LOGINหลัวจ้าน นายแพทย์ประจำตระกูลหลัว และเป็นญาติห่าง ๆ ของทั้งนายใหญ่หลัวเสวียนหยางกับนายท่านรองหลัวเสวียนเย่ ถูกเรียกมารับเคสนี้ด้วยตัวเองทันทีที่เปลเข็นพาร่างคนไข้เข้ามาในห้องฉุกเฉิน
ชายหนุ่มเพียงมองร่างบนเปลครั้งเดียว ก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุธรรมดา
เขาประเมินจากเสื้อผ้าเปียกชุ่มจากน้ำทะเล รอยเลือด และรอยบาดแผลที่กระจัดกระจายไปทั่วร่าง ล้วนบอกชัดว่าหญิงสาวคนนี้ผ่านอะไรบางอย่างที่รุนแรงมากกว่าคนตกน้ำทั่วไป
“นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์”
เคสแบบนี้หลัวจ้านรีบสั่งให้นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์เพื่อเช็กก่อนว่าหญิงสาวมีกระดูกหรืออวัยวะภายในส่วนไหนแตกหักเสียหายบ้าง จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนเจาะเลือดเพื่อดูผลค่าเลือดกับหมู่โลหิตตามลำดับ
“คุณหมอหลัวค่ะเคสนี้ดูแปลกๆ...”
เสียงของหลินจื่ออิง หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพผู้ช่วยของนายแพทย์หลัวจ้านที่ถูกเรียกตัวมาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและประเมินบาดแผลเอ่ยถามหมอหนุ่มเสียงเบา
ขณะที่เธอช่วยกันถอดเสื้อคลุมของหานปิงออกจากตัวคนไข้ ภาพที่ปรากฏทำให้เธอชะงักไปทันที หญิงสาวไม่ได้สวมชุดราตรีธรรมดาแต่มันคือชุดเจ้าสาวแต่กลับไม่มีเจ้าบ่าว แต่กลับเป็นท่านรองประธานหลัวที่พามาส่งโรงพยาบาลทำเอาเธอคิดดีไม่ได้เลย
ไม่ใช่ว่าท่านรองไปปล้นเจ้าสาวคนอื่นมาหรอกนะ!
และดูด้วยสายตาพยาบาลสาวก็รู้ว่าชุดนี้ราคาไม่ธรรมดาผ้าไหมอิตาลีสีขาวปักลายยังเปียกน้ำหมาดแต่นั่นไม่น่าตกใจเท่ากับรอยเลือดสีเข้มซึมผ่านเนื้อผ้าเป็นคราบแดงคล้ำจนแทบมองไม่เห็นสีเดิมของชุด
หลัวจ้านยังคงก้มหน้าดูบาดแผลบนใบหน้าของคนไข้สาวแล้วประเมินด้วยสายตาแพทย์คิดว่าแผลนี้คงทำหญิงสาวเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตแน่หากไม่ศัลยกรรมตกแต่งใหม่
“ไม่ต้องสงสัยมาก พยาบาลหลิน” หลินจื่ออิงเงียบไปทันที
“ทำงานกับหลัวเสวียนเย่ จำไม่ได้หรือว่าห้ามเป็นคนช่างสงสัย” พูดเตือนไปด้วยมือของคุณหมอหนุ่มก็ตรวจตรงศีรษะของคนไข้กิตติมศักดิ์ไปด้วย
พยาบาลสาวเม้มริมฝีปากเพราะถูกคุณหมอตำหนิ แต่ความสงสัยมันจุกอกเธอนี่นา
“แต่ว่า...”
“หุบปาก!”
คราวนี้หลัวจ้านตวาดด้วยเสียงเด็ดขาด ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นมองพยาบาลสาวด้วยสายตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
“หน้าที่ของคุณคือผู้ช่วยของผมไม่ใช่ตั้งคำถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการรักษาหากคุณยังอยากมีชีวิตอยู่”
หลินจื่ออิงสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ กรรไกรผ่าตัดตัดผ้าชุดเจ้าสาวออกทีละส่วน
และในวินาทีที่ผ้าชั้นสุดท้ายถูกเปิดออก มือของเธอก็ยกขึ้นปิดปากตัวเองทันที
“พระเจ้า…”
บาดแผลบนร่างหญิงสาวหนักกว่าที่คิดไว้มาก ศีรษะด้านขวาแตกเป็นแผลลึก นอกจากเลือดแห้งเกาะเส้นผมจนจับตัวเป็นก้อน ใบหน้าด้านซ้ายมีรอยฟาดจากโขดหินจนผิวหนังเปิดเป็นแผลฉกรรจ์แล้ว
ยังมีรอยช้ำกระจายไปทั่วลำตัว ตรงหน้าท้อง ตรงหน้าอกล้วนเป็นรอยช้ำจากการถูกกระแทก
แขนและขามีรอยขีดข่วนจากหินและทราย แม้หลินจื่ออิงจะทำงานฉุกเฉินมาหลายปี เคยเห็นคนบาดเจ็บสาหัสนับไม่ถ้วน
แต่ภาพของผู้หญิงในชุดเจ้าสาวที่เต็มไปด้วยเลือดบอบช้ำแบบนี้ ก็ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวขึ้นมาได้เหมือน
“เธอไปเจออะไรมากันแน่…”
หลัวจ้านไม่ได้ตอบ สายตาของเขาเลื่อนดูค่าชีพจรบนจอมอนิเตอร์ เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะ
ไม่นานผลตรวจเบื้องต้นก็ออกมา หลัวจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย กระดูกแขนขาไม่แตก
แต่ซี่โครงด้านซ้ายหักสามซี่ หนึ่งในนั้นแทงเข้าไปในปอด เลือดกำลังคั่งอยู่ในช่องปอดเป็นจำนวนมาก
หากมาถึงช้ากว่านี้อีกไม่กี่นาที ผู้หญิงคนนี้คงตายไปแล้ว หลัวจ้านถอนหายใจเบา ๆ
เขาจึงสั่งทำการรักษาตามขั้นตอน จนผ่านไป 24 ชั่วโมงหญิงสาวจึงผ่านช่วงวิกฤต และย้ายออกจากห้องไอ.ซี.ยูไปอยู่ห้องพักพิเศษได้
“ใจสู้ไม่เบาเลยคนไข้รายนี้ของมึงคนนี้น่ะ”
หลัวจ้านพูดขึ้นเสียงเรียบแยกไม่ออกว่าเขาชื่นชมหรือประชดประชันตามนิสัย หลังคุณหมอหนุ่มแวะมาตรวจเยี่ยมอาการคนป่วยที่ยังไม่ฟื้นช่วงสายของอีกหนึ่งวันถัดมา มือของเขาเลื่อนดูรายงานอาการที่ปลายเตียง ก่อนจะเหลือบมองตัวเลขบนจอมอนิเตอร์ที่ยังเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
หลัวเสวียนเย่ที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟาอยู่ไม่ไกล ทอดสายตาคมกริบมองไปยังร่างหญิงสาวบนเตียงคนไข้เหมือนกำลังประเมินของชิ้นหนึ่ง แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาอย่างสบาย ท่าทางของเขาดูเหมือนคนที่กำลังนั่งคุยเรื่องธุรกิจมากกว่าจะอยู่ในห้องพักฟื้นของคนบาดเจ็บสาหัส
“ของที่กูเปลืองแรงเก็บมาต้องพิเศษอยู่แล้ว” ก่อนเสียงมาเฟียหนุ่มดังขึ้น เขาเอนหลังพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน สายตายังคงจับจ้องหญิงสาวบนเตียงเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคุณค่าของเธอในหัว
หลัวจ้านหัวเราะในลำคอแล้วหันไปมองญาติผู้น้องที่อายุน้อยกว่าตนถึงสี่ปีแต่พูดกับเขาอย่างกับคนรุ่นเดียวกัน ก่อนจะด่าออกไปเต็มปากเต็มคำ “ไอ้เหี้ย! เธอเป็นคนนะไม่ใช่สิ่งของ”
หมอหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ อย่างคนที่ทั้งเอือมทั้งคุ้นเคยกับนิสัยใจร้าย ของอีกฝ่าย
หลัวเสวียนเย่ยกไหล่ ทั้งที่ถูกด่าแต่เขากลับตอบโต้ญาติผู้พี่หน้าตาเฉย “สำหรับกูยัยนั่นก็แค่ของสะสมชิ้นหนึ่ง”
เขาพูดพลางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเล็กน้อย สีหน้าเรียบสนิทราวกับสิ่งที่พูดออกมาเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกแต่มันไม่ปกติสำหรับหลัวจ้านไง
“เวรเอ๊ย ใจคอมึงแม่งอย่างอำมหิต ว่าแต่คนแบบมึงรู้จักช่วยคนเป็นด้วยหรือ?” หลัวจ้านถามต่อพร้อมเท้าสะเอว สายตาของเขาเหลือบไปมองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้งเหมือนพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมคนอย่างหลัวเสวียนเย่ถึงยอมลงแรงช่วยใครสักคน
“กูเห็นว่ายัยนั่นไม่ยอมตายง่าย ๆ สู้กับพยายมอยู่ตั้งนานเลยเก็บมาให้มึงรักษา” หลัวเสวียนเย่ตอบช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนกำลังย้อนนึกไปถึงภาพในทะเลเมื่อวันก่อน
“เฮ้ย!นี่มึงกำลังจะบอกกูว่า มึงเหี้ยนจัดขนาดยืนดูเธอเกือบตายเหรอวะไอ้สัตว์!” หลัวจ้านหันขวับกลับไปมองญาติผู้น้องทันที คิ้วขมวดแน่นอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่” หลัวเสวียนเย่ตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเปลี่ยนท่าทาง เขายังคงนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาเหมือนบทสนทนานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา
“ไอ้...” หลัวจ้านนึกคำด่าญาติผู้น้องไม่ออกขึ้นมาเสียกะทันหัน เขาอ้าปากงับอากาศอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ อย่างคนที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่
“กูแค่ยืนดูยัยนั่นพยายามมีชีวิตอยู่ราวสิบนาทีได้” หลัวเสวียนเย่เล่าไปถึงเหตุการณ์ก่อนช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากทะเลให้หลัวจ้านฟังเสียงเอื่อยเฉื่อย
“สิบนาที!” คราวนี้คุณหมอหนุ่มผู้สุขุมถึงกับ ตะโกนเสียงดังลั่น เพราะเขาเป็นหมอ ทุกวินาทีมีค่ากับชีวิตคนมาก โดยเฉพาะคนบาดเจ็บสาหัสในทะเล มือของเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว
เสียงตะโกนนั้นดังจนพยาบาลหลินที่ยืนจัดยาสำหรับฉีดให้คนไข้อยู่มุมห้องชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาทำงานในมือต่อไป
“กูพูดชัดเจนนะ หูมึงมีปัญหาเหรอเลยเหรอครับ หมอหลัว” หลัวเสวียนเย่เอียงศีรษะเล็กน้อย สายตากวนประสาทปรายมองญาติผู้พี่มากจนหลัวจ้านอยากถีบแม่งให้ตกโซฟา
“สัด! นั่นชีวิตคนนะ” หลัวจ้านพูดเสียงผ่านไรฟัน สีหน้าของหมอหนุ่มเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“แล้วไง?” หลัวเสวียนเย่ตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหันสายตากลับไปมองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้ง เหมือนคำพูดเมื่อครู่ไม่สำคัญเท่าคนที่ยังนอนนิ่งอยู่ตรงหน้า
“มึงแม่งโคตรเหี้ยวะ” หลัวจ้านส่ายหัวช้า ๆ อย่างคนจนใจ
“ของที่กูจะเก็บมาสะสมหากธรรมดาๆ กูจะเก็บมาเพื่อ?” หลัวเสวียนเย่ถามหลัวจ้านด้วยท่าทางราวกับอีกฝ่ายโง่เหลือเกิน
“สำหรับก็มันต้องเป็นของแรร์ไอเทม เป็นตัวซีเคร็ทครับหมอหลัว” หลัวเสวียนเย่พูดขึ้นพร้อมยกมุมปากเล็กน้อย สายตาคมยังคงจับจ้องหญิงสาวบนเตียงเหมือนกำลังรอดูว่า
ของที่เขาเก็บขึ้นมาจากทะเล จะเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาหนึ่งก้อนหรืออำพันทะเลกันแน่
“สัด! จะพูดกูพูดมึงขนาดนี้ไม่ต้องมีครับลงท้ายก็ได้กูขนลุก”
“อ้าว มึงเป็นพี่ไงก็เคารพมึงนะครับ”
“ปลอมฉิบหาย”
พูดจบหลัวจ้านก็หันไปสั่งการพยาบาลหลินอีกสองสามประโยคจากนั้นเขาจึงไปตรวจคนไข้ห้องอื่นต่อไป ปล่อยให้หลัวเสวียนเย่นั่งชื่นชมของแรร์ไอเทมบนเตียงคนไข้ไปเพียงลำพัง
“นี่คือ สวีซูเยี่ยน ต่อไปเธอจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์รองหลัวแห่งนี้”น้ำเสียงของหลัวเสวียนเย่ไม่ดังมาก แต่ชัดเจนหนักแน่นจนทุกคนได้ยินกันทั่วสิ้นประโยคของเจ้าของคฟหาสน์ เสียงตอบรับก็ดังขึ้นพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวครับ” / “ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวค่ะ”เสียงประสานทั้งชายและหญิงดังขึ้นเป็นจังหวะเดียว ไม่มีใครช้าหรือเร็วกว่าอีกคน เหมือนผ่านการฝึกมาแล้วอย่างดีเยี่ยม สวีซูเยี่ยนกวาดตามองผู้คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่แสดงความตื่นตระหนก ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี“ลำบากทุกคนแล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าคุณซูเยี่ยนก็พอ” น้ำเสียงสุภาพก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เป็นนายหญิงน่าเกรงขามหลัวเสวียนเย่หันไปทางพ่อบ้าน “คนนี้คือพ่อบ้าน จ้าวเว่ย หากเธอต้องการอะไร สั่งเขาได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคน”คำพูดถูกเอ่ยออกมาเรียบเหมือนพูดเรื่องทั่วไป ไม่มีใครแสดงสีหน้าตกใจ สวีซูเยี่ยนหันไปมองชายคนนั้น จ้าวเว่ยก้มศีรษะเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่ง หลัวเสวียนเย่พูดต่อทันที“ส่วนนาย นี่คือนายหญิง อำนาจของเธอเป็นรองแค่ฉันกับพี่ใหญ่ เธอสั่งอะไร นายมีหน้าที่ทำตาม ห้ามตั้งคำถาม เข้าใจไหมจ้าวเว่ย
ตอนที่ 15 || ย้ายเข้าคฤหาสน์รองประธานหลัวสิบโมงตรง ประตูกระจกอัตโนมัติของโรงพยาบาลเอกชนในเครือไท่หมิงกรุ๊ปเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง สวีซูเยี่ยนก้าวออกมายืนใต้แสงแดดยามสายที่ตกกระทบพื้นหินอ่อนด้านหน้า ลมอ่อนพัดผ่าน กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ติดปลายจมูกมานานร่วมสี่เดือนถูกแทนที่ด้วยอากาศสดใหม่ หญิงสาวหยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหนึ่งครั้ง สายตายังคงนิ่งและคมกริบ ไม่หลงเหลือเค้าของคนเจ็บป่วยหรือคุณหนูเจิ้งในอดีตแม้แต่น้อยถนนด้านหน้าโรงพยาบาลถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ รถเข้าออกเป็นจังหวะ การ์ดชุดดำยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทุกอย่างดูปกติ หากมองผิวเผิน แต่ในความปกตินั้นแฝงความเข้มงวดที่ไม่เปิดช่องว่างให้ความผิดพลาด โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยของรองประธานหลัว“พร้อมไหม”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านข้าง หลัวเสวียนเย่เดินเข้ามาหยุดในระยะประชิดจนหัวไหล่ของเธอเสียดสีกับต้นแขนของมาเฟียหนุ่ม เงาของเขาทาบลงบนพื้นเดียวกับเธอจนกลายเป็นเงาเดียวยากจะแยกออก สวีซูเยี่ยนหันไปมอง ดวงตาหงส์คู่งามนั้นสงบเกินคนทั่วไปจะอ่านออก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่อ่อนโยน ซึ่งภาพนี้หญิงสาวเริ่มจนคุ้นเคย“พร้อมมากค่ะ”คำ
ตอนที่14|| เธอพร้อมจะกลับลั่วหยางหรือยัง?จูบนั้นยาวนานจนสวีซูเยี่ยนแทบขาดอากาศหายใจ ปลายลิ้นของเขาไม่ใช่แค่แตะแล้วถอย แต่จงใจไล่ต้อน กดจังหวะให้เธอเสียหลักทีละนิด หลัวเสวียนเย่ผละออกอย่างเชื่องช้าอย่างคนเสียดายเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะหมดลมหายใจสายตาคมกริบไล้ผ่านริมฝีปากของเธออย่างไม่ปิดบังความเสียดายรสจูบดื่มด่ำ ซึ่งหวานล้ำอย่างที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน และคนแบบหลัวเสวียนเย่ มาเฟียปีศาจแห่งกระกูลหลัวไม่เคยห้ามใจหากเขาต้องการ ชายหนุ่มจึงก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม เหมือนยึดเอาความหวานมาเก็บไว้จนไม่เหลือ แต่ยิ่งจูบริมฝีปากของหญิงสาวกลับยิ่งหวานราวกับเขากำลังดื่มน้ำผึ้งป่า“แฮ่ก...พอ...พอแล้วค่ะ รองประทานหลัว”สวีซูเยี่ยน รีบร้อนผลักรองประธานหนุ่มออกก่อนเอ่ยห้ามเสียงสั่น พอเห็นเขาจะก้มลงมาอีกเธอเลยมือยกขึ้นปิดปากตนเองแน่น ราวกับต้องกันทั้งเขาและตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ ลมหายใจยังหอบหนัก แต่สายตากลับแข็งขึ้นอย่างไม่ปกปิดความไม่พอใจ“ทำไม?”หลัวเสวียนเย่ถามเสียงต่ำ แฝงความหงุดหงิดชัดเจน เพราะตลอดชีวิตเขาอยากได้สิ่งใดไม่เคยมาใครขัดใจหรือคิดจะห้าม“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำ
สวีซูเยี่ยนถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มกัดใบหูของตนแผ่วเบาอีกครั้ง แต่เหมือนแค่นั้นหลัวเสวียนเย่จะยังไม่พอใจเขา เลื่อนริมฝีปากไปตามแก้มปลายคางและสุดท้ายหยุดลงตรงซอกคอขาวผุดผ่องคล้ายจะจงใจให้หญิงสาวรับรู้ถึงความใกล้ชิดระหว่างคนที่กำลังจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงลมหายใจของสวีซูเยี่ยนเริ่มสะดุดและขาดห้วงเล็กน้อย ความร้อนรุ่มเริ่มลามเลียไปจนทั่วผิวกายของตน ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่คิดจะผลักชายหนุ่มออก หรือแม้แต่จะตบเขาสักฉาดที่กล้าแตะต้องเธอขนาดนี้กลับกัน เธอเอียงหน้าหนีเพียงเล็กน้อยเปิดทางให้รองประธานหลัวได้ทำตามใจ หลัวเสวียนเย่เห็นกิริยานั้นของว่าที่ภรรยาก็หยุดไปชั่วครู่สายตาของเข้าเข้มขึ้น ไม่ใช่เพลิงพิศสวาทที่กำลังร้อยรุ่มขึ้นมาหลังได้กลิ่นกายหอมหวานของหญิงสาว แต่เข้มขึ้นเพราะเขาพึงใจที่ ‘ของเล่น’ชิ้นนี้สู้มือถูกใจเข้าเหลือเกินเขาได้เห็นแล้วว่าสวีซูเยี่ยนไม่ได้อ่อนแอหรือเป็นพวกดีแค่ปาก พอถึงตอนเขา ‘เอาจริง’กลับร้องไห้ขอร้องให้เขาปล่อยไปมุมปากของรองประธานหลัวยกขึ้นเล็กน้อย มือที่เอวเธอกระชับขึ้นอีกนิดไม่แรงจนทำให้สวีซูเยี่ยนเจ็บเพียงแค่พอให้หญิงสาวรู้ว่า
ตอนที่ 13 || อย่ามาท้าทายระบบนางร้ายอย่างฉันหลังจากวันที่เปิดผ้าพันแผลผ่านไปได้สามวันเต็ม ห้องพักฟื้นยังคงเงียบงันเหมือนเดิม แต่สำหรับสวีซูเยี่ยน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมดแล้ว แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดลอดม่านเข้ามา เงาแสงทอดยาวไปตามพื้นหินอ่อน ดูสงบ เย็น และไร้ชีวิต เช่นเดียวกับผู้พักอาศัยเธอยืนอยู่หน้ากระจก ปลายนิ้วแตะลงบนใบหน้าของตนเองอย่างแผ่วเบา ความแปลกแยกยังคงหลงเหลือ แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันอีกแล้ว เพราะใบหน้านี้หญิงสาวเลือกเอง ตัวตนนี้ก็เป็นเธออีกที่ต้องการลมหายใจถูกปล่อยออกเชื่องช้า ก่อนเธอจะหันหลัง ตั้งใจจะออกไปจากห้องนี้สักพักวันก่อนหญิงสาวถามพยาบาลประจำตึกว่ามีส่วนหย่อมให้คนไข้ไปนั่งพักผ่อนหรือไม่อีกฝ่ายบอกว่ามี อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดจะไปผ่อนคลายบนนั้นสักหน่อยแกร๊กแต่ยังไม่ทันที่มือของสวีซูเยี่ยนจะได้สัมผัสลูกบิดประตูหัวใจของเธอกระตุกแรง เมื่อประตูถูกคนจากด้านนอกผลักเปิดเข้ามาเสียก่อน แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะภาพของหลัวเสวียนเย่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ความตกใจเปลี่ยนเป็นสงบลงเพียงสบตากับดวงตาเยือกเย็น ลมหายใจของสวีซูเยี่ยนก็ก็สะดุดไปเล็ก
ไม่นานนัก ประตูห้องพักฟื้นเดิมก็ถูกเปิดออก เตียงถูกเข็นเข้าไปวางในตำแหน่งเดิม ทุกอย่างกลับมาเหมือนก่อนหน้า สวีซูเยี่ยนหลับไปเพราะฤทธิ์ยาระงับปวด ไม่ใช่เพราะอ่อนแรงวันเวลายังคงเดินไปข้างหน้าหลังวันผ่าตัดครบสิบเจ็ดวันกำหนดเปิดผ้าพันแผลก็มาถึง...เช้าวันนี้สวีซูเยี่ยนยังคงตื่นตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน หลังจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เธอมานั่งอยู่ปลายเตียงในห้องพักฟื้น เปิดโทรทัศน์ดูข่าวไปเรื่อย ๆ รีโมตอยู่ในมือ นิ้วเรียวเปลี่ยนช่องอย่างไม่เร่งรีบ แสงแดดช่วงสายลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาอย่างเบาบาง ทอดลงบนพื้นห้องอย่างเงียบงันจนใกล้เก้าโมง ประตูเปิดขึ้นโดยไม่มีเสียงเตือน สวีซูเยี่ยนไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้แล้วว่าต้องเป็นหลัวเสวียนเย่ เพราะหากเป็นคุณหมอหรือพยาบาล ทุกคนล้วนเคาะประตูก่อนเสมอชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง แล้วหยุดยืนในระยะที่มองเธอได้ชัดเจน สวีซูเยี่ยนไม่ได้ลุกขึ้น หญิงสาวเพียงหันมองเขา แล้วก้มศีรษะ ก่อนจะกล่าวทักทายคนที่หายหน้าหายตาไปร่วมเดือน“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเสวียนเย่”“สวัสดีซูเยี่ยน” เขาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวไปทรุดนั่งบนโซฟาไม่ไกลจากเตียง เหวินจิ้งนำกาแฟดำม
ตอนที่ 8 ||ยืนไม่เปลี่ยนชื่อนั่งก็ไม่เปลี่ยนแซ่อีกหลายวันหลังจากอาการของเจิ้งซูเหยาเริ่มคงที่ หญิงสาวจึงได้พบหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้อย่างเป็นทางการ และในวินาทีนั้นเองเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมวันแรกที่ลืมตาขึ้น เธอถึงสับสนว่าผู้ชายคนนั้นเป็นมนุษย์หรือยมทูตจากขุมนรกหลัวเสวียนเย่ดูหล่อเหลามมากก็จริงแ
ตอนที่ 7||ของแรร์ไอเทมของมึงฟื้นแล้วนะแต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงพูดไม่เป็นภาษาคน ดวงตาของผู้จัดการหนุ่มใหญ่เต็มไปด้วยความคับแค้นมันอัดแน่นไปด้วยความหมายว่าอยากจะฆ่าหลัวเสวียนเย่ให้ตายเดี๋ยวนี้ แต่ยิ่งเห็นดังนั้นหลัวเสวียนเย่กลับแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ“หึ! แค้นกู?” รองประธานหนุ่มก้มลงเล็กน้อย
ตอนที่ 6||เสวียนเย่และหมอจ้าน“อ๊าก!...”เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายวัยราวสามสิบหกปีสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินของโรงพยาบาลแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์ ห้องสีเทา-ครีมอบอุ่นแต่บรรยากาศกลับเย็นเฉียบ กลิ่นเลือดสดผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสถานที่ภายในโรงพย
ตอนที่ 3 || เก็บของเล่นได้ชิ้นหนึ่งตูม!ร่างสูงใหญ่ของหลัวเสวียนเย่พุ่งลงจากโขดหิน แรงกระแทกทำให้น้ำทะเลกระจายเป็นวงกว้าง ร่างของมาเฟียหนุ่มวัยฉกรรจ์แหวกว่ายสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเหมือนปลาฉลามกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทำงานอย่างยอดเยี่ยม แขนกำยำแหวกว่ายอย่างทรงพลัง ร่างกายเคลื่อนที่ในทะเลได้







