เข้าสู่ระบบหลัวจ้าน นายแพทย์ประจำตระกูลหลัว และเป็นญาติห่าง ๆ ของทั้งนายใหญ่หลัวเสวียนหยางกับนายท่านรองหลัวเสวียนเย่ ถูกเรียกมารับเคสนี้ด้วยตัวเองทันทีที่เปลเข็นพาร่างคนไข้เข้ามาในห้องฉุกเฉิน
ชายหนุ่มเพียงมองร่างบนเปลครั้งเดียว ก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุธรรมดา
เขาประเมินจากเสื้อผ้าเปียกชุ่มจากน้ำทะเล รอยเลือด และรอยบาดแผลที่กระจัดกระจายไปทั่วร่าง ล้วนบอกชัดว่าหญิงสาวคนนี้ผ่านอะไรบางอย่างที่รุนแรงมากกว่าคนตกน้ำทั่วไป
“นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์”
เคสแบบนี้หลัวจ้านรีบสั่งให้นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์เพื่อเช็กก่อนว่าหญิงสาวมีกระดูกหรืออวัยวะภายในส่วนไหนแตกหักเสียหายบ้าง จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนเจาะเลือดเพื่อดูผลค่าเลือดกับหมู่โลหิตตามลำดับ
“คุณหมอหลัวค่ะเคสนี้ดูแปลกๆ...”
เสียงของหลินจื่ออิง หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพผู้ช่วยของนายแพทย์หลัวจ้านที่ถูกเรียกตัวมาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและประเมินบาดแผลเอ่ยถามหมอหนุ่มเสียงเบา
ขณะที่เธอช่วยกันถอดเสื้อคลุมของหานปิงออกจากตัวคนไข้ ภาพที่ปรากฏทำให้เธอชะงักไปทันที หญิงสาวไม่ได้สวมชุดราตรีธรรมดาแต่มันคือชุดเจ้าสาวแต่กลับไม่มีเจ้าบ่าว แต่กลับเป็นท่านรองประธานหลัวที่พามาส่งโรงพยาบาลทำเอาเธอคิดดีไม่ได้เลย
ไม่ใช่ว่าท่านรองไปปล้นเจ้าสาวคนอื่นมาหรอกนะ!
และดูด้วยสายตาพยาบาลสาวก็รู้ว่าชุดนี้ราคาไม่ธรรมดาผ้าไหมอิตาลีสีขาวปักลายยังเปียกน้ำหมาดแต่นั่นไม่น่าตกใจเท่ากับรอยเลือดสีเข้มซึมผ่านเนื้อผ้าเป็นคราบแดงคล้ำจนแทบมองไม่เห็นสีเดิมของชุด
หลัวจ้านยังคงก้มหน้าดูบาดแผลบนใบหน้าของคนไข้สาวแล้วประเมินด้วยสายตาแพทย์คิดว่าแผลนี้คงทำหญิงสาวเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตแน่หากไม่ศัลยกรรมตกแต่งใหม่
“ไม่ต้องสงสัยมาก พยาบาลหลิน” หลินจื่ออิงเงียบไปทันที
“ทำงานกับหลัวเสวียนเย่ จำไม่ได้หรือว่าห้ามเป็นคนช่างสงสัย” พูดเตือนไปด้วยมือของคุณหมอหนุ่มก็ตรวจตรงศีรษะของคนไข้กิตติมศักดิ์ไปด้วย
พยาบาลสาวเม้มริมฝีปากเพราะถูกคุณหมอตำหนิ แต่ความสงสัยมันจุกอกเธอนี่นา
“แต่ว่า...”
“หุบปาก!”
คราวนี้หลัวจ้านตวาดด้วยเสียงเด็ดขาด ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นมองพยาบาลสาวด้วยสายตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
“หน้าที่ของคุณคือผู้ช่วยของผมไม่ใช่ตั้งคำถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการรักษาหากคุณยังอยากมีชีวิตอยู่”
หลินจื่ออิงสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ กรรไกรผ่าตัดตัดผ้าชุดเจ้าสาวออกทีละส่วน
และในวินาทีที่ผ้าชั้นสุดท้ายถูกเปิดออก มือของเธอก็ยกขึ้นปิดปากตัวเองทันที
“พระเจ้า…”
บาดแผลบนร่างหญิงสาวหนักกว่าที่คิดไว้มาก ศีรษะด้านขวาแตกเป็นแผลลึก นอกจากเลือดแห้งเกาะเส้นผมจนจับตัวเป็นก้อน ใบหน้าด้านซ้ายมีรอยฟาดจากโขดหินจนผิวหนังเปิดเป็นแผลฉกรรจ์แล้ว
ยังมีรอยช้ำกระจายไปทั่วลำตัว ตรงหน้าท้อง ตรงหน้าอกล้วนเป็นรอยช้ำจากการถูกกระแทก
แขนและขามีรอยขีดข่วนจากหินและทราย แม้หลินจื่ออิงจะทำงานฉุกเฉินมาหลายปี เคยเห็นคนบาดเจ็บสาหัสนับไม่ถ้วน
แต่ภาพของผู้หญิงในชุดเจ้าสาวที่เต็มไปด้วยเลือดบอบช้ำแบบนี้ ก็ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวขึ้นมาได้เหมือน
“เธอไปเจออะไรมากันแน่…”
หลัวจ้านไม่ได้ตอบ สายตาของเขาเลื่อนดูค่าชีพจรบนจอมอนิเตอร์ เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะ
ไม่นานผลตรวจเบื้องต้นก็ออกมา หลัวจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย กระดูกแขนขาไม่แตก
แต่ซี่โครงด้านซ้ายหักสามซี่ หนึ่งในนั้นแทงเข้าไปในปอด เลือดกำลังคั่งอยู่ในช่องปอดเป็นจำนวนมาก
หากมาถึงช้ากว่านี้อีกไม่กี่นาที ผู้หญิงคนนี้คงตายไปแล้ว หลัวจ้านถอนหายใจเบา ๆ
เขาจึงสั่งทำการรักษาตามขั้นตอน จนผ่านไป 24 ชั่วโมงหญิงสาวจึงผ่านช่วงวิกฤต และย้ายออกจากห้องไอ.ซี.ยูไปอยู่ห้องพักพิเศษได้
“ใจสู้ไม่เบาเลยคนไข้รายนี้ของมึงคนนี้น่ะ”
หลัวจ้านพูดขึ้นเสียงเรียบแยกไม่ออกว่าเขาชื่นชมหรือประชดประชันตามนิสัย หลังคุณหมอหนุ่มแวะมาตรวจเยี่ยมอาการคนป่วยที่ยังไม่ฟื้นช่วงสายของอีกหนึ่งวันถัดมา มือของเขาเลื่อนดูรายงานอาการที่ปลายเตียง ก่อนจะเหลือบมองตัวเลขบนจอมอนิเตอร์ที่ยังเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
หลัวเสวียนเย่ที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟาอยู่ไม่ไกล ทอดสายตาคมกริบมองไปยังร่างหญิงสาวบนเตียงคนไข้เหมือนกำลังประเมินของชิ้นหนึ่ง แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาอย่างสบาย ท่าทางของเขาดูเหมือนคนที่กำลังนั่งคุยเรื่องธุรกิจมากกว่าจะอยู่ในห้องพักฟื้นของคนบาดเจ็บสาหัส
“ของที่กูเปลืองแรงเก็บมาต้องพิเศษอยู่แล้ว” ก่อนเสียงมาเฟียหนุ่มดังขึ้น เขาเอนหลังพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน สายตายังคงจับจ้องหญิงสาวบนเตียงเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคุณค่าของเธอในหัว
หลัวจ้านหัวเราะในลำคอแล้วหันไปมองญาติผู้น้องที่อายุน้อยกว่าตนถึงสี่ปีแต่พูดกับเขาอย่างกับคนรุ่นเดียวกัน ก่อนจะด่าออกไปเต็มปากเต็มคำ “ไอ้เหี้ย! เธอเป็นคนนะไม่ใช่สิ่งของ”
หมอหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ อย่างคนที่ทั้งเอือมทั้งคุ้นเคยกับนิสัยใจร้าย ของอีกฝ่าย
หลัวเสวียนเย่ยกไหล่ ทั้งที่ถูกด่าแต่เขากลับตอบโต้ญาติผู้พี่หน้าตาเฉย “สำหรับกูยัยนั่นก็แค่ของสะสมชิ้นหนึ่ง”
เขาพูดพลางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเล็กน้อย สีหน้าเรียบสนิทราวกับสิ่งที่พูดออกมาเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกแต่มันไม่ปกติสำหรับหลัวจ้านไง
“เวรเอ๊ย ใจคอมึงแม่งอย่างอำมหิต ว่าแต่คนแบบมึงรู้จักช่วยคนเป็นด้วยหรือ?” หลัวจ้านถามต่อพร้อมเท้าสะเอว สายตาของเขาเหลือบไปมองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้งเหมือนพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมคนอย่างหลัวเสวียนเย่ถึงยอมลงแรงช่วยใครสักคน
“กูเห็นว่ายัยนั่นไม่ยอมตายง่าย ๆ สู้กับพยายมอยู่ตั้งนานเลยเก็บมาให้มึงรักษา” หลัวเสวียนเย่ตอบช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนกำลังย้อนนึกไปถึงภาพในทะเลเมื่อวันก่อน
“เฮ้ย!นี่มึงกำลังจะบอกกูว่า มึงเหี้ยนจัดขนาดยืนดูเธอเกือบตายเหรอวะไอ้สัตว์!” หลัวจ้านหันขวับกลับไปมองญาติผู้น้องทันที คิ้วขมวดแน่นอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่” หลัวเสวียนเย่ตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเปลี่ยนท่าทาง เขายังคงนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาเหมือนบทสนทนานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา
“ไอ้...” หลัวจ้านนึกคำด่าญาติผู้น้องไม่ออกขึ้นมาเสียกะทันหัน เขาอ้าปากงับอากาศอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ อย่างคนที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่
“กูแค่ยืนดูยัยนั่นพยายามมีชีวิตอยู่ราวสิบนาทีได้” หลัวเสวียนเย่เล่าไปถึงเหตุการณ์ก่อนช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากทะเลให้หลัวจ้านฟังเสียงเอื่อยเฉื่อย
“สิบนาที!” คราวนี้คุณหมอหนุ่มผู้สุขุมถึงกับ ตะโกนเสียงดังลั่น เพราะเขาเป็นหมอ ทุกวินาทีมีค่ากับชีวิตคนมาก โดยเฉพาะคนบาดเจ็บสาหัสในทะเล มือของเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว
เสียงตะโกนนั้นดังจนพยาบาลหลินที่ยืนจัดยาสำหรับฉีดให้คนไข้อยู่มุมห้องชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาทำงานในมือต่อไป
“กูพูดชัดเจนนะ หูมึงมีปัญหาเหรอเลยเหรอครับ หมอหลัว” หลัวเสวียนเย่เอียงศีรษะเล็กน้อย สายตากวนประสาทปรายมองญาติผู้พี่มากจนหลัวจ้านอยากถีบแม่งให้ตกโซฟา
“สัด! นั่นชีวิตคนนะ” หลัวจ้านพูดเสียงผ่านไรฟัน สีหน้าของหมอหนุ่มเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“แล้วไง?” หลัวเสวียนเย่ตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหันสายตากลับไปมองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้ง เหมือนคำพูดเมื่อครู่ไม่สำคัญเท่าคนที่ยังนอนนิ่งอยู่ตรงหน้า
“มึงแม่งโคตรเหี้ยวะ” หลัวจ้านส่ายหัวช้า ๆ อย่างคนจนใจ
“ของที่กูจะเก็บมาสะสมหากธรรมดาๆ กูจะเก็บมาเพื่อ?” หลัวเสวียนเย่ถามหลัวจ้านด้วยท่าทางราวกับอีกฝ่ายโง่เหลือเกิน
“สำหรับก็มันต้องเป็นของแรร์ไอเทม เป็นตัวซีเคร็ทครับหมอหลัว” หลัวเสวียนเย่พูดขึ้นพร้อมยกมุมปากเล็กน้อย สายตาคมยังคงจับจ้องหญิงสาวบนเตียงเหมือนกำลังรอดูว่า
ของที่เขาเก็บขึ้นมาจากทะเล จะเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาหนึ่งก้อนหรืออำพันทะเลกันแน่
“สัด! จะพูดกูพูดมึงขนาดนี้ไม่ต้องมีครับลงท้ายก็ได้กูขนลุก”
“อ้าว มึงเป็นพี่ไงก็เคารพมึงนะครับ”
“ปลอมฉิบหาย”
พูดจบหลัวจ้านก็หันไปสั่งการพยาบาลหลินอีกสองสามประโยคจากนั้นเขาจึงไปตรวจคนไข้ห้องอื่นต่อไป ปล่อยให้หลัวเสวียนเย่นั่งชื่นชมของแรร์ไอเทมบนเตียงคนไข้ไปเพียงลำพัง
ตอนที่ 6||เสวียนเย่และหมอจ้าน“อ๊าก!...”เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายวัยราวสามสิบหกปีสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินของโรงพยาบาลแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์ ห้องสีเทา-ครีมอบอุ่นแต่บรรยากาศกลับเย็นเฉียบ กลิ่นเลือดสดผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสถานที่ภายในโรงพยาบาลสักนิดเดียวชายคนนั้นถูกมัดอยู่บนเตียงผ่าตัดทั้งตัวชุ่มไปด้วยเลือด เสื้อเชิ้ตของเขาถูกกรีดจนเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลใหม่เก่าเต็มลำตัวไปหมด เสียงร้องนั้นดังเสียจนหัวคิ้วเข้มของหลัวเสวียนเย่ขมวดแทบชนกัน“หนวกหูชะมัด ตัดลิ้นมันทิ้งไป”รองประธานไท่หมิงกรุ๊ปที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เหล็กไม่ไกลออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด ทั้งที่เขาเพิ่งจะพ่นควันบุหรี่สีเทาลอยออกจากริมฝีปากบางเป็นสายแท้ๆ“ตัดลิ้นแล้วมันจะตอบคำถามมึงยังไงครับรองประธานหลัว”หลัวจ้านหันขวับไปมองญาติผู้น้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด มือที่ถือมีดผ่าตัดยังคงเปื้อนเลือดจนชุ่ม“พูดไม่ได้แต่มันเขียนได้ครับ อย่าโง่ รีบจัดการ กูหนวกหู”หลัวเสวียนเย่ตอบเอื่อยเฉื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องอากาศดีนี่ไม่ใช่เรื่องทรมานคนหานปิงที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายอด
ตอนที่ 4 ||พ้นวิกฤตหลัวจ้าน นายแพทย์ประจำตระกูลหลัว และเป็นญาติห่าง ๆ ของทั้งนายใหญ่หลัวเสวียนหยางกับนายท่านรองหลัวเสวียนเย่ ถูกเรียกมารับเคสนี้ด้วยตัวเองทันทีที่เปลเข็นพาร่างคนไข้เข้ามาในห้องฉุกเฉินชายหนุ่มเพียงมองร่างบนเปลครั้งเดียว ก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุธรรมดาเขาประเมินจากเสื้อผ้าเปียกชุ่มจากน้ำทะเล รอยเลือด และรอยบาดแผลที่กระจัดกระจายไปทั่วร่าง ล้วนบอกชัดว่าหญิงสาวคนนี้ผ่านอะไรบางอย่างที่รุนแรงมากกว่าคนตกน้ำทั่วไป“นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์”เคสแบบนี้หลัวจ้านรีบสั่งให้นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์เพื่อเช็กก่อนว่าหญิงสาวมีกระดูกหรืออวัยวะภายในส่วนไหนแตกหักเสียหายบ้าง จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนเจาะเลือดเพื่อดูผลค่าเลือดกับหมู่โลหิตตามลำดับ“คุณหมอหลัวค่ะเคสนี้ดูแปลกๆ...”เสียงของหลินจื่ออิง หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพผู้ช่วยของนายแพทย์หลัวจ้านที่ถูกเรียกตัวมาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและประเมินบาดแผลเอ่ยถามหมอหนุ่มเสียงเบาขณะที่เธอช่วยกันถอดเสื้อคลุมของหานปิงออกจากตัวคนไข้ ภาพที่ปรากฏทำให้เธอชะงักไปทันที หญิงสาวไม่ได้สวมชุดราตรีธรรมดาแต่มันคือชุดเจ้าสาวแต่กลับไม่มีเจ้าบ่าว แต่กลับเป็นท่าน
ตอนที่ 3 || เก็บของเล่นได้ชิ้นหนึ่งตูม!ร่างสูงใหญ่ของหลัวเสวียนเย่พุ่งลงจากโขดหิน แรงกระแทกทำให้น้ำทะเลกระจายเป็นวงกว้าง ร่างของมาเฟียหนุ่มวัยฉกรรจ์แหวกว่ายสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเหมือนปลาฉลามกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทำงานอย่างยอดเยี่ยม แขนกำยำแหวกว่ายอย่างทรงพลัง ร่างกายเคลื่อนที่ในทะเลได้คล่องแคล่วราวกับสัตว์นักล่าที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมนี้มาตั้งแต่กำเนิดสายตาคมกริบกวาดมองท่ามกลางความมืดสลัวของน้ำทะเลลึกราวสองเมตร ไม่นานหลัวเสวียนเย่เห็นร่างเล็กในชุดเจ้าสาวสีขาวกำลังจมลงผ้าสีขาวที่เปียกน้ำแนบติดกับร่างเหมือนก้อนหินที่กำลังดึงเธอลงสู่ก้นทะเล เลือดสีเข้มไหลออกมาจากศีรษะผสมกับน้ำทะเลจนกลายเป็นสีชมพูจางหลัวเสวียนเย่หรี่ตาเล็กน้อย และแทบจะทันทีที่สายตานั้นจับเป้าหมายได้เขาก็พุ่งไปคว้าร่างนั้นเอาไว้‘อย่าเพิ่งทำฉันผิดหวังสิ’นั่นคือสิ่งรองประธานหนุ่มคิด และเขาไม่ยอมเสียเวลานาน รีบกระชากร่างนั้นขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรวดเร็วและแรงในวินาทีเดียวกันนั้นเอง...“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”เจิ้งซูเหยาสำลักน้ำอย่างรุนแรง เมื่อหญิงสาวเพิ่งได้สติกลับมาขณะตนถูกฉุดกระชากขึ้นมาจากใต้น้ำ เธอพยายามสูดอา
ตอนที่ 2 || หนีเสือเพื่อเจอปีศาจบนหน้าผาสูงชัน เสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวของเสิ่นอวี้หรงกับพี่น้องตระกูลเจิ้งดังลั่น เพราะแผนการทุกอย่างพังทลายต่อหน้าต่อตาเพราะเจ้าสาวที่ควรถูกควบคุมไว้ กลับเลือกขับรถพุ่งตกหน้าผาไปเบื้องล่างเสียแล้ว รถสปอร์ตสีขาวกำลังร่วงผ่านอากาศ พร้อมหญิงสาวที่ยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยลมทะเลกระแทกตัวรถจนเกิดเสียงหวีดแหลม หมุนคว้างอยู่เบื้องบน จากนั้นก็ดิ่งสู่ผืนน้ำสีครามด้านล่างเพียงเสี้ยวนาที เจิ้งซูเหยาไม่กรีดร้องเพราะหญิงสาวไม่มีความกลัว ในอกตอนนี้เหลือเพียงหัวใจที่แตกสลาย จากคนที่เธอรักกับที่เรียกว่าครอบครัวที่ไว้ใจที่สุดหักหลังพวกเขาทุกคนล้วนร่วมมือกันหลอกลวงเธอ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ของตัวเองก็ไม่มียกเว้น ภาพเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังติดตาเจิ้งซูเหยาในห้องแต่งตัวของโรงแรมหรู เธอถูกกดลงกับเก้าอี้ เจิ้งฉู่หรั่นพี่สาวต่างแม่จับแขนเธอ และแม่เลี้ยงเช่นถังอี้ซินกดไหล่เธอแน่นคนรับใช้สองคนล็อกขา อีกคนบีบปากเธอ พยายามกรอกยากล่อมประสาทให้เธอกินให้สำเร็จ“กลืนมันลงไป!”เสียงของถังอี้ซินเย็นเหมือนเฉียบเหมือนงูพิษ ส่วนเจิ้งฉู่จ้าน พ่อผู้กำเนิดของเธอทำเพียงยืนดู ไม่ห้ามและช่วยเหลือ
ตอนที่1||หน้าเนื้อใจเสือปัง!ตูม!เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางหน้าผา เศษหินเล็ก ๆ กระเด็นตกลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างหลังรถสปอร์ตสีขาวพุ่งชนแบริเออร์เหล็กและทะยานหายไปจากขอบถนน ตามมาด้วยเสียงน้ำเบื้องล่างแตกกระจายสะท้อนก้องอยู่ในอากาศไม่กี่วินาทีก่อนจะถูกกลืนหายไปกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระแทกโขดหินด้านล่างอย่างไม่ปรานี เหลือเอาไว้เพียงภาพโลหะบิดงอ“บัดซบ!”เสิ่นอวี้หรงฟาดฝ่ามือลงบนฝากระโปรงรถเอสยูวีสีดำเต็มแรง เสียงกระแทกดังปึงจนบอดี้การ์ดหลายคนสะดุ้งชายหนุ่มในชุดสูทเจ้าบ่าวในวัยยี่สิบเก้าปีมองลงไปยังหน้าผา ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติเต็มไปด้วยความสุขุมตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดไม่อาจปกปิดด้านข้างเขา เจิ้งฉู่เจี๋ย ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีรีบวิ่งไปหยุดที่ริมหน้าผา รองเท้าหนังราคาแพงครูดกับกรวดหินจนเกิดเสียงเสียดสีก่อนเขาจะชะงัก ภาพเบื้องล่างนั้น รถสปอร์ตสีขาวคันเมื่อครู่กำลังจมลงอย่างช้า ๆตัวรถลอยอยู่เหนือผิวน้ำเพียงครึ่งคัน แสงแดดยามบ่ายแก่สะท้อนตัวถังสีขาวเป็นประกาย ก่อนมันจะค่อย ๆ เอียงลงทีละน้อยเหมือนสัตว์บาดเจ็บที่กำลังจมสู่ก้นทะเล“เวรเอ๊ย...”เจิ้งฉู่เจี๋ยพึมพำ สีหน้าซีด
บทนำ ปลายฤดูร้อนของปี 2026 เมืองชายฝั่งทางตอนใต้กำลังอบอ้าวด้วยอากาศร้อนชื้น ถนนสายเก่าเลียบชายทะเลของเมืองรอง เมืองเย่เฉิง ประเทศเว่ยที่ทอดยาวออกนอกเขตชุมชนขึ้นทุกขณะบนถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลายคันซึ่งกำลังไล่กวดกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงเครื่องยนต์ดังกลบทุกสิ่ง บรรยากาศตึงเครียดราวกับการล่านักโทษอุกฉกรรจ์ทั้งที่รถสปอร์ตสีขาวที่กำลังพุ่งฝ่าทางคดเคี้ยวด้วยความเร็วสูงหลบหนีการไล่ล่านั้น ผู้ขับเป็นหญิงสาวอยู่หลังพวงมาลัยเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวหรูหรา ชุดราคาแพงที่ควรอยู่ในโบสถ์ไม่เหมือนนักโทษหนีคดีแม้แต่น้อยใช่แล้วเธอกำลังหนีการตามล่าสุดชีวิต!หากไม่ใช่หนีผู้พิทักษ์กฎหมายหนีศัตรูอื่นใด หากแต่คนที่ไล่ล่าหญิงสาวอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีลดละเป็นระยะทางเกินร้อยกิโลเมตรนี้กลับเป็น ‘คนกันเอง’ทั้งนั้นด้านหลังคือรถเอสยูวีสีดำหลายคันของหนึ่งตระกูลที่เธอเคยเรียกว่าครอบครัวกับอีกหนึ่งคือคนของอนาคตครอบครัวใหม่ที่ตนจะแต่งงานด้วย พวกเขาล้วนเป็นชายฉกรรจ์ในสูทสีเข้มพร้อมอาวุธครบมือไล่ตามอย่างไม่ลดละ เธอกำลังถูกไล่ต้อนเข้าสู่ถนนเส้นเก่าที่คล้ายถูกปิดตายเข้าไปเรื่อยๆทุกขณะห่างไกลจากตำรวจ สองข้างทางไม่มีพยาน พว







