FAZER LOGIN“มีหลานชายสองคน ไม่ได้ดั่งใจเลยสักคน” คุณย่าประไพเอ่ยขึ้นอย่างระอาพลางนึกไปถึงอคินทร์หลานชายอีกคนที่อยู่กรุงเทพฯ
“เห็นเจนว่าจะส่งตาคินทร์ไปเรียนต่อเมืองนอกเร็ว ๆ นี้เหมือนกันครับ” จักษ์เอ่ยถึงเจนจิราน้องสาวของตนที่ได้สามีเป็นนักธุรกิจรายใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ “รายนั้นคงส่งไปเพื่อหนีสาว ๆ ละสิ” ผู้สูงวัยกล่าวเสียงราบเรียบ ตัวท่านเองมีหลานชายสองคนคือคีรินทร์และอคินทร์ อีกคนก็เจ้าชู้ตัวพ่อ มีปัญหาสาว ๆ มาให้ปวดหัวตลอด ส่วนอีกคนก็ไม่สนใจผู้หญิงเอาเสียเลย ตะวันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดแจงทายาตามที่ป้าพิกุลเตรียมไว้ให้ เมื่อทายาเสร็จจึงเดินลงมาข้างล่างเผื่อหาอะไรทาน เสร็จแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องหนังสือที่เธอมักจะเข้าไปอ่านหนังสือให้คุณย่าประไพฟังอยู่เสมอ แต่ทันทีที่ผลักเปิดประตูเข้าไป กลับได้ยินประโยคสนทนาของคนที่อยู่ด้านในลอยออกมา “ทำไมคีย์ต้องทำตัวมีปัญหากับหนูตะวันด้วย” “คุณย่านั่นแหละครับเมื่อไรจะตาสว่าง เมื่อไรจะเลิกมองว่าเด็กนั่นใสซื่อไร้เดียงสาเสียที” คีรินทร์ย้อนถามผู้เป็นย่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกัน “หยุดเดี๋ยวนี้นะคีย์ เลิกพูดจาหยาบคายแบบนั้นกับน้องสักที” เมื่อผู้เป็นหลานยังไม่หยุดก้าวร้าว ผู้เป็นย่าเลยตะคอกออกไปด้วยความโมโห “ผมไม่มีน้องสาว คุณย่าลืมไปแล้วหรือครับว่าผมเป็นลูกคนเดียว ต่อให้คุณย่าจะยัดเยียดเด็กนั่นให้เป็นน้องหรือจะให้เป็นอะไรก็ตาม ขอให้คุณย่ารู้ไว้เลยว่าผมไม่ยอมรับ จะวันนี้หรือเมื่อไรผมก็ไม่ยอมรับ” เขายืนยันเสียงแข็ง “รู้ใช่ไหมว่าลูกผู้ชายเวลาถ่มน้ำลายลงดินแล้วเขาไม่เก็บขึ้นมากิน พูดอะไรออกไปอย่ากลับคำล่ะ!” “ไม่มีทางครับ” คีรินทร์ตอบกลับเสียงหนักแน่น “หมดธุระของแกแล้วใช่ไหม ถ้าหมดแล้วก็ออกไป ฉันจะอ่านหนังสือ” “มีอีกเรื่องที่ผมอยากขอคุณย่า” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิ” ผู้เป็นย่ารอฟังว่าหลานชายจะขออะไร “ถ้าเด็กคนนั้นเรียนจบปริญญาเมื่อไร ขอให้เธอออกไปจากไร่ของเราทันที” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแววตาจริงจัง คุณย่าประไพนิ่งอึ้งอยู่ชั่วครู่กับสิ่งที่หลานชายเอ่ยปากขอ “ได้สิ ถ้าตอนนั้นแกแต่งงานแล้ว” “คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะผมจะแต่งงานก่อนที่เด็กคนนั้นจะเรียนจบแน่นอน หรือต่อให้ผมยังไม่แต่ง ผมก็ไม่มีวันที่จะแต่งกับเด็กคนนั้น ต้องขอโทษคุณย่าด้วยที่การจับคู่ให้ผมกับเด็กตะวันนั่นต้องล้มเหลว” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับมองหน้าของผู้เป็นย่านิ่ง ตะวันค่อย ๆ ปิดประตูห้องลงอย่างเบามือ พร้อมกับหันหลังเดิน ขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตนด้วยหัวใจเลื่อนลอย แบบนี้เองสินะที่เขาตั้งแง่รังเกียจเธอ เพราะคุณย่าประไพอุปการะเธอไว้ในฐานะว่าที่คู่หมั้นของเขานั่นเอง แน่นอนว่าเขาไม่เห็นดีเห็นงามด้วยและคงไม่มีวันที่จะยอมรับและแต่งงานกับเธอ กลางดึกตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน มีร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนยืนอยู่ พลางมองออกไปท่ามกลางความมืดสุดลูกหูลูกตา มีแค่เพียงแสงจันทราสลัว ๆ ที่สาดส่องให้แสงสว่าง ตะวันนอนไม่หลับ เพราะคำพูดที่คีรินทร์คุยกับคุณย่าประไพคอยรบกวนเธออยู่ตลอดเวลา บนพื้นที่อันกว้างใหญ่ของไร่แสนศิริสุขแห่งนี้ หัวใจของเธอช่างเหน็บหนาวเหลือเกิน สุดท้ายแล้วเธอก็เป็นแค่คนที่ไม่มีใครต้องการอย่างที่จันทร์เจ้าและป้าของเธอเคยปรามาสไว้ ร่างเล็กเผลอยิ้มออกมาในความมืดเมื่อคำสอนของผู้เป็นยายผุดขึ้นมาในความทรงจำ “จำเอาไว้นะตะวัน เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนบนโลกใบนี้รักเราได้ เมื่อมีคนรักก็ย่อมต้องมีคนเกลียดเราเป็นธรรมดา” “ถ้าเขาเกลียดเราโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรให้เลยล่ะจ๊ะ” ตะวันในวันวานเอ่ยถามผู้เป็นยาย “นั่นมันเป็นปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาของเรา เราแค่ทำตัวให้ดี ใช้ชีวิตของเราให้มีความสุขต่อไปก็พอ อย่าไปถามหาเหตุผลกับคนที่ เกลียดเรา เพราะคนที่เขาเกลียดเราต่อให้เราทำดีแค่ไหนเขาก็เกลียดอยู่ดี” นั่นสิ! เธอจะไปถามหาเหตุผลกับคนที่เกลียดเธอทำไม ดูอย่าง จันทร์เจ้านั่นไง ขนาดว่าเธอไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่ายเลย ฝ่ายนั้นยัง จงเกลียดจงชังเธออย่างกับอะไรดี ใครอยากเกลียดเธอก็เกลียดไป ต่อจากนี้เธอจะไม่แคร์อีกแล้ว เธอจะแคร์ความรู้สึกของคนที่รักเธอก็พอ จะตั้งใจเรียนให้จบเพื่อให้มีหน้าที่การงานที่ดีอย่างที่ยายของเธอเฝ้าพร่ำสอนมาตลอด และจะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้“เนื่องในโอกาสอะไร ?” พ่อเลี้ยงหนุ่มแกล้งยกแก้วทรงสูงขึ้นมอง ไม่ยอมกระดกลงคอง่าย ๆ“ฉลองที่กูปิดดีลโพรเจกต์สำคัญได้” พูดจบก็ยกแก้วขึ้นดื่ม ทุกคนบนโต๊ะจึงพากันดื่มตามเพื่อแสดงความยินดีด้วยบุรินทร์ซึ่งนั่งอยู่รู้ว่าโพรเจกต์สำคัญที่บุตรชายเอ่ยถึงนั้นก็คือภารกิจพิชิตใจต้องตา รู้ตั้งแต่เจ้าวายร้ายมันพาอีกฝ่ายไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยแล้ว ก็แต่ไหนแต่ไรมาบุตรชายเคยพาสาวเข้าบ้านเสียที่ไหนล่ะผู้ชายด้วยกันมันมองกันออก!“ทุกคนขาดาวตกค่ะ” เสียงใสของแม่หนูน้อยที่เอาแต่เงยหน้ามองท้องฟ้าเฝ้ารอดาวตกเอ่ยขึ้น มือเล็กชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ทุกคนดู จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วยกมือขึ้นกุมกันไว้กลางอกแล้วอธิษฐานขอพรด้วยเสียงอันดัง“ขอให้อาคีมมีแฟนและได้แต่งงานเร็ว ๆ ค่ะ”อคิราห์ถึงกับกุมขมับกับพรที่หลานสาวขอ ไป ๆ มา ๆ เข้าตัวเธอได้ยังไงเนี่ย ใบหน้างามส่ายไปมาราวกับว่าไม่อยากให้พรที่ถูกขอออกไปเป็นจริง“น้ำมนต์อยากให้ย่าเจนมีความสุขค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วบอกออกไปอีก โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้คุณอาสาวหน้าซีดเผือดไปหมดแล้ว “น้ำมนต์ได้ยินย่าเจนบ่นกับคุณทวด ว่าถ้าอาคีมได้แต่งงานมีครอบครัวไปอีกคน ย่าเจนคงหมดห่วงและมีความสุข”“
“ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าคินทร์ รบกวนคุณแม่ช่วยเรียกสินสอดให้หนูต้องตาด้วยครับ” คราวนี้เป็นเสียงเข้มของบุรินทร์ที่โพล่งขึ้น“สักร้อยล้านเป็นไง สู้ไหวไหมเราน่ะ” ประไพหันมาเอ่ยเย้าหลานชายคนที่โดนเรียกสินสอดให้ร้อยล้านตาโตด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าตัวเลขจะสูงถึงขนาดนั้น เธอรู้ว่าครอบครัวของอคินทร์มีฐานะ ทว่าจำนวนเงินที่สูงขนาดนี้มันมากเกินไปกับผู้หญิงที่เรียกว่ามีแต่ตัวอย่างเธอ แค่ครอบครัวของชายหนุ่มไม่คิดรังเกียจและให้เกียรติเธอได้ยืนเคียงข้างอคินทร์ก็แทบจะเรียกว่าเกินพอเสียด้วยซ้ำ“ไม่มีปัญหาครับ” อคินทร์ตอบเสียงดังฉะฉานแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด“ไอ้คินทร์มันจะเอาเงินมาจากไหนครับคุณย่า อาบุยังไม่ได้เซ็นยกมรดกให้มันเลย” ก็ไม่ได้อยากคิดขัดคอ แต่เห็นใบหน้าระรื่นอยากมีเมียเสียจนตัวสั่นของมันแล้วพ่อเลี้ยงหนุ่มอดเอ่ยขึ้นด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้“น้อยหน่อยเถอะไอ้คีย์ กูมีเงินเว้ย ให้ขอเมียอีกสิบคนยังไหว” อคินทร์ตอบกลับญาติผู้พี่อย่างไว เห็นอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาชวนกวนอวัยวะเบื้องล่างมาให้อีก ก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะงานเข้า“ผมไม่ได้คิดจะขอใครอีกนะต้อง แค่ยกตัวอย่างเปรียบเปรยให้เห็นภาพเฉย ๆ” ชา
“จริงเหรอคะ อาจินพูดจริงเหรอ ไม่ได้โกหกให้น้ำมนต์ดีใจใช่ไหมคะ”คราวนี้เด็กน้อยเอียงหน้าถามป้าต้องตา เหมือนว่าอยากได้ยินคำยืนยันจากเจ้าหล่อน“จริงค่ะ ป้าจะไม่ไปทำงานแล้ว” เสียงหวานเอ่ยยืนยัน“บอกน้ำมนต์ไปด้วยสิต้อง ว่าคุณจะแต่งงานกับผม”เป็นอีกครั้งที่อคินทร์งอแงเป็นเด็ก ใช้หลานสาวตัวน้อยมากดดันให้ร่างบางข้าง ๆ พูดออกมาเพื่อให้ทุกคนที่นั่งอยู่ได้เป็นสักขีพยาน“ค่ะ ป้าจะแต่งงานกับอาคินทร์”“เย่!” หนูน้อยหน้าบานยิ้มไม่หุบ พร้อมกับกรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจลั่นบ้าน เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนไปตาม ๆ กันคุณอาหนุ่มดึงหลานสาวเข้ามาหา ใช้มือลูบศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วบอก“ต่อไปนี้น้ำมนต์ต้องเรียกป้าต้องตาว่าอาต้องตาด้วยนะคะ เพราะป้าต้องแต่งงานกับอาแล้วก็ต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นอาของน้ำมนต์ด้วย ฝึกเรียกไว้ตั้งแต่ตอนนี้จะได้ชิน”หนูน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย หันไปยิ้มแป้นกับคนที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเสียใหม่ แล้วว่าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “อาต้อง”“เอ่อ…คือ” หญิงสาวมองหน้าคุณย่าประไพด้วยความเกรงใจ แม้จะปรับความเข้าใจและคุยกับอคินทร์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนหน้าแล้ว ทว่าเธอยังไม่เคยคุ
อคินทร์นอนพักฟื้นอยู่ไม่กี่วันคุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งต้องตาเองก็ทำหน้าที่พยาบาลพิเศษส่วนตัวได้อย่างไม่มีบกพร่อง จนอคินทร์ร่ำ ๆ อยากจับเธอขึ้นเตียงเพื่อให้รางวัลอยู่เสียหลายที“แหม! ไอ้คุณคินทร์ครับ โดนยิงที่ไหล่ทำให้เจ็บขาจนเดินเองไม่ได้เลยเหรอ” เพียงแค่ลงจากรถและให้ต้องตาช่วยพยุงเข้าบ้าน เสียงร้องแซวของคีรินทร์ก็ลอยมาเข้าหูทันที“หุบปากไปเถอะน่ะ พูดมากน่ารำคาญ”คนโดนแซวว่าเจ็บขาตอบกลับ พลางกระชับวงแขนที่โอบไหล่มนของคนช่วยพยุงอยู่แน่นขึ้น ไม่คิดสะทกสะท้านต่อคำแซว จะมีก็แต่ต้องตาเท่านั้นที่แก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย“วันนี้กินข้าวหน้าบ้านเหรอวะ อย่าบอกนะว่าจะเลี้ยงฉลองที่กูออกจากโรงพยาบาล”อคินทร์ถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้แล้วเห็นคนช่วยกันจัดโต๊ะอาหารที่ระเบียงหน้าบ้าน“อื้อ คุณย่าให้จัดรับขวัญหลานรัก”คำพูดของคีรินทร์เกือบทำให้อคินทร์หลุดขำ มองซ้ายมองขวาด้วยกลัวว่าคนที่ตัวเองกำลังจะเอ่ยถึงจะมาได้ยิน เมื่อเห็นว่าอยู่ในระยะปลอดภัยก็ว่าขึ้น“เพิ่งรู้ว่ากูเป็นหลานรัก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไม่รักจะเป็นยังไง จัดมาให้แต่ละดอกทำเอายอกไปหมด”“กูก็พอกันกับมึงนั่นละ”คีรินทร์
“เจ็บไหม”“นิดหน่อยค่ะ”“มันจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” เขาบอกอย่างมั่นใจ ดึงร่างบางให้โน้มหน้าลงมาหา กดจูบลงไปตรงรอยแผลแผ่วเบา“จริงสิคะ ฉันลืมถามพี่คีย์ไปเลยว่าไอ้ณรงค์มันเป็นยังไงบ้าง”คำถามของเจ้าหล่อนทำให้อคินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เผลอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธอย่างลืมตัวเมื่อคิดถึงสิ่งที่มันเคยทำกับร่างบางตรงหน้า ต่อให้มันจะตายไปแล้วเขาก็ไม่คิดให้อภัย“เห็นไอ้คีย์บอกว่าน่าจะติดคุกตลอดชีวิต มันคงไม่มีโอกาสได้ออกมาก่อกรรมทำเวรอะไรเพิ่มแล้วละ”ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกออกไป ไม่ได้บอกไปตามความจริงว่ามันตายไปแล้ว และตอนนี้น่าจะกำลังคุยกับยมบาลอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพราะรู้ว่ามันจะเป็นตราบาปในใจของต้องตา เชื่อเถอะว่าต่อให้จะเกลียดสักแค่ไหน แต่เจ้าหล่อนคงไม่คิดจะเอาชีวิตของไอ้สารเลวนั่น“ติดคุกตลอดชีวิตก็เท่ากับตายทั้งเป็นแล้วละค่ะ” ต้องตายิ้มอย่างพอใจกับบทลงโทษที่อดีตพ่อเลี้ยงต้องได้รับอคินทร์ผลักร่างบางออกห่าง ให้ใบหน้าของเจ้าหล่อนอยู่ในระดับที่สามารถสบสายตากันได้ ดวงตาสองคู่มองสานสบกันด้วยความรู้สึกมากมายที่มันต่างไม่เคยมอดหายไปจากกันและกัน ต่างคนต่างเป็นเจ้าของพื้นที่หัวใจของอีกฝ่าย“แต่
“ความจริงวันนั้นคุณตั้งใจจะไปพบผมเพื่อตอบตกลงจะคบหาด้วย ซึ่งมันแปลว่าคุณเองก็มีใจให้ผมเหมือนกัน แต่ว่าคุณเจอผมอยู่กับมุกดาเสียก่อน เลยไม่ยอมออกไปพบใช่ไหม?”“ใช่ค่ะ ฉันเจอคุณสองคนอยู่ด้วยกันที่สวนสาธารณะ เลยทำให้ไม่มั่นใจว่าวันนั้นคุณนัดผู้หญิงไว้กี่คนกันแน่”“คุณไม่คิดจะออกไปเจอแล้วถามความจริงกับผมหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ พวกคุณสองคนกำลังคบกันอยู่ ฉันคงกลายเป็นผู้หญิงหมดคุณค่าที่เดินออกไปให้คุณสองคนเหยียบศักดิ์ศรีเล่น”“ทำไมคุณถึงได้คิดและตัดสินไปเองแบบนั้นโดยไม่คิดจะถามผมสักคำ คุณทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักนิสัยผมเลย”“เพราะว่ารู้จักนิสัยคุณดีไงคะฉันถึงไม่คิดจะถาม”“…..”“ฉันเป็นคนความจำดีและจำคนแม่นค่ะ ความจริงแล้วก่อนหน้าที่เราจะพบกันที่สวนสาธารณะฉันเคยเจอคุณมาก่อน”คิ้วเข้มของอคินทร์เลิกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าหล่อนเอ่ยออกมา“ฉันเคยเห็นคุณมีเรื่องกับคนที่มหาวิทยาลัยเพราะเข้าใจว่าคนพวกนั้นมายุ่งกับคุณมุกดา ตอนนั้นคุณพูดออกมาเองว่าคุณกับผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนกัน”อคินทร์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังอึก นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ต้องตาหยิบยกมากล่าวถึง ตอนนั้นเขาพูดแบบนั้นออกไปจริ







