LOGINพายุอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายในห้องเพนท์เฮ้าส์ยังไม่มีท่าทีจะสงบลง วายุในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบนโชว์แผงอกกำยำที่มีรอยข่วนจางๆ จากบทรักเมื่อครู่ ยืนค้ำหัวเลขาฯ สาวที่พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดภายใต้ชุดยูนิฟอร์มแสนเรียบร้อย
“ท่านรอง... อัปสรไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูนะคะ แต่มันบังเอิญจริงๆ ค่ะ” ตรีอัปสรรีบละล่ำละลักแก้ตัว มือเรียวขยับแว่นหนาที่เกือบหลุดจากดั้งจมูกด้วยความประหม่า
“แล้วทำไมไม่รู้จักโทรมาตาม! จะเสนอหน้ามาด้วยตัวเองทำไม... หึม์!!” วายุคำรามขู่ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ กรามแกร่งขบกันจนเป็นสันนูน ตรีอัปสรเริ่มใจเสีย รังสีความดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาทำให้เธอต้องใจดีสู้เสือ
“วันนี้คุณลุงให้อัปสรมาตาม เพราะบริษัทมีประชุมด่วนค่ะ”
“ประชุมอะไร? ไม่เห็นคุณพ่อจะบอกอะไรฉันสักคำ”
“ก็ไม่เชิงประชุมทางการหรอกค่ะ แต่เราต้องนำเสนอโครงการโรงงานชาของเรากับคุณทาเคชิ เพราะเขาสนใจจะนำชาของเราไปบุกตลาดญี่ปุ่นนะคะ” ตรีอัปสรพยายามดึงเข้าเรื่องงานเพื่อสงบสติอารมณ์ของคนตรงหน้า
“ก็ให้คุณพ่อจัดการไปสิ ฉันไม่ว่าง!”
“ไม่ได้ค่ะ คุณลุงกำชับว่าต้องเป็นท่านรองเท่านั้น... เห็นใจอัปสรเถอะนะคะ”
แววตาเว้าวอนที่ส่งผ่านเลนส์แว่นหนาทำให้วายุชะงักไปเล็กน้อย ความนุ่มนวลที่แทรกซึมผ่านความจืดชืดทำให้เขาเริ่มอ่อนลง ทว่าความเจ้าเล่ห์ก็ตามมาติดๆ
“งั้นเธอก็นั่งรอตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำแต่งตัวสักชั่วโมงหนึ่งแล้วจะออกไป”
“เอ่อ! มะ... ไม่ได้นะคะ เราเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น!” ตรีอัปสรโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ความกังวลเรื่องงานทำให้เธอลืมไปว่ากำลังต่อกรอยู่กับคาสโนวาที่เพิ่งหงุดหงิดเพราะถูกขัดจังหวะรัก
“ครึ่งชั่วโมงก็ครึ่งชั่วโมง...” วายุขยับกายเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ความสูงที่เหนือกว่าบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทาบทับร่างบาง
“แต่เธอต้องเข้าไปอาบให้ฉัน... โอเคมั้ย?”
“ดะ... ได้ๆ ค่ะ เอ๊ย! ไม่ได้ค่ะ!” ตรีอัปสรหน้าเสีย ถอยหนีพัลวันจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ
“สรุปจะเอาไงแน่? ได้หรือไม่ได้” วายุแกล้งโน้มใบหน้าลงไปจนชิด กลิ่นเหงื่อจางๆ จากการกรำศึกเมื่อครู่ปะทะจมูกหญิงสาวจนเธอเริ่มใจสั่น
“ไม่ได้ค่ะ!”
“งั้นเปลี่ยนเป็นจูบมัดจำดีมั้ย? ไหนๆ พ่อฉันก็อยากให้เธอเป็นเมียฉันอยู่แล้วนี่” เขากระตุกยิ้มจาบจ้วง สายตากวาดมองสำรวจร่างเล็กราวกับจะมองให้ทะลุผ่านชุดยูนิฟอร์มแสนเชย
“เธอไม่รู้หรือไง ว่าการเป็นเลขาฯ ของฉันน่ะ... มันต้องทำยังไงบ้าง”
“ดิฉันรู้หน้าที่เลขาฯ ดีค่ะ... แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำมันไม่ใช่!” เธอพยายามใจดีสู้เสือ แม้หยาดเหงื่อจะเริ่มซึมตามไรผม
“นั่นเธอคิดไปเองคนเดียว... เลขาฯ มันเอาใจเจ้านายทุกอย่าง แม้กระทั่ง...” วายุเว้นวรรคพลางเชยคางมนขึ้น สบตาผ่านเลนส์แว่นหนาที่สั่นระริก
“แม้กระทั่งยอมขึ้นเตียงกับฉัน!”
ในระยะประชิดนี้เองที่วายุชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ที่ไม่ใช่สารเคมีจากน้ำหอมราคาแพงเหมือนที่เขาเคยได้รับจากพิมพ์วดี แต่มันคือกลิ่นสะอาดสะอ้านที่ดึงดูดอย่างประหลาด
“ตัวหอมเหมือนกันนี่... เธอใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร?”
“เปล่าค่ะ... ไม่ได้ใช้” ตรีอัปสรตอบเสียงแผ่ว พยายามเบือนหน้าหนีจากการคุกคาม
“จะบอกว่ากลิ่นตัวหอมขึ้นมาเองงั้นสิ? หึ... งั้นฉันขอพิสูจน์หน่อยซิน่า ว่ามันจะหอมไปถึงข้างในหรือเปล่า!”
วายุไม่พูดเปล่า เขากดฝ่ามือลงกับผนังคร่อมร่างเธอไว้ไม่ให้หนี ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าลงไปที่ซอกคอขาวผ่องอย่างจงใจจะสั่งสอนให้เธอกลัว ตรีอัปสรสะดุ้งสุดตัว มือบางยันแผ่นอกแกร่งที่ร้อนระอุไว้สุดกำลัง
“อื้มมม... อย่าค่ะ! อื้อ... ขอร้อง... ฮือออ”
“หึๆ ตัวสั่นเชียว... เก่งให้ได้อย่างเมื่อกี้สิอัปสร!” วายุพึมพำชิดผิวเนื้อนุ่ม เขารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอประดุจลูกนกหลงทาง มันทำให้เขายิ่งได้ใจและอยากจะแกล้งให้เธอกลัวจนไม่กล้าเสนอหน้ามาหาเขาถึงคอนโดแบบนี้อีก
ทว่าในจังหวะที่จมูกโด่งกำลังจะฝังลงบนผิวเนียนอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ในห้องนอนก็แผดจ่าขัดจังหวะขึ้นอย่างน่ารำคาญ วายุชะงักนิ่ง ลมหายใจร้อนๆ ยังคงรดรินอยู่ที่ลำคอของเธอ เขาค่อยๆ ผละออกช้าๆ พลางสบถเบาๆ ในลำคอ
“หึ... อย่ากลัวไปเลย ฉันไม่พิศวาสผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอหรอก... จำเอาไว้!” วายุกระตุกยิ้มหยันสะใจที่เห็นเธอหน้าถอดสี ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องนอนไปรับสายบิดาที่โทรมาเร่งรัด ทำให้แผนที่จะแกล้งให้เธอรอนานๆ ต้องพับเก็บไป เขาจำใจต้องรีบจัดการตัวเองให้เสร็จภายในเวลาที่จำกัด
ทิ้งให้ตรีอัปสรยืนอยู่เพียงลำพังในห้องโถงกว้าง คำพูดร้ายกาจที่ว่า ‘ฉันไม่พิศวาสผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอหรอก’ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจ
หญิงสาวเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่เขากับพริตตี้สาวเพิ่งจะใช้เป็นสมรภูมิรักไปเมื่อครู่ เธอจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง... ยายเพิ้งแว่นหนาเตอะในชุดผ้าพับไว้ที่ดูอย่างไรก็ไร้เสน่ห์ดึงดูด
“เรามันไม่มีค่าพอให้เขาชายตาแลขนาดนั้นเลยเหรอ...” เธอกระซิบกับตัวเองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยตาจนภาพในกระจกเริ่มพร่าเลือน
ตรีอัปสรสูดหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์อ่อนแอ เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เลื่อนหารายชื่อเพื่อนสนิทในแอปพลิเคชันไลน์ หวังจะระบายความอัดอั้นที่สุมอยู่ในอก ก่อนที่เธอจะต้องสวมหัวโขนเป็นเลขาฯ ผู้แกร่งกร้าวเคียงข้างเจ้านายบ้าอำนาจคนนี้ต่อไป
พายุร้ายเพิ่งจะสงบลง ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำที่ต้องการการเยียวยา วายุพาตรีอัปสรกลับมาถึงบ้านพักด้วยความรักและห่วงใย หลังจากฝากฝังให้ทรงกลตดูแลวิภาวรรณที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการทำให้ภรรยาตัวน้อยของเขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุด“อัปสรรีบไปอาบน้ำสิ” วายุเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ดูอิดโรยแต่ยังคงความเย้ายวนไม่เปลี่ยนเมื่อตรีอัปสรก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางพันกายหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของเธอขาวผ่องล้อแสงไฟในห้องนอนจนสามีหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“มีอะไรหรือเปล่า...ที่รัก” วายุถามพลางเดินเข้าไปโอบเอวบาง“พี่ไปอาบด้วยกันสิคะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอช้อนตาขึ้นมอง แววตาคู่นั้นดูฉ่ำหวานกว่าปกติจนวายุเริ่มเอะใจ“สงสัยว่าฤทธิ์ยาของไอ้แก่นั่นคงยังไม่หมดใช่ไหม” เขาหยอกเย้า แฝงไปด้วยความหึงหวงเล็กๆ ที่มุมปาก“พูดอะไรอย่างนั้นคะ อัปสรก็แค่... อยากอาบน้ำกับสามี” เธอพยายามบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ความจริงมวลความซ่านสยิวที่ตกค้างจากฤทธิ์ยาที่วาทิตใช้ลมแอร์เป่ารดเธอนั้น กำลังเริ่มทำงานอีกครั้งในยามที่ร่างกายได้ผ่อนคลาย“ว๊ายย!.. พี่วายุ!” ตรี
ไฟราคะดำมืดในใจของวาทิตพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาผละจากทรวงอกลากลิ้นที่สากและร้อนชื้นลงไปตามซอกหลืบที่อ่อนไหวอย่างรักแร้เนียนกริบ สัมผัสน่ารังเกียจนั้นทำให้ตรีอัปสรเสียวจนแทบอ่อนระทวย ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของยานรกที่เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อยประธานหื่นปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะเลื่อนมือหนาหยาบกร้านผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปบดคลึงเนินเนื้ออวบอูมภายใต้ผ้าเนื้อบางเบาที่บัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัด“ใหญ่ไม่เบาเลยหนู... แถมตอดดีซะด้วย ถึงว่าไอ้วายุมันถึงได้หลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น” เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาฉายความหิวกระหายขณะจงใจสอดนิ้วร้ายเข้าไปในจุดอ่อนไหว บดเบียดรุกรานอย่างย่ามใจจนตรีอัปสรต้องขบเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางอันอัปยศหญิงสาวพยายามดึงชายกระโปรงปิดบังร่างกายด้วยมือที่สั่นเทา แต่วาทิตกลับคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ เขากระชากมือเธอออกแล้วดึงแผ่นซิลิโคนที่ปิดหัวนมจนหลุดติดมือ ยอดอกสีหวานชูชันอวดสายตาเฒ่าตัณหาในทันที“นมหนูสวยเหลือเกิน... ลุงขอดูดให้ชื่นใจหน่อยเถอะนะ” จากนั้นเต้านมอวบเต่งตึงถูกดูดกลืนอย่างเมามัน แรงดูดดึงที่จาบจ้วงทำให้ตรีอ
บรรยากาศที่หนักอึ้งภายในห้องรับแขกกำลังระอุเดือดด้วยเพลิงราคะที่วาทิตเป็นคนจุดขึ้นมาอย่างเลือดเย็น และตอนนี้ตรีอัปสรก็รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเริ่มทรยศต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง“หนูตัวร้อนนี่...ให้ลุงเช็ดตัวให้มั้ย” วาทิตนั่งลงข้าง ๆ และสัมผัสตัวเธอไปตามพวงแก้ม ลำคอระหง“หนูจะออกไปรอข้างนอกค่ะ!” ตรีอัปสรตอบเสียงสั่นจนคนฟังรับรู้ได้ แต่ระหว่างที่เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วาทิตก็รีบดึงมือเรียวบางของลูกสะใภ้เอาไว้ได้ทัน“ได้โปรดปล่อยหนูเถอะค่ะ...คุณลุง หนูไม่อยากมีปัญหากับพี่วายุ!”เธอพยายามอ้างถึงวายุเพื่อเรียกสติชายสูงวัย แต่เมื่อยิ่งเขาสัมผัสตัวเธอ ตรีอัปสรกลับรู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกปลายนิ้วหยาบที่กรีดกรายลงบนผิวเนื้อนวลกลับทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกขยะแขยงตีรวนอยู่กับความกำหนัดที่ถูกกระตุ้นด้วยยาสวาทที่เธอไม่รู้ตัวว่าพลาดท่าไปตอนไหน ทั้ง ๆ ที่แม่ของเธอก็เตือนแล้วเตือนอีก“ลุงช่วยให้หนูสมหวังกับเจ้าวายุแล้ว หนูก็ควรจะตอบแทนน้ำใจลุงบ้างสิ...” วาทิตลุกขึ้นกระซิบพร่าชิดใบหู“หนูก็กำลังจะโอนที่ดินให้เป็นของคุณลุงอยู่แล้วไงคะ!” เธอเถียงกลับ
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสลัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา สวนทางกับกระแสความต้องการที่พลุ่งพล่านในใจของชายสูงวัย“พร้อมแล้วใช่ไหมหนูอัปสร ” วาทิตเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นพร่าด้วยเล่ห์กลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้ใหญ่ใจดี“พร้อมแล้วค่ะ ไหนละคะเอกสารที่คุณลุงจะให้หนูเซ็น” ตรีอัปสรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอจงใจนั่งไขว่ห้างจนชายเดรสสั้นกุดเลิกขึ้นโชว์เรียวขาขาวผ่อง แสร้งทำเป็นนอบน้อมเพื่อรอจังหวะตลบหลังชายตรงหน้า“ใจเย็นสิหนู... เดี๋ยวไปถึงกรมที่ดินค่อยเซ็นให้ลุงก็ได้”วาทิตขยับลุกขึ้นช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดยืนซ้อนหลังหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมบุรุษรุ่นใหญ่ที่ฉีดมาหนาเตอะปะทะเข้าจมูกจนตรีอัปสรรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ มือหนาของเขาแสร้งวางลงบนบ่ามน แต่กลับค่อยๆ เคลื่อนปลายนิ้วลูบไล้ลงมาตามลำคอระหงอย่างถือวิสาสะ“คุณลุงจะไปตอนพักกลางวันเหรอคะ?” เธอถามพลางเอียงคอหลบและขยับตัวออกห่างอย่างแนบเนียน ทว่า...การเคลื่อนไหวของเธอกลับทำให้ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้เชื้อเชิญนั้นกระเพื่อมไหวจนวาทิตต้องลอบกลืนน้ำลาย“ไปตอนนี้เลยก็ได้... ว่าแต่เจ้าวายุมันมาทำงานหรือยั
หนึ่งเดือนผ่านไป... บรรยากาศยามเช้า ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สดสีขาวละมุน งานมงคลสมรสระหว่าง วายุ และ ตรีอัปสร ถูกจัดขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและเหล่าคนดังในแวดวงสังคม รวมถึงคุณหญิงรมณีย์ที่ควงคู่มากับลูกชาย ทว่า...ท่ามกลางความหรูหรานั้น พิธีการกลับถูกจัดอย่างเรียบง่ายทว่าศักดิ์สิทธิ์ตามความต้องการของบ่าวสาวทันทีที่เสียงดนตรีไทยบรรเลงแผ่วเบาเพื่อเปิดตัวเจ้าสาว แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวก็รัวระยิบระยับดุจแสงดาว ตรีอัปสร ก้าวเดินลงมาด้วยความสง่างามที่ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ ผมสีเข้มถูกถักเปียประณีตรอบศีรษะเปิดโชว์ใบหน้านวลเนียน ดวงตากลมโตเป็นประกายฉ่ำวาวถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างระดับมือโปร เรียวปากบางได้รูปเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนดูเป็นธรรมชาติและน่าหลงใหลในคราวเดียวกันวายุ ในชุดไทยประยุกต์สีขาวสะอาดตา หล่อเนี้ยบราวกับคุณชายในซีรีส์ยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบจ้องมองเจ้าสาวของเขาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ในใจของเขาเต้นรัวแรง... แม้จะเห็นหน้าเธอทุกวัน แต่ในชุดเจ้าสาวที่ขับเน้นสัดส่วนอ้อนแอ้นและผิวพรรณผุดผ่องเช่นนี้ เธอกลับสวยหยาดเยิ้มขึ้นเป็
ณ ห้องทำงาน บรรยากาศแฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น วาทิต นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจดจ้องไปยังร่างอ้อนแอ้นของ ตรีอัปสร ที่ก้าวเข้ามาในห้อง วันนี้เขามีเป้าหมายชัดเจน... ในเมื่อหมากที่เขาวางไว้เดินเกมจนได้เสียกับลูกชายเขาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาจะทวงถามถึงที่ดินไร่ชาผืนงามที่หมายปอง“สวัสดีค่ะคุณลุง” ตรีอัปสรยกมือไหว้ นอบน้อมเหมือนเดิมทุกประการ แต่ในใจกลับเย็นเยียบเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของมารดา“สวัสดีจ้ะหนูอัปสร เป็นไงบ้าง เที่ยวญี่ปุ่นสนุกไหมลูก... คงจะประทับใจจนลืมไม่ลงเลยล่ะสิ” ชายชรายิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์สื่อความหมายลึกซึ้งถึงยาปลุกสวาทที่เขาเคยมอบให้เธอ“เอาเรื่องงานก่อนก็ได้มั้งคะคุณลุง เรื่องอื่นหนูว่าเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ” ตรีอัปสรฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความขยะแขยงที่เริ่มก่อตัว“ปวดหัวเปล่าๆ น่า! เรื่องงานน่ะหายห่วง คุณคาเทชิโทรมาแจ้งลุงเรียบร้อยแล้วว่าสินค้าล็อตหน้าเตรียมส่งได้เลย...” วาทิตโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อขยับหมากตัวสำคัญ “ว่าแต่เรื่องงานแต่งเถอะ... จะให้แม่เราหาฤกษ์ให้จริงๆ เหรอ ลุงว่าให้ลุงจัดการให้ดีกว่ามั้ง ลุงมีซินแสเก่งๆ เยอะ รับรองว่าหนูจะได
แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าของฤดูหนาวสะท้อนกับเกล็ดหิมะที่เริ่มละลาย กลายเป็นประกายระยิบระยับล้อไปกับดวงตาเปี่ยมสุขของตรีอัปสร หลังจากค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับวายุก็ดูจะแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นวายุเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของเลขาฯ สาว ด้วยการเช่ารถขับท่องเที่
ร่างกายของหญิงสาวสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ความเสียวซ่านมารวมตัวกันที่จุดกึ่งกลางกายจนเริ่มบีบรัดตัวตนของเขาถี่กระชั้น วายุเองก็เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขาโจนจ้วงเข้าหาเธอราวกับพายุที่บ้าคลั่ง หวังจะพาคนใต้ร่างไปให้ถึงสรวงสวรรค์พร้อมๆ กันในค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายนอกหน้าต่างแห่งนี้วายุไม่ทำเธอ
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับความร้อน เธอจึงรวบรวมความกล้าปลดปมผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาคมกริบของเสือร้ายกลับไม่ยอมหันไปตามคำขอ เขาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นมัวด้วยความหิวกระหาย“คนขี้โกง แอบดูทำไมคะ”“ก็พี่อยากเห็นนี่ครับ...จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วจะอายทำไมหื
เธอทิ้งตัวลงกับหมอน ร้องครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อปากร้อนและลิ้นร้ายปรนเปรอความเป็นหญิงของเธออย่างไม่ลดละ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวบีบคั้นอยู่กึ่งกลางกาย สะโพกมนเริ่มส่ายวนตามอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดเดือด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลายเท้าเหยี







