FAZER LOGINพยัคฆ์ร้ายอย่างเขาไม่มีวันปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปได้ง่ายๆ วายุใช้ช่วงเวลาที่บอกว่าจะพักกลายเป็นการเล้าโลมที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายพิมพ์วดีก็ต้องยอมศิโรราบ ปล่อยให้ชายหนุ่มเผด็จการรังสรรค์บทรักในห้องน้ำที่ร้อนแรงจนลืมสิ้นความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้นตลอดทั้งราตรี
สายน้ำอุ่นจากฝักบัวยังคงไหลรินชะล้างคราบกามารมณ์ที่เกาะเกี่ยวอยู่บนเรือนร่างของคนทั้งคู่ วายุประคองร่างบางที่แทบจะยืนไม่อยู่ให้หันกลับมาชำระล้างร่างกายอย่างลวกๆ ทว่าดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ดูเหมือนจะไม่มีวันมอดดับ
“ล้างตัวเถอะ... พี่ยังไม่อยากแตกในห้องน้ำตอนนี้” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางบีบเน้นสะโพกมนอย่างมันเคี้ยว
“อุ้มสิคะ... พิมพ์ไม่มีแรงจะก้าวขาแล้วจริงๆ” พิมพ์วดีออดอ้อนพลางซบหน้าผากลงกับแผงอกเปียกชื้นของเขา
วายุหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขากระชับวงแขนตวัดร่างนุ่มนิ่มขึ้นแนบอกอย่างง่ายดายประหนึ่งอุ้มตุ๊กตา ความใกล้ชิดที่เนื้อแนบเนื้อท่ามกลางหยาดน้ำทำให้พิมพ์วดีรู้สึกวูบวาบจนต้องหลับตาพริ้ม
“เหมือนมีพี่วายุสักสิบคนกำลังรุมสวิงพิมพ์เลยค่ะ... ทั้งดุ ทั้งหนักขนาดนี้” เธอพึมพำเสียงสั่นสะท้านพลางกระชับวงแขนรอบคอหนา
“ขนาดนั้นเลยเหรอ...” วายุเลิกคิ้วถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือ
“ถามจริงๆ เหอะ... แล้วพิมเคยโดนสวิงมาบ้างมั้ย?”
“จะบ้าเหรอคะ!” หญิงสาวอุทานออกมาทันควัน พลางตีอกแกร่งเบาๆ อย่างประท้วง
“พิมพ์ไม่ได้สำส่อนขนาดนั้นนะคะ”
คำตอบที่ดูจริงจังและสายตาที่แสดงความบริสุทธิ์ใจของเธอทำให้วายุพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก เขาอุ้มเธอเดินออกจากห้องน้ำมายังเตียงกว้างที่ยังคงรกรุงรังด้วยร่องรอยแห่งบทรักก่อนหน้า เขาค่อยๆ วางเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมผิดกับความดิบเถื่อนเมื่อครู่
“ดีแล้ว... ต่อจากนี้พี่จะให้พิมพ์เดือนละสามแสน แต่มีข้อแม้ว่าห้ามนอนกับใครเด็ดขาด... ยกเว้นพี่คนเดียว” วายุประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเผด็จการที่บ่งบอกถึงความต้องการครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ
พิมพ์วดีตาโตด้วยความคาดไม่ถึง เงินจำนวนนี้มากพอที่จะทำให้เธออยู่อย่างสุขสบายโดยไม่ต้องวิ่งรอกรับงานมอเตอร์โชว์หรือยอมนอนกับเสี่ยแก่ ๆ อีกต่อไป เธอยิ้มหวานหยดย้อยพลางลูบไล้ไปตามแนวกรามของชายหนุ่ม
“พี่วายุใจดีจังเลยค่ะ...”
“แต่พิมพ์ต้องบริการพี่ให้ถึงใจเหมือนคืนนี้นะ ถ้าพี่ต้องการเมื่อไหร่ พิมพ์ต้องพร้อมเสมอ” เขาก้มลงกระซิบขู่ชิดริมฝีปากอิ่ม
“ค่ะ... พิมพ์รับรองเลยว่าจะปรนนิบัติพี่จนพี่ไม่อยากมองผู้หญิงคนไหนอีกเลย” สิ้นคำสัญญาหวานหู วายุก็โน้มลงไปมอบจุมพิตที่ลึกซึ้งและแสนหวานเป็นการประทับตราพันธสัญญาทางกาย ค่ำคืนที่แสนยาวนานจบลงด้วยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวาย เมื่อบริษัทมีนัดประชุมสำคัญกับกลุ่มผู้ร่วมลงทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ทว่าตัวเอกของงานอย่างรองประธานหนุ่มกลับยังไร้วี่แวว ตรีอัปสรในฐานะเลขานุการส่วนตัวป้ายแดง จึงถูกท่านประธานวาทิตมอบหมายภารกิจด่วนให้ไปลากตัวลูกชายจอมแสบออกมาจากคอนโด
“อันนี้กุญแจรถ ลุงให้หนูใช้คันนี้เลยนะ ถือว่าเป็นรถประจำตำแหน่ง แล้วนี่ก็คีย์การ์ดคอนโดของเจ้าวายุมัน”
วาทิตยัดเยียดอุปกรณ์ใส่มือหญิงสาวพลางยิ้มกริ่มอย่างมีแผนการ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงส่งมือขวาอย่างทรงกลตไปจัดการ แต่คราวนี้เขาต้องการทางลัดที่จะทำให้ลูกชายจอมพยศได้ใกล้ชิดกับแม่สาวเจ้าระเบียบคนนี้ให้มากที่สุด เผื่อว่าความจืดชืดแต่จริงใจของเธอจะช่วยขัดเกลานิสัยเพลย์บอยของลูกชายได้บ้าง
เมื่อมาถึงหน้าห้องเพนท์เฮ้าส์สุดหรู ตรีอัปสรยืนกดออดตามมารยาทอยู่ครู่ใหญ่ แต่ความเงียบกลับเป็นคำตอบเดียวที่ได้รับ หญิงสาวถอนหายใจภายใต้แว่นสายตาหนาเตอะ ก่อนจะตัดสินใจใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปตามคำสั่งสำทับของท่านประธาน
ภายในห้องเงียบสงัดทว่ากลับมีกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกประหม่า ตรีอัปสรเดินสำรวจจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนใหญ่ เธอเคาะเรียกอยู่นานจนมั่นใจว่าคงไม่มีใครอยู่ข้างใน จึงถือวิสาสะผลักบานประตูเข้าไป...
“กรี๊ดดดดด!”
เสียงกรีดร้องของตรีอัปสรดังลั่นห้องเมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือร่างเปลือยเปล่าของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังร่วมรักกันอย่างโจ่งครึ่มบนเตียงกว้าง รสรักที่พึ่งพาพาความรัญจวนถึงขีดสุดถูกขัดจังหวะลงอย่างฉับพลัน
“เฮ้ย!” วายุสบถลั่นพลางผละออกจากร่างของพิมพ์วดีทันที ตรีอัปสรรีบยกมือขึ้นปิดตาแต่ใจเจ้ากรรมกลับเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก วายุคว้ากางเกงมาสวมอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินอาดๆ เข้ามาคว้าข้อมือเลขาสาวแล้วกระชากออกไปนอกห้องด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวถึงขีดสุด
“เงียบเดี๋ยวนี้! ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาไม่ทราบ!” วายุตวาดเสียงแข็ง ใบหน้าคมสันบึ้งตึงจนน่ากลัว
“คุณลุง... คุณลุงให้มาตามพี่วายุ เอ๊ย! ท่านรองค่ะ มีประชุมด่วนกับคนญี่ปุ่น” ตรีอัปสรพยายามคุมเสียงสั่นๆ อธิบาย ขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นแผ่นหลังนวลเนียนของสาวสวยคู่ขาของเขาที่รีบหอบเสื้อผ้าหนีเข้าห้องน้ำด้วยความอับอาย
“เธอนี่มัน... ทำฉันแสบมาก!”
วายุคำรามในลำคอ อารมณ์ที่ยังค้างเติ่งทำให้เขาหงุดหงิดจนอยากจะฟาดงวงฟาดงาใส่ยัยเด็กเนิร์ดตรงหน้า เขาฉุดกระชากร่างบางมายังห้องรับแขกทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่พลางจ้องเขม็งไปยังเลขาฯ ที่ยืนตัวสั่น
“รอฉันอยู่ในห้องนี้ อย่าไปไหนเด็ดขาด! เสร็จธุระเมื่อไหร่ ฉันจะมาลงโทษเธอให้เข็ด!”
ตรีอัปสรขยับแว่นหนาขึ้นเล็กน้อยพลางถอนหายใจหนักๆ เธอจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแววเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่น
“ถ้าท่านรองหมายถึง... จะเข้าไปทำเรื่องอย่างว่าต่อ ดิฉันเห็นเธอคนนั้นหอบของเดินออกประตูหลังไปได้สักพักแล้วล่ะค่ะ คงอายจนทนอยู่ต่อไม่ไหว”
“อย่ามาทำเป็นรู้ดี!”
วายุหันไปมองตรงประตูห้อง เห็นเพียงความว่างเปล่าและรองเท้าส้นสูงของพิมพ์วดีที่หายไปแล้วจริงๆ เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน รู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มพยายามตีหน้าเข้มขรึมหวังจะจัดการลงโทษแม่เลขาจอมสอดรู้คนนี้ให้สาสม แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากพ่นคำบริภาษออกมา ตรีอัปสรก็ชิงแก้ตัวขึ้นมาเสียก่อน
“ที่ดิฉันต้องเข้ามา เพราะมันเป็นคำสั่งขาดจากคุณลุงวาทิตค่ะ ท่านสั่งว่าถ้าเรียกแล้วไม่ตอบ ให้เข้าไปลากตัวออกมาได้เลย เพราะมูลค่าโครงการร่วมทุนครั้งนี้... มันสูงกว่าค่าตัวผู้หญิงคนเมื่อกี้หลายเท่าตัวนัก!”
วายุจ้องหน้าเลขาฯ สาวอย่างอึ้งๆ นี่เธอกล้าเหน็บแนมเขาอย่างนั้นเหรอ? ความจืดชืดที่เขาเคยสบประมาทไว้ดูเหมือนจะซ่อนหนามแหลมคมเอาไว้เสียแล้ว!
พายุร้ายเพิ่งจะสงบลง ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำที่ต้องการการเยียวยา วายุพาตรีอัปสรกลับมาถึงบ้านพักด้วยความรักและห่วงใย หลังจากฝากฝังให้ทรงกลตดูแลวิภาวรรณที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการทำให้ภรรยาตัวน้อยของเขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุด“อัปสรรีบไปอาบน้ำสิ” วายุเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ดูอิดโรยแต่ยังคงความเย้ายวนไม่เปลี่ยนเมื่อตรีอัปสรก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางพันกายหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของเธอขาวผ่องล้อแสงไฟในห้องนอนจนสามีหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“มีอะไรหรือเปล่า...ที่รัก” วายุถามพลางเดินเข้าไปโอบเอวบาง“พี่ไปอาบด้วยกันสิคะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอช้อนตาขึ้นมอง แววตาคู่นั้นดูฉ่ำหวานกว่าปกติจนวายุเริ่มเอะใจ“สงสัยว่าฤทธิ์ยาของไอ้แก่นั่นคงยังไม่หมดใช่ไหม” เขาหยอกเย้า แฝงไปด้วยความหึงหวงเล็กๆ ที่มุมปาก“พูดอะไรอย่างนั้นคะ อัปสรก็แค่... อยากอาบน้ำกับสามี” เธอพยายามบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ความจริงมวลความซ่านสยิวที่ตกค้างจากฤทธิ์ยาที่วาทิตใช้ลมแอร์เป่ารดเธอนั้น กำลังเริ่มทำงานอีกครั้งในยามที่ร่างกายได้ผ่อนคลาย“ว๊ายย!.. พี่วายุ!” ตรี
ไฟราคะดำมืดในใจของวาทิตพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาผละจากทรวงอกลากลิ้นที่สากและร้อนชื้นลงไปตามซอกหลืบที่อ่อนไหวอย่างรักแร้เนียนกริบ สัมผัสน่ารังเกียจนั้นทำให้ตรีอัปสรเสียวจนแทบอ่อนระทวย ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของยานรกที่เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อยประธานหื่นปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะเลื่อนมือหนาหยาบกร้านผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปบดคลึงเนินเนื้ออวบอูมภายใต้ผ้าเนื้อบางเบาที่บัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัด“ใหญ่ไม่เบาเลยหนู... แถมตอดดีซะด้วย ถึงว่าไอ้วายุมันถึงได้หลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น” เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาฉายความหิวกระหายขณะจงใจสอดนิ้วร้ายเข้าไปในจุดอ่อนไหว บดเบียดรุกรานอย่างย่ามใจจนตรีอัปสรต้องขบเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางอันอัปยศหญิงสาวพยายามดึงชายกระโปรงปิดบังร่างกายด้วยมือที่สั่นเทา แต่วาทิตกลับคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ เขากระชากมือเธอออกแล้วดึงแผ่นซิลิโคนที่ปิดหัวนมจนหลุดติดมือ ยอดอกสีหวานชูชันอวดสายตาเฒ่าตัณหาในทันที“นมหนูสวยเหลือเกิน... ลุงขอดูดให้ชื่นใจหน่อยเถอะนะ” จากนั้นเต้านมอวบเต่งตึงถูกดูดกลืนอย่างเมามัน แรงดูดดึงที่จาบจ้วงทำให้ตรีอ
บรรยากาศที่หนักอึ้งภายในห้องรับแขกกำลังระอุเดือดด้วยเพลิงราคะที่วาทิตเป็นคนจุดขึ้นมาอย่างเลือดเย็น และตอนนี้ตรีอัปสรก็รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเริ่มทรยศต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง“หนูตัวร้อนนี่...ให้ลุงเช็ดตัวให้มั้ย” วาทิตนั่งลงข้าง ๆ และสัมผัสตัวเธอไปตามพวงแก้ม ลำคอระหง“หนูจะออกไปรอข้างนอกค่ะ!” ตรีอัปสรตอบเสียงสั่นจนคนฟังรับรู้ได้ แต่ระหว่างที่เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วาทิตก็รีบดึงมือเรียวบางของลูกสะใภ้เอาไว้ได้ทัน“ได้โปรดปล่อยหนูเถอะค่ะ...คุณลุง หนูไม่อยากมีปัญหากับพี่วายุ!”เธอพยายามอ้างถึงวายุเพื่อเรียกสติชายสูงวัย แต่เมื่อยิ่งเขาสัมผัสตัวเธอ ตรีอัปสรกลับรู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกปลายนิ้วหยาบที่กรีดกรายลงบนผิวเนื้อนวลกลับทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกขยะแขยงตีรวนอยู่กับความกำหนัดที่ถูกกระตุ้นด้วยยาสวาทที่เธอไม่รู้ตัวว่าพลาดท่าไปตอนไหน ทั้ง ๆ ที่แม่ของเธอก็เตือนแล้วเตือนอีก“ลุงช่วยให้หนูสมหวังกับเจ้าวายุแล้ว หนูก็ควรจะตอบแทนน้ำใจลุงบ้างสิ...” วาทิตลุกขึ้นกระซิบพร่าชิดใบหู“หนูก็กำลังจะโอนที่ดินให้เป็นของคุณลุงอยู่แล้วไงคะ!” เธอเถียงกลับ
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสลัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา สวนทางกับกระแสความต้องการที่พลุ่งพล่านในใจของชายสูงวัย“พร้อมแล้วใช่ไหมหนูอัปสร ” วาทิตเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นพร่าด้วยเล่ห์กลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้ใหญ่ใจดี“พร้อมแล้วค่ะ ไหนละคะเอกสารที่คุณลุงจะให้หนูเซ็น” ตรีอัปสรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอจงใจนั่งไขว่ห้างจนชายเดรสสั้นกุดเลิกขึ้นโชว์เรียวขาขาวผ่อง แสร้งทำเป็นนอบน้อมเพื่อรอจังหวะตลบหลังชายตรงหน้า“ใจเย็นสิหนู... เดี๋ยวไปถึงกรมที่ดินค่อยเซ็นให้ลุงก็ได้”วาทิตขยับลุกขึ้นช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดยืนซ้อนหลังหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมบุรุษรุ่นใหญ่ที่ฉีดมาหนาเตอะปะทะเข้าจมูกจนตรีอัปสรรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ มือหนาของเขาแสร้งวางลงบนบ่ามน แต่กลับค่อยๆ เคลื่อนปลายนิ้วลูบไล้ลงมาตามลำคอระหงอย่างถือวิสาสะ“คุณลุงจะไปตอนพักกลางวันเหรอคะ?” เธอถามพลางเอียงคอหลบและขยับตัวออกห่างอย่างแนบเนียน ทว่า...การเคลื่อนไหวของเธอกลับทำให้ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้เชื้อเชิญนั้นกระเพื่อมไหวจนวาทิตต้องลอบกลืนน้ำลาย“ไปตอนนี้เลยก็ได้... ว่าแต่เจ้าวายุมันมาทำงานหรือยั
หนึ่งเดือนผ่านไป... บรรยากาศยามเช้า ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สดสีขาวละมุน งานมงคลสมรสระหว่าง วายุ และ ตรีอัปสร ถูกจัดขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและเหล่าคนดังในแวดวงสังคม รวมถึงคุณหญิงรมณีย์ที่ควงคู่มากับลูกชาย ทว่า...ท่ามกลางความหรูหรานั้น พิธีการกลับถูกจัดอย่างเรียบง่ายทว่าศักดิ์สิทธิ์ตามความต้องการของบ่าวสาวทันทีที่เสียงดนตรีไทยบรรเลงแผ่วเบาเพื่อเปิดตัวเจ้าสาว แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวก็รัวระยิบระยับดุจแสงดาว ตรีอัปสร ก้าวเดินลงมาด้วยความสง่างามที่ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ ผมสีเข้มถูกถักเปียประณีตรอบศีรษะเปิดโชว์ใบหน้านวลเนียน ดวงตากลมโตเป็นประกายฉ่ำวาวถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างระดับมือโปร เรียวปากบางได้รูปเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนดูเป็นธรรมชาติและน่าหลงใหลในคราวเดียวกันวายุ ในชุดไทยประยุกต์สีขาวสะอาดตา หล่อเนี้ยบราวกับคุณชายในซีรีส์ยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบจ้องมองเจ้าสาวของเขาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ในใจของเขาเต้นรัวแรง... แม้จะเห็นหน้าเธอทุกวัน แต่ในชุดเจ้าสาวที่ขับเน้นสัดส่วนอ้อนแอ้นและผิวพรรณผุดผ่องเช่นนี้ เธอกลับสวยหยาดเยิ้มขึ้นเป็
ณ ห้องทำงาน บรรยากาศแฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น วาทิต นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจดจ้องไปยังร่างอ้อนแอ้นของ ตรีอัปสร ที่ก้าวเข้ามาในห้อง วันนี้เขามีเป้าหมายชัดเจน... ในเมื่อหมากที่เขาวางไว้เดินเกมจนได้เสียกับลูกชายเขาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาจะทวงถามถึงที่ดินไร่ชาผืนงามที่หมายปอง“สวัสดีค่ะคุณลุง” ตรีอัปสรยกมือไหว้ นอบน้อมเหมือนเดิมทุกประการ แต่ในใจกลับเย็นเยียบเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของมารดา“สวัสดีจ้ะหนูอัปสร เป็นไงบ้าง เที่ยวญี่ปุ่นสนุกไหมลูก... คงจะประทับใจจนลืมไม่ลงเลยล่ะสิ” ชายชรายิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์สื่อความหมายลึกซึ้งถึงยาปลุกสวาทที่เขาเคยมอบให้เธอ“เอาเรื่องงานก่อนก็ได้มั้งคะคุณลุง เรื่องอื่นหนูว่าเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ” ตรีอัปสรฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความขยะแขยงที่เริ่มก่อตัว“ปวดหัวเปล่าๆ น่า! เรื่องงานน่ะหายห่วง คุณคาเทชิโทรมาแจ้งลุงเรียบร้อยแล้วว่าสินค้าล็อตหน้าเตรียมส่งได้เลย...” วาทิตโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อขยับหมากตัวสำคัญ “ว่าแต่เรื่องงานแต่งเถอะ... จะให้แม่เราหาฤกษ์ให้จริงๆ เหรอ ลุงว่าให้ลุงจัดการให้ดีกว่ามั้ง ลุงมีซินแสเก่งๆ เยอะ รับรองว่าหนูจะได
แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าของฤดูหนาวสะท้อนกับเกล็ดหิมะที่เริ่มละลาย กลายเป็นประกายระยิบระยับล้อไปกับดวงตาเปี่ยมสุขของตรีอัปสร หลังจากค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับวายุก็ดูจะแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นวายุเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของเลขาฯ สาว ด้วยการเช่ารถขับท่องเที่
ร่างกายของหญิงสาวสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ความเสียวซ่านมารวมตัวกันที่จุดกึ่งกลางกายจนเริ่มบีบรัดตัวตนของเขาถี่กระชั้น วายุเองก็เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขาโจนจ้วงเข้าหาเธอราวกับพายุที่บ้าคลั่ง หวังจะพาคนใต้ร่างไปให้ถึงสรวงสวรรค์พร้อมๆ กันในค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายนอกหน้าต่างแห่งนี้วายุไม่ทำเธอ
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับความร้อน เธอจึงรวบรวมความกล้าปลดปมผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาคมกริบของเสือร้ายกลับไม่ยอมหันไปตามคำขอ เขาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นมัวด้วยความหิวกระหาย“คนขี้โกง แอบดูทำไมคะ”“ก็พี่อยากเห็นนี่ครับ...จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วจะอายทำไมหื
เธอทิ้งตัวลงกับหมอน ร้องครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อปากร้อนและลิ้นร้ายปรนเปรอความเป็นหญิงของเธออย่างไม่ลดละ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวบีบคั้นอยู่กึ่งกลางกาย สะโพกมนเริ่มส่ายวนตามอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดเดือด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลายเท้าเหยี







