เข้าสู่ระบบณ บริษัท ไร่ชาธาราภัค เบฟเวอเรจ จำกัด อาคารสำนักงานโอ่อ่าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น วายุสาวเท้าเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องทำงานของบิดาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ไฟโทสะยังคงสุมอยู่ในอกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ ที่คนของบิดาบุกรุกถึงเตียงนอนเมื่อเช้า
“คุณพ่อจะทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของผม พ่อให้เลขาฯ บุกเข้าไปถึงในห้องนอนผมได้ยังไง!” ชายหนุ่มระเบิดอารมณ์ใส่บิดาทันทีที่ประตูปิดลง วาทิตซึ่งกำลังตรวจเอกสารอยู่ เงยหน้าขึ้นมองลูกชายด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้แววรู้สึกผิด
“ฉันไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงเรื่องไร้สาระกับแกหรอกนะวายุ”
“ก็ถ้าแกไม่มาทำงานสาย จนเกือบทำเรื่องสำคัญพัง ฉันจะส่งหนูอัปสรไปตามแกถึงที่ทำไม หรือแกอยากให้ฉันเปลี่ยนจากส่งคนไปตาม เป็นสั่งตัดเงินเดือนแกแทนดีล่ะ?” คุณวาทิตเลิกคิ้วขู่ด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ทำให้วายุชะงักไปครู่หนึ่ง
“โถ่ววว... คุณพ่อ แค่โทรตามผมก็มาแล้ว” วายุบ่นอุบอิบ แม้ในใจจะค้านว่าที่เขาช้านั้นเพราะกิจกรรมร้อนแรงเมื่อคืนต่างหาก
“โทรตามแกน่ะเหรอ? กว่าแกจะตื่น กว่าแกจะรับสาย แขกเขากลับญี่ปุ่นไปก่อนพอดี” วาทิตลุกขึ้นยืนพลางจัดสูทให้เข้าที่
“วันนี้ฉันมีแขกสำคัญ แกน่าจะรู้นะว่าฉันรอไม่ได้”
“ผมแค่ช้าไปนิดเดียวเองนะครับ”
“นิดเดียวของแก คือความเสียหายหลายร้อยล้าน!” วาทิตเลิกคิ้วขู่ด้วยน้ำเสียงทรงพลังจนวายุชะงัก
“ถ้าวันนี้แกเบี้ยวประชุม แล้วคุณทาเคชิถอนตัว แกเตรียมตัวโดนสั่งตัดเงินเดือนและระงับบัตรเครดิตทุกใบได้เลย เลือกเอา... จะรักษาพื้นที่ส่วนตัว หรือจะรักษากระเป๋าสตางค์!”
“แต่ก็ไม่น่าต้องให้ยายเพิ้งนั่นไปทำลายบรรยากาศผมเลย” วายุบ่นอุบอิบในลำคอ พลางนึกถึงความเร่าร้อนของพิมพ์วดีที่ถูกขัดจังหวะด้วยใบหน้าจืดชืดของเลขาฯ
“วันนี้แขกจากญี่ปุ่นเขาบินมาเพื่อดูความพร้อมของเรา ถ้าเขาเห็นรองประธานยังนอนกินบ้านกินเมือง แผนขยายตลาดชาไทยไปญี่ปุ่นคงจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม” วาทิตลุกขึ้นยืนพลางจัดสาบสูทให้เนี๊ยบกริบ สายตาจริงจังจ้องมองลูกชาย
“ฟังนะวายุ... คุณทาเคชิคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ชาไทยของเรากลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมในญี่ปุ่น ถ้าเราดีลครั้งนี้สำเร็จ โรงงานผลิตชาของเราจะยกระดับขึ้นสู่มาตรฐานโลกทันที”
“ทราบแล้วครับพ่อ...”
“ทราบก็ไปได้ล่ะ! ไปช่วยหนูอัปสรเค้าเตรียมแผนนำเสนอโรงงานผลิตชาของเรา ทำให้คุณทาเคชิเชื่อให้ได้ว่าไม่มีโรงงานไหนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะผลิตชาออร์แกนิกได้ดีเท่าไร่ชาธาราภัคของเราอีกแล้ว!”
“ยืนงงอะไรอีก ไปสิ”
“ครับๆ”
ภายในห้องประชุมที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน คุณทาเคชิ ยามาดะ นักลงทุนชาวญี่ปุ่นนั่งหน้านิ่งมองดูเอกสาร ตรีอัปสรยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มขยับปากพูด
“ที่นี่เรามีโรงงานผลิตชาคุณภาพสูงค่ะ โรงงานของเราเน้นกรรมวิธีแบบออร์แกนิก 100% เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติชาไทยระดับพรีเมี่ยม...”
ถ้อยคำฉะฉานที่หลุดออกมาเป็น ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงเป๊ะกริบ ทำเอาวายุถึงกับหูผึ่ง เขาจ้องมองเลขาฯ สาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตรีอัปสรในยามนี้ดูมีความมั่นใจและสง่างาม แม้จะอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะก็ตาม
“ในส่วนของไร่ชา เราควบคุมดูแลตั้งแต่กระบวนการปลูกโดยปราศจากสารเคมีทุกชนิด เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของผู้บริโภค...” เธออธิบายต่ออย่างคล่องแคล่ว แววตาภายใต้เลนส์แว่นเป็นประกายมุ่งมั่น
เมื่อสิ้นสุดการนำเสนอ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วห้องประชุม คุณทาเคชิยิ้มกว้างอย่างพอใจและกล่าวชมเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ขาดปาก แผนการร่วมทุนส่งออกชาไทยไปญี่ปุ่นดูเหมือนจะสดใสกว่าที่คิด วาทิตยิ้มหน้าบานด้วยความภูมิใจ เขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกตรีอัปสรมาเป็นร่วมงานในครั้งนี้
“คุณอัปสร... เข้ามาพบผมที่ห้องด้วย” เสียงห้าวลึกของรองประธานหนุ่มเอ่ยเรียกเลขาฯ สาวหลังจากแขกบ้านแขกเมืองกลับไปแล้ว ตรีอัปสรพยักหน้ารับคำอย่างสงบและเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว
วายุนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ จ้องมองหญิงสาวที่ยืนประสานมืออยู่ตรงหน้า แม้เขาจะทึ่งในความสามารถระดับเกียรตินิยมวิศวกรรมศาสตร์ของเธอ แต่ความอคติที่ว่าเธอคือเด็กเส้นของบิดาก็ยังไม่จางหายไป
เขากับเธอเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ช่วงเวลาที่ต่างคนต่างไปเรียนต่อเมืองนอกทำให้ความสนิทสนมเจือจางลง จนเหลือเพียงภาพจำของเด็กหญิงตัวน้อยที่บิดาเขาพยายามจะจับคู่ให้มาโดยตลอด วาทิตมองการณ์ไกลว่าหากวายุแต่งงานกับตรีอัปสร ธุรกิจไร่ชาและโรงงานผลิตชาจะถูกผนึกเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องกลัวใครมาแทรกแซง
“เก่งนี่... พูดญี่ปุ่นปร๋อเชียว” วายุเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เดาอารมณ์ไม่ถูก
“ขอบคุณค่ะท่านรอง”
“แต่อย่าคิดว่าแค่เรื่องงานวันนี้จะทำให้ฉันลืมเรื่องที่เธอบุกเข้าไปในห้องนอนฉันเมื่อเช้านะอัปสร...” เขาขยับกายเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาภายใต้กรอบแว่น
“คนอย่างฉัน... ไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น!” ตรีอัปสรเม้มปากแน่น แม้จะภูมิใจกับงานที่เพิ่งจบไป แต่คำขู่และสายตาเหยียดหยามของชายตรงหน้าก็ทำให้เธอรู้ซึ้งว่า... การทำงานกับเจ้านายอย่างวายุนั้น ไม่ได้ง่ายเหมือนการท่องตำราเรียนญี่ปุ่นเลยสักนิด
พายุร้ายเพิ่งจะสงบลง ทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำที่ต้องการการเยียวยา วายุพาตรีอัปสรกลับมาถึงบ้านพักด้วยความรักและห่วงใย หลังจากฝากฝังให้ทรงกลตดูแลวิภาวรรณที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็ต้องการเพียงสิ่งเดียวคือการทำให้ภรรยาตัวน้อยของเขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุด“อัปสรรีบไปอาบน้ำสิ” วายุเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ดูอิดโรยแต่ยังคงความเย้ายวนไม่เปลี่ยนเมื่อตรีอัปสรก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางพันกายหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของเธอขาวผ่องล้อแสงไฟในห้องนอนจนสามีหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“มีอะไรหรือเปล่า...ที่รัก” วายุถามพลางเดินเข้าไปโอบเอวบาง“พี่ไปอาบด้วยกันสิคะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอช้อนตาขึ้นมอง แววตาคู่นั้นดูฉ่ำหวานกว่าปกติจนวายุเริ่มเอะใจ“สงสัยว่าฤทธิ์ยาของไอ้แก่นั่นคงยังไม่หมดใช่ไหม” เขาหยอกเย้า แฝงไปด้วยความหึงหวงเล็กๆ ที่มุมปาก“พูดอะไรอย่างนั้นคะ อัปสรก็แค่... อยากอาบน้ำกับสามี” เธอพยายามบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ความจริงมวลความซ่านสยิวที่ตกค้างจากฤทธิ์ยาที่วาทิตใช้ลมแอร์เป่ารดเธอนั้น กำลังเริ่มทำงานอีกครั้งในยามที่ร่างกายได้ผ่อนคลาย“ว๊ายย!.. พี่วายุ!” ตรี
ไฟราคะดำมืดในใจของวาทิตพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาผละจากทรวงอกลากลิ้นที่สากและร้อนชื้นลงไปตามซอกหลืบที่อ่อนไหวอย่างรักแร้เนียนกริบ สัมผัสน่ารังเกียจนั้นทำให้ตรีอัปสรเสียวจนแทบอ่อนระทวย ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของยานรกที่เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อยประธานหื่นปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะเลื่อนมือหนาหยาบกร้านผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปบดคลึงเนินเนื้ออวบอูมภายใต้ผ้าเนื้อบางเบาที่บัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความกำหนัด“ใหญ่ไม่เบาเลยหนู... แถมตอดดีซะด้วย ถึงว่าไอ้วายุมันถึงได้หลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้น” เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาฉายความหิวกระหายขณะจงใจสอดนิ้วร้ายเข้าไปในจุดอ่อนไหว บดเบียดรุกรานอย่างย่ามใจจนตรีอัปสรต้องขบเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางอันอัปยศหญิงสาวพยายามดึงชายกระโปรงปิดบังร่างกายด้วยมือที่สั่นเทา แต่วาทิตกลับคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ เขากระชากมือเธอออกแล้วดึงแผ่นซิลิโคนที่ปิดหัวนมจนหลุดติดมือ ยอดอกสีหวานชูชันอวดสายตาเฒ่าตัณหาในทันที“นมหนูสวยเหลือเกิน... ลุงขอดูดให้ชื่นใจหน่อยเถอะนะ” จากนั้นเต้านมอวบเต่งตึงถูกดูดกลืนอย่างเมามัน แรงดูดดึงที่จาบจ้วงทำให้ตรีอ
บรรยากาศที่หนักอึ้งภายในห้องรับแขกกำลังระอุเดือดด้วยเพลิงราคะที่วาทิตเป็นคนจุดขึ้นมาอย่างเลือดเย็น และตอนนี้ตรีอัปสรก็รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเริ่มทรยศต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง“หนูตัวร้อนนี่...ให้ลุงเช็ดตัวให้มั้ย” วาทิตนั่งลงข้าง ๆ และสัมผัสตัวเธอไปตามพวงแก้ม ลำคอระหง“หนูจะออกไปรอข้างนอกค่ะ!” ตรีอัปสรตอบเสียงสั่นจนคนฟังรับรู้ได้ แต่ระหว่างที่เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วาทิตก็รีบดึงมือเรียวบางของลูกสะใภ้เอาไว้ได้ทัน“ได้โปรดปล่อยหนูเถอะค่ะ...คุณลุง หนูไม่อยากมีปัญหากับพี่วายุ!”เธอพยายามอ้างถึงวายุเพื่อเรียกสติชายสูงวัย แต่เมื่อยิ่งเขาสัมผัสตัวเธอ ตรีอัปสรกลับรู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกปลายนิ้วหยาบที่กรีดกรายลงบนผิวเนื้อนวลกลับทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกขยะแขยงตีรวนอยู่กับความกำหนัดที่ถูกกระตุ้นด้วยยาสวาทที่เธอไม่รู้ตัวว่าพลาดท่าไปตอนไหน ทั้ง ๆ ที่แม่ของเธอก็เตือนแล้วเตือนอีก“ลุงช่วยให้หนูสมหวังกับเจ้าวายุแล้ว หนูก็ควรจะตอบแทนน้ำใจลุงบ้างสิ...” วาทิตลุกขึ้นกระซิบพร่าชิดใบหู“หนูก็กำลังจะโอนที่ดินให้เป็นของคุณลุงอยู่แล้วไงคะ!” เธอเถียงกลับ
บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสลัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา สวนทางกับกระแสความต้องการที่พลุ่งพล่านในใจของชายสูงวัย“พร้อมแล้วใช่ไหมหนูอัปสร ” วาทิตเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นพร่าด้วยเล่ห์กลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้ใหญ่ใจดี“พร้อมแล้วค่ะ ไหนละคะเอกสารที่คุณลุงจะให้หนูเซ็น” ตรีอัปสรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอจงใจนั่งไขว่ห้างจนชายเดรสสั้นกุดเลิกขึ้นโชว์เรียวขาขาวผ่อง แสร้งทำเป็นนอบน้อมเพื่อรอจังหวะตลบหลังชายตรงหน้า“ใจเย็นสิหนู... เดี๋ยวไปถึงกรมที่ดินค่อยเซ็นให้ลุงก็ได้”วาทิตขยับลุกขึ้นช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดยืนซ้อนหลังหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมบุรุษรุ่นใหญ่ที่ฉีดมาหนาเตอะปะทะเข้าจมูกจนตรีอัปสรรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ มือหนาของเขาแสร้งวางลงบนบ่ามน แต่กลับค่อยๆ เคลื่อนปลายนิ้วลูบไล้ลงมาตามลำคอระหงอย่างถือวิสาสะ“คุณลุงจะไปตอนพักกลางวันเหรอคะ?” เธอถามพลางเอียงคอหลบและขยับตัวออกห่างอย่างแนบเนียน ทว่า...การเคลื่อนไหวของเธอกลับทำให้ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้เชื้อเชิญนั้นกระเพื่อมไหวจนวาทิตต้องลอบกลืนน้ำลาย“ไปตอนนี้เลยก็ได้... ว่าแต่เจ้าวายุมันมาทำงานหรือยั
หนึ่งเดือนผ่านไป... บรรยากาศยามเช้า ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สดสีขาวละมุน งานมงคลสมรสระหว่าง วายุ และ ตรีอัปสร ถูกจัดขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและเหล่าคนดังในแวดวงสังคม รวมถึงคุณหญิงรมณีย์ที่ควงคู่มากับลูกชาย ทว่า...ท่ามกลางความหรูหรานั้น พิธีการกลับถูกจัดอย่างเรียบง่ายทว่าศักดิ์สิทธิ์ตามความต้องการของบ่าวสาวทันทีที่เสียงดนตรีไทยบรรเลงแผ่วเบาเพื่อเปิดตัวเจ้าสาว แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวก็รัวระยิบระยับดุจแสงดาว ตรีอัปสร ก้าวเดินลงมาด้วยความสง่างามที่ทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ ผมสีเข้มถูกถักเปียประณีตรอบศีรษะเปิดโชว์ใบหน้านวลเนียน ดวงตากลมโตเป็นประกายฉ่ำวาวถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างระดับมือโปร เรียวปากบางได้รูปเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนดูเป็นธรรมชาติและน่าหลงใหลในคราวเดียวกันวายุ ในชุดไทยประยุกต์สีขาวสะอาดตา หล่อเนี้ยบราวกับคุณชายในซีรีส์ยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบจ้องมองเจ้าสาวของเขาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ในใจของเขาเต้นรัวแรง... แม้จะเห็นหน้าเธอทุกวัน แต่ในชุดเจ้าสาวที่ขับเน้นสัดส่วนอ้อนแอ้นและผิวพรรณผุดผ่องเช่นนี้ เธอกลับสวยหยาดเยิ้มขึ้นเป็
ณ ห้องทำงาน บรรยากาศแฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น วาทิต นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจดจ้องไปยังร่างอ้อนแอ้นของ ตรีอัปสร ที่ก้าวเข้ามาในห้อง วันนี้เขามีเป้าหมายชัดเจน... ในเมื่อหมากที่เขาวางไว้เดินเกมจนได้เสียกับลูกชายเขาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาจะทวงถามถึงที่ดินไร่ชาผืนงามที่หมายปอง“สวัสดีค่ะคุณลุง” ตรีอัปสรยกมือไหว้ นอบน้อมเหมือนเดิมทุกประการ แต่ในใจกลับเย็นเยียบเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของมารดา“สวัสดีจ้ะหนูอัปสร เป็นไงบ้าง เที่ยวญี่ปุ่นสนุกไหมลูก... คงจะประทับใจจนลืมไม่ลงเลยล่ะสิ” ชายชรายิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์สื่อความหมายลึกซึ้งถึงยาปลุกสวาทที่เขาเคยมอบให้เธอ“เอาเรื่องงานก่อนก็ได้มั้งคะคุณลุง เรื่องอื่นหนูว่าเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ” ตรีอัปสรฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความขยะแขยงที่เริ่มก่อตัว“ปวดหัวเปล่าๆ น่า! เรื่องงานน่ะหายห่วง คุณคาเทชิโทรมาแจ้งลุงเรียบร้อยแล้วว่าสินค้าล็อตหน้าเตรียมส่งได้เลย...” วาทิตโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อขยับหมากตัวสำคัญ “ว่าแต่เรื่องงานแต่งเถอะ... จะให้แม่เราหาฤกษ์ให้จริงๆ เหรอ ลุงว่าให้ลุงจัดการให้ดีกว่ามั้ง ลุงมีซินแสเก่งๆ เยอะ รับรองว่าหนูจะได
ร่างกายของหญิงสาวสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ความเสียวซ่านมารวมตัวกันที่จุดกึ่งกลางกายจนเริ่มบีบรัดตัวตนของเขาถี่กระชั้น วายุเองก็เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขาโจนจ้วงเข้าหาเธอราวกับพายุที่บ้าคลั่ง หวังจะพาคนใต้ร่างไปให้ถึงสรวงสวรรค์พร้อมๆ กันในค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายนอกหน้าต่างแห่งนี้วายุไม่ทำเธอ
แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าของฤดูหนาวสะท้อนกับเกล็ดหิมะที่เริ่มละลาย กลายเป็นประกายระยิบระยับล้อไปกับดวงตาเปี่ยมสุขของตรีอัปสร หลังจากค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับวายุก็ดูจะแปรเปลี่ยนเป็นความแนบชิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นวายุเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของเลขาฯ สาว ด้วยการเช่ารถขับท่องเที่
“ไม่ได้! ฉันสายตาสั้นนะแก ถ้าถอดออกฉันก็มองอะไรไม่เห็นกันพอดี” หญิงสาวรีบท้วงละล่ำละลัก มือเรียวพยายามจะคว้าเกราะกำบังด่านสุดท้ายขึ้นมาสวมใส่ตามความคุ้นชินจริยาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยคีบขาแว่นออกอย่างแผ่วเบา ทันทีที่พันธนาการหนาหนักหลุดพ้นจากใบหน้า ความงดงามที่เคยซ่อนอยู่ใต้เงาเลนส์ก็ฉา
เช้าวันใหม่วันนี้ที่บริษัทช่างแตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะ ทันทีที่ประตูกระจกอัตโนมัติเปิดออก บรรยากาศภายในออฟฟิศที่เคยคึกคักกลับเงียบกริบลงในพริบตา ราวกับใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ตรีอัปสรก้าวเข้ามาในลุคที่ไม่มีใครคาดคิด ชุดเดรสสีครีมรัดรึงเน้นสัดส่ว







