Masukตูม!
ร่างสูงใหญ่ของหลัวเสวียนเย่พุ่งลงจากโขดหิน แรงกระแทกทำให้น้ำทะเลกระจายเป็นวงกว้าง ร่างของมาเฟียหนุ่มวัยฉกรรจ์แหวกว่ายสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเหมือนปลาฉลาม
กล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทำงานอย่างยอดเยี่ยม แขนกำยำแหวกว่ายอย่างทรงพลัง ร่างกายเคลื่อนที่ในทะเลได้คล่องแคล่วราวกับสัตว์นักล่าที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมนี้มาตั้งแต่กำเนิด
สายตาคมกริบกวาดมองท่ามกลางความมืดสลัวของน้ำทะเลลึกราวสองเมตร ไม่นานหลัวเสวียนเย่เห็นร่างเล็กในชุดเจ้าสาวสีขาวกำลังจมลงผ้าสีขาวที่เปียกน้ำแนบติดกับร่างเหมือนก้อนหินที่กำลังดึงเธอลงสู่ก้นทะเล เลือดสีเข้มไหลออกมาจากศีรษะผสมกับน้ำทะเลจนกลายเป็นสีชมพูจาง
หลัวเสวียนเย่หรี่ตาเล็กน้อย และแทบจะทันทีที่สายตานั้นจับเป้าหมายได้เขาก็พุ่งไปคว้าร่างนั้นเอาไว้
‘อย่าเพิ่งทำฉันผิดหวังสิ’
นั่นคือสิ่งรองประธานหนุ่มคิด และเขาไม่ยอมเสียเวลานาน รีบกระชากร่างนั้นขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรวดเร็วและแรง
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง...
“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”
เจิ้งซูเหยาสำลักน้ำอย่างรุนแรง เมื่อหญิงสาวเพิ่งได้สติกลับมาขณะตนถูกฉุดกระชากขึ้นมาจากใต้น้ำ เธอพยายามสูดอากาศอย่างมีความหวังอีกครั้ง แต่คงรีบร้อนเกินไปจึงสำลักทั้งน้ำและอากาศจนตัวโยน
หญิงสาวยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน ร่างของเธอก็ถูกลากขึ้นสู่ชายฝั่งอย่างไม่ปรานีเสียแล้ว
หลัวเสวียนเย่ไม่แม้แต่จะมองหน้า ‘‘ของเล่น’ ที่ตนยอมเสียเวลาและแรงลงไป ‘เก็บ’ ขึ้นมา เขาเพียงจับชุดเจ้าสาวของหญิงสาวไว้เหมือนกำลังลากวัตถุชิ้นหนึ่ง
ไม่ถึงครึ่งนาที เขาก็ว่ายกลับถึงฝั่ง จากนั้นชายหนุ่มก็ใช้แขนแข็งแรงเหวี่ยงร่างที่เปียกโชกขึ้นไปบนพื้นทรายริมทะเลที่ปริ่มน้ำก่อน
โครม!
ร่างของเจิ้งซูเหยากระแทกพื้นทรายอย่างแรง คล้ายคนโยนสิ่งของชิ้น คล้ายคนโยนไม่คิดว่าตนมีเลือดมีเนื้อคงคิดว่าเป็นสิ่งของไม่ก็ซากปลาสักตัวเท่านั้นซึ่งหญิงสาวเข้าใจถูกมาเฟียหนุ่มคิดแบบนั้นจริงๆ
พอโยนร่างบอบบางแล้วหลัวเสวียนเย่ก็ก้าวขึ้นมายืนตามหลังอย่างไม่รีบร้อนแต่มั่นคงโดยใช้เพียงหางตามองหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าอึดใจเดียว
ชุดเจ้าสาวสีขาวที่ควรจะงดงามกลับเต็มไปด้วยทราย น้ำทะเล และเลือด ใบหน้าของเธอมีรอยแผลจากการกระแทกกับโขดหิน เส้นผมยุ่งเหยิง ดูจากสภาพแล้วเธอคงหนีงานแต่งมา
“อึก…ขอบ...คุณ”
เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากซีดเผือดก่อนที่ร่างเล็กจะอ่อนแรงลงอีกครั้งเธออยากขอบคุณคนที่ฉุดดึงตนกลับมาจากประตูนรกแต่ก็ทำได้เพียงพึมพำ
หลัวเสวียนเย่เพียงยืนมองอีกเล็กน้อย สายตาเย็นเฉียบเหมือนกำลังประเมินของเล่นชิ้นใหม่
เจิ้งซูเหยาพยายามฝืนลืมตา สติของเธอหลงเหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยว ภาพตรงหน้าพร่าเลือน
หญิงสาวมองเห็นเพียงเงาร่างสูงของใครบางคน และเท้าปลายเปลือยเปล่าของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่โลกทั้งใบจะดับวูบลงอีกครั้งทั้งที่เธออยากเห็นหน้าผู้มีพระคุณมาก
“นายท่านรอง เกิดอะไรขึ้นครับ!”
เสียงร้องถามดังมาก่อนเสียงฝีเท้ารีบวิ่งเข้ามาจากถนนเลียบชายหาดที่รถหรูหลายคันจอดรอท่านรองประธานหลัวอยู่ไม่ไกล
เป็น เหวินจิ้ง ลูกน้องคนสนิทของหลัวเสวียนเย่นั่นเอง เมื่อเห็นเจ้านายของตนลากบางอย่างขึ้นมาจากทะเลเขาจึงรีบวิ่งมาดูให้ชัดเจน
แต่เมื่อเห็นชัด ๆ ว่าเป็นร่างผู้หญิงในชุดเจ้าสาวมอมแมมทั้งร่างมีแต่เลือดและบาดแผล เขาก็หยุดชะงัก
“เธอเป็นใคร?”
คราวนี้คนถามคือหานปิงมือซ้ายของหลัวเสวียนเย่ที่ตามหลังเหวินจิ้งมาหยุดยืนข้างเพื่อนสนิท พร้อมกับมองสภาพหญิงสาวบนพื้นแล้วขมวดคิ้วแน่น
“มาพร้อมกันแล้วมึงยังจะถามกูทำไมครับไอ้ห่า” เหวินจิ้งตอบเสียงเรียบแต่จิกกัดหานปิงแสบสัน
“ปากหมานะครับมึงกูถามดีๆ เสือกตอบกวนส้นตีน” หานปิงเหลือบตามองเพื่อนรักเพื่อนแค้นของตัวเองก่อนด่ากลับทันที
“กับมึงนี่เรียกพูดดีสุดแล้วครับไอ้ควาย”
หลัวเสวียนเย่ถอนหายใจเต็มแรงพวกมันสองคนมีครับทุกคำแต่ด่ากันฉ่ำ เวลาทำงานจริงก็มีประสิทธิภาพดี แต่พอไม่มีเรื่องให้ยิงกันหรือฆ่ากับคนอื่นพวกมันก็ชอบกัดกันเองไม่เลิก
คิดแล้วก็ชวนให้เหนื่อยใจ
“กูเองไม่รู้ว่ายัยนี่เป็นใคร” ผู้เป็นนายพูดขึ้นเสียงเรียบตัดปัญหาก่อนพวกมันจะด่ากันอีกยก สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด
“รู้แค่ว่ายัยนี่น่าสนใจดี กูเลยลงไปเก็บขึ้นมา”
อา…
เหวินจิ้งกับหานปิงสบตากัน ประโยคของเจ้านายทำให้ทั้งคู่แทบอยากถอนหายใจ ‘เก็บขึ้นมา’ มันใช้กับของ ไม่ใช่กับคนครับนายท่านรอง…
แต่แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าพูดออกมา ส่วนหลัวเสวียนเย่ไม่สนใจสายตาของลูกน้อง
เขาหันหลังเดินไปที่รถเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่กี่นาทีต่อมา ชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งในชุดสูทสีดำเรียบหรู สายตาคมกวาดมองร่างเล็กที่ยังไม่รู้สึกตัว
“พายัยนี่ไปรักษาด้วย”
เขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินกลับไปที่รถคันเอสยูวีสีดำซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งตน
เหวินจิ้งกับหานปิงสบตากันอีกครั้ง ทั้งสองไม่ต้องพูดอะไร ก็เข้าใจตรงกันทันทีหานปิงถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกมาคลุมร่างของหญิงสาว ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นอย่างระมัดระวัง
ร่างของเธอเบาจนน่าตกใจ เหวินจิ้งช่วยยกชายชุดเจ้าสาวที่เปียกน้ำไม่ให้ลากพื้น ทั้งสองรีบพาเธอขึ้นรถเอสยูวีสีดำที่จอดต่อจากคันของผู้เป็นนาย
“เราจะพาเธอไปโรงพยาบาลไหนครับ นายท่านรอง”
เหวินจิ้งถามเมื่อเปิดประตูรถ เมืองเย่เฉิงมีโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่คนระดับหลัวเสวียนเย่ ไม่ใช่คนที่ชอบความวุ่นวายและดูแล้ว ‘ของเล่น’ชิ้นที่ตนเก็บได้คงมีปัญหาแน่
“ไปแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์”
หลัวเสวียนเย่ตอบสั้น ๆ หลังนิ่งคิดเพียงอึดใจ ไม่รู้ทำไม แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่ายัยนี่ไม่ใช่ขยะชิ้นหนึ่ง
แต่เธออาจมีประโยชน์ในอนาคตกับเขามากกว่าจะเป็นของเล่นตามท้องตลาดเขาเลยกล้าจะเสี่ยงพาเธอไปรักษาในอาณาจักรของตระกูลหลัว
“กำชับทุกคน” เขาพูดต่อโดยไม่หันกลับมาคนสนิทมือขวาและมือซ้าย
“เรื่อง ‘เก็บของเล่น’ของกูในวันนี้ ห้ามหลุดออกไปเด็ดขาด”
คำสั่งนั้นไม่ต้องอธิบาย ลูกน้องทุกคนเข้าใจดี ถ้าเรื่องที่รองประธานหลัวช่วยเจ้าสาวขึ้นมาจากทะเลหลุดออกไป เพราะคนที่ขัดคำสั่งหลัวเสวียนเย่ มักไม่มีชีวิตอยู่พอจะทำมันเป็นครั้งที่สอง
ขบวนรถห้าคันเคลื่อนตัวออกจากชายหาด มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเย่เฉิง ปลายทางคือแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์
โรงพยาบาลเอกชนระดับเจ็ดดาวหนึ่งในกิจการของเครือไท่หมิงกรุ๊ป สถานที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือ ‘เคสพิเศษ’ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับสูง
ผู้นำองค์กรใต้ดิน หรือบุคคลที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในบันทึกของรัฐ ตราบใดที่นายท่านใหญ่หรือรองประธานหลัวต้องการ ที่นี่ก็พร้อมรักษาโดยไม่ถามคำถามใด ๆ
ทันทีที่รถเอสยูวีจอดสนิท ทีมแพทย์และพยาบาลที่ถูกเรียกตัวล่วงหน้าก็เข้าประจำตำแหน่งทันที
เปลเข็นถูกผลักออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างของเจิ้งซูเหยาถูกนำเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
การแข่งขันกับเวลาเริ่มต้นขึ้นทันที และการแข่งขันนั้น คือการแย่งชิงชีวิตของเธอกลับมาจากความตาย ‘ของเล่น’ที่นายท่านรองหลัวเก็บมาเสียด้วยนะ ใครจะกล้าให้เธอไม่รอดกัน!
“นี่คือ สวีซูเยี่ยน ต่อไปเธอจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์รองหลัวแห่งนี้”น้ำเสียงของหลัวเสวียนเย่ไม่ดังมาก แต่ชัดเจนหนักแน่นจนทุกคนได้ยินกันทั่วสิ้นประโยคของเจ้าของคฟหาสน์ เสียงตอบรับก็ดังขึ้นพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวครับ” / “ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวค่ะ”เสียงประสานทั้งชายและหญิงดังขึ้นเป็นจังหวะเดียว ไม่มีใครช้าหรือเร็วกว่าอีกคน เหมือนผ่านการฝึกมาแล้วอย่างดีเยี่ยม สวีซูเยี่ยนกวาดตามองผู้คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่แสดงความตื่นตระหนก ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี“ลำบากทุกคนแล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าคุณซูเยี่ยนก็พอ” น้ำเสียงสุภาพก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เป็นนายหญิงน่าเกรงขามหลัวเสวียนเย่หันไปทางพ่อบ้าน “คนนี้คือพ่อบ้าน จ้าวเว่ย หากเธอต้องการอะไร สั่งเขาได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคน”คำพูดถูกเอ่ยออกมาเรียบเหมือนพูดเรื่องทั่วไป ไม่มีใครแสดงสีหน้าตกใจ สวีซูเยี่ยนหันไปมองชายคนนั้น จ้าวเว่ยก้มศีรษะเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่ง หลัวเสวียนเย่พูดต่อทันที“ส่วนนาย นี่คือนายหญิง อำนาจของเธอเป็นรองแค่ฉันกับพี่ใหญ่ เธอสั่งอะไร นายมีหน้าที่ทำตาม ห้ามตั้งคำถาม เข้าใจไหมจ้าวเว่ย
ตอนที่ 15 || ย้ายเข้าคฤหาสน์รองประธานหลัวสิบโมงตรง ประตูกระจกอัตโนมัติของโรงพยาบาลเอกชนในเครือไท่หมิงกรุ๊ปเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง สวีซูเยี่ยนก้าวออกมายืนใต้แสงแดดยามสายที่ตกกระทบพื้นหินอ่อนด้านหน้า ลมอ่อนพัดผ่าน กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ติดปลายจมูกมานานร่วมสี่เดือนถูกแทนที่ด้วยอากาศสดใหม่ หญิงสาวหยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหนึ่งครั้ง สายตายังคงนิ่งและคมกริบ ไม่หลงเหลือเค้าของคนเจ็บป่วยหรือคุณหนูเจิ้งในอดีตแม้แต่น้อยถนนด้านหน้าโรงพยาบาลถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ รถเข้าออกเป็นจังหวะ การ์ดชุดดำยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทุกอย่างดูปกติ หากมองผิวเผิน แต่ในความปกตินั้นแฝงความเข้มงวดที่ไม่เปิดช่องว่างให้ความผิดพลาด โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยของรองประธานหลัว“พร้อมไหม”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านข้าง หลัวเสวียนเย่เดินเข้ามาหยุดในระยะประชิดจนหัวไหล่ของเธอเสียดสีกับต้นแขนของมาเฟียหนุ่ม เงาของเขาทาบลงบนพื้นเดียวกับเธอจนกลายเป็นเงาเดียวยากจะแยกออก สวีซูเยี่ยนหันไปมอง ดวงตาหงส์คู่งามนั้นสงบเกินคนทั่วไปจะอ่านออก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่อ่อนโยน ซึ่งภาพนี้หญิงสาวเริ่มจนคุ้นเคย“พร้อมมากค่ะ”คำ
ตอนที่14|| เธอพร้อมจะกลับลั่วหยางหรือยัง?จูบนั้นยาวนานจนสวีซูเยี่ยนแทบขาดอากาศหายใจ ปลายลิ้นของเขาไม่ใช่แค่แตะแล้วถอย แต่จงใจไล่ต้อน กดจังหวะให้เธอเสียหลักทีละนิด หลัวเสวียนเย่ผละออกอย่างเชื่องช้าอย่างคนเสียดายเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะหมดลมหายใจสายตาคมกริบไล้ผ่านริมฝีปากของเธออย่างไม่ปิดบังความเสียดายรสจูบดื่มด่ำ ซึ่งหวานล้ำอย่างที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน และคนแบบหลัวเสวียนเย่ มาเฟียปีศาจแห่งกระกูลหลัวไม่เคยห้ามใจหากเขาต้องการ ชายหนุ่มจึงก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม เหมือนยึดเอาความหวานมาเก็บไว้จนไม่เหลือ แต่ยิ่งจูบริมฝีปากของหญิงสาวกลับยิ่งหวานราวกับเขากำลังดื่มน้ำผึ้งป่า“แฮ่ก...พอ...พอแล้วค่ะ รองประทานหลัว”สวีซูเยี่ยน รีบร้อนผลักรองประธานหนุ่มออกก่อนเอ่ยห้ามเสียงสั่น พอเห็นเขาจะก้มลงมาอีกเธอเลยมือยกขึ้นปิดปากตนเองแน่น ราวกับต้องกันทั้งเขาและตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ ลมหายใจยังหอบหนัก แต่สายตากลับแข็งขึ้นอย่างไม่ปกปิดความไม่พอใจ“ทำไม?”หลัวเสวียนเย่ถามเสียงต่ำ แฝงความหงุดหงิดชัดเจน เพราะตลอดชีวิตเขาอยากได้สิ่งใดไม่เคยมาใครขัดใจหรือคิดจะห้าม“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำ
สวีซูเยี่ยนถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มกัดใบหูของตนแผ่วเบาอีกครั้ง แต่เหมือนแค่นั้นหลัวเสวียนเย่จะยังไม่พอใจเขา เลื่อนริมฝีปากไปตามแก้มปลายคางและสุดท้ายหยุดลงตรงซอกคอขาวผุดผ่องคล้ายจะจงใจให้หญิงสาวรับรู้ถึงความใกล้ชิดระหว่างคนที่กำลังจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงลมหายใจของสวีซูเยี่ยนเริ่มสะดุดและขาดห้วงเล็กน้อย ความร้อนรุ่มเริ่มลามเลียไปจนทั่วผิวกายของตน ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่คิดจะผลักชายหนุ่มออก หรือแม้แต่จะตบเขาสักฉาดที่กล้าแตะต้องเธอขนาดนี้กลับกัน เธอเอียงหน้าหนีเพียงเล็กน้อยเปิดทางให้รองประธานหลัวได้ทำตามใจ หลัวเสวียนเย่เห็นกิริยานั้นของว่าที่ภรรยาก็หยุดไปชั่วครู่สายตาของเข้าเข้มขึ้น ไม่ใช่เพลิงพิศสวาทที่กำลังร้อยรุ่มขึ้นมาหลังได้กลิ่นกายหอมหวานของหญิงสาว แต่เข้มขึ้นเพราะเขาพึงใจที่ ‘ของเล่น’ชิ้นนี้สู้มือถูกใจเข้าเหลือเกินเขาได้เห็นแล้วว่าสวีซูเยี่ยนไม่ได้อ่อนแอหรือเป็นพวกดีแค่ปาก พอถึงตอนเขา ‘เอาจริง’กลับร้องไห้ขอร้องให้เขาปล่อยไปมุมปากของรองประธานหลัวยกขึ้นเล็กน้อย มือที่เอวเธอกระชับขึ้นอีกนิดไม่แรงจนทำให้สวีซูเยี่ยนเจ็บเพียงแค่พอให้หญิงสาวรู้ว่า
ตอนที่ 13 || อย่ามาท้าทายระบบนางร้ายอย่างฉันหลังจากวันที่เปิดผ้าพันแผลผ่านไปได้สามวันเต็ม ห้องพักฟื้นยังคงเงียบงันเหมือนเดิม แต่สำหรับสวีซูเยี่ยน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมดแล้ว แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดลอดม่านเข้ามา เงาแสงทอดยาวไปตามพื้นหินอ่อน ดูสงบ เย็น และไร้ชีวิต เช่นเดียวกับผู้พักอาศัยเธอยืนอยู่หน้ากระจก ปลายนิ้วแตะลงบนใบหน้าของตนเองอย่างแผ่วเบา ความแปลกแยกยังคงหลงเหลือ แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันอีกแล้ว เพราะใบหน้านี้หญิงสาวเลือกเอง ตัวตนนี้ก็เป็นเธออีกที่ต้องการลมหายใจถูกปล่อยออกเชื่องช้า ก่อนเธอจะหันหลัง ตั้งใจจะออกไปจากห้องนี้สักพักวันก่อนหญิงสาวถามพยาบาลประจำตึกว่ามีส่วนหย่อมให้คนไข้ไปนั่งพักผ่อนหรือไม่อีกฝ่ายบอกว่ามี อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดจะไปผ่อนคลายบนนั้นสักหน่อยแกร๊กแต่ยังไม่ทันที่มือของสวีซูเยี่ยนจะได้สัมผัสลูกบิดประตูหัวใจของเธอกระตุกแรง เมื่อประตูถูกคนจากด้านนอกผลักเปิดเข้ามาเสียก่อน แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะภาพของหลัวเสวียนเย่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ความตกใจเปลี่ยนเป็นสงบลงเพียงสบตากับดวงตาเยือกเย็น ลมหายใจของสวีซูเยี่ยนก็ก็สะดุดไปเล็ก
ไม่นานนัก ประตูห้องพักฟื้นเดิมก็ถูกเปิดออก เตียงถูกเข็นเข้าไปวางในตำแหน่งเดิม ทุกอย่างกลับมาเหมือนก่อนหน้า สวีซูเยี่ยนหลับไปเพราะฤทธิ์ยาระงับปวด ไม่ใช่เพราะอ่อนแรงวันเวลายังคงเดินไปข้างหน้าหลังวันผ่าตัดครบสิบเจ็ดวันกำหนดเปิดผ้าพันแผลก็มาถึง...เช้าวันนี้สวีซูเยี่ยนยังคงตื่นตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน หลังจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เธอมานั่งอยู่ปลายเตียงในห้องพักฟื้น เปิดโทรทัศน์ดูข่าวไปเรื่อย ๆ รีโมตอยู่ในมือ นิ้วเรียวเปลี่ยนช่องอย่างไม่เร่งรีบ แสงแดดช่วงสายลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาอย่างเบาบาง ทอดลงบนพื้นห้องอย่างเงียบงันจนใกล้เก้าโมง ประตูเปิดขึ้นโดยไม่มีเสียงเตือน สวีซูเยี่ยนไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้แล้วว่าต้องเป็นหลัวเสวียนเย่ เพราะหากเป็นคุณหมอหรือพยาบาล ทุกคนล้วนเคาะประตูก่อนเสมอชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง แล้วหยุดยืนในระยะที่มองเธอได้ชัดเจน สวีซูเยี่ยนไม่ได้ลุกขึ้น หญิงสาวเพียงหันมองเขา แล้วก้มศีรษะ ก่อนจะกล่าวทักทายคนที่หายหน้าหายตาไปร่วมเดือน“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเสวียนเย่”“สวัสดีซูเยี่ยน” เขาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวไปทรุดนั่งบนโซฟาไม่ไกลจากเตียง เหวินจิ้งนำกาแฟดำม
เจิ้งซูเหยาหลับและตื่นสลับกันไปหลายครั้งจนไม่อาจแยกออกได้แล้วว่าเวลาผ่านไปกี่วันกี่คืน รู้เพียงว่าทุกครั้งที่ลืมตา ตนจะเจ็บปวดทุกครั้งที่หายใจราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดทั้งร่างจากทุกทิศทุกทางเจ็บจนอยากตายไปเสีย จะได้ไม่ต้องรับรู้ความทรมานอันยืดยาวนี้อีก แต่ทุกครั้งที่ความคิดนั้นผุดขึ้น ภาพของแ
ตอนที่ 9 || ข่าวดีหรือร้าย?วันเวลาผ่านไปอีกสิบวัน...การรักษาของสวีซูเยี่ยนดีขึ้นเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ความจริงหญิงสาวสามารถกลับไปพักที่บ้านได้เป็นอาทิตย์แล้ว แต่หนึ่ง เธอไม่มีบ้านให้กลับ และสอง เธอยังต้องปิดบังว่าตนเองเป็นบุคคลสูญหาย ดังนั้นเธอจึงเลือกอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไปรอทำผ่าตัดตกแต่งใบหน้า
ตอนที่ 8 ||ยืนไม่เปลี่ยนชื่อนั่งก็ไม่เปลี่ยนแซ่อีกหลายวันหลังจากอาการของเจิ้งซูเหยาเริ่มคงที่ หญิงสาวจึงได้พบหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้อย่างเป็นทางการ และในวินาทีนั้นเองเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมวันแรกที่ลืมตาขึ้น เธอถึงสับสนว่าผู้ชายคนนั้นเป็นมนุษย์หรือยมทูตจากขุมนรกหลัวเสวียนเย่ดูหล่อเหลามมากก็จริงแ
ตอนที่ 7||ของแรร์ไอเทมของมึงฟื้นแล้วนะแต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงพูดไม่เป็นภาษาคน ดวงตาของผู้จัดการหนุ่มใหญ่เต็มไปด้วยความคับแค้นมันอัดแน่นไปด้วยความหมายว่าอยากจะฆ่าหลัวเสวียนเย่ให้ตายเดี๋ยวนี้ แต่ยิ่งเห็นดังนั้นหลัวเสวียนเย่กลับแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ“หึ! แค้นกู?” รองประธานหนุ่มก้มลงเล็กน้อย







