Share

บทที่ 5

last update Date de publication: 2025-12-31 07:28:20

เสียงหัวเราะของบุรุษสามคนดังประสานกัน พวกเขามองนางอย่างหื่นกระหาย ทั้งยังกล่าวชื่นชมในความโชคดีของตน มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาหมายคว้าใบหน้าของนาง นางปัดมันออกอย่างรังเกียจ

“วันนี้เราช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ มีแม่นางคนงามกลางป่าโผล่ออกมาให้ชื่นชม ฮ่าๆๆ”

“ข้าเห็นก่อนต้องได้ก่อน”

“ได้อย่างไร สมบัติล้ำค่าก็ต้องผลัดกันชมสิ พร้อมกันนี่แหละ” พวกมันย่างสามขุมเข้ามาหาหญิงสาวที่ถดกายไปข้างหลังด้วยความหวาดกลัว  กระนั้นมือข้างหนึ่งของบุรุษหยาบคายรั้งข้อเท้าของนางแล้วลากกลับไป นางหวีดร้องแล้วดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ในใจหวังเพียงบุรุษผู้นั้นจะกลับมาช่วยนาง

“ได้โปรด อย่าทำอะไรข้าเลย อย่า!” นางดิ้นรนอย่างสิ้นหวังกระทั่งเสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้น

“ปล่อยนาง แล้วพวกเจ้าไปเสียตอนนี้ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า”

เป็นเขา!!

โจวจินเซวียนลืมตาก่อนมองไปยังต้นเสียง นางมองผลไม้ป่าในมือของบุรุษแปลกหน้าก่อนสบตาเขาอย่างอ้อนวอน เขาค่อยๆ วางผลไม้ในมือลงก่อนก้าวเข้ามาช้าๆ

“ว่าอย่างไร”

“กลัวทำไมเรามีตั้งสามคน มันมาเพียงลำพัง จัดการมันเลย” ทั้งสามคนจู่โจมเข้าไปพร้อมกัน

โจวจินเซวียนมองเห็นเพียงเพียงแสงวาววับของคมมีดสั้นซึ่งฉวัดเฉวียนไปมา ในที่สุดร่างทั้งสามร่างก็ล้มลง แต่ยังคงมีผู้หนึ่งคลานหนีช้าๆ

บุรุษแปลกหน้าผู้นั้นเดินตามไปอย่างใจเย็น ดวงตาของเขาทอประกายโหดเหี้ยมก่อนเหยียบลงไปบนแผ่นหลังของผู้ที่กำลังคลานหนี

“ผู้น้อยไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วย ต่อไปไม่ทำแล้ว” ความหวาดกลัวแผ่ซ่านออกมา

“ข้าเตือนแล้วเจ้าน่าจะรับฟังแต่แรก” เขาเอ่ยแล้วแย้มยิ้มที่มุมปาก มีดสั้นเงื้อขึ้นก่อนจะจ้วงแทงลงไปยังแผ่นหลังนั้นแล้วบิดคราหนึ่ง

โจวจินเซวียนยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้ตัวเองกรีดร้อง นางมองดวงตาเฉยชาของผู้ลงมือสังหารผู้อื่นด้วยความตกตะลึง คมมีดถูกดึงขึ้นก่อนเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดยังเสื้อของบุรุษที่นอนสิ้นลมอยู่แทบเท้า ร่างสูงค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนเดินไปยังผลไม้ที่เขาวางเอาไว้

ดวงตาคู่คมดุดันปรายตามองมายังหญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นงันงกมองเขาด้วยดวงตาหวาดกลัว ใบหน้าเรียบเฉยกวาดมองนางแวบหนึ่งก่อนแย้มยิ้ม

“กลัวข้าเช่นนั้นหรือ” เขาหยิบผลไม้ลูกหนึ่งขึ้นมากัด รสเปรี้ยวอมหวานของผลไม้ป่าหาได้ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ยิ่งในยามที่มองน้ำตาที่ยังคงหลั่งรินของหญิงสาว อีกทั้งท่าทีหวาดกลัวของนางที่ยังคงไม่จางหาย

โจวจินเซวียนกวาดสายตามองไปยังศพทั้งสามศพ นางมองเห็นชัดเจนทุกอย่าง เขาลงมือฆ่าคนโดยที่ดวงตาของเขาไม่กะพริบด้วยซ้ำ ไม่มีความลังเล ไร้ซึ่งความปราณีโดยสิ้นเชิง

กว่าที่นางจะรู้ตัวว่าเขาก้าวเข้ามาใกล้ เขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าและใช้มือบีบคางของนางแน่น บังคับให้นางสบตากับเขา ดวงตาคมดุฉายแววเย้ยหยันและชิงชังที่นางไม่อาจเข้าใจ

“โกรธข้า รังเกียจและหวาดกลัวข้า แต่เป็นเจ้าเลือกติดตามข้ามาเอง เสียใจตอนนี้ไม่คิดว่าสายไปแล้วหรือ” เอ่ยจบเขาก็ปล่อยมือแล้วก้าวเดินจากไปอย่างเย็นชา “จะตามมาหรือไม่เจ้าเลือกเอง”

เขากล่าวทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามองนางอีกเลย เช่นนี้แล้วนางยังจะทำเช่นไรได้นอกจากลนลานลุกขึ้นแล้วเดินตามเขาไป ลืมสิ้นว่าเมื่อครู่เขาหายไปก็เพราะไปเก็บผลไม้ป่ามาเป็นเสบียงให้นาง

การเดินทางในยามบ่ายยังคงเงียบงัน ทั้งสองหนึ่งเดินนำหนึ่งเดินตาม ไร้ซึ่งบทสนทนา อีกทั้งเขายังไม่หันกลับมามองนางอีกนับจากลงมือสังหารคนต่อหน้านาง

โจวจินเซวียนมองเห็นเพียงแผ่นหลังเย็นชาของเขาที่เดินอยู่ข้างหน้า แม้ความหวาดกลัวของนางยังคงไม่จางหาย แต่ความขัดแย้งในใจนางเองทำให้นางไม่รู้ว่าสมควรโทษเขากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือโทษนางที่ขวัญอ่อนเกินไป หากไม่ได้เขายื่นมือเข้าช่วย นางอาจเป็นผู้ที่นอนสิ้นลมอยู่ตรงนั้นหลังจากถูกย่ำยี

กระนั้นในยามที่คิดถึงภาพเขาเข่นฆ่าผู้คนตาไม่กะพริบ ก็ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ

เย็นย่ำในที่สุดทั้งสองก็เดินทางมาถึงจุดพักม้า บุรุษผู้นั้นเดินเข้าไปยังโรงเตี๊ยมก่อนจ่ายเงินกับหลงจู๊ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมทั้งนี้ก็เพื่อจองห้องพัก เขาชี้มือมายังนางก่อนนั่งลงไปยังโต๊ะแล้วสั่งอาหาร

“แม่นางนายท่านผู้นั้นจ่ายเงินให้ท่านแล้ว เชิญขอรับข้าจะพาไปยังห้องพักแล้วจะยกน้ำร้อนและข้าวปลาอาหารไปให้ท่านที่ห้อง” เสี่ยวเอ้อเอ่ยอย่างนอบน้อมแล้วเดินนำนางไปยังชั้นสอง

โจวจินเซวียนยังคงละล้าละลัง นางเดินไปหาเขาที่โต๊ะแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากเอ่ยคำขอบคุณ เขากลับชิงตัดบทเสียก่อน

“แยกกันตรงนี้ ข้ากับเจ้าไม่ติดค้างกันอีก ข้าไปตามทางของข้าเจ้าเองก็เช่นกัน ไปเถิด” เอ่ยจบเสี่ยวเอ้ออีกคนก็ยกสุราอาหารมาวางตรงหน้าเขา สายตามองมายังนางเต็มไปด้วยคำถามทำให้นางรู้สึกกระอักกระอ่วน

โจวจินเซวียนเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบา ก่อนจะทำได้เพียงเดินตามเสี่ยวเอ้ออีกคนไปยังห้องพัก นางไม่ใคร่จะสบายนักเพราะอย่างไรเสียเขาก็ช่วยชีวิตนางเอาไว้หลายครา

...แยกจากกันยังคงเป็นทางเลือกที่นางคิดว่าดีที่สุด

หลังจากอาบน้ำร้อนและเปลี่ยนชุดด้วยผ้าเนื้อหยาบที่มีเหลือเพียงชุดเดียว หญิงสาวก็จัดการซักอีกสองชุดที่นางติดตัวมา

อาหารเรียบง่ายที่เสี่ยวเอ้อยกเข้ามานางกินจนเกลี้ยงเพราะความหิว แต่ผงถ่านสีดำซึ่งยังคงหลงเหลือยังไม่ทันได้ทาลงบนผิวกายเสี่ยวเอ้อก็เคาะประตูห้องของนาง

“แม่นางเปิดประตูเร็วเข้า นายท่านที่มากับท่านเมามายมากข้าจะพยุงเขาไม่ไหวแล้ว”

โจวจินเซวียนเลิกคิ้วก่อนเร่งดับเทียนเพื่ออำพรางใบหน้าซึ่งไร้ผงถ่านสีดำเอาไว้ นางยังคงเกรงภัยร้ายที่จะตามมาหากมีผู้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง ท่ามกลางความมืดสลัวในห้อง เสี่ยวเอ้อช่วยพยุงร่างของบุรุษร่างใหญ่เข้ามาก่อนว่างเขาลงบนเตียง

“แม่นางต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ขอรับ”

“ขอน้ำร้อนสักสองถังเถิด ข้าจะเช็ดตัวให้เขาแล้วซักผ้าด้วย”

ในน้ำเสียงของนางแฝงแววจนใจเล็กน้อย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 71 จบ

    มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าของเบาแผ่วเบา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตสันจมูกได้รูปก่อนผละออก เขายังคงหลับสนิทแต่มือทั้งสองข้างกลับยังคงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน“เซวียนเอ๋อร์ ...ตัดเล็บ ข้าต้องตัดเล็บ”นางหลุดหัวเราะออกมาเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงเขาละเมอออกมา เพราะมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเกรงว่าเล็บของตนจะครูดผิวของลูกๆ ดังนั้นเขาจึงย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องตัดเล็บให้สั้นกุด อีกทั้งต้องล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มเสียงเอ๋อร์และอวี้เอ๋อร์เมื่อเห็นใบหน้าที่หลับอย่างเป็นสุขนั้น หญิงสาวพลันนึกถึงใบหน้าเจ็บปวดของเขาในอดีต ทุกวันนี้ดวงตาของเขาไม่เคยปรากฏแววตาเช่นนั้นอีก เขาแทบจะหายใจเข้าออกเป็นนางและบุตรทั้งสองรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของนางและบุตร คือสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้เห็นทุกวัน เขาต้องการมีส่วนร่วมในทุกๆ โอกาส เป็นบิดาที่รักใคร่และทำทุกอย่างเต็มความสามารถ เป็นสามีที่ให้เกียรติฮูหยินของตนอย่างที่นางไม่คาดว่าเขาจะทำความสุขทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา นางกับบุตรคืออันดับหนึ่ง ความทุกข์หรือเรื่องร้อนใจทุกเรื่องเขาเป็นคนแบกรับ และไม่ยอมให้ภัยใดเข้ามาแพ้วพานรอยยิ้มอ่อนโยนของโจวจินเซวียนคือสิ่งแรกที่มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งลืมตาขึ้นมาเห็น

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 70

    “ท่าน...เหตุใดแต่งตัวเช่นนี้เล่า”“ข้าไปแจ้งข่าวพี่ใหญ่ที่ตระกูลมู่หรง คนของซู่เฟยพยายามรวบรวมขุนนางเพื่อกล่าวหาองค์ชายห้าว่าลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ พี่ใหญ่คือหนึ่งในขุนนางที่มีผู้พยายามดึงเข้าร่วม เขาจะช่วยข้ากับองค์ชายห้ารวบรวมรายชื่อคนเหล่านั้นเงียบๆ”“เรื่องนี้...อันตรายหรือไม่” นางเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งยังถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเดินกลับมานั่งที่เตียง อ้อมแขนอบอุ่นยังคงตวัดนางเข้าสู่อ้อมกอด “ข้าจะดูแลตัวเองดีๆ ไม่ทำอันใดเสี่ยงอันตรายเป็นอันขาด เจ้าวางใจได้”“ข้ารู้ว่าท่านจะทำตามที่รับปากข้า” นางเอ่ยจบก็ยกมือขึ้นวางบนครรภ์ของตัวเอง ตอนนั้นเองที่มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งก้มลงไปมอง มือใหญ่วางทาบลงไปยังหลังมือของนางบนครรภ์นูนป่อง รอยยิ้มอ่อนโยนของเขากว้างขึ้นในยามที่กระซิบกับบุตรในครรภ์ของนาง“เจ้าเป็นเด็กดีห้ามกวนมารดาของเจ้าเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่”โจวจินเซวียนหัวเราะคิกกับกิริยานั้น มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งมองนางนิ่ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขที่เห็นรอยยิ้มของนาง ทั้งยังได้ยินเสียงหัวเราะสดใสนั้น“ข้ามีความสุขมาก”ไม่ต้องเอ่ยอะไรมาก เพราะนางเองก็เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการบอก“เรื่อง

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 69

    ใบหน้างงงันของนางทำให้เขายิ้มออกมาด้วยความกระอักกระอ่วน “ตอนแรกข้าคงถูกย้ายออกไปแล้ว หากไม่ได้ท่านแม่ทัพทำให้ข้าได้ย้ายเข้าไปในกรมพิธีการ ข้าไหนเลยจะยังมีจุดยืนในราชสำนักอีกเล่า”นี่คงเป็นสาเหตุของชุดขุนนางที่ต่างไปจากเดิมกระมังโจวจินเซวียนพยักหน้ารับรู้ เรื่องราวของบุรุษและเหล่าขุนนาง นางเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่อยากออกความเห็น แต่การที่พี่ชายของสามีเอาแต่เรียกน้องชายว่าแม่ทัพ ทำให้นางรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง“ใต้เท้าเกรงใจไปแล้ว เราหาใช่คนอื่นไกล อย่างไรเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ท่านแม่ทัพเองก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ดังนั้นจึงช่วยให้ท่านยังคงรั้งตำแหน่งในเมืองหลวง ตระกูลมู่หรงไม่อาจขาดผู้นำ วันหน้ายังคงต้องไปมาหาสู่”มู่หรงเฟยอวี่ได้ยินดังนั้นแม้คาดไม่ถึงอยู่บ้างแต่ก็มองนางด้วยความซาบซึ้งใจ เขาไม่คิดว่ามู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจะปิดบังฮูหยินของตน เรื่องที่คนตระกูลมู่หรงพยายามยัดเยียดบุตรีของมหาเสนาบดีคนใหม่ให้แต่งกับผู้เป็นน้องชาย ทั้งนี้เพื่อให้ฐานอำนาจของตระกูลมู่หรงแข็งแกร่งขึ้นตระกูลมู่หรงกำลังเสื่อมโทรมเพราะทายาทอย่างสายบู๊อย่างมู่หรงซานซื่อ นำพาคนออกมาเข้ากับจวนหย่งเซวียน ตัวเขาเองก็ไม่อาจส่งเสริ

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 68

    “ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจ ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด วันนี้ข้าจะปล่อยให้ทรงรั้งอยู่นอกวังนานสักหน่อย เพราะอีกไม่นานคงยากที่จะให้องค์ชายทรงออกมางานมงคลด้วยพระองค์เองเช่นนี้”“ข้าเห็นใจพระองค์ยิ่ง” นางพยักหน้าก่อนเงยหน้ามองเขา “เช่นนี้ยิ่งไม่ต้องอยู่กับพระองค์ให้นานอีกหน่อยหรือเหตุใดจึงหนีเข้ามาเสียแล้ว ข้าไม่หนีไปไหนเสียหน่อ”มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งหัวเราะ นิ้วชี้ยื่นมาเคาะหัวคิ้วที่กำลังมุ่นของนางเบาๆ “เจ้าช่างใจร้ายกับข้าเสียจริง ข้าหรืออุตส่าห์เป็นห่วงว่าเจ้าจะเหนื่อยล้าจึงเข้ามาดูแล...”พูดยังไม่ทันจบเสียงฝีเท้าของคนหลายคนหน้าประตูกลับทำให้มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งขมวดคิ้ว เขารั้งหญิงสาวให้ยืนขึ้นก่อนดันตัวนางให้ไปยืนด้านหลังอย่างเบามือ“เกิดอะไรขึ้น” โจวจินเซวียนชะโงกหน้าไปมองประตูห้องหอที่ถูกผลักเข้ามาอย่างเร่งร้อน“ท่านแม่ทัพ” เป็นจื่อซานนั่นเอง“เกิดอะไรขึ้นหรือ”“มีข่าวไม่สู้ดีจากวังหลวงขอรับ ตอนนี้คนของเราอารักขาองค์ชายห้ากลับวังหลวงแล้ว”“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เจ้ารั้งอยู่ที่นี่กับฮูหยิน”“ขอรับ”โจวจินเซวียนรั้งมือใหญ่เอาไว้ด้วยความกังวล “พาเขาไปกับท่าน ข้าไม่เป็นไร”“เซวียนเอ๋อร์ ข้าไม่ไว้ใจผู้อื่น”“พี

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 67

    ขอบตาของนางร้อนผ่าวยามที่มองมือใหญ่ของเขาคว้ามือนางไปกุมไว้ด้วยความลังเล ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบไล้เบาๆ ลงไปยังหลังมือเนียนนุ่ม นางก้มลงมองเงียบๆ ซึมซับความหวาดหวั่นของเขาผ่านปลายนิ้วที่สั่นเทาจนแทบไม่อาจสัมผัสได้“อวิ๋น” โจวจินเซวียนเรียกเขาเสียงเบาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่นางเรียกชื่อเขาตรงๆ ต่อหน้า ทั้งยังเงยหน้าขึ้นสบตาดุดันที่ฉายแววหวั่นใจจนไม่อาจปิดบัง “ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน” ทุกประโยคนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สบตากับเขาเพื่อมอบความมั่นใจ“ไม่ว่าก่อนหน้านี้เพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาทำให้ข้ากับท่านได้พบกัน แต่นับจากนี้ข้าจะพยายามเพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกัน ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่านให้โดดเดี่ยว ไม่หวั่นไหวเพียงเพราะใครก็ตามที่ต้องการแยกเราออกจากกัน หากสิ่งใดที่สามารถทำให้ท่านมั่นใจว่าข้าจะมั่นคง หนักแน่น และทำทุกอย่างให้คู่ควรยืนอยู่ข้างท่าน ข้าจะทำ”มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจ้องลึกลงไปในดวงตาของนางโจวจินเซวียนไม่หลบ กระทั่งรอยยิ้มของเขาปรากฏแต่นางทันได้เห็นครู่เดียวเพราะโดนคนตัวโตรั้งเข้าไปกอด หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเขาตัวสั่นเล็กน้อยจึงยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังแกร่งนั้น คางเล็กเกยลงบนไหล่ของ

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 66

    ใกล้จะถึงบ้านแล้วโจวจินเซวียนยกมือรั้งม่านรถม้าขึ้น ยามที่มองออกไปนอกม่านรถม้าไปยังบ้านหลังเล็ก ร่างสูงซึ่งยืนหันหลังอยู่ที่รั้วด้านนอกนั้นหญิงสาวจดจำได้ในทันทีว่านั่นคือมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเขาอยู่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเขียวเข้ม ผมยาวรวบมวยทรงสูงยึดเอาไว้ด้วยเกี้ยวหยกสีขาว อาจเพราะเสียงตะโกนของเสี่ยวไป๋ ทำให้เขาค่อยๆ หันมายังทิศทางที่รถม้ากำลังจอดลงใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงมีเค้าดุดันหันกลับมาช้าๆ ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นตึกตัก รอยยิ้มและสายตาอ่อนโยนเผยออกมา ทันทีที่มองมายังหน้าต่างรถม้าโจวจินเซวียนมองสบตากับมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งอย่างเหม่อลอย หัวใจที่คล้ายเพิ่งจะได้รับการปลดปล่อยจากความกังวลเต็มตื้นขึ้นครั้งนี้นางรู้สึกเหมือนตัวเองมองเขาได้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง ก่อนหน้านี้เคยมองเขาผ่านม่านหมอกแห่งความสับสน ความกังวล และความหวาดระแวง แต่ทุกสิ่งนั้นพลันถูกปลดเปลื้อง หลังจากการกระทำของเขาที่ทำให้หลายๆ เริ่มชัดเจนขึ้นใบหน้าที่ฉายแววห่วงหาอาทรของเขา ทำให้ดวงตาของนางเปล่งประกายแห่งความยินดีไม่ว่าจะเพราะสิ่งใดที่นำพาให้นางกับเขามาพบกัน จะโชคชะตาหรือเหตุบังเอิญ แต่นับจากวันนี้ไปนางจะประคับประคองให้ทั้ง

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 15

    เสี่ยวไป๋กระแอมออกมาด้วยความขัดเขิน เขาเดินนำเข้าไปภายในตัวบ้านชั้นเดียวที่ทำจากไม้ชั้นดี ด้านในมีห้องนอนสองห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีห้องโถงสำหรับรับแขกตรงกลางมีโต๊ะและเก้าอี้พร้อมสรรพข้าวของหรือก็ไร้ซึ่งฝุ่นเกาะ ทุกสิ่งมีครบราวกับว่าเตรียมพร้อมให้คนเข้าอยู่ได้ตลอดเวลา“ก่อนหน้านี้ข้าเข้ามาทำความส

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 14

    “ล่อองค์ชายห้าออกไปจากเมืองหลวง” หวังจื่อถงขมวดคิ้วด้วยความเป็นกังวล “ข้าพอจะเดาออกแล้วว่าเจ้าหมายถึงสิ่งใด หากโชคดีทรัพย์สมบัติเหล่านั้นอาจล่อลวงเหวินอู่โหวให้ถึงแก่ความตาย ในยามนี้องค์ชายห้ายังคงมีศึกติดพันที่ชายแดน แม่ทัพมู่หรงบาดเจ็บสาหัสยังไม่อาจลุกจากเตียง บุตรชายคนเล็กผู้ซึ่งเป็นรองแม่ทัพหาย

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 13

    เมื่อยามที่หวังจื่อถงนั่งลงเขาผายมือให้หญิงสาวนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนเรียกเด็กน้อยเอาไว้ในยามที่เขาวางป้านชาลงแล้วกำลังจะปลีกตัวออกไปอย่างรู้มารยาท“เสี่ยวไป๋ เจ้ามาคารวะแม่นางโจว นางเป็นบุตรสาวของสหายรักของอาจารย์”“ขอรับ” ค่อยๆ ค้อมกายก่อนนั่งลงคารวะนางอย่างสุภาพสง่างามเต็มขั้นตอน จากนั้นเงยหน้าขึ้น

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 16

    “ตอนนี้ข้าทำได้เพียงเล่นไปตามบทบาทที่เสด็จพ่อทรงกำหนด แต่ทางหนึ่งเจ้าว่าข้าสมควรขัดขวางเหวินอู่โหวดีหรือไม่ หาไม่เรื่องนี้คงไม่สมจริงเท่าไหร่”เห็นชัดว่าอีกฝ่ายมีแผนอยู่ในใจ กระนั้นเมื่อมองดวงตาไม่มั่นคงของเว่ยหย่วนฉี ไม่รู้เพราะสาเหตุใดมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจึงรู้สึกไม่ใคร่จะสบายใจนัก“เจ้าว่าจะเกิดอะไร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status