เข้าสู่ระบบ“เมื่อกี้สุดยอดไปเลย... คนสวย เครื่องฟิตมาก!” วายุคำรามเสียงแหบพร่าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะออกแรงรั้งร่างเปลือยเปล่าที่ยังชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกำยำของเขาอีกครั้ง ความร้อนจากผิวกายที่เสียดสีกันปลุกเร้ากระแสไฟบางอย่างให้ไหลพล่านขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
“อย่าเพิ่งรีบเบื่อพิมพ์นะคะพี่วายุ...” พิมพ์วดีออดอ้อนพลางซุกใบหน้าลงกับไหล่แกร่ง
“ไม่มีวันเบื่อหรอก... ที่รัก” เขาตอบพร้อมกับกดจมูกลงบนขมับเนียน
“เชื่อได้จริงๆ เหรอคะ?”
“เชื่อเถอะ... สวยๆ แซ่บๆ อย่างพิมพ์ พี่ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ หรอก” วายุยืนยันด้วยสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง จนคนฟังถึงกับหน้าร้อนผ่าว
“พี่... พิมพ์ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้ว ตัวมีแต่เหงื่อเหนียวไปหมดแล้วเนี่ย” หญิงสาวพยายามดันอกแกร่งออกเบาๆ หวังจะชำระล้างร่างกายที่กรำศึกหนักมาหลายยก
“งั้นถูหลังให้พี่ด้วยได้มั้ย? พี่อยากนอนแช่น้ำอุ่นสักหน่อย” วายุเสนอพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“ก็ได้ค่ะ... แต่ห้ามปล้ำพิมพ์ในห้องน้ำอีกนะ พิมพ์เพลียจะแย่อยู่แล้ว” เธอรีบดักคอพลางชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ
“หึๆ... มันก็อยู่ที่ว่า พิมพ์จะยั่วพี่หรือเปล่าไงจ๊ะ”
“คนหื่น! คืนหนึ่งกะจะเอาไม่พักเหรอรึไง” พิมพ์วดีค้อนให้วงใหญ่ แต่ในแววตากลับมีความภูมิใจเล็กๆ ที่สามารถมัดใจชายหนุ่มตรงหน้าได้อยู่หมัด
“เปลี่ยนใจกลับห้องตอนนี้ก็ยังทันนะพี่ว่า... ถ้าคิดว่ารับมือพี่ไม่ไหว” วายุแกล้งท้าทาย
“ไม่เอาค่ะ! พิมพ์ไหว!” พูดจบเธอก็รีบพลิกตัวเตรียมจะลุกวิ่งหนีเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางปราดเปรียวทว่ากลับช้ากว่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่เอวบางกิ่วแล้วรั้งร่างนุ่มนิ่มกลับมาจมลงในอ้อมกอดทันทีจนหน้าอกอวบหยุ่นบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง
“จะรีบไปไหนล่ะหืม์!!!....ไหนบอกไหวไง!!!”
“อือยยย!!! ขอพิมอาบน้ำนอนก่อนได้มั้ยคะสักชั่วโมงก็ยังดี”
“ก็ใครใช้ให้มาทำตัวยั่วพี่ก่อนล่ะ... หืม์?” วายุคำรามถามเสียงพร่าชิดผิวแก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดจนพิมพ์วดีขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
“พิมพ์ไม่ได้ยั่วสักหน่อย พี่วายุต่างหากที่หาเรื่อง...” หญิงสาวท้วงเสียงอ้อมแอ้มพยายามขยับกายหนี แต่กลับกลายเป็นการบดเบียดสัดส่วนอวบอัดเข้าหาแผงอกแกร่งหนักยิ่งขึ้นไปอีก
“แบบนี้ไงเขาเรียกยั่ว...!” วายุไม่พูดเปล่า เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายที่ผสมปนเปไปด้วยกลิ่นเหงื่อและความใคร่อย่างมันเขี้ยว มือหนาฟอนเฟ้นไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างถือสิทธิ์
“อื้อ! พี่วายุ... พี่วายุขา ปล่อยพิมพ์ก่อน ให้พิมพ์ไปล้างตัวก่อนได้มั้ยคะ!”
เสียงหวานประท้วงปนเสียงหัวเราะคิกคัก เมื่อถูกชายหนุ่มรุกรานด้วยจมูกและริมฝีปากไปตามผิวเนื้ออ่อนละมุน ความนัวเนียพัวพันที่เกิดขึ้นกลางเตียงกว้างเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วประดุจกองเพลิงที่ถูกสาดด้วยน้ำมัน วายุไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อสาวให้เป็นอิสระ แต่เขากลับตวัดอ้อมแขนรัดใต้ข้อพับขาและแผ่นหลัง อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย
ร่างสูงสง่าเดินอาดๆ มุ่งตรงไปยังห้องน้ำหรูที่เปิดไฟดาวน์ไลท์สลัวรางรออยู่ แสงสีนวลสะท้อนกับผนังหินอ่อนสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหล พิมพ์วดีกอดคอชายหนุ่มไว้แน่น ใบหน้าซบลงกับไหล่กว้างอย่างหมดทางสู้
“พี่บอกแล้วไง... ว่าคืนนี้พี่จะกินพิมพ์ให้อิ่มจนไปไหนไม่ได้”
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตแดนของสายน้ำ วายุก็วางร่างนุ่มนิ่มลงบนขอบอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝักบัวให้น้ำอุ่นรินรดลงมา สายน้ำที่ไหลผ่านผิวเนื้อเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่ยิ่งเพิ่มความวาบหวามเป็นเท่าตัว วายุไม่รอช้าที่จะเบียดกายเข้าหาพริตตี้สาวอีกครั้ง โดยมีเสียงสายน้ำเป็นพยานในบทรักบทใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดไม่แพ้ครั้งก่อนหน้า
ไออุ่นจากหยาดน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากฝักบัวสีทองเหลืองอร่าม กระทบลงบนผิวเนื้อเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่จนเกิดเป็นละอองไอน้ำปกคลุมไปทั่วห้องน้ำหรู วายุประคองร่างที่อ่อนระทวยของพิมพ์วดีให้พิงกับผนังหินอ่อนเย็นเฉียบ ตัดกับความร้อนระอุของร่างกายที่ยังไม่คลายจากไฟสวาท
“พี่วายุ... อาบน้ำอย่างเดียวได้มั้ยคะ พิมพ์ไม่มีแรงให้พี่เอาแล้วจริงๆ” พิมพ์วดีเอ่ยประท้วงเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาฉ่ำปรือจ้องมองชายหนุ่มอย่างเว้าวอน แต่ความกระหายที่วาวโรจน์อยู่ในดวงตาของวายุกลับทำให้เธอต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกขนลุกซู่
“ระหว่างที่พี่อาบน้ำให้... พี่จะให้พิมพ์ได้พักก็แล้วกัน”
คำพูดของเขาฟังดูเหมือนจะเมตตา แต่ฝ่ามือหนาที่ลูบไล้สบู่เหลวกลิ่นหอมฟุ้งไปตามผิวเนียนละเอียดกลับไม่ได้บ่งบอกเช่นนั้น วายุใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวลากไล้ฟองสบู่นุ่มละมุนจากลำคอระหง ผ่านเนินอกอวบอิ่มที่เด้งสู้มือ เขาบีบเฟ้นมันอย่างมันเขี้ยวจนยอดถันแข็งชันท้าทายสายตา
“อื้อ... พี่วายุ ไหนบอกว่าจะให้พักไงคะ” หญิงสาวครางประท้วงเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มรุกรานจุดอ่อนไหวของเธอท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน
“ก็พักอยู่นี่ไง... พิมพ์ไม่ต้องทำอะไร แค่ยืนนิ่งๆ ให้พี่ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก็พอ”
“อะ อร๊ายยย พี่ก็อย่าล้วงสิคะ อื้ยยยย”
“ทำไมเสียวหราาา!!!” เขากระซิบชิดใบหูพลางขบเม้มเบาๆ จนคนฟังแทบทรุดลงไปกองกับพื้น วายุลากไล้ฝ่ามือลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ก่อนจะวนเวียนอยู่รอบใจกลางความเป็นสาวที่กำลังสั่นระริก สายน้ำที่ไหลรินรดลงมาไม่อาจดับไฟปรารถนาที่กำลังปะทุขึ้นมาใหม่ได้เลย
เขาย่อตัวลงใช้ฝักบัวรดรินไปตามเรียวขาเสลา ก่อนจะค่อยๆ ปรนเปรอเธอด้วยชิวหาร้อนระอุสลับกับสัมผัสจากปลายนิ้วที่เป็นงาน พิมพ์วดีกอดศีรษะของเขาไว้แน่น แหงนหน้ารับความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้ามาอีกครั้งท่ามกลางไอน้ำที่อบอวล
“พี่วายุ... อ๊ะ... อื้อ!”
เธอทิ้งตัวลงกับหมอน ร้องครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อปากร้อนและลิ้นร้ายปรนเปรอความเป็นหญิงของเธออย่างไม่ลดละ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวบีบคั้นอยู่กึ่งกลางกาย สะโพกมนเริ่มส่ายวนตามอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดเดือด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลายเท้าเหยียดเกร็ง ลมหายใจหอบกระชั้น“พี่วายุขา... อัปสรใจจะขาดอยู่แล้ว... อ๊ะ!!!...”“เสียวใช่ไหมที่รัก... ไม่ต้องเกรง แล้วก็ไม่ต้องอาย... มีความสุขไปกับพี่นะจ๊ะ” วายุวายุเงยหน้าบอกก่อนจะเร่งจังหวะรัวเร็ว ลิ้นร้ายทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จนตรีอัปสรแทบทนไม่ไหว ร่างกายบิดเร่าพยายามจะหนีแต่ก็กลับโจนทะยานเข้าหา“พี่วายุ อย่าทำแบบนั้น... อัปสรไม่ไหว... มันจะ... อื้อออ พี่วายุ!!!... กรี๊ดดดด!” ร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัวเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ร่างกายเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ทุกความอัดอั้นระเบิดออกมาเป็นความหฤหรรษ์ครั้งแรกในชีวิต น้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาจนวายุได้ลิ้มรสอย่างจุใจ เขาดูดซับความหวานล้ำนั้นราวกับกลัวมันจะเหือดแห้งไป“ขอพี่กินให้ชื่นใจก่อนนะที่รัก...” วายุกระซิบชิดใบหูของคนที่นอนหอบเหนื่อย ก่อ
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับความร้อน เธอจึงรวบรวมความกล้าปลดปมผ้าเช็ดตัวออกแล้วก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาคมกริบของเสือร้ายกลับไม่ยอมหันไปตามคำขอ เขาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นมัวด้วยความหิวกระหาย“คนขี้โกง แอบดูทำไมคะ”“ก็พี่อยากเห็นนี่ครับ...จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วจะอายทำไมหืม์!!” วายุขยับกายเข้ามาใกล้จนน้ำในบ่อกระเพื่อมไหวไหววนรอบกายเธอ เขาเริ่มชวนคุยเรื่องเที่ยวต่อเพื่อให้อัปสรผ่อนคลาย แต่สุดท้ายมือหนากลับคว้าเอวคอดกิ่วแล้วรั้งให้เธอขึ้นมานั่งบนตักแกร่งกลางอ่างน้ำร้อน“ว้าย!!!...พี่วายุ! จะทำอะไรคะ” ตรีอัปสรตื่นตระหนก สัมผัสจากผิวเนื้อที่แนบชิดกันโดยไร้สิ่งกีดขวางทำให้อารมณ์รักพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว“ในเมื่อคุณพ่ออยากให้เรารักกัน งั้นเราก็มาสานฝันให้ท่านกันเถอะนะ”“แต่อัปสร... อัปสรง่วงแล้วค่ะ” เธออ้างทั้งที่ใจสั่นสะท้าน“พี่ไม่เชื่อ!!” ไม่รอคำอนุญาตสิ้นเสียงวายุก็โน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตที่ริมฝีปากบาง มือแกร่งที่โอบทางด้านหลังเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังสะโพกกลมกลึงและบีบเค้นเบาๆ จนหญิงสาวหลุดเสียงครางอื้ออึงในลำคอลิ้นร้อนแทรก
หลายวันต่อมาการเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นก็มาถึง ตรีอัปสรยืนอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้าที่แผ่หลากสีอยู่บนเตียงกว้าง หัวใจของเธอกระตุกไหวด้วยความตื่นเต้นผสมปนเปกับความประหม่า เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับวายุชายหนุ่มที่ครอบครองหัวใจเธอมาเนิ่นนานในขณะที่มือเรียวหยิบจับเสื้อผ้าลงกระเป๋า หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบพร้อมเสียงวิดีโอคอลจากจริยา เพื่อนรักตัวแสบที่เป็นคนปฏิวัติลุคให้เธอจนวายุเกือบตบะแตกมาหลายครั้งหลายหน“ยังไงแกก็ต้องใส่ชุดนี้ลงไปในกระเป๋า!” จริยาโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนสาวโชว์ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดง บางเบาจนแทบมองเห็นทะลุผ่าน“เชื่อฉันสิอัปสร ถ้าแกใส่ชุดนี้ ยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณวาทิตแอบให้แกพกไว้น่ะ... ตกกระป๋องไปเลย ไม่ต้องใช้ให้เสียเวลาหรอก”“คิดไปคิดมาฉันก็ไม่อยากทำเลยว่ะแก... ฉันกลัว” ตรีอัปสรพึมพำ ใบหน้าสวยสลดลงเล็กน้อย“กลัวว่าถ้าพี่วายุจับได้ว่าฉันกับคุณลุงวางแผนกัน เขาจะยิ่งเกลียดฉันไปกันใหญ่”“อย่าคิดมากสิเพื่อน เชื่อใจตัวเองหน่อย!” จริยาจีบปากจีบคอผ่านกล้อง“แกน่ะมีของดีตั้งเยอะ ทั้งหน้าอกหน้าใจ ทั้งผิวพรรณ ที่ผ่านมาพี่วายุเขาก็แค่ต่อต้านเพ
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ทว่าหัวใจของคนขับกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะตรีอัปสร ลอบถอนหายใจยาวขณะบังคับพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดรถของคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ เธอหันไปมองคนข้างกายที่ดูเหมือนจะหมดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่รอยหยักที่มุมปากเขากลับฟ้องว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ“ถึงคอนโดแล้วค่ะ พี่วายุ” เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปเขย่าแขนแกร่งเบาๆ“ขึ้นไปส่งพี่ก่อนสิ...” วายุลืมตาขึ้นทันควัน แววตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นพราวระยับด้วยเล่ห์กล ผสมกับรังสีคุกคามอันตรายที่ทำให้อุณหภูมิในรถร้อนฉ่าขึ้นมาทันที ตรีอัปสรพยายามรวบรวมสติ นึกถึงคำเตือนของมารดาที่ว่าอย่าใจง่าย แต่ท่าทางซวนเซที่ดูเหมือนจงใจของเขาก็ทำให้เธอลืมคำเตือนนั้นไปเสียสนิท“พี่เดินไม่ไหวเหรอคะ? งั้นเดี๋ยวอัปสรจะไปตาม รปภ. ให้”“ไม่ต้องหรอก อัปสรขึ้นไปส่งพี่หน่อยได้มั้ย” เขาต้อนเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว จนสุดท้ายเธอก็ต้องยอมประคองร่างหนาขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ทันทีที่เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นและประตูปิดสนิทลงกลอน ความเงียบสงัดภายในห้องกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยา
เส้นความอดทนสุดท้ายของคาสโนวาขาดผึง เขาไม่สนคำถากถางของบิดาอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าฉับ ๆ มุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันที“ท่านรอง! มาตั้งเมื่อไหร่คะ” ตรีอัปสรสะดุ้งสุดตัว กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่เข้มข้นและคุ้นเคยโชยเข้าจมูก พร้อมกับสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดสะโพกมนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว“สวัสดีครับ... ขอตัวเลขาฯ ผมสักครู่นะครับ!” วายุเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาดุดัน จนชายหนุ่มคนนั้นพยักหน้าพลางถอยห่างไปอย่างรวดเร็ว วายุไม่รอช้า เขาบังคับประคองร่างบางให้เดินเลี่ยงออกมายังมุมระเบียงที่เงียบสงัดและลับตาคน“ใครให้เธอมางานนี้!” เขากระซิบชิดใบหูสะอาด น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะลุจุดเดือด ความโกรธผสมปนเปไปกับความต้องการที่พลุ่งพล่านยามได้กลิ่นกายสาวในระยะประชิด“ก็คุณลุงสิคะ ท่านบอกว่าอยากให้อัปสรมาเปิดหูเปิดตาบ้าง” เธอตอบพลางพยายามเบี่ยงตัวออก แต่วงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกอวบอัดบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างของเขา“แล้วดูแต่งตัวสิ... กะจะให้ผู้ชายทั้งงานหัวใจวายตายรึไง!”“ชุดราตรีมันก็แบบนี้แหละค่ะ ใครๆ เค้าก็ใส่กัน” ตรีอัปสรช้อนสายตาหวานหยดย้อยที่ไร้กรอบแว่นมองเขาอย่างท้าทาย
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่ว วายุไม่อาจละสายตาจากร่างระหงที่นั่งหันหลังให้เขาได้เลย แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านม่านปรับแสงตกกระทบลงบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ที่เปิดเปลือยรำไรจากดีไซน์ชุดเดรส ทุกครั้งที่เธอขยับตัว สะโพกมนกลมกลึงที่เบียดชิดอยู่บนเก้าอี้ทำงานก็ดูจะเน้นสัดส่วนจนเขารู้สึกร้อนรุ่ม คอแห้งผากราวกับเดินอยู่กลางทะเลทรายเมื่อเข็มนาฬิกาชี้เลขสิบสอง วายุไม่รอช้า เขาผุดลุกขึ้นแล้วก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานของเลขาฯ สาวด้วยท่าทีคุกคามทรงอำนาจ“เที่ยงแล้ว... ไปทานข้าวกันเถอะ”“เอ่อ... แต่ว่าอัปสร...”“นัดใครไว้เหรอ?” วายุเลิกคิ้ว เสียงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“นัดเพื่อนไว้ค่ะ”“ผู้ชายหรือผู้หญิง?” เขาถามสวนกลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องเขม็งจนตรีอัปสรต้องรีบตอบ“ผู้หญิงค่ะ... จริยาไงคะ ถ้าท่านรองไม่รังเกียจ จะไปทานด้วยกันก็ได้ค่ะ”“ไปสิ” เขาตอบสั้นๆ ทว่าแววตามุ่งมั่นระหว่างทางบนรถหรู เสียงโทรศัพท์ของตรีอัปสรดังขึ้น เธอรับสายเพื่อนรักที่มารออยู่ก่อนแล้ว โดยมีวายุเป็นสารถีขับรถให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ามือที่กำพวงมาลัยกลับเกร็งแน่นเมื่อเห็นเธอคุยโทรศัพท์อย่







