูสวนทางกับภาพลักษณ์สุดฮอต ชุดนั้นรัดรึงไปตามส่วนโค้งเว้า เน้นสะโพกผึ่งผายที่ดูแน่นตึงเปรี๊ยะทุกย่างก้าว
ที่เด่นชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงอกที่คว้านลึกเผยให้เห็นร่องอกลึกขาวผ่อง ทรวงอกอวบอิ่มที่เกินขนาดคัพซีบดเบียดกันจนแทบจะล้นทะลักออกมานอกอาภรณ์ชิ้นน้อย ท้าทายสายตาคมกริบของชายหนุ่มให้จ้องมองอย่างไม่กะพริบตา
ร่างแน่งน้อยเดินนวยนาดส่ายสะโพกโยกย้ายอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะถือวิสาสะหย่อนสะโพกมนลงบนตักแกร่งของวายุอย่างพอดิบพอดี กลิ่นน้ำหอมประจำกายที่ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ ยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ดิบในกายชายหนุ่มให้พุ่งพล่าน เธอโน้มตัวลงไปโอบรอบลำคอหนา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่ข้างใบหู พร้อมกับจงใจเบียดทรวงอกนุ่มหยุ่นเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขาจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว
“รอนานมั้ยคะ... พี่วายุ” ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสดเฉียดกรายซอกคออุ่นที่เริ่มร้อนระอุด้วยแรงอารมณ์ของวายุ สายตาจิกยั่วระคนออดอ้อนของเธอ ผสานกับหุ่นนาฬิกาทรายที่ดูเซ็กซี่จนเกินห้ามใจ ทำให้คนใจร้อนอย่างวายุแทบจะลืมสิ้นทุกความหงุดหงิดในหัว เหลือเพียงความต้องการปรารถนาที่จะลากคนบนตักนี้ไปขยี้ความรุ่มร้อนบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอด
“ไม่นานหรอกครับ พี่ก็เพิ่งมาถึงเอง” วายุตอบพลางวาดแขนโอบรอบเอวบางกิ่ว รั้งร่างของหญิงสาวให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกัน
“เรียกพิมพ์มาด่วนขนาดนี้ คิดถึงพิมพ์ใช่มั้ยคะ”
“ถามทำไม... ก็ต้องคิดถึงสิครับ” วายุไม่พูดเปล่า เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับลำคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกาย แต่แล้วพิมพ์วดีก็ประคองใบหน้าคมสันของเขาให้สบตาเธอ
“คิดถึงแล้วทำไมทำหน้าเซ็งๆ ล่ะคะ?”
“ก็มันเบื่อๆ นี่ครับ” วายุยอมรับเสียงเครียด
“เบื่ออะไรกันคะ พี่วายุงานยุ่งเหรอ?”
“เปล่าหรอก... เบื่อเลขาฯ ตัวเอง ยัยหน้าจืดนั่นน่ะ” แค่เอ่ยถึงสีหน้าของตรีอัปสรเขาก็ฉายแววเบื่อหน่ายออกมาอย่างชัดเจนจนพิมพ์วดีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยววันนี้พิมพ์จะทำให้พี่วายุหายเบื่อหายเซ็งเองนะคะ ว่าแต่... เธอมาเป็นเลขาฯ คนใหม่ของพี่เหรอคะ?”
“อืม!! ยัยนั่นเด็กเส้น พ่อพี่เพิ่งรับมาทำงานวันนี้ แต่อย่าพูดถึงยัยนั่นเลย เสียอารมณ์เปล่าๆ” วายุพูดตัดบทด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับสิ่งสวยงามตรงหน้า มือหนาเริ่มรุกรานฟอนเฟ้นไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างคนใจร้อน
“อื้อ! อย่าเพิ่งสิคะ” หญิงสาวอุทานเสียงหลง เมื่อซิปเดรสตัวบางถูกรูดลงอย่างแรงด้วยฝีมือคนเอาแต่ใจ ฝ่ามือร้อนผ่าวขยับเข้าไปกอบกุมทรวงอกสล้างที่เต่งตึงสู้มือ
“ใหญ่ขึ้นนะเนี่ย... เพิ่งไปทำมาเพิ่มเหรอ?”
“คัพซีเลยนะคะ...” พิมพ์วดีตอบเสียงกระเส่า แผ่นหลังบางแอ่นรับสัมผัสจากชายหนุ่ม
“ชอบจังเลย”
“ก็พี่นั่นแหละที่ให้เงินพิมพ์ไปทำ จำไม่ได้เหรอคะ”
“อ้าวเหรอ! พี่จำไม่ได้แล้วนะเนี่ย... ว่าแต่คืนนี้ พิมพ์ไปต่อที่ห้องพี่มั้ย?” วายุถามด้วยสายตาฉ่ำปรอยที่เต็มไปด้วยความใคร่
“ได้สิคะ” ทั้งคู่ประคองกันออกมาที่ลานจอดรถ พิมพ์วดีใช้นิ้วเรียวกรีดกรายไปตามตัวถังรถเฟอร์รารี่สีแดงคันงามที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“เป็นไงบ้างคะ หลังจากที่ได้ขับเจ้าเฟอร์รารี่คันนี้แล้ว”
เธอมองรถราคาหลายสิบล้านที่เธอเพิ่งปิดยอดขายให้เขาได้ในงานมอเตอร์โชว์เดือนก่อนด้วยความปลาบปลื้ม วายุเพียงแต่ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่งในตำแหน่งข้างกาย
เมื่อถึงคอนโดมิเนียมสุดหรู ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดสนิทลงพร้อมเสียงล็อคประตู วายุไม่รอช้าที่จะกระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด บทเพลงรักที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยกามารมณ์ระหว่างเขาและพริตตี้คู่ขาจึงเริ่มต้นขึ้นทันที เพื่อชดเชยความแห้งเหี่ยวที่เขาต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน
ในนาทีนั้น... ใบหน้าจืดชืดของเลขาฯ แว่นหนาถูกลบเลือนไปจนสิ้น เหลือเพียงความซ่านสยิวที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อ
เธอทิ้งตัวลงกับหมอน ร้องครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อปากร้อนและลิ้นร้ายปรนเปรอความเป็นหญิงของเธออย่างไม่ลดละ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวบีบคั้นอยู่กึ่งกลางกาย สะโพกมนเริ่มส่ายวนตามอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดเดือด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลายเท้าเหยียดเกร็ง ลมหายใจหอบกระชั้น“พี่วายุขา... อัปสรใจจะขาดอยู่แล้ว... อ๊ะ!!!...”“เสียวใช่ไหมที่รัก... ไม่ต้องเกรง แล้วก็ไม่ต้องอาย... มีความสุขไปกับพี่นะจ๊ะ” วายุวายุเงยหน้าบอกก่อนจะเร่งจังหวะรัวเร็ว ลิ้นร้ายทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จนตรีอัปสรแทบทนไม่ไหว ร่างกายบิดเร่าพยายามจะหนีแต่ก็กลับโจนทะยานเข้าหา“พี่วายุ อย่าทำแบบนั้น... อัปสรไม่ไหว... มันจะ... อื้อออ พี่วายุ!!!... กรี๊ดดดด!” ร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัวเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ร่างกายเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ทุกความอัดอั้นระเบิดออกมาเป็นความหฤหรรษ์ครั้งแรกในชีวิต น้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาจนวายุได้ลิ้มรสอย่างจุใจ เขาดูดซับความหวานล้ำนั้นราวกับกลัวมันจะเหือดแห้งไป“ขอพี่กินให้ชื่นใจก่อนนะที่รัก...” วายุกระซิบชิดใบหูของคนที่นอนหอบเหนื่อย ก่อ
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับความร้อน เธอจึงรวบรวมความกล้าปลดปมผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาคมกริบของเสือร้ายกลับไม่ยอมหันไปตามคำขอ เขาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นมัวด้วยความหิวกระหาย“คนขี้โกง แอบดูทำไมคะ”“ก็พี่อยากเห็นนี่ครับ...จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วจะอายทำไมหืม์!!” วายุขยับกายเข้ามาใกล้จนน้ำในบ่อกระเพื่อมไหวไหววนรอบกายเธอ เขาเริ่มชวนคุยเรื่องเที่ยวต่อเพื่อให้อัปสรผ่อนคลาย แต่สุดท้ายมือหนากลับคว้าเอวคอดกิ่วแล้วรั้งให้เธอขึ้นมานั่งบนตักแกร่งกลางอ่างน้ำร้อน“ว้าย!!!...พี่วายุ! จะทำอะไรคะ” ตรีอัปสรตื่นตระหนก สัมผัสจากผิวเนื้อที่แนบชิดกันโดยไร้สิ่งกีดขวางทำให้อารมณ์รักพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว“ในเมื่อคุณพ่ออยากให้เรารักกัน งั้นเราก็มาสานฝันให้ท่านกันเถอะนะ”“แต่อัปสร... อัปสรง่วงแล้วค่ะ” เธออ้างทั้งที่ใจสั่นสะท้าน“พี่ไม่เชื่อ!!” ไม่รอคำอนุญาตสิ้นเสียงวายุก็โน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตที่ริมฝีปากบาง มือแกร่งที่โอบทางด้านหลังเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังสะโพกกลมกลึงและบีบเค้นเบาๆ จนหญิงสาวหลุดเสียงครางอื้ออึงในลำคอลิ้นร้อนแทรก
หลายวันต่อมาการเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นก็มาถึง ตรีอัปสรยืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าที่แผ่หลากสีอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระตุกไหวด้วยความตื่นเต้นผสมปนเปกับความประหม่า เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับวายุชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจเธอมาเนิ่นนานในขณะที่มือเรียวหยิบจับเสื้อผ้าลงกระเป๋า หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบพร้อมเสียงวิดีโอคอลจากจริยา เพื่อนรักตัวแสบที่เป็นคนปฏิวัติลุคให้เธอจนวายุเกือบตบะแตกมาหลายครั้งหลายหน“ยังไงแกก็ต้องใส่ชุดนี้ลงไปในกระเป๋า!” จริยาโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนสาวโชว์ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดง บางเบาจนแทบมองเห็นทะลุผ่าน“เชื่อฉันสิอัปสร ถ้าแกใส่ชุดนี้ ยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณวาทิตแอบให้แกพกไว้น่ะ... ตกกระป๋องไปเลย ไม่ต้องใช้ให้เสียเวลาหรอก”“คิดไปคิดมาฉันก็ไม่อยากทำเลยว่ะแก... ฉันกลัว” ตรีอัปสรพึมพำ ใบหน้าสวยสลดลงเล็กน้อย“กลัวว่าถ้าพี่วายุจับได้ว่าฉันกับคุณลุงวางแผนกัน เขาจะยิ่งเกลียดฉันไปกันใหญ่”“อย่าคิดมากสิเพื่อน เชื่อใจตัวเองหน่อย!” จริยาจีบปากจีบคอผ่านกล้อง“แกน่ะมีของดีตั้งเยอะ ทั้งหน้าอกหน้าใจ ทั้งผิวพรรณ ที่ผ่านมาพี่วายุเขาก็แค่ต่อต้านเพ
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ทว่าหัวใจของคนขับกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะตรีอัปสร ลอบถอนหายใจยาวขณะบังคับพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดรถของคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เธอหันไปมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะหมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่รอยหยักที่มุมปากเขากลับฟ้องว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ“ถึงคอนโดแล้วค่ะ พี่วายุ” เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปเขย่าแขนแกร่งเบาๆ“ขึ้นไปส่งพี่ก่อนสิ...” วายุลืมตาขึ้นทันควัน แววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นพราวระยับด้วยเล่ห์กล ผสมกับรังสีคุกคามอันตรายที่ทำให้อุณหภูมิในรถร้อนฉ่าขึ้นมาทันที ตรีอัปสรพยายามรวบรวมสติ นึกถึงคำเตือนของมารดาที่ว่าอย่าใจง่าย แต่ท่าทางซวนเซที่ดูเหมือนจงใจของเขาก็ทำให้เธอลืมคำเตือนนั้นไปเสียสนิท“พี่เดินไม่ไหวเหรอคะ? งั้นเดี๋ยวอัปสรจะไปตาม รปภ. ให้”“ไม่ต้องหรอก อัปสรขึ้นไปส่งพี่หน่อยได้มั้ย” เขาต้อนเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว จนสุดท้ายเธอก็ต้องยอมประคองร่างหนาขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ทันทีที่เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นและประตูปิดสนิทลงกลอน ความเงียบสงัดภายในห้องกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยา
เส้นความอดทนสุดท้ายของคาสโนวาขาดผึง เขาไม่สนคำถากถางของบิดาอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าฉับ ๆ มุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที“ท่านรอง! มาตั้งเมื่อไหร่คะ” ตรีอัปสรสะดุ้งสุดตัว กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่เข้มข้นและคุ้นเคยโชยเข้าจมูก พร้อมกับสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดสะโพกมนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว“สวัสดีครับ... ขอตัวเลขาฯ ผมสักครู่นะครับ!” วายุเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาดุดัน จนชายหนุ่มคนนั้นพยักหน้าพลางถอยห่างไปอย่างรวดเร็ว วายุไม่รอช้า เขาบังคับประคองร่างบางให้เดินเลี่ยงออกมายังมุมระเบียงที่เงียบสงัดและลับตาคน“ใครให้เธอมางานนี้!” เขากระซิบชิดใบหูสะอาด น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะลุจุดเดือด ความโกรธผสมปนเปไปกับความต้องการที่พลุ่งพล่านยามได้กลิ่นกายสาวในระยะประชิด“ก็คุณลุงสิคะ ท่านบอกว่าอยากให้อัปสรมาเปิดหูเปิดตาบ้าง” เธอตอบพลางพยายามเบี่ยงตัวออก แต่วงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกอวบอัดบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างของเขา“แล้วดูแต่งตัวสิ... กะจะให้ผู้ชายทั้งงานหัวใจวายตายรึไง!”“ชุดราตรีมันก็แบบนี้แหละค่ะ ใครๆ เค้าก็ใส่กัน” ตรีอัปสรช้อนสายตาหวานหยดย้อยที่ไร้กรอบแว่นมองเขาอย่างท้าทาย
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่ว วายุไม่อาจละสายตาจากร่างระหงที่นั่งหันหลังให้เขาได้เลย แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านม่านปรับแสงตกกระทบลงบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ที่เปิดเปลือยรำไรจากดีไซน์ชุดเดรส ทุกครั้งที่เธอขยับตัว สะโพกมนกลมกลึงที่เบียดชิดอยู่บนเก้าอี้ทำงานก็ดูจะเน้นสัดส่วนจนเขารู้สึกร้อนรุ่ม คอแห้งผากราวกับเดินอยู่กลางทะเลทรายเมื่อเข็มนาฬิกาชี้เลขสิบสอง วายุไม่รอช้า เขาผุดลุกขึ้นแล้วก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานของเลขาฯ สาวด้วยท่าทีคุกคามทรงอำนาจ“เที่ยงแล้ว... ไปทานข้าวกันเถอะ”“เอ่อ... แต่ว่าอัปสร...”“นัดใครไว้เหรอ?” วายุเลิกคิ้ว เสียงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“นัดเพื่อนไว้ค่ะ”“ผู้ชายหรือผู้หญิง?” เขาถามสวนกลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องเขม็งจนตรีอัปสรต้องรีบตอบ“ผู้หญิงค่ะ... จริยาไงคะ ถ้าท่านรองไม่รังเกียจ จะไปทานด้วยกันก็ได้ค่ะ”“ไปสิ” เขาตอบสั้นๆ ทว่าแววตามุ่งมั่นระหว่างทางบนรถหรู เสียงโทรศัพท์ของตรีอัปสรดังขึ้น เธอรับสายเพื่อนรักที่มารออยู่ก่อนแล้ว โดยมีวายุเป็นสารถีขับรถให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ามือที่กำพวงมาลัยกลับเกร็งแน่นเมื่อเห็นเธอคุยโทรศัพท์อย่







