LOGIN“เมื่อกี้สุดยอดไปเลย... คนสวย เครื่องฟิตมาก!” วายุคำรามเสียงแหบพร่าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะออกแรงรั้งร่างเปลือยเปล่าที่ยังชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกำยำของเขาอีกครั้ง ความร้อนจากผิวกายที่เสียดสีกันปลุกเร้ากระแสไฟบางอย่างให้ไหลพล่านขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
“อย่าเพิ่งรีบเบื่อพิมพ์นะคะพี่วายุ...” พิมพ์วดีออดอ้อนพลางซุกใบหน้าลงกับไหล่แกร่ง
“ไม่มีวันเบื่อหรอก... ที่รัก” เขาตอบพร้อมกับกดจมูกลงบนขมับเนียน
“เชื่อได้จริงๆ เหรอคะ?”
“เชื่อเถอะ... สวยๆ แซ่บๆ อย่างพิมพ์ พี่ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ หรอก” วายุยืนยันด้วยสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง จนคนฟังถึงกับหน้าร้อนผ่าว
“พี่... พิมพ์ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้ว ตัวมีแต่เหงื่อเหนียวไปหมดแล้วเนี่ย” หญิงสาวพยายามดันอกแกร่งออกเบาๆ หวังจะชำระล้างร่างกายที่กรำศึกหนักมาหลายยก
“งั้นถูหลังให้พี่ด้วยได้มั้ย? พี่อยากนอนแช่น้ำอุ่นสักหน่อย” วายุเสนอพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“ก็ได้ค่ะ... แต่ห้ามปล้ำพิมพ์ในห้องน้ำอีกนะ พิมพ์เพลียจะแย่อยู่แล้ว” เธอรีบดักคอพลางชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ
“หึๆ... มันก็อยู่ที่ว่า พิมพ์จะยั่วพี่หรือเปล่าไงจ๊ะ”
“คนหื่น! คืนหนึ่งกะจะเอาไม่พักเหรอรึไง” พิมพ์วดีค้อนให้วงใหญ่ แต่ในแววตากลับมีความภูมิใจเล็กๆ ที่สามารถมัดใจชายหนุ่มตรงหน้าได้อยู่หมัด
“เปลี่ยนใจกลับห้องตอนนี้ก็ยังทันนะพี่ว่า... ถ้าคิดว่ารับมือพี่ไม่ไหว” วายุแกล้งท้าทาย
“ไม่เอาค่ะ! พิมพ์ไหว!” พูดจบเธอก็รีบพลิกตัวเตรียมจะลุกวิ่งหนีเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางปราดเปรียวทว่ากลับช้ากว่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่เอวบางกิ่วแล้วรั้งร่างนุ่มนิ่มกลับมาจมลงในอ้อมกอดทันทีจนหน้าอกอวบหยุ่นบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง
“จะรีบไปไหนล่ะหืม์!!!....ไหนบอกไหวไง!!!”
“อือยยย!!! ขอพิมอาบน้ำนอนก่อนได้มั้ยคะสักชั่วโมงก็ยังดี”
“ก็ใครใช้ให้มาทำตัวยั่วพี่ก่อนล่ะ... หืม์?” วายุคำรามถามเสียงพร่าชิดผิวแก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดจนพิมพ์วดีขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
“พิมพ์ไม่ได้ยั่วสักหน่อย พี่วายุต่างหากที่หาเรื่อง...” หญิงสาวท้วงเสียงอ้อมแอ้มพยายามขยับกายหนี แต่กลับกลายเป็นการบดเบียดสัดส่วนอวบอัดเข้าหาแผงอกแกร่งหนักยิ่งขึ้นไปอีก
“แบบนี้ไงเขาเรียกยั่ว...!” วายุไม่พูดเปล่า เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายที่ผสมปนเปไปด้วยกลิ่นเหงื่อและความใคร่อย่างมันเขี้ยว มือหนาฟอนเฟ้นไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างถือสิทธิ์
“อื้อ! พี่วายุ... พี่วายุขา ปล่อยพิมพ์ก่อน ให้พิมพ์ไปล้างตัวก่อนได้มั้ยคะ!”
เสียงหวานประท้วงปนเสียงหัวเราะคิกคัก เมื่อถูกชายหนุ่มรุกรานด้วยจมูกและริมฝีปากไปตามผิวเนื้ออ่อนละมุน ความนัวเนียพัวพันที่เกิดขึ้นกลางเตียงกว้างเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วประดุจกองเพลิงที่ถูกสาดด้วยน้ำมัน วายุไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อสาวให้เป็นอิสระ แต่เขากลับตวัดอ้อมแขนรัดใต้ข้อพับขาและแผ่นหลัง อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย
ร่างสูงสง่าเดินอาดๆ มุ่งตรงไปยังห้องน้ำหรูที่เปิดไฟดาวน์ไลท์สลัวรางรออยู่ แสงสีนวลสะท้อนกับผนังหินอ่อนสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหล พิมพ์วดีกอดคอชายหนุ่มไว้แน่น ใบหน้าซบลงกับไหล่กว้างอย่างหมดทางสู้
“พี่บอกแล้วไง... ว่าคืนนี้พี่จะกินพิมพ์ให้อิ่มจนไปไหนไม่ได้”
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตแดนของสายน้ำ วายุก็วางร่างนุ่มนิ่มลงบนขอบอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝักบัวให้น้ำอุ่นรินรดลงมา สายน้ำที่ไหลผ่านผิวเนื้อเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่ยิ่งเพิ่มความวาบหวามเป็นเท่าตัว วายุไม่รอช้าที่จะเบียดกายเข้าหาพริตตี้สาวอีกครั้ง โดยมีเสียงสายน้ำเป็นพยานในบทรักบทใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดไม่แพ้ครั้งก่อนหน้า
ไออุ่นจากหยาดน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากฝักบัวสีทองเหลืองอร่าม กระทบลงบนผิวเนื้อเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่จนเกิดเป็นละอองไอน้ำปกคลุมไปทั่วห้องน้ำหรู วายุประคองร่างที่อ่อนระทวยของพิมพ์วดีให้พิงกับผนังหินอ่อนเย็นเฉียบ ตัดกับความร้อนระอุของร่างกายที่ยังไม่คลายจากไฟสวาท
“พี่วายุ... อาบน้ำอย่างเดียวได้มั้ยคะ พิมพ์ไม่มีแรงให้พี่เอาแล้วจริงๆ” พิมพ์วดีเอ่ยประท้วงเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาฉ่ำปรือจ้องมองชายหนุ่มอย่างเว้าวอน แต่ความกระหายที่วาวโรจน์อยู่ในดวงตาของวายุกลับทำให้เธอต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกขนลุกซู่
“ระหว่างที่พี่อาบน้ำให้... พี่จะให้พิมพ์ได้พักก็แล้วกัน”
คำพูดของเขาฟังดูเหมือนจะเมตตา แต่ฝ่ามือหนาที่ลูบไล้สบู่เหลวกลิ่นหอมฟุ้งไปตามผิวเนียนละเอียดกลับไม่ได้บ่งบอกเช่นนั้น วายุใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวลากไล้ฟองสบู่นุ่มละมุนจากลำคอระหง ผ่านเนินอกอวบอิ่มที่เด้งสู้มือ เขาบีบเฟ้นมันอย่างมันเขี้ยวจนยอดถันแข็งชันท้าทายสายตา
“อื้อ... พี่วายุ ไหนบอกว่าจะให้พักไงคะ” หญิงสาวครางประท้วงเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มรุกรานจุดอ่อนไหวของเธอท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน
“ก็พักอยู่นี่ไง... พิมพ์ไม่ต้องทำอะไร แค่ยืนนิ่งๆ ให้พี่ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก็พอ”
“อะ อร๊ายยย พี่ก็อย่าล้วงสิคะ อื้ยยยย”
“ทำไมเสียวหราาา!!!” เขากระซิบชิดใบหูพลางขบเม้มเบาๆ จนคนฟังแทบทรุดลงไปกองกับพื้น วายุลากไล้ฝ่ามือลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ก่อนจะวนเวียนอยู่รอบใจกลางความเป็นสาวที่กำลังสั่นระริก สายน้ำที่ไหลรินรดลงมาไม่อาจดับไฟปรารถนาที่กำลังปะทุขึ้นมาใหม่ได้เลย
เขาย่อตัวลงใช้ฝักบัวรดรินไปตามเรียวขาเสลา ก่อนจะค่อยๆ ปรนเปรอเธอด้วยชิวหาร้อนระอุสลับกับสัมผัสจากปลายนิ้วที่เป็นงาน พิมพ์วดีกอดศีรษะของเขาไว้แน่น แหงนหน้ารับความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้ามาอีกครั้งท่ามกลางไอน้ำที่อบอวล
“พี่วายุ... อ๊ะ... อื้อ!”
พายุร้ายเพิ่งจะสงบลง ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำที่ต้องการการเยียวยา วายุพาตรีอัปสรกลับมาถึงบ้านพักด้วยความรักและห่วงใย หลังจากฝากฝังให้ทรงกลตดูแลวิภาวรรณที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการทำให้ภรรยาตัวน้อยของเขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุด“อัปสรรีบไปอาบน้ำสิ” วายุเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ดูอิดโรยแต่ยังคงความเย้ายวนไม่เปลี่ยนเมื่อตรีอัปสรก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางพันกายหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของเธอขาวผ่องล้อแสงไฟในห้องนอนจนสามีหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“มีอะไรหรือเปล่า...ที่รัก” วายุถามพลางเดินเข้าไปโอบเอวบาง“พี่ไปอาบด้วยกันสิคะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอช้อนตาขึ้นมอง แววตาคู่นั้นดูฉ่ำหวานกว่าปกติจนวายุเริ่มเอะใจ“สงสัยว่าฤทธิ์ยาของไอ้แก่นั่นคงยังไม่หมดใช่ไหม” เขาหยอกเย้า แฝงไปด้วยความหึงหวงเล็กๆ ที่มุมปาก“พูดอะไรอย่างนั้นคะ อัปสรก็แค่... อยากอาบน้ำกับสามี” เธอพยายามบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ความจริงมวลความซ่านสยิวที่ตกค้างจากฤทธิ์ยาที่วาทิตใช้ลมแอร์เป่ารดเธอนั้น กำลังเริ่มทำงานอีกครั้งในยามที่ร่างกายได้ผ่อนคลาย“ว๊ายย!.. พี่วายุ!” ตรี
ไฟราคะดำมืดในใจของวาทิตพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาผละจากทรวงอกลากลิ้นที่สากและร้อนชื้นลงไปตามซอกหลืบที่อ่อนไหวอย่างรักแร้เนียนกริบ สัมผัสน่ารังเกียจนั้นทำให้ตรีอัปสรเสียวจนแทบอ่อนระทวย ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของยานรกที่เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อยประธานหื่นปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะเลื่อนมือหนาหยาบกร้านผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปบดคลึงเนินเนื้ออวบอูมภายใต้ผ้าเนื้อบางเบาที่บัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัด“ใหญ่ไม่เบาเลยหนู... แถมตอดดีซะด้วย ถึงว่าไอ้วายุมันถึงได้หลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น” เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาฉายความหิวกระหายขณะจงใจสอดนิ้วร้ายเข้าไปในจุดอ่อนไหว บดเบียดรุกรานอย่างย่ามใจจนตรีอัปสรต้องขบเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางอันอัปยศหญิงสาวพยายามดึงชายกระโปรงปิดบังร่างกายด้วยมือที่สั่นเทา แต่วาทิตกลับคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ เขากระชากมือเธอออกแล้วดึงแผ่นซิลิโคนที่ปิดหัวนมจนหลุดติดมือ ยอดอกสีหวานชูชันอวดสายตาเฒ่าตัณหาในทันที“นมหนูสวยเหลือเกิน... ลุงขอดูดให้ชื่นใจหน่อยเถอะนะ” จากนั้นเต้านมอวบเต่งตึงถูกดูดกลืนอย่างเมามัน แรงดูดดึงที่จาบจ้วงทำให้ตรีอ
บรรยากาศที่หนักอึ้งภายในห้องรับแขกกำลังระอุเดือดด้วยเพลิงราคะที่วาทิตเป็นคนจุดขึ้นมาอย่างเลือดเย็น และตอนนี้ตรีอัปสรก็รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเริ่มทรยศต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง“หนูตัวร้อนนี่...ให้ลุงเช็ดตัวให้มั้ย” วาทิตนั่งลงข้าง ๆ และสัมผัสตัวเธอไปตามพวงแก้ม ลำคอระหง“หนูจะออกไปรอข้างนอกค่ะ!” ตรีอัปสรตอบเสียงสั่นจนคนฟังรับรู้ได้ แต่ระหว่างที่เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วาทิตก็รีบดึงมือเรียวบางของลูกสะใภ้เอาไว้ได้ทัน“ได้โปรดปล่อยหนูเถอะค่ะ...คุณลุง หนูไม่อยากมีปัญหากับพี่วายุ!”เธอพยายามอ้างถึงวายุเพื่อเรียกสติชายสูงวัย แต่เมื่อยิ่งเขาสัมผัสตัวเธอ ตรีอัปสรกลับรู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกปลายนิ้วหยาบที่กรีดกรายลงบนผิวเนื้อนวลกลับทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกขยะแขยงตีรวนอยู่กับความกำหนัดที่ถูกกระตุ้นด้วยยาสวาทที่เธอไม่รู้ตัวว่าพลาดท่าไปตอนไหน ทั้ง ๆ ที่แม่ของเธอก็เตือนแล้วเตือนอีก“ลุงช่วยให้หนูสมหวังกับเจ้าวายุแล้ว หนูก็ควรจะตอบแทนน้ำใจลุงบ้างสิ...” วาทิตลุกขึ้นกระซิบพร่าชิดใบหู“หนูก็กำลังจะโอนที่ดินให้เป็นของคุณลุงอยู่แล้วไงคะ!” เธอเถียงกลับ
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสลัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา สวนทางกับกระแสความต้องการที่พลุ่งพล่านในใจของชายสูงวัย“พร้อมแล้วใช่ไหมหนูอัปสร ” วาทิตเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นพร่าด้วยเล่ห์กลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้ใหญ่ใจดี“พร้อมแล้วค่ะ ไหนละคะเอกสารที่คุณลุงจะให้หนูเซ็น” ตรีอัปสรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอจงใจนั่งไขว่ห้างจนชายเดรสสั้นกุดเลิกขึ้นโชว์เรียวขาขาวผ่อง แสร้งทำเป็นนอบน้อมเพื่อรอจังหวะตลบหลังชายตรงหน้า“ใจเย็นสิหนู... เดี๋ยวไปถึงกรมที่ดินค่อยเซ็นให้ลุงก็ได้”วาทิตขยับลุกขึ้นช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดยืนซ้อนหลังหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมบุรุษรุ่นใหญ่ที่ฉีดมาหนาเตอะปะทะเข้าจมูกจนตรีอัปสรรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ มือหนาของเขาแสร้งวางลงบนบ่ามน แต่กลับค่อยๆ เคลื่อนปลายนิ้วลูบไล้ลงมาตามลำคอระหงอย่างถือวิสาสะ“คุณลุงจะไปตอนพักกลางวันเหรอคะ?” เธอถามพลางเอียงคอหลบและขยับตัวออกห่างอย่างแนบเนียน ทว่า...การเคลื่อนไหวของเธอกลับทำให้ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้เชื้อเชิญนั้นกระเพื่อมไหวจนวาทิตต้องลอบกลืนน้ำลาย“ไปตอนนี้เลยก็ได้... ว่าแต่เจ้าวายุมันมาทำงานหรือยั
หนึ่งเดือนผ่านไป... บรรยากาศยามเช้า ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สดสีขาวละมุน งานมงคลสมรสระหว่าง วายุ และ ตรีอัปสร ถูกจัดขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและเหล่าคนดังในแวดวงสังคม รวมถึงคุณหญิงรมณีย์ที่ควงคู่มากับลูกชาย ทว่า...ท่ามกลางความหรูหรานั้น พิธีการกลับถูกจัดอย่างเรียบง่ายทว่าศักดิ์สิทธิ์ตามความต้องการของบ่าวสาวทันทีที่เสียงดนตรีไทยบรรเลงแผ่วเบาเพื่อเปิดตัวเจ้าสาว แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวก็รัวระยิบระยับดุจแสงดาว ตรีอัปสร ก้าวเดินลงมาด้วยความสง่างามที่ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ ผมสีเข้มถูกถักเปียประณีตรอบศีรษะเปิดโชว์ใบหน้านวลเนียน ดวงตากลมโตเป็นประกายฉ่ำวาวถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างระดับมือโปร เรียวปากบางได้รูปเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนดูเป็นธรรมชาติและน่าหลงใหลในคราวเดียวกันวายุ ในชุดไทยประยุกต์สีขาวสะอาดตา หล่อเนี้ยบราวกับคุณชายในซีรีส์ยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบจ้องมองเจ้าสาวของเขาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ในใจของเขาเต้นรัวแรง... แม้จะเห็นหน้าเธอทุกวัน แต่ในชุดเจ้าสาวที่ขับเน้นสัดส่วนอ้อนแอ้นและผิวพรรณผุดผ่องเช่นนี้ เธอกลับสวยหยาดเยิ้มขึ้นเป็
ณ ห้องทำงาน บรรยากาศแฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น วาทิต นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจดจ้องไปยังร่างอ้อนแอ้นของ ตรีอัปสร ที่ก้าวเข้ามาในห้อง วันนี้เขามีเป้าหมายชัดเจน... ในเมื่อหมากที่เขาวางไว้เดินเกมจนได้เสียกับลูกชายเขาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาจะทวงถามถึงที่ดินไร่ชาผืนงามที่หมายปอง“สวัสดีค่ะคุณลุง” ตรีอัปสรยกมือไหว้ นอบน้อมเหมือนเดิมทุกประการ แต่ในใจกลับเย็นเยียบเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของมารดา“สวัสดีจ้ะหนูอัปสร เป็นไงบ้าง เที่ยวญี่ปุ่นสนุกไหมลูก... คงจะประทับใจจนลืมไม่ลงเลยล่ะสิ” ชายชรายิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์สื่อความหมายลึกซึ้งถึงยาปลุกสวาทที่เขาเคยมอบให้เธอ“เอาเรื่องงานก่อนก็ได้มั้งคะคุณลุง เรื่องอื่นหนูว่าเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ” ตรีอัปสรฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความขยะแขยงที่เริ่มก่อตัว“ปวดหัวเปล่าๆ น่า! เรื่องงานน่ะหายห่วง คุณคาเทชิโทรมาแจ้งลุงเรียบร้อยแล้วว่าสินค้าล็อตหน้าเตรียมส่งได้เลย...” วาทิตโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อขยับหมากตัวสำคัญ “ว่าแต่เรื่องงานแต่งเถอะ... จะให้แม่เราหาฤกษ์ให้จริงๆ เหรอ ลุงว่าให้ลุงจัดการให้ดีกว่ามั้ง ลุงมีซินแสเก่งๆ เยอะ รับรองว่าหนูจะได
แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าของฤดูหนาวสะท้อนกับเกล็ดหิมะที่เริ่มละลาย กลายเป็นประกายระยิบระยับล้อไปกับดวงตาเปี่ยมสุขของตรีอัปสร หลังจากค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับวายุก็ดูจะแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นวายุเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของเลขาฯ สาว ด้วยการเช่ารถขับท่องเที่
ร่างกายของหญิงสาวสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ความเสียวซ่านมารวมตัวกันที่จุดกึ่งกลางกายจนเริ่มบีบรัดตัวตนของเขาถี่กระชั้น วายุเองก็เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขาโจนจ้วงเข้าหาเธอราวกับพายุที่บ้าคลั่ง หวังจะพาคนใต้ร่างไปให้ถึงสรวงสวรรค์พร้อมๆ กันในค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายนอกหน้าต่างแห่งนี้วายุไม่ทำเธอ
“ไม่ได้! ฉันสายตาสั้นนะแก ถ้าถอดออกฉันก็มองอะไรไม่เห็นกันพอดี” หญิงสาวรีบท้วงละล่ำละลัก มือเรียวพยายามจะคว้าเกราะกำบังด่านสุดท้ายขึ้นมาสวมใส่ตามความคุ้นชินจริยาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยคีบขาแว่นออกอย่างแผ่วเบา ทันทีที่พันธนาการหนาหนักหลุดพ้นจากใบหน้า ความงดงามที่เคยซ่อนอยู่ใต้เงาเลนส์ก็ฉา
เช้าวันใหม่วันนี้ที่บริษัทช่างแตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะ ทันทีที่ประตูกระจกอัตโนมัติเปิดออก บรรยากาศภายในออฟฟิศที่เคยคึกคักกลับเงียบกริบลงในพริบตา ราวกับใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ตรีอัปสรก้าวเข้ามาในลุคที่ไม่มีใครคาดคิด ชุดเดรสสีครีมรัดรึงเน้นสัดส่ว







